OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM

info@sitename.com | 987654321

Design Makes A Better Life.

การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์

Ideo Q Phayathai ผสมผสานมุมโค้ง และดีไซน์ เพื่อบรรยากาศนุ่มสบายในทุกมิติ

  • Ideo Q Phayathai ผสมผสานมุมโค้ง และดีไซน์ เพื่อบรรยากาศนุ่มสบายในทุกมิติ

    Ideo Q Phayathai ผสมผสานมุมโค้ง และดีไซน์ เพื่อบรรยากาศนุ่มสบายในทุกมิติ

    Ideo Q Phayathai ผสมผสานมุมโค้ง และดีไซน์ เพื่อบรรยากาศนุ่มสบายในทุกมิติ เส้นโค้ง หนึ่งในเครื่องมือที่ถูกใช้ และองค์ประกอบในการออกแบบตกแต่งพื้นที่ภายในที่สามารถช่วยสร้างการรับรู้ ของบรรยากาศที่ผ่อนคลาย นุ่มนวล อีกทั้งยังสามารถช่วยสร้างกิมมิคให้แก่พื้นที่ได้เป็นอย่างดีในการลดความแข็งกระด้างของพื้นที่ ช่วยเพื่อความน่าสนใจ และลดอันตรายจากขอบมุมที่แหลมคม จะเป็นอย่างไรหากเส้นโค้งเหล่านั้นถูกหยิบนำมาใช้ออกแบบพื้นที่ภายในของคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่ขนาดเล็ก เพื่อสร้างบรรยากาศให้ตอบโจทย์แก่การใช้งานของผู้พักอาศัยทั้งสองที่เป็นพี่น้องกัน โดย lifestudio  พื้นที่ส่วนร่วม ที่ไม่ทำลายความเป็นส่วนตัว  ท่ามกลางบรรยากาศของเมืองหลวงในย่านที่พลุกพล่านอย่างพญาไท ดูเพล็กซ์คอนโดมิเนียมของ IDEO Q PHAYATHAI ได้ผ่านการปรับปรุงเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของพี่น้องสองคนที่มีต้องการพื้นที่แยกเพื่อความเป็นส่วนของตนเอง จึงนำมาสู่การปรับปรุงพื้นที่ที่ผสมผสานการออกแบบของยุคสมัยใหม่เข้ากับบรรยากาศที่อบอุ่นและแสดงออกถึงความนุ่มนวล เหมาะสมแก่การอยู่อาศัย  เพื่อตอบสนองความต้องการของทาง Owners สองพี่น้องในการสร้างความเป็นส่วนตัว ให้แก่ห้องดูเพล็กซ์ ทางทีมผู้ออกแบบจึงได้แบ่งพื้นที่ออกอย่างระมัดระวัง เพื่อให้พี่น้องแต่ละคนสามารถเพลิดเพลินกับที่หลบพักส่วนตัวของตนเอง โดยไม่ทำลายความกลมกลืนของการออกแบบโดยรวม พื้นที่ส่วนตัวเหล่านี้ถูกออกแบบให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การอ่านหนังสือ หรือการพักผ่อนในแบบของตัวเอง  บันไดหลักของห้องถูกออกแบบขึ้นใหม่ด้วยดีไซน์ที่มีลูกเล่นมากขึ้น ทำให้การเดินขึ้นลงบันไดเป็นประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจและเสริมสร้างความสวยงามของห้อง โดยทีมผู้ออกแบบได้ใส่ดีเทลโค้งมนเข้าไปกับราวบันไดที่เล่นกับจังหวะของลูกตั้ง สะท้อนถึงทั้งความทันสมัยและความอบอุ่น การใช้วัสดุและสีสันที่กลมกลืนกับพื้นที่โดยรอบ รวมทั้งมีการเล่นกับจังหวะนี้ลงมาถึงพื้นที่ใต้บันไดที่ถูกปรับเป็นชั้นเก็บของและโชว์ของ ที่จากเดิมที่เป็นห้องใต้บันไดที่มืดและอับ นอกจากนั้นยังทำให้เกิดความเชื่อมต่อกันของพื้นที่ต่างๆ ให้มีความรู้สึกโปร่งโล่ง   Designer Tips การนำเส้นโค้งมาใช้ในการออกแบบพื้นที่ภายในที่มีขนาดเล็กนั้นมีข้อดีที่หลากหลาย อย่างเช่น  เพิ่มความกว้างขวาง:…

  • บ้านร่มตาล รีโนเวทบ้านอายุ 60 และ 100 กว่าปีให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยการเชื่อมสัมพันธ์กับความทรงจำใต้เงาตาล

    บ้านร่มตาล รีโนเวทบ้านอายุ 60 และ 100 กว่าปีให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยการเชื่อมสัมพันธ์กับความทรงจำใต้เงาตาล

    บ้านร่มตาล รีโนเวทบ้านอายุ 60 และ 100 กว่าปีให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยการเชื่อมสัมพันธ์กับความทรงจำใต้เงาตาล บ้านที่ส่งต่อความทรงจำผ่านตัวอาคารและพื้นที่กันแบบรุ่นต่อรุ่น ทำให้มีโอกาสรีโนเวทบ้าน โดยยังคงทางเชื่อมระหว่างอาคารไว้ แต่ปรับแปลนใหม่ให้ทางเชื่อมไม่บังหน้าบ้านเดิม และออกแบบให้รถเข็นใช้งานสะดวก เพื่อผู้สูงอายุในครอบครัวจะได้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น โดยวันนี้ทาง DsignSomething ได้คุยกับ คุณทอพ-ธนพลพจน์ โรจน์ณัฐกุล สถาปนิก จาก If (integrated field) ทางเชื่อมที่เป็นเหมือนไทม์แมชชีนระหว่างอาคารเก่าและใหม่ หนึ่งในองค์ประกอบหลักของบ้านร่มตาลหลังการรีโนเวทคือทางเชื่อมระหว่างอาคารสองหลังที่ตั้งอยู่ริมหาดชะอำ ทางเชื่อมนี้สร้างขึ้นมาใหม่โดยมีทางเชื่อมเดิมเป็นต้นแบบ ซึ่งมีความหมายเป็นพิเศษสำหรับเจ้าของบ้าน เจ้าของบ้านเล่าว่า บ้านร่มตาลเป็นบ้านพักตากอากาศของครอบครัวตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า ทางเชื่อมตรงกลางระหว่างสองอาคารเป็นทางเชื่อมแห่งความทรงจำ โดยเฉพาะในวัยเด็กที่เจ้าของชื่นชอบการเดินผ่านทางเชื่อมมากกว่าด้านล่างเพราะมีสุนัขเยอะ การปรับปรุงทางเชื่อมนี้มีการปรับแปลนใหม่เพราะทางเชื่อมเดิมบังด้านหน้าของบ้านปั้นหยา นอกจากนี้ยังออกแบบให้รถเข็นสามารถใช้งานทางเชื่อมได้สะดวก เพื่อให้ผู้สูงอายุในครอบครัวใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ส่วนใต้ถุนยกสูงของอาคารบ้านจั่ว เดิมทีมีผนังอาคารรอบด้านแบบบ้านตึก ปัจจุบันทุบผนังออกทั้งสี่ด้านเพื่อให้ได้พื้นที่ open space โปร่งโล่ง มองทะลุไปได้ถึงด้านหลัง พื้นที่ใต้ถุนนี้กลายเป็นสเปซที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ทุกคนในครอบครัว ใช้เป็นที่พักผ่อนของผู้ใหญ่ สังสรรค์ของรุ่นลูกหลาน หรือที่ซ้อมวงดนตรีของกลุ่มเด็กด้อยโอกาส บ้านร่มตาลจึงยังคงรักษาเอกลักษณ์ของบ้านพักตากอากาศไว้ได้อย่างดี บ้านที่เชื่อมโยงทุกคนไว้ด้วยกันด้วยการสูดอากาศแห่งการพักผ่อนจากลมทะเล เป็นพื้นที่ที่ใช้สานความสัมพันธ์ของสมาชิกครอบครัว ให้ทุกคนที่มาพักได้ทำกิจกรรมร่วมกัน บ้านร่มตาลยังคงเชื่อมปัจจุบันเข้ากับอดีต เป็นที่พักแห่งความทรงจำและสถานที่ที่ครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน แม้อาจจะไม่ได้อยู่ในขณะเวลาเดียวกันแล้วก็ตาม เปลี่ยนสีความทรงจำสีจาง ให้ชัดเจนขึ้น  เมื่อปี 2018 ตอนเริ่มโปรเจ็กรีโนเวทเรือนปั้นหยาในบ้านร่มตาล…

  • Étienne-Louis Boullée เจ้าของอนุสาวรีย์บนหน้ากระดาษ ผู้ฝากมรดกไว้ในสถาปัตยกรรมร่วมสมัยหลายร้อยปีให้หลัง

    Étienne-Louis Boullée เจ้าของอนุสาวรีย์บนหน้ากระดาษ  ผู้ฝากมรดกไว้ในสถาปัตยกรรมร่วมสมัยหลายร้อยปีให้หลัง

    Étienne-Louis Boullée เจ้าของอนุสาวรีย์บนหน้ากระดาษ ผู้ฝากมรดกไว้ในสถาปัตยกรรมร่วมสมัยหลายร้อยปีให้หลัง หนึ่งในความสำเร็จของสถาปนิกคือการได้เห็นผลงานน้ำพักน้ำแรงด้วยตาตัวเองไม่ใช่แค่ภาพเรนเดอร์หรือแบบบนหน้ากระดาษ สเปซของจริงที่เหมือนกับในภาพเรนเดอร์คงสร้างความพึงพอใจได้ไม่น้อย และอาคารจะเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับบริบทอย่างไรบ้างนั้นล้วนเป็นสิ่งที่สถาปนิกอย่างเราต่างตั้งตารอที่จะได้เห็น ในอีกมุมหนึ่งนักออกแบบหลายคนได้ค้นพบตัวเองบนหน้ากระดาษ ไม่ว่าจะผ่านงานเขียนทฤษฎีหรือภาพวาดที่สอดแทรกด้วยหลักปรัชญาในงานสถาปัตยกรรม ซึ่งได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับวงการออกแบบได้ไม่น้อยไปกว่ากัน เช่นเดียวกับ เอเตียน-หลุยส์ โบลลี นักทฤษฎี อาจารย์และสถาปนิกชาวฝรั่งเศสผู้เรียกได้ว่ามีอิทธิพลต่อแนวคิดสถาปัตยกรรมร่วมสมัยอย่างมากคนหนึ่งเลยทีเดียว ประเทศฝรั่งเศสสมัยกลางศตวรรษที่ 18 อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านรูปแบบทางสถาปัตยกรรมโดยเฉพาะกระแสความนิยมของสถาปัตยกรรมฟื้นฟูคลาสสิค (Neoclassic) ขึ้นมาแทนที่รูปแบบเดิมอย่างสถาปัตยกรรมคลาสสิคฝรั่งเศส (French Classic) บาโรคตอนปลาย (Late Baroque) และ โรโกโก (Rococo) รูป SEQ รูป * ARABIC 1 หอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศส ภาพจาก Gallica Digital Library https://steemit.com/art/@journeytothetop/louis-etienne-boullee-and-the-idea-of-revolutionary-architecture ศิลปินสู่สถาปนิกบนหน้ากระดาษ เอเตียน-หลุยส์ โบลลี (Étienne-Louis Boullée, ค.ศ.1728-1799) เกิดที่กรุงปารีสในครอบครัวสถาปนิก ในวัยเด็กโบลลีใฝ่ฝันที่จะเป็นจิตรกร แต่เลือกที่จะศึกษาในสายงานสถาปัตยกรรมตามความต้องการของบิดาโดยความหลงใหลในศิลปะและทักษะของเขายังฉายอยู่ในผลงานต่อๆมา โบลลีเรียนรู้งานจากสถาปนิกที่มีชื่อเสียงในขณะนั้นอย่าง Jacques-François Blondel, Germain Boffrand และ Jean-Laurent…

  • Roof House บ้านที่สะท้อนความถ่อมตัวผ่านหลังคาและมีพื้นที่ใช้สอยที่อบอุ่น

    Roof House บ้านที่สะท้อนความถ่อมตัวผ่านหลังคาและมีพื้นที่ใช้สอยที่อบอุ่น

    Roof House บ้านที่สะท้อนความถ่อมตัวผ่านหลังคาและมีพื้นที่ใช้สอยที่อบอุ่น เมื่อตัวเอกของบ้านนำแสดงโดยหลังคาผืนเดียวที่ลาดเอียงลงมาจะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าเปรียบเทียบบ้านหลังนี้กับบุคคลิกคน ก็น่าจะเป็นวัยกลางคน ที่ผ่านโลกมีประสบการณ์ นอบน้อมถ่อมตนให้กับธรรมชาติและชุมชน ซึ่งภาษาของบ้านหลังนี้ จะไม่ใช่บ้านที่ตะโกน แต่เป็นบ้านที่พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา อบอุ่น และเป็นมิตร จนทำให้ DsignSomething เกิดสนใจขึ้นมาว่าสถาปนิกมีกระบวนการคิดอย่างไร วันนี้เราจึงได้มาคุยกับ คุณโอ-เลอพงษ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ สถาปนิก จาก If (integrated field) Open house – Open heart สถาปนิกและเจ้าของบ้านร่วมกันทำเวิร์คชอปเพื่อ Design Brief ที่ชัดเจน  การออกแบบ Roof House เริ่มต้นด้วยการทำเวิร์คชอประหว่างสถาปนิกและเจ้าของบ้าน การร่วมกันทำงานนี้ไม่เพียงแค่สร้างความเข้าใจในความต้องการของเจ้าของบ้าน แต่ยังเปิดโอกาสให้สถาปนิกได้สำรวจและเข้าใจวิถีชีวิตและความรู้สึกของเจ้าของบ้านอย่างแท้จริง ในเวิร์คชอป สมาชิกครอบครัวได้จำลองภาพชีวิตประจำวันของตัวเองโดยการวางแปลนห้องต่างๆ และทดลองวางเรียงเพื่อสร้างภาพจินตนาการการเชื่อมต่อของพื้นที่แต่ละห้อง ลูกๆ ได้ sketch ภาพห้องส่วนตัวในจินตนาการของพวกเขา จากนั้นทีม IF นำข้อมูลทั้งหมดมาใช้ในการสร้างโมเดลแบบไวๆ เพื่อนำมาพูดคุยกับเจ้าของบ้านว่าชอบหรือไม่ชอบในส่วนไหน นอกจากนี้ยังมีการนำตัวอย่างวัสดุและสไตล์การตกแต่งภายในมาพูดคุยกับเจ้าของบ้าน Roof House จึงเป็นบ้านที่ถูกออกแบบจากการค้นพบตัวตนของเจ้าของบ้านอย่างแท้จริง  …

  • ส่องสถาปัตยกรรม ผ่าน 4 ยุคสมัย จาก 8 Minutes History on Stage

    ส่องสถาปัตยกรรม ผ่าน 4 ยุคสมัย จาก 8 Minutes History on Stage

    DesignHistory ส่องสถาปัตยกรรม ผ่าน 4 ยุคสมัย จาก 8 Minutes History on Stage การเดินทางผ่านประวัติศาสตร์ของสถาปัตยกรรมเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่จะพบกับความแตกต่างกันในแต่ละยุคสมัย วันนี้เรามาเริ่มจากยุคคลาสสิกที่เต็มไปด้วยความสง่างามและสมดุลของกรีกและโรมันโบราณ จนถึงสถาปัตยกรรมสมัยใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ที่เน้นความเรียบง่าย ฟังก์ชันการใช้งาน และการใช้วัสดุใหม่ ลุยกันเลย! Classical Architecture ยุคจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์  สถาปัตยกรรมในยุคโรมันมีความยิ่งใหญ่และทนทาน โดยการใช้วัสดุใหม่อย่างคอนกรีต การออกแบบที่เน้นความงดงามและฟังก์ชัน มีการใช้เสาแบบ Doric, Ionic, และ Corinthian โดดเด่นด้วยสถาปนิกอย่าง Vitruvius ที่มีผลงานสำคัญ เช่น โคลอสเซียม และพาเธียน จักรวรรดิโรมันอันเป็นอาณาจักรที่มีอยู่ตั้งแต่ยุคกลางจนถึงการล่มสลายในปี 1806 ครอบคลุมหลายภูมิภาคในยุโรปกลาง สถาปัตยกรรมในยุคนี้ได้รับอิทธิพลอย่างมากจากสถาปัตยกรรมโรมันและกรีกโบราณ รวมทั้งผสมผสานกับสไตล์และวัฒนธรรมต่าง ๆ ในแต่ละภูมิภาค ลักษณะเด่นที่ได้รับมาจากอิทธิพลโรมาเนสก์ ได้แก่ ซุ้มโค้งกลม ที่ให้ความแข็งแรงและมั่นคง รวมถึง กำแพงหนาและหน้าต่างเล็ก กำแพงที่หนามากเพื่อรองรับน้ำหนักของหลังคาหิน หน้าต่างมีขนาดเล็กและน้อย ทำให้ภายในค่อนข้างมืด สุดท้ายคือ หลังคาโค้ง การใช้หลังคาโค้งแบบ barrel…

  • Le Gong Gao Jar Din สะท้อนอัตลักษณ์ของวิถีชีวิตชนบท ผ่านคาเฟ่หลังคาทรงจั่วผืนใหญ่

    Le Gong Gao Jar Din สะท้อนอัตลักษณ์ของวิถีชีวิตชนบท ผ่านคาเฟ่หลังคาทรงจั่วผืนใหญ่

    Le Gong Gao Jar Din สะท้อนอัตลักษณ์ของวิถีชีวิตชนบท ผ่านคาเฟ่หลังคาทรงจั่วผืนใหญ่ หากให้ลองนึกถึงสิ่งที่สำคัญในการออกแบบสถาปัตยกรรม ส่วนผสมหลักที่สำคัญและขาดไปไม่ได้อย่างหนึ่งนั้นคือ สิ่งที่เรียกว่าจินตนาการ หรือหลายคนอาจเรียกว่าการคาดเดา การจำลอง การคาดการณ์เหล่านั้นอาจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว หรือยังไม่เคยเกิดขึ้น เพื่อทำให้ Owner หรือผู้ใช้งานอาคารคล้อยตาม หรือทำความเข้าใจในที่สิ่งสถาปนิกผู้ออกแบบต้องการจะสื่อสาร ในทุกองค์ประกอบของอาคารจึงเป็นส่วนจำเป็นที่จะต้องสร้างความรู้สึกให้กับผู้ใช้งาน พร้อมกับตอบโจทย์ต่อความต้องการของผู้ใช้งานเป็นอย่างดี “JARDIN” คำในภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า “สวน” ถูกหยิบยกนำมาตีความผสมรวมกับโจทย์ที่ทาง Owner ได้มอบให้กับทีมผู้ออกแบบจาก  IS-Studio Design ที่ต้องการขยายร้านคาเฟ่สาขาที่ 2 โดยยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายของความเป็นวิถีของชนบท และต้องการสร้างกลุ่มตลาดผู้ใช้งานใหม่ที่เป็นกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น สถาปนิกผู้ออกแบบจากเล่าให้ฟังถึงที่มา  “เมื่อพูดถึงคำว่า “สวน” ภาพแรกที่ลอยเข้ามาจากการสนทนากับทาง Owner คือภาพบ้านเล็กๆ หลังนึ่งที่ตั้งอยู่ท่ามกลางพันธุ์ไม้ในสวน “บ้าน”ในชนบทภาพในความทรงจำของทางผู้ออกแบบคือบ้านที่มีหลังคาเป็นทรงจั่ว พวกเราคิดว่ามันคือภาพจำที่ง่ายที่สุดเมื่อเราพูดถึงคำว่า “บ้าน” แนวคิดงานออกแบบคาเฟ่แห่งนี้ จึงตั้งใจนำหลังคาจั่วมานำเสนอและสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ว่าหลังคานั้นไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่เอาไว้บังแดดบังฝนแต่มันเป็นภาพลักษณ์และเสน่ห์ของอาคารได้อีกด้วย ” ผสานกิจกรรมของ 2 พื้นที่ด้วยหลังคาจั่วผืนใหญ่ ในการออกแบบอาคารหลังนี้ ทีมผู้ออกแบบตั้งใจออกแบบให้พื้นที่ใช้สอยทั้งหมด อยู่ภายใต้หลังคาจั่วผืนใหญ่ โดยภายใต้หลังคานี้แบ่งการใช้งานออกเป็น 2 พื้นที่…

  • Olympiastadion สนามลูกหนัง สถาปัตยกรรมไซส์ยักษ์ พื้นที่แสดงเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมของประเทศเยอรมนี

    Olympiastadion สนามลูกหนัง สถาปัตยกรรมไซส์ยักษ์ พื้นที่แสดงเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมของประเทศเยอรมนี

    Olympiastadion สนามลูกหนัง สถาปัตยกรรมไซส์ยักษ์ พื้นที่แสดงเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมของประเทศเยอรมนี จบลงไปแล้วกับงาน ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือยูโร 2024 ซึ่งสังเวียนสุดท้ายที่อังกฤษ กับ สเปน ชิงชัยกัน บนสนาม Olympiastadion (Berlin Olympic Stadium) หรือชื่อเต็มคือ โอลิมเปียชตาดิโยน สนามที่ใหญ่ที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2024 ด้วยมีความจุกว่า 71,000 คน วันนี้ Dsign Something ขอพาเพื่อน ๆ ร่วมค้นหาความหมายของสถาปัตยกรรมแห่งนี้ ที่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์อันทรงพลังในการสะท้อนถึงการเดินทางของประเทศเยอรมนีจากช่วงเวลาที่มืดมนสู่ประเทศแห่งความก้าวหน้า บนพื้นที่สนามลูกหนัง Olympiastadion  รูปภาพ Olympiastadion จาก https://archello.com/project/berlin-olympic-stadium สัญลักษณ์ และความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ที่มาจากสนามฟุตบอล  เดิมที Olympiastadion Berlin หรือสนามกีฬาโอลิมปิกสเตเดียม ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1916 ภายใต้ชื่อ Deutsches Stadion แต่เมื่อการแข่งขันที่ถูกยกเลิกไปเนื่องด้วยเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 โดยในปี 1931 เมืองเบอร์ลิน(ในช่วงขณะที่ยังไม่ถูกปกครองภายใต้พรรคนาซี) ได้รับเลือกให้จัดโอลิมปิกฤดูร้อนในปี 1936 …

  • Dhamarchitects ผู้ผสมผสานวัฒนธรรมพื้นถิ่น กับธุรกิจแฟรนไชส์

    Dhamarchitects ผู้ผสมผสานวัฒนธรรมพื้นถิ่น กับธุรกิจแฟรนไชส์

    Dhamarchitects ผู้ผสมผสานวัฒนธรรมพื้นถิ่น กับธุรกิจแฟรนไชส์ “ถึงเวลาที่จังหวัดแพร่ต้องเป็นที่รู้จักแล้ว” หนึ่งในบทสนทนาของ คุณทัช ธรัช ศิวภักดิ์วัจนเลิศ สถาปนิกผู้ออกแบบ The Pizza Company Phrae (ร้านเดอะพิซซ่าคอมปะนีแพร่) จาก Dhamarchitects ผู้ที่ผสมผสานธุรกิจแฟรนไชส์ไปพร้อมกับการชูเอกลักษณ์ท้องถิ่นออกมาในรูปแบบของสถาปัตยกรรมได้อย่างลงตัว กับเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ร้านอาหารแฟรนไชส์ภาพจำที่คุ้นตาของทุกคน ที่ถูกออกแบบขึ้นใหม่ด้วยความโดดเด่นจากการนำเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมสมัยนิยม ซึ่งพบอยู่โดยมากในท้องถิ่นเมืองแป้ (เมืองแพร่) สู่แนวคิดการหยิบนำวัฒนธรรมท้องถิ่นนำมาควบรวมกับภาคธุรกิจ ที่อาจจะเรียกว่า Soft Power ก็เป็นได้  คุณธรัช ศิวภักดิ์วัจนเลิศ :  แรกเริ่มออฟฟิศเราได้เคยมีโอกาสร่วมงานกับทางเจ้าของแฟรนไชส์ ผู้ที่เป็นเจ้าของแฟรนไชส์หลายเจ้าในภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ ลำปาง แพร่ น่าน ฯ ใน Project แรกเลยที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งทำให้ทาง Owner ได้รู้จักเราด้วยแนวคิดของการหยิบนำ วัฒนธรรมท้องถิ่นนำมาควบรวมกับภาคธุรกิจ ที่อาจจะเรียกว่า Soft Power ก็ได้ อีกทั้งมันเป็นสิ่งที่ทำให้กำลังขายมันเพิ่มขึ้น   DNA ในงานออกแบบของ Dhamarchitects  คุณธรัช ศิวภักดิ์วัจนเลิศ : เราจะมี 3…

  • Speck Hostel โฮสเทลที่ใช้สีแทนการแบ่งโซนได้อย่างชาญฉลาด

    Speck Hostel  โฮสเทลที่ใช้สีแทนการแบ่งโซนได้อย่างชาญฉลาด

    Speck Hostel โฮสเทลที่ใช้สีแทนการแบ่งโซนได้อย่างชาญฉลาด โฮสเทลที่ใช้สีแทนการแบ่งโซนได้อย่างชาญฉลาด การออกแบบโดย Supermachine Studio ที่โดดเด่นเรื่องการใช้สีในงานออกแบบ จนเป็นเอกลักษณ์ที่คนในวงการสถาปัตยกรรมต้องนึกถึง  โดยโฮสเทลนี้ผสมผสานประเพณีและความทันสมัยอย่างลงตัว สร้างพื้นที่ที่มีกลิ่นอายกรุงเทพฯ ผ่านองค์ประกอบที่แม้จะมีพื้นที่จำกัดแต่ก็สามารถแทรกลูกเล่นเข้าไปได้ เหมาะกับเป็นพื้นที่ที่คนจากทั่วมุมโลกจะมาพบปะ ใช้เวลาส่วนหนึ่งทำความรู้จัก ทักทายกัน ผ่านพื้นที่ส่วนกลางของที่นี่! สี / สรรค์ / Color โทนสีขาวและน้ำเงินสดใสถูกนำมาใช้ทั่วทั้งโฮสเทล โดยสีน้ำเงินนำทางเข้าสู่ล็อบบี้หลักที่ใช้เป็นคาเฟ่ได้ด้วย เคาน์เตอร์ต้อนรับทำจากคอนกรีตเทอราซโซสีขาว มีลายเส้นเด่นชัดนำไปสู่ลานเล็กๆ ด้านหลังที่เปี่ยมไปด้วยแสงธรรมชาติ คาเฟ่โทนน้ำเงินสูงสองชั้นเชื่อมโยงกับโซนอาหารเช้าสีขาวบนชั้นลอย เกิดเป็นการผสมผสานฟังก์ชันได้อย่างลงตัว พื้นที่ต้อนรับโทนน้ำเงินและขาวนี้ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าพักได้พบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ไม่ใช่แค่ใช้งานได้จริง แต่ยังเป็นศูนย์รวมให้ได้นั่งชิลและสานสัมพันธ์กับเหล่านักเดินทางอีกด้วย นอกจากนั้นห้องพักแต่ละประเภท ยังถูกแบ่งด้วยสีไทยโทน เช่น คู่สีแดงและเขียว  และท่ามกลางการตกแต่งภายในคุณจะพบกับเรื่องราวและเรื่องราวต่างๆ ของกรุงเทพฯ ที่มีอยู่มากมาย เช่น element ของกรงนก สถาปนิกได้รักษาองค์ประกอบดั้งเดิมของอาคารเอาไว้หลายจุด อย่างบันไดและป้ายชั้นที่มีอยู่เดิม นำมาผสานกับงานออกแบบใหม่ กลายเป็นการตกแต่งที่ระลึกถึงความหลังของสถานที่แห่งนี้ เมื่อสัมผัสพื้นที่ย้อนอดีตเหล่านี้ก็จะช่วยเพิ่มเอกลักษณ์และมิติให้กับโฮสเทลใหม่เอี่ยมให้มีเรื่องราวซ่อนอยู่ เนื่องจากบันไดเดิมไม่เข้ากับคอนเซ็ปต์ใหม่ เราเลยออกแบบบันไดโค้งเวียนสีน้ำเงินขึ้นมาแทน เชื่อมต่อทั้ง 5 ชั้นไว้ด้วยกัน พร้อมลิฟต์ใหม่เอี่ยมอำนวยความสะดวกในการเดินทางภายในตึก บันไดน้ำเงินนี่แหละที่เป็นบันไดสีแรกของ Supermachine Studio…

  • Sheruta 108 บ้านพักตากอากาศ ที่สะท้อนทิวเขาแม่ออนโดยใช้เส้นนอน และพร้อมถ่อมตนให้กับธรรมชาติ

    Sheruta 108 บ้านพักตากอากาศ ที่สะท้อนทิวเขาแม่ออนโดยใช้เส้นนอน และพร้อมถ่อมตนให้กับธรรมชาติ

    Sheruta 108 T บ้านพักตากอากาศ ที่สะท้อนทิวเขาแม่ออนโดยใช้เส้นนอน และพร้อมถ่อมตนให้กับธรรมชาติ ถ้าจะมีบ้านตากอากาศสักหลัง ก็คงอยากได้บ้านที่เป็นเหมือนการตั้งแคมป์ สามารถดูวิวได้ทุกองศา อยากมีหลังคาที่ดูบางเฉียบเหมือนฟลายชีท มีเสาภายนอกที่ออกแบบเป็นเส้นตั้งเรียวเล็กคล้ายเหล็กตั้งเต้นท์ ทั้งหมดนี้อยู่ใน Sheruta 108 บ้านพักที่ออกแบบโดย INLY STUDIO องค์ประกอบที่ดูเหมือนง่ายแต่ซ่อนไปด้วยเทคนิคอันซับซ้อน วันนี้เราจะพาไปสำรวจซอกมุมของบ้านหลังนี้กัน Sheruta – Shelter ดึงบริบทภายนอกมาเป็นส่วนหนึ่งของ ‘เปลือก’ อาคาร อาคารแห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นบ้านพักตากอากาศ โดยมีฟังก์ชันการใช้งานที่เรียบง่าย และผังบริเวณที่โล่งโปร่ง เพื่อความสะดวกในการปรับเปลี่ยนการใช้สอยตามความต้องการของผู้พักอาศัย ตั้งอยู่บนพื้นที่ระหว่างแนวเขาในอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 275 ตารางเมตร ผู้ออกแบบวางผังบ้านให้มีความเรียบง่าย มีคอร์ทไม้กลางบ้านเป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับเจ้าของบ้าน ผนังกระจกของบ้านมีม่านซ้อนเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว และใช้เฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เพื่อความยืดหยุ่นในการจัดวางพื้นที่ใช้สอย ตัวอาคารมีรั้วเหล็กโปร่งแบบเรียบง่ายล้อมรอบ เพื่อบอกขอบเขตของพื้นที่ โดยผนังกระจกของอาคารสะท้อนบริบทของทิวเขาโดยรอบ สร้างการรับรู้สภาพแวดล้อมธรรมชาติได้อย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากตัวอาคารแล้ว ภายนอกยังมีพื้นที่แคมป์ปิ้งสำหรับการพักผ่อนและสังสรรค์ด้วย โดยมีแนวคิดหลักจากคำว่า “Shelter” ให้ความรู้สึกเสมือนเป็นที่พักพิงสำหรับหลบหนีความวุ่นวายจากเมืองมาสู่ธรรมชาติอันงดงาม Horizon Linear สร้างความรู้สึกเบาและลอยโดยใช้เส้นนอนในการออกแบบ สถานที่ตั้งของบ้านหลังนี้ล้อมรอบด้วยเทือกเขาและทุ่งนาของชาวบ้าน มีบ่อน้ำตามธรรมชาติอยู่ด้านข้าง ทำเลที่ตั้งเปิดโล่งกว้างขวาง เผยให้เห็นวิวทิวทัศน์ของน้ำและขุนเขาอันสวยงามในระยะไกล…