OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM

info@sitename.com | 987654321

Design Makes A Better Life.

การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์

Service Center of the Desert Galaxy Camp เล่าขานประวัติศาสตร์ และตำนานผ่าน สถาปัตยกรรมที่ฝั่งตัวท่ามกลางทะเลทราย

  • Service Center of the Desert Galaxy Camp เล่าขานประวัติศาสตร์ และตำนานผ่าน สถาปัตยกรรมที่ฝั่งตัวท่ามกลางทะเลทราย

    Service Center of the Desert Galaxy Camp เล่าขานประวัติศาสตร์ และตำนานผ่าน สถาปัตยกรรมที่ฝั่งตัวท่ามกลางทะเลทราย

    Service Center of the Desert Galaxy Camp เล่าขานประวัติศาสตร์ และตำนานผ่านสถาปัตยกรรมที่ฝั่งตัวท่ามกลางทะเลทราย Service Center of the Desert Galaxy Camp คือพื้นที่รองรับนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนหนึ่งของอาคารถูกซ่อนตัวอยู่ใต้สภาพแวดล้อมของทะเลทราย  ด้วยแนวคิดของการออกแบบเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทอันเฉพาะเจาะจง ทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นดูคล้ายกับการจำลองรูปทรงของกล่องสมบัติที่ถูกฝังอยู่ใต้ทะเลเลทราย โดยผลงานอันโดดเด่นชิ้นนี้ได้รับการออกแบบจาก 3andwich Design สตูดิโอออกแบบสถาปัตย์สัญชาติจีนนั่นเอง  โครงการแห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านท่องเที่ยวชื่อดังของเมือง Zhongwei เขตการปกครองตนเอง Ningxia Hui Autonomous Region (NHAR) ประเทศจีน แวดล้อมไปด้วยทะเลทราย ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาการท่องเที่ยวในพื้นที่ทะเลทรายกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก   Desert Galaxy Camp เป็นค่ายที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ในฐานะอาคารหลักของพื้นที่ โดยโครงการนี้ไม่เพียงแต่ให้การสนับสนุนแก่การตั้งแคมป์ แต่ยังคงทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของทั้งค่ายอีกด้วย   ทะเลทรายคือองค์ประกอบทางธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของพื้นที่บริเวณนี้ ด้วยลักษณะของภูมิประเทศบวกกับสภาพแวดล้อมโดยรอบอันประกอบไปด้วยเนินทรายทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ระลอกคลื่นทรายที่เกิดขึ้นเป็นจังหวะจากลมที่พัดผ่าน รวมถึงพืชทะเลทรายที่มีดอกสีเหลืองอ่อนบนกิ่งก้านแห้งกรอบ แสดงออกให้เห็นถึงสัดส่วนที่เป็นเอกลักษณ์ของสภาพแวดล้อมทะเลทราย สิ่งนี้เองที่้สถาปนิกผู้ออกแบบต้องทำความเข้าใจในพื้นที่และการตั้งอยู่ของตัวอาคารอย่างถี่ถ้วน  สถาปัตยกรรมที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ทะเลทราย  ด้วยรูปลักษณ์ที่น่าค้นหา และชวนให้ผู้พบเห็นเกิดความตื่นตา ทำให้เราไม่แปลกใจเลยเมื่อได้รู้ว่า Service Center of the Desert…

  • Chapel of Sound คอนเสิร์ตฮอลล์กลางแจ้ง ที่ซ่อนตัวละกลมกลืนไปกับภูมิทัศน์ธรรมชาติของหุบเขา

    Chapel of Sound  คอนเสิร์ตฮอลล์กลางแจ้ง ที่ซ่อนตัวละกลมกลืนไปกับภูมิทัศน์ธรรมชาติของหุบเขา

    Chapel of Sound คอนเสิร์ตฮอลล์กลางแจ้ง ที่ซ่อนตัวละกลมกลืนไปกับภูมิทัศน์ธรรมชาติของหุบเขา จะเป็นอย่างไรหากเราได้ดื่มด่ำเสียงดนตรี รับชมการแสดงภายใต้บรรยากาศที่ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ The Chapel of Sound คอนเสิร์ตฮอลล์กลางแจ้ง ที่ซ่อนตัวละกลมกลืนไปกับภูมิทัศน์ธรรมชาติของหุบเขา ตั้งอยู่ภายในหุบเขาที่อยู่ห่างจากกรุงปักกิ่งเพียง 2 ชั่วโมง ที่ได้รับการออกแบบโดย Open Architecture ด้วยแนวคิดของการออกแบบที่สร้างบรรยากาศความรู้สึกที่ราวกับว่าตัวสถาปัตยกรรม เป็นก้อนหินก้อนยักษ์ที่รั่วหล่นลงมาจากท้องฟ้า สร้างประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ของสถาปัตยกรรม บนธรรมชาติ อาคารแห่งนี้ได้รับการก่อสร้างขึ้นจากคอนกรีตทั้งหมด ที่ได้รับการเสริมความแข็งแรงของตัวอาคารด้วยหินที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุจากในท้องถิ่นที่จะปรากฏอยู่ในพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของอาคารไม่ว่าจะเป็นอัฒจันทร์กึ่งกลางแจ้ง เวทีกลางแจ้ง จุดชมวิว และพื้นที่ส่วนอื่น ๆ The Chapel of Sound ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ไม่คุ้นชินให้แก่ผู้คนที่เข้ามาใช้งานอาคาร และเพื่อการดื่มด่ำของเสียงดนตรีที่จัดแสดงท่ามการบรรยากาศของธรรมชาติ โดยสถาปนิกผู้ออกแบบยังเล่าต่อว่า ในการออกแบบเขายังต้องการให้ผู้ที่เข้ามาใช้งานอาคารรู้สึกถึงความสงบที่เกิดขึ้น เพื่อปรับอารมณ์ของผู้ชม และพร้อมที่จะฟังเสียงของธรรมชาติ ที่ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบของเขา Li Hu และ Huang Wenjing สถาปนิกผู้ออกแบบ และพันธมิตรผู้ก่อตั้ง Open Architect มีแนวคิด และแรงผลักดันด้วยความต้องการที่อยากจะลดพื้นที่ของคอนเสิร์ตฮอลล์ในหุบเขา ให้เหลือพื้นที่ใช้สอยน้อยที่สุดด้วยการสร้างโครงสร้างที่เชื่อมโยงกับภูมิทัศน์ธรรมชาติ ด้วยรูปลักษณะของโครงสร้างที่มีลักษณะคล้ายหินที่ประกอบร่างขึ้นมา…

  • วัสดุมุงหลังคาที่ให้ผิวสัมผัสธรรมชาติ แห่งบ้านพื้นถิ่น

    วัสดุมุงหลังคาที่ให้ผิวสัมผัสธรรมชาติ แห่งบ้านพื้นถิ่น

    วัสดุมุงหลังคาที่ให้ผิวสัมผัสธรรมชาติ แห่งบ้านพื้นถิ่น หลายครั้งที่เรามักเห็นคนในเมืองไปสร้างบ้านพักตากอากาศที่ต่างจังหวัด ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นต้องการบ้านที่ให้ความรู้สึกแตกต่างไปจากบ้านในเมือง แต่ยังให้ความรู้สึกสะดวกสบายในการใช้งานอยู่ ดั่งเช่นเจ้าของบ้านหลังนี้ที่มอบหมายให้ ‘ช่างเฮ็ดแบบ’ กลุ่มผู้ออกแบบที่ใช้วัสดุท้องถิ่น อย่างไม้เก่า มาดีไซน์ร่วมกับวัสดุสมัยใหม่อย่าง คอนกรีต และนวัตกรรมหลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์ ออกมาเป็นบ้านพักตากอากาศ ที่ผสมผสานความเป็นบ้านพื้นถิ่น และความโมเดิร์นได้อย่างลงตัว บ้านที่แสดงถึง ลายเซ็น สถาปนิก หากใครติดตามเพจ ‘ช่างเฮ็ดแบบ’ คงจะคุ้นเคยกับบ้านพื้นถิ่นที่ทำให้ผู้อยู่อาศัยได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ แต่ในขณะเดียวกันก็ดูร่วมสมัย และตอบโจทย์ฟังก์ชันการใช้งานสำหรับคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งเอกลักษณ์ของ คุณน๊อต สุริยา เขาทอง สถาปนิกจาก ช่างเฮ็ดแบบ คือการนำไม้เก่าที่มีอยู่เดิมในท้องถิ่นนั้น ๆ มาประยุกต์ใช้กับบ้านที่กำลังก่อสร้าง นอกจากจะเป็นเสน่ห์ของบ้านพื้นถิ่นแล้ว ยังเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าอีกด้วย ในการออกแบบบ้านหลังหนึ่ง  “ก่อนจะออกแบบบ้านหลังหนึ่ง ถ้าเป็นไปได้ผมจะขอเจ้าของพื้นที่ไปกางเต็นท์นอน อย่างน้อย หนึ่งคืน เพื่อเป็นการเรียนรู้ไซต์ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น เห็นวิถีชีวิตของคนบริเวณนั้นว่าอยู่กันยังไง หรือบริเวณนี้มีกิจกรรมอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะออกแบบให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเดิม” คุณน๊อต เล่าถึงวิธีการศึกษาบริบท และสภาพแวดล้อมที่สมจริงที่สุด การกระทำแบบนี้ทำให้ดีไซเนอร์เข้าถึงบรรยากาศจริงของพื้นที่ ได้รู้ทิศพระอาทิตย์ที่ชัดเจน แม้กระทั่งเสียงของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในบริเวณนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสำคัญต่อการออกแบบ แลกเปลี่ยนความรู้กับคนในชุมชน หลายครั้งที่สถาปนิกต้องเปลี่ยนไซต์งานไปเรื่อย ๆ…

  • ทึบนอก โปร่งใน Lom.Haijai Tranquil

    ทึบนอก โปร่งใน Lom.Haijai Tranquil

    ทึบนอก โปร่งใน Lom.Haijai Tranquil ภาพจำของทาวน์โฮมในความทรงจำคนเจเนอเรชั่น Millennials ขึ้นไป เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นภาพของบ้านมีที่โรงจอดรถแคบๆเป็นแผนกต้อนรับ ซ้ำยังระเกะระกะไปด้วยข้าวของกองสุม และแน่นอนว่าต้องเป็นบ้านที่คนข้างนอกสามารถมองเข้าไปถึงห้องนั่งเล่นผ่านมุ้งลวดได้อย่างง่ายดาย แต่ปัจจุบัน การพัฒนาเชิงการออกแบบของทาวน์โฮมสมัยใหม่นั้นเปลี่ยนไปมากจนพลิกโฉมรูปแบบเก่าๆไปเลยทีเดียว Lom.Haijai Tranquil เป็นโครงการทาวน์โฮมผลงานการออกแบบจาก Studionomad ที่มีหน้าตาเปลี่ยนไปจากภาพจำของทาวน์โฮมในใจใครหลายๆคน สำหรับเราความประทับใจเมื่อแรกเห็นคือภาพอาคารช่วงกลางคืนที่ตามขอบฟาซาดปิดทึบทั้งสามเลเยอร์มีแสงไฟเปล่งประกายออกมา แม้ในทีแรกจะไม่แน่ใจนักว่าที่แห่งนี้เป็นอาคารประเภทใด แต่เราก็รู้สึกอยากเข้าไปลองสัมผัสสเปซภายในโดยทันที กระทั่งเมื่อได้ทราบจากสถาปนิกผู้ออกแบบว่าแท้จริงแล้วโครงการนี้เป็น residential project เราก็ยิ่งรู้สึกชอบใจและแอบคุยกับตัวเองในหัวว่านี่แหละคือ definition ใหม่ของการอยู่อาศัยแบบทาวน์โฮม สถาปนิกเล่าให้เราฟังว่าอาคารแต่ละยูนิตนั้นถูกสร้างขึ้นผ่านแนวคิด “ยกข้างนอก มาไว้ข้างใน” เพื่อเป็นประโยชน์ต่อความเป็นส่วนตัวแสนเงียบสงบของผู้อยู่อาศัย ซึ่งแนวคิดที่ว่านี้ก็ได้นำพาไปสู่การออกแบบฟาซาดให้มีลักษณะปิดทึบ เนื่องจากที่ดินนั้นมีความยาวถึง 32 เมตร จึงเอื้ออำนวยเป็นอย่างมากต่อการสร้างบรรยากาศโปร่งสบายภายในตัวอาคาร เราไม่แน่ใจนักว่าในทางเทคนิคแล้วพื้นที่ส่วนกลางของโครงการนั้นจะสามารถใช้คำว่า Triple Volume เรียกแทน Double Volume ได้หรือไม่ เนื่องจากสเปซในบริเวณนี้ถูกสร้างให้มีความโล่งโปร่งด้วยเพดานสูงถึงชั้นสามของบ้าน ด้วยเหตุนี้จึงไม่ก่อให้เกิดความรู้สึกอึดอัดคับแคบเหมือนอย่างทาวน์โฮมสมัยเก่าเลยแม้แต่น้อย สเปซสีเขียวอันแสนมีชีวิตชีวาเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เราถือว่าเป็นไฮไลท์ของโครงการ พื้นที่สำหรับต้นไม้ใบหญ้าน่ารักน่ามองเหล่านี้ถูกผู้ออกแบบโปรยไว้อยู่หลายจุดภายในตัวอาคารเลยทีดียว ทั้งที่โถงบันได ระเบียงห้องนอน หรือแม้กระทั่งห้องน้ำ ไม่เพียงแต่การรักษาความเป็นส่วนตัวจากคนนอกเท่านั้น แม้กระทั่งความเป็นส่วนตัวของ users แต่ละคนก็ยังได้รับการไตร่ตรองมาแล้วเป็นอย่างดีจากสถาปนิกเช่นกัน ตัวอย่างที่น่าจะทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้นการจัดวางตำแหน่งของห้องนอนแต่ละห้อง void…

  • Lang Suan House บ้านสวนริมน้ำที่ถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์ และวิถีชีวิตจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก

    Lang Suan House  บ้านสวนริมน้ำที่ถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์ และวิถีชีวิตจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก

    Lang Suan House บ้านสวนริมน้ำที่ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งวิถีชีวิตและประสบการณ์จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก เมื่อความโหยหาธรรมชาติในวันวาน นำพาไปสู่การออกแบบบ้านกลางเมืองที่รายล้อมด้วยบรรยากาศเขียวขจี Lang Suan House บ้านที่จะมอบวิถีชีวิตภายใต้ภาพแห่งความทรงจำในวัยเด็กของทาง Owner ผลงานการออกแบบโดยคุณหนึ่ง เอกภาพ ดวงแก้ว จาก EKAR จึงถูกสร้างขึ้นมาใหม่ โดยมีต้นไม้และสายน้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญ คุณหนึ่ง เอกภาพดวงแก้ว สถาปนิกผู้ออกแบบจาก EKAR ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้น และความเป็นมาของบ้านหลังนี้ว่า “บ้านหลังสวน มีจุดเริ่มต้นจากความต้องการของทาง Owner ที่อยากจะสร้างบ้านขึ้นภายในพื้นที่ 12 ไร่ ที่เขานั้นเป็นเจ้าของ เพื่อใช้สำหรับการพักอาศัยร่วมกันภายในครอบครัว ที่ประกอบไปด้วยสมาชิก 5 คน พ่อ แม่ และลูกทั้ง 3 ซึ่งนำมาสู่การพูดคุยแลกเปลี่ยนรูปแบบวิถีชีวิต และกิจกรรมของผู้พักอาศัย เพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจ และบอกถึงความต้องการของพื้นที่การใช้งานแก่สถาปนิกผู้ออกแบบ” จึงเกิดเป็นข้อสรุปที่ว่าด้วยความสุขภายใต้รูปแบบการดำเนินชีวิตที่รายล้อมไปด้วยน้ำทะเลในความทรงจำวัยเด็กของ owner ซึ่งเขาได้กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจ “ถึงผมจะมีที่ดิน 1000 ตร.ม. แต่ผมก็อยากกลับไปอยู่ที่ต่างจังหวัด ไม่ต้องการบ้านหลังใหญ่ แต่ต้องการเพียงแค่บ้านหลังเล็ก ๆ ที่พอดี เป็นบ้านสวน…

  • Kempegowda International Airport Bengaluru Terminal 2: The Vernacular of Indian Architectural Language

    Kempegowda International Airport Bengaluru Terminal 2: The Vernacular of Indian Architectural Language

    Kempegowda International Airport Bengaluru Terminal 2: The Vernacular of Indian Architectural Language Since the advent of commercial air travel, the international airport has become the primary gateway to any city. As in Bangalore, one of India’s largest and most rapidly expanding cities, its airport serves as a crucial welcoming point for global travelers. “Terminal in…

  • Varinah Resort ปิดล้อมสเปซรีสอร์ทด้วยธรรมชาติ และเปิดรับพื้นที่การใช้งานอย่างมีศิลปะ

    Varinah Resort ปิดล้อมสเปซรีสอร์ทด้วยธรรมชาติ และเปิดรับพื้นที่การใช้งานอย่างมีศิลปะ

    Varinah Resort ปิดล้อมสเปซรีสอร์ทด้วยธรรมชาติ และเปิดรับพื้นที่การใช้งานอย่างมีศิลปะ Varinah Resort ผลงานการออกแบบจาก mArchten Co., Ltd ถูกสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิดการดึงบรรยากาศธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ภายในโครงการ ด้วยบริบทสุด exclusive ที่รายล้อมไปด้วยภูเขาและผืนทะเลฝั่งอ่าวไทยในเขตพื้นที่อำเภอสามยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งผลให้การออกแบบที่มุ่งเน้นความสอดคล้องระหว่างสิ่งปลูกสร้างและธรรมชาติกลายเป็นใจความสำคัญไปโดยปริยาย ทางด้านทิศตะวันออกของสถานที่ตั้งโครงการนั้นอยู่ไม่ไกลจากอุทยานแห่งชาติสามร้อยยอดนัก ในขณะที่ทางทิศตะวันตกก็มีทะเลอ่าวไทยอยู่ชิดติดขอบห่างจาก users เพียงเอื้อมมือ ความพิเศษของไซต์สองสามประการนี้เองที่ทำให้แขกผู้พักอาศัยสามารถเอ็นจอยกับการมองความสวยงามของมวลเมฆรวมถึงพระอาทิตย์ที่โผล่ขึ้นจากยอดเขาในช่วงเช้า จนเมื่อตกเย็นก็ยังสามารถเปลี่ยนทิศไปมองพระอาทิตย์เคลื่อนลับเส้นขอบฟ้าได้ที่บริเวณริมหาดได้อีกเช่นกัน สถาปนิกเล่าให้เราฟังถึงการออกแบบ Varinah Resort ไว้ดังนี้ เชื่อมต่อความสัมพันธ์ของสถาปัตยกรรมเข้ากับบริบทของธรรมชาติโดยรอบ แนวคิดหลักของการออกแบบ Varinah Resort คือการหยิบนำบรรยากาศจากพื้นที่โดยรอบของบริบทที่ตั้งอย่างภูเขา และหาดทราย เข้ามาเป็นหลักในการออกแบบ โดยที่โครงการนี้ได้ถูกแบ่งพื้นที่การใช้งานเป็น 2 ส่วนหลักคือส่วนของพื้นที่โรงแรม และพื้นที่ส่วนของ Pool Villa โดยจัดวางตำแหน่งของผังอาคารให้ส่วนของพื้นที่วิลล่าอยู่บริเวณด้านในสุดเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้แก่ผู้ใช้งาน และในส่วนของพื้นที่โรงแรมจึงเป็นส่วนที่ติดกับถนนริมชายหาด เพื่อให้การใช้งานพื้นที่ภายในของอาคารมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทางทีมสถาปนิกยกระดับพื้นที่ของโรงแรมขึ้นมาอีกหนึ่งชั้นเพื่อให้การใช้งานภายในพื้นที่สามารถรับวิวจากฝั่งภูเขาได้ ทีมสถาปนิกผู้ออกแบบขยายความต่อ “ก่อนการเริ่มต้นการออกแบบได้มีการลงพื้นที่ตลอด 5 วัน จึงทำให้พบว่าวิวที่ปรากฏนั้นมีความแตกต่างกันในทุกวัน ทั้งวันที่ปรากฏสีบนท้องฟ้าเป็นสีส้ม สีม่วง สลับกับ อีกทั้งสีของทะเลก็จะเปลี่ยนไปตามสีของท้องฟ้า โดยหากโชคดีหน่อยก็จะสามารถมองออกไปพบกับสายของหมอกที่ไหลไปตามร่องของภูเขาสามยอดจนราวกับว่ากลายเป็นน้ำตกหมอก” Varinah Resort…

  • Huamark09 สถาปัตยกรรมที่เล่าเรื่องผ่านกาลเวลา และวัสดุเรียบง่าย

    Huamark09 สถาปัตยกรรมที่เล่าเรื่องผ่านกาลเวลา และวัสดุเรียบง่าย

    Huamark09 สถาปัตยกรรมที่เล่าเรื่องผ่านกาลเวลา และวัสดุเรียบง่าย หลายคนอาจเคยได้ยินว่า ‘บ้านที่สร้างยากที่สุดสำหรับสถาปนิก คือบ้านของตัวเอง’ เพราะเรามักมีไอเดียใหม่ ๆ ต่อเติมงานไปเรื่อย ๆ ราวกับว่าอาคารที่กำลังจะสร้าง เป็นสนามทดลองให้สถาปนิกได้ลองผิดลองถูก และทำตามความต้องการอย่างไม่มีเงื่อนไข เหมือนดั่ง INchan atelier โฮมออฟฟิศของคุณนนท์-อินทนนท์ จันทร์ทิพย์ ที่ใช้ความชอบส่วนตัวในการออกแบบ จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ และนำไปสอดแทรกในโปรเจกท์อื่น ๆ ของ INchan atelier ต่างฟังก์ชัน ในหนึ่งพื้นที่ ก่อนที่คุณนนท์ จะมาทำการสร้างออฟฟิศ ที่ดินผืนนี้เป็นส่วนหนึ่งในหมู่บ้านจัดสรร ที่มีบ้านเก่าตั้งอยู่บนที่ดิน ซึ่งไม่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณนนท์ จึงทำการทุบอาคารเดิมออกทั้งหมด และเริ่มจัดการวาง Lay out อาคารใหม่ โดยสถาปนิกเลือกแบ่งพื้นที่เป็น 50:50 เพื่อจัดเป็นพื้นที่อาคาร และสวน เพื่อเป็นการเว้นที่ว่างระหว่างอาคารในพื้นที่ และอาคารเพื่อนบ้านไม่ให้คนในบ้านหรือออฟฟิศรู้สึกอึดอัด และสวนบริเวณนี้ก็กลายเป็นพื้นที่สำหรับคนที่ความชอบพืชพรรณไม้นานาชนิดอย่างคุณนนท์ เพราะแต่ละจุดจะปลูกต้นไม้ที่แตกต่างกัน ให้เกิดสีสันที่หลากหลาย “ทุกคนจะใช้ประโยชน์จากที่ดิน 80 ตรว. นี้ ซัดเต็มแน่นอน ไม่ใช่แค่แนวแปลน แต่แนวดิ่งด้วย เป็นสิ่งแรกที่พิจารณาว่า ทำไมต้องเปิดพื้นที่อากาศได้ครึ่งหนึ่ง เป็นพื้นที่ที่พี่แลกมา เป็นหน้าต่างขนาดใหญ่ ไม่เห็นจากถนน…

  • Baan TA- IT บ้านทรงกล่องที่ประกอบร่างขึ้นด้วยการคาดการณ์ ของตำแหน่งเพื่อนบ้านในบริบทพื้นที่

    Baan TA- IT  บ้านทรงกล่องที่ประกอบร่างขึ้นด้วยการคาดการณ์ ของตำแหน่งเพื่อนบ้านในบริบทพื้นที่

    Baan TA- IT บ้านทรงกล่องที่ประกอบร่างขึ้นด้วยการคาดการณ์ ของตำแหน่งเพื่อนบ้านในบริบทพื้นที่ Baan TA- IT บ้านหลังแรกที่ถูกสร้างขึ้นโดยปราศจากเพื่อนบ้านข้างเคียงบนพื้นที่ดินเปล่าของทาง Owner จะเป็นอย่างไรหากแนวคิดหลักของการออกแบบบ้านหลังนี้คือการคาดการณ์ จากความเป็นไปได้ของพื้นที่ สู่การเก็บข้อมูล และการออกแบบของบ้าน TA – IT ที่ได้รับการออกแบบโดย Cotemporary.Co.,ltd การจัดสรรพื้นที่ว่าง สู่จุดเริ่มต้นของบ้านทรงกล่อง เดิมที่พื้นที่ของบ้าน TA – IT นั้นเป็นพื้นที่เปล่าของทาง Owner ที่ตั้งอยู่บนที่ดินเดิม โดยทาง Owner ได้คาดการณ์ และวางแผนที่จะแบ่งขายพื้นที่โดยรอบของตนให้แก่เพื่อน ๆ และญาติสนิท ซึ่งนำมาสู่การออกแบบของ Cotemporary.Co.,ltd ในการเข้ามาช่วยวางแบบ Master Plan และให้คำปรึกษาสำหรับการใช้ในการแบ่งขายพื้นที่ดิน โดยบ้าน TA – IT ได้กลายเป็นบ้านหลังแรกที่ถูกก่อสร้างขึ้นภายในพื้นที่แห่งนี้ ได้ถูกออกแบบ และถูกวางแนวคิดมาให้เป็นบ้านตัวอย่างของรูปแบบการก่อสร้างที่จะเกิดขึ้นภายในพื้นที่ดินที่แห่งนี้ การจัดสรรพื้นที่ว่าง สู่จุดเริ่มต้นของบ้านทรงกล่อง เดิมที่พื้นที่ของบ้าน TA – IT นั้นเป็นพื้นที่เปล่าของทาง Owner…

  • Khaoyai House บ้านที่เปิดรับมุมมองแบบ 180° พร้อมโอบรับวิวภูเขาเข้าไปอยู่ในทุกฟังก์ชันของการใช้งาน

    Khaoyai House บ้านที่เปิดรับมุมมองแบบ 180° พร้อมโอบรับวิวภูเขาเข้าไปอยู่ในทุกฟังก์ชันของการใช้งาน

    Khaoyai House บ้านที่เปิดรับมุมมองแบบ 180° พร้อมโอบรับวิวภูเขาเข้าไปอยู่ในทุกฟังก์ชันของการใช้งาน การพักผ่อนที่ดี สามารถเริ่มต้นได้จาก “ สภาพแวดล้อมที่ดี ” แนวคิดที่ถูกหยิบยกนำมาออกแบบ Take 180° Khaoyai House บ้านพักอาศัยของ Owner และครอบครัวที่ชาวเมือง แต่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายจากพื้นที่เมืองอย่างกรุงเทพฯ ไปเริ่มต้นวิถีชีวิตใหม่ที่เขาใหญ่ ด้วยบรรยากาศของพื้นที่ ๆ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ และอากาศที่บริสุทธิ์ของ จ.นครราชศรีมา ที่ได้รับการออกแบบโดย Master texture “ ถึงเวลาที่จะให้รางวัลแก่ตนเอง และครอบครัว ” เมื่อโจทย์ของการออกแบบถูกกำหนดด้วยความต้องการของทาง Owner ด้วยแนวคิดการออกแบบ “ บ้าน ” ที่จะมอบความรู้สึกผ่อนคลายให้แก่ผู้อยู่อาศัย ให้เหมือนได้มาเที่ยวพักผ่อนภายในบ้านพักต่างอากาศอยู่ตลอดเวลาของการใช้งาน โดย Take 180° Khaoyai House โดยเดิมที่บ้านหลังนี้เกิดขึ้นจากความต้องการของทาง Owner ด้วยความตั้งใจแรกในการที่จะย้ายรูปแบบวิถีชีวิต และที่พักอาศัยจากพื้นที่เมืองอย่างกรุงเทพฯ สู่รูปแบบการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายภายใต้บรรยากาศของธรรมชาติอย่าง เขาใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช โดยถาวร เพื่อหลีกหนีปัญหาความวุ่นวาย และมลภาวะต่าง ๆ ภายในเมืองใหญ่ ที่พักอาศัยที่จะมอบประสบการณ์แบบสถานที่ท่องเที่ยวให้แก่เจ้าของบ้าน…