เมืองของเรากำลังพัฒนา เพื่อตอบโจทย์ใคร?
เมืองที่ดีต้องเริ่มจากชีวิต เรากำลังออกแบบเมืองเพื่อตอบโจทย์ผู้คนจริงหรือไม่?
ทุกวันนี้ เมืองของเรากำลังพัฒนาไปในทิศทางที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้คนจริงหรือเปล่า?
เรากำลังสร้างเมืองให้เป็นสถานที่ที่น่าอยู่ หรือแค่สร้างโครงสร้างที่สวยงามแต่ไร้ชีวิต?
ในขณะที่เมืองใหญ่ทั่วโลกขยายตัวอย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญคือ เมืองเหล่านั้นถูกออกแบบเพื่อตอบสนอง “ชีวิต” ของผู้คนที่อาศัยอยู่หรือไม่? หรือแท้จริงแล้ว เรากำลังออกแบบเมืองเพื่อ “ระบบ” มากกว่าความเป็นอยู่ของผู้คน?
คำถามเหล่านี้นำไปสู่แนวคิดของ Mr. Esben Neander Kristensen สถาปนิกจาก Gehl Architects ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกด้านการออกแบบเมืองเพื่อมนุษย์ (Human-Centered Urban Design) ให้ความสำคัญกับ “People-first Design” หรือการออกแบบโดยยึดพฤติกรรมและความต้องการของผู้คนเป็นหลัก แนวคิดนี้มีอิทธิพลต่อการพัฒนาเมืองในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงกรุงโคเปนเฮเกน เมลเบิร์น นิวยอร์ก และเม็กซิโกซิตี้
เมืองที่ดีต้องเริ่มจากชีวิต แนวทางการออกแบบพื้นที่ที่เอื้อต่อสุขภาวะของผู้คน
“เมืองที่ดีคือเมืองที่ออกแบบจากชีวิตของผู้คน” คำกล่าวนี้เป็นหัวใจของการออกแบบเมืองยุคใหม่ ซึ่ง Mr. Esben Neander Kristensen – Team Director, Masterplanning & Design Global และ Partner แห่ง Gehl Architects จากเดนมาร์ก ได้กล่าวไว้ในงาน Active City Forum 2024 ที่จัดขึ้นโดย We Park ว่า “การออกแบบเมืองที่ดี ไม่ได้เริ่มต้นจากโครงสร้างพื้นฐานหรืออาคารสูงเสียดฟ้า แต่ต้องเริ่มต้นจาก ‘ชีวิต’ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่เหล่านั้น”
การออกแบบที่เป็นมากกว่าพื้นที่ แต่เป็นระบบชีวิต
ในอดีต เรามักมองว่า “สุขภาพ” เป็นเรื่องของโรงพยาบาลและระบบสาธารณสุข แต่ Mr. Esben Neander Kristensen ชี้ให้เห็นว่า สุขภาพของประชาชนถูกกำหนดโดยพื้นที่ที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน ไม่ใช่แค่โรงพยาบาล แต่รวมถึงถนน ตลาด ร้านอาหาร โรงเรียน และพื้นที่สาธารณะ “เมืองที่ดีต้องไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ที่เราอยู่ แต่ต้องเป็นระบบที่ช่วยให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น”
ตัวอย่างหนึ่งที่ Gehl Architects ศึกษาคือ การออกแบบซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศแถบนอร์ดิก ซึ่งสามารถดึงดูดผู้คนให้เข้ามาใช้บริการได้มากพอ ๆ กับจำนวนผู้ป่วยที่เข้าโรงพยาบาลในประเทศนั้น ๆ ในแต่ละปี หากพื้นที่เหล่านี้ได้รับการออกแบบให้เอื้อต่อสุขภาพ เช่น มีจุดพักผ่อน มีอาหารสุขภาพจำหน่าย และกระตุ้นให้ผู้คนเคลื่อนไหว เมืองก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพโดยปริยาย
#EditorNote ใจกลาง Jernbanebyen หรือ The Railway District พื้นที่รอการพัฒนาที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโคเปนเฮเกน มีอาคารที่ชื่อว่า Spor10 ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงสร้างทางกายภาพ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างชุมชนที่มีชีวิตก่อนที่โครงการจะแล้วเสร็จ Spor10 ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เคยเป็นศูนย์กลางของระบบขนส่งสินค้าทางรถไฟของเมือง และแม้ทุกวันนี้ยังมี
เวิร์กช็อปรถไฟที่ทำงานอยู่ พื้นที่นี้ก็กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นย่านอยู่อาศัยและพื้นที่ทำงานที่ยั่งยืน
แนวคิดหลักของ Spor10 คือการสร้างสถานที่ที่ผู้คนสามารถพบปะ เชื่อมโยง และใช้ชีวิตในแบบที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น แทนที่จะรอให้ทุกอย่างพร้อม Spor10 กลับเลือกที่จะเริ่มต้นการสร้างวัฒนธรรมของพื้นที่ตั้งแต่วันนี้ โดยเปิดให้เกิดกิจกรรมที่สนับสนุนวิถีชีวิตที่สมดุล ทั้งตลาดเกษตรกร ร้านอาหารเพื่อสุขภาพ การออกกำลังกายกลางแจ้ง และพื้นที่เรียนรู้ที่เปิดกว้าง
Spor10 สะท้อนถึงแนวคิดการออกแบบเชิงทดลองและยืดหยุ่น โดยโครงสร้างอาคารได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของชุมชน ตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของเมืองที่กำลังเติบโตขึ้นรอบตัว วัสดุที่ใช้มีความเป็นธรรมชาติและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีองค์ประกอบของโครงสร้างเดิมที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ ทำให้เกิดบทสนทนาระหว่างอดีตและอนาคต
หลักการออกแบบเมืองที่เอื้อต่อสุขภาวะของผู้คน
แนวคิดของ Gehl Architects เน้นว่าการออกแบบเมืองต้อง ไม่เริ่มจากสถาปัตยกรรม แต่ต้องเริ่มจากพฤติกรรมของมนุษย์
เมืองต้องออกแบบจากมุมมองของ “ผู้ใช้” ไม่ใช่แค่ “นักออกแบบ”
หนึ่งในประเด็นที่ Mr. Esben Neander Kristensen เน้นย้ำคือ “เราไม่สามารถออกแบบเมืองโดยนั่งอยู่แต่ในออฟฟิศได้” เมืองที่ดีต้องเกิดจากการสังเกตพฤติกรรมของผู้คนจริง ๆ
ตัวอย่างเช่น ในโคเปนเฮเกน ทีมของ Gehl Architects พบว่า เส้นทางเดินที่ถูกออกแบบให้ตรงเป๊ะกับผังเมือง มักไม่ใช่เส้นทางที่ผู้คนเลือกเดินจริง ๆ ดังนั้น วิธีการที่ถูกต้องคือการศึกษาว่าผู้คนเดินอย่างไร นั่งตรงไหน และใช้พื้นที่สาธารณะอย่างไร แล้วจึงออกแบบให้รองรับพฤติกรรมเหล่านั้น
เมืองควรเอื้อต่อการเดิน (Walkability) และการใช้พื้นที่สาธารณะ
“เมืองที่น่าอยู่คือเมืองที่เดินได้” คือหลักการสำคัญที่ Gehl Architects ใช้ในการพัฒนาเมืองทั่วโลก แนวคิด “15-Minute City” หรือ “เมือง 15 นาที” คือแนวคิดที่ว่า เมืองควรได้รับการออกแบบให้ทุกสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตสามารถเข้าถึงได้ภายในระยะเดินถึง เช่น ร้านค้า โรงเรียน สวนสาธารณะ หรือแม้แต่สถานที่ทำงาน
“มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วเฉลี่ยเพียง 5 กม./ชม. เมืองที่ดีจึงต้องถูกออกแบบให้รองรับการเดินและการใช้ชีวิตในระดับมนุษย์” Mr. Esben Neander Kristensen
เมืองควรส่งเสริมการเข้าถึงอาหารสุขภาพ
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสุขภาวะของประชาชนคือ “อาหาร” ปัญหาที่พบในหลายเมืองคืออาหารสุขภาพมักเข้าถึงได้ยาก และร้านสะดวกซื้อหรือฟาสต์ฟู้ดมักมีอยู่ทุกที่ Mr. Esben Neander Kristensen แนะนำว่า เมืองควรออกแบบให้เอื้อต่อการเข้าถึงอาหารที่ดีขึ้น เช่น เพิ่มตลาดสดและตลาดชุมชนที่มีคุณภาพ , ส่งเสริมโครงการเกษตรในเมือง (Urban Farming) , ออกแบบพื้นที่ค้าขายให้สะอาดและน่าใช้งาน
เมืองควรออกแบบให้เชื่อมโยงคนเข้าหากัน
“มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เมืองที่ดีต้องสร้างโอกาสให้ผู้คนได้พบปะกัน” Gehl Architects พบว่า เมืองที่มีพื้นที่สาธารณะที่ออกแบบให้เอื้อต่อการพบปะ เช่น ลานกิจกรรม สนามเด็กเล่น หรือพื้นที่นั่งเล่นในสวนสาธารณะ ช่วยลดปัญหาความโดดเดี่ยวของคนเมืองได้จริง
อุปสรรคของการพัฒนาเมืองสุขภาพ
แม้ว่าแนวคิดเมืองสุขภาพจะได้รับการสนับสนุนจากนักออกแบบเมืองและองค์กรด้านสุขภาพทั่วโลก แต่ Mr. Esben Neander Kristensen ชี้ให้เห็นว่า “ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดคือการทำงานแบบแยกส่วน”
หน่วยงานที่ดูแลถนนไม่ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่ดูแลสวนสาธารณะ , นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สร้างโครงการโดยไม่คำนึงถึงพื้นที่สีเขียว ,ระบบขนส่งมวลชนที่เน้นความสะดวกของรถยนต์มากกว่าคนเดิน
การแก้ปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่าง หลายภาคส่วน ไม่ใช่แค่รัฐบาล แต่รวมถึงนักพัฒนาเมือง นักออกแบบ และประชาชน
เมืองเป็นส่วนหนึ่งของระบบสาธารณสุข
“หากเรามองเมืองเป็นส่วนหนึ่งของระบบสาธารณสุข เราจะเห็นว่าทุกตรอกซอกซอย อาคาร และพื้นที่สาธารณะ ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้คน” Mr. Esben Neander Kristensen
เมืองที่ดีไม่ใช่เมืองที่มีตึกสูงที่สุด หรือมีโครงสร้างพื้นฐานที่ล้ำสมัยที่สุด แต่เป็นเมืองที่ทำให้คนที่อาศัยอยู่ มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด แนวคิดของ Gehl Architects และคำแนะนำของ Mr. Esben Neander Kristensen ทำให้เราเห็นว่า เมืองที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มันต้องถูกออกแบบขึ้นจากความเข้าใจใน “ชีวิตของผู้คน” ที่อาศัยอยู่ในนั้น
การพัฒนาเมืองไม่ใช่แค่เรื่องของโครงสร้างพื้นฐานหรือความสวยงาม แต่ต้องเริ่มจากความเข้าใจในชีวิตของผู้คนที่อยู่อาศัย แนวคิด People-first Design ของ Gehl Architects เน้นการออกแบบเมืองที่เอื้อต่อสุขภาวะ เช่น การเดินทางที่สะดวก (Walkability) การเข้าถึงอาหารสุขภาพ และการสร้างพื้นที่สาธารณะที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการทำงานที่แยกส่วนของหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้เมืองขาดความเป็นระบบ แนวทางแก้ไขคือ ความร่วมมือจากทุกฝ่ายเพื่อสร้างเมืองที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพ ให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่แค่รองรับระบบโครงสร้างของเมืองเท่านั้น
การออกแบบเมืองไม่ใช่แค่การสร้างอาคาร แต่คือการสร้างชีวิตใหม่ให้กับผู้คน ในฐานะของสถาปนิกผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเมืองให้เป็นสถานที่ที่ไม่เพียงแค่สวยงาม แต่ยังเป็นที่ที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ พร้อมที่จะท้าทายขีดจำกัดของการออกแบบเพื่อสร้างเมืองที่เป็นมิตรต่อทุกชีวิตหรือยัง?
Heamarat C.
สถาปนิกจำเป็น ที่ทำงานออกแบบเป็นงานอดิเรก มีความสนใจในการทำความเข้าใจแนวคิดและที่มาของงานออกแบบต่าง ๆ ที่พบเจอ ให้กลายเป็นเรื่องเล่า

