Location: กรุงเทพฯ
Architect: คุณวัฒน์และคุณคณิต คุปตะวาทิน
Owner: ครอบครัวคุปตะวาทิน
Photographer: จิณณวัตร บริหารกิจอนันต์

จุดเริ่มต้นจากบ้านไม้หลังเดิมที่อยู่อาศัยมานานเริ่มผุพัง ทำให้‘ครอบครัวคุปตะวาทิน’มองหาพื้นที่แห่งใหม่ เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์และสามารถรองรับสมาชิกในครอบครัวทั้ง 5 คนได้อย่างเหมาะสม นั่นคือ พ่อ แม่ และลูกๆอีก 3 คน ‘คุณวัฒน์ คุปตะวาทิน’ ในฐานะลูกชายคนโตของบ้านและสถาปนิกหนุ่ม ผู้ทำงานอยู่ในวงการออกแบบอยู่แล้ว จึงรับหน้าที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการออกแบบบ้านหลังนี้ร่วมกับน้องชาย ‘คุณคณิต คุปตะวาทิน’ผู้ทำงานในวงการสถาปัตยกรรมเช่นกัน โดยหยิบองค์ประกอบ วัสดุ เฟอร์นิเจอร์จากบ้านหลังเดิมมาเป็นวัตถุดิบในการปรุงแต่งบ้านหลังใหม่ให้มีกลิ่นอายของทรอปิคัลสุดคลาสสิค และทำให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสุขของครอบครัวอย่างสมบูรณ์แบบ

‘คุณวัฒน์ คุปตะวาทิน’ เจ้าของบ้านและสถาปนิกผู้ออกแบบ

“พื้นที่ท้งหมดมีหน้ากว้าง 10 ยาว 20 เมตร” ด้วยความที่มีขนาดไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับจำนวนสมาชิกของครอบครัว คำถามคือ จะออกแบบอย่างไรให้ตอบสนองการอยู่อาศัยของสมาชิกทุกคนได้อย่างไม่รู้สึกอึดอัด? ซึ่งสุดท้ายแล้วเพื่อให้ได้พื้นที่ใช้สอยมากที่สุด ผลลัพธ์จึงออกมาเป็นบ้าน 3 ชั้น ที่ถูกกำหนดขอบเขตให้พื้นที่ภายในสามารถใช้งานได้เต็มขีดจำกัดตามข้อกฏหมายที่กำหนดไว้ นั่นคือตัวบ้านทั้งสามชั้นถูกล่นระยะเข้าไปเพียง 1 เมตรในส่วนที่เป็นผนังทึบ และ 2 เมตรในส่วนที่มีช่องเปิด โดยสถาปนิกได้กำหนดตำแหน่งช่องเปิดขนาดใหญ่ให้อยู่กึ่งกลางของตัวบ้านเพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติและช่วยระบายอากาศ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสองด้านของห้องนั่งเล่น ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่สมาชิกทุกคนใช้เวลาร่วมกันมากที่สุด

ไดอะแกรมแสดงถึงแนวคิดการออกแบบบ้าน

อย่างที่กล่าวไปว่า ห้องนั่งเล่นคือสิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญและใช้เวลาร่วมกันมากที่สุด สถาปนิกจึงแบ่งสัดส่วนพื้นที่ภายในให้ห้องนั่งเล่นมีขนาดใหญ่ที่สุดในบ้าน ออกแบบให้เป็น Double Space หรือพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างชั้น1และชั้น 2เข้าด้วยกัน ถูกวางผังแบบ Open Plan เชื่อมต่อการใช้งานพื้นที่ไปยังส่วนห้องครัวด้านหลังของบ้าน เพื่อให้บ้านดูโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถเลื่อนประตูบานสไลด์ที่ซ่อนอยู่ภายในผนังเพือแยกพื้นที่ออกจากกันได้ เมื่อต้องการแยกสัดส่วนการใช้งาน

แปลนชั้น 1 ของบ้าน Credit: คุณวัฒน์ คุปตะวาทิน

แปลนชั้น 2 ของบ้าน Credit: คุณวัฒน์ คุปตะวาทิน

ด้านการตกแต่งเน้นโทนสีเทาเข้มกับสีน้ำตาลจากไม้ โดยการนำไม้เก่าจากบ้านหลังเดิมที่เคยอยู่อาศัย มาสร้างองค์ประกอบต่างๆภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น พื้นในห้องนั่งเล่น บันได ราวกันตก นอกจากนี้เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ยังเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ย้ายมาจากบ้านหลังเดิม และมีเฟอร์นิเจอร์ใหม่บางชิ้นที่คุณพ่อเจ้าของบ้านนำไม้เก่ามาดัดแปลง เช่น โต๊ะวางทีวี และชั้นวางของต่างๆ ทำให้บ้านนี้เต็มไปด้วยการผสมผสานระหว่างของเก่าและของใหม่ที่จัดวางไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

ประกอบกับการเลือกใช้หน้าต่างวงกบไม้ในโทนเดียวกันกับเฟอร์นิเจอร์ และการใช้หน้าต่างบานเกล็ดโปร่งสูงถึงชั้น 2 ช่วยเปิดรับแสงธรรมชาติทำให้บ้านดูโปร่งและช่วยเรื่องการระบายอากาศได้ ทำให้บรรยากาศโดยรวมมีกลิ่นอายสไตล์ทรอปิคอลที่เหมาะกับสภาพอากาศภูมิประเทศแบบร้อนชื้นของประเทศไทย และบรรยากาศภายในเป็นไปอย่างอบอุ่น

นอกจากนี้การเลือกใช้เหล็กแผ่นเจาะรูบริเวณทางเชื่อมชั้น 2 และบันไดในชั้น 3 ที่ก็ช่วยทำให้แสงสามารถลอดผ่านได้และทำให้พื้นที่บางส่วนดูโล่ง และสบายตามากขึ้น

สถาปนิกยกห้องนอนทั้ง 4 ห้อง ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคนไว้ในชั้น 2 และชั้น 3 โดยแต่ละห้องมีห้องน้ำส่วนตัวและมีพื้นที่ระเบียงเล็กๆ ที่เป็นช่องว่างระหว่างหน้าต่างด้านใน และFaçade ด้านนอกที่เป็นเหล็กแผ่นซ้อนทับกันไปมา หรือที่เราเรียกว่า Double skin ทำหน้าที่เป็นม่านกรองแสงอีกหนึ่งชั้นและสร้างความเป็นส่วนตัวในขณะที่ยังให้ความรู้สึกโปร่งสามารถมองเห็นทัศนียภาพภายนอกได้

Double skin ครอบคลุมพื้นที่ด้านหน้าและด้านหลังของบ้าน

“บ้านหลังนี้เป็นสถานที่ที่สมาชิกทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกันจริงๆ สิ่งของตกแต่งไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์หรือของสะสม ก็มาจากบ้านเก่าที่เราเคยอยู่อาศัย ไม้จากบ้านหลังเก่าก็กลายมาเป็นองค์ประกอบภายในบ้านหลังใหม่ อย่างน้อยก็ได้นำของเก่าๆมาใช้ประโยชน์ มันเต็มไปด้วยเรื่องราวและความทรงจำมากมายซ่อนอยู่” สถาปนิกกล่าวมาถึงส่วนสุดท้ายเกี่ยวกับการออกแบบบ้านหลังใหม่เพื่อครอบครัวสักหลังนั้น ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แต่การออกแบบบ้านให้เป็นจุดศูนย์รวมที่ทำให้สมาชิกทุกคนในบ้านใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข นี่แหละคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

Avatar
Posted by:Janjitra Horwongsakul

สถาปนิก ผู้หลงใหลในการเดินทางและสเปซคลีนๆบนภาพฟิล์ม อดีต'นักคิดคำถาม'ของปริศนาฟ้าแลบ ที่ผันตัวเองมาเป็น'นักเล่าความรู้(สึก)'ผ่านตัวหนังสือ

Leave a Reply