OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM
info@sitename.com | 987654321
การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์


แปลความจากรังนก เพื่อบ้านที่กกกอดลูกเล็ก The Nest House เพราะเคยอยู่บ้านชั้นเดียวมาก่อน..จึงรู้ดีที่สุดว่าลูกน้อยต้องการพื้นที่ในการเติบโต The Nest House เป็นบ้านแสนอบอุ่นที่สองสามีภรรยาชาวเวียดนามตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อให้ครอบครัวของพวกเขาซึ่งประกอบไปด้วยลูกๆวัยน่ารักได้เติบโตไปพร้อมกันอย่างมีความสุขทุกขณะ พื้นที่ขนาด 4.5 x 16 ตร.ม. คือความท้าทายที่ Ho Khue Architects สถาปนิกผู้ได้รับมอบหมายให้ออกแบบรังแสนสุขแห่งนี้ต้องพบเจอ เริ่มจากความประทับใจในภาพการเล่นเปียโนคู่กันระหว่างคุณพ่อกับลูกสาว คอนเซ็ปต์ “รังนก” จึงเกิดขึ้นในใจดีไซเนอร์ เป็นผลให้ทิศทางการออกแบบหลังจากนั้นวนเวียนไม่ห่างจากคำสำคัญคำนี้ และแน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้หากกล่าวถึงรังนก ก็ถือต้นไม้ใบหญ้าที่รายล้อมนั่นเอง พื้นที่ครึ่งหนึ่งของที่ดินถูกใช้เพื่อก่อสร้างเป็นอาคารสามชั้นแบบมินิมอล และส่วนที่เหลือก็ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเป็นพื้นที่สีเขียวที่ไม่ได้อยู่แค่บนพื้นดินเพียงชั้นเดียว ทว่ายังถูกขยับขยายขึ้นมาในแนวดิ่งจนถึงชั้นบนอีกด้วย ฟีเจอร์หนึ่งที่เราเชื่อว่าน่าจะเป็นจุดดึงดูดสายตาของผู้ผ่านไปผ่านมาทุกคู่ก็คือโครงสร้างแปลกตาและกล่องลอยฟ้าหน้าบ้าน ซึ่งหากมองลงไปในความหมายที่ดีไซเนอร์ต้องการสื่อสารแล้ว โครงสร้างเช่นนี้ก็มิได้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อความหวือหวาเพียงอย่างเดียว ทว่ามันกลับสะท้อนถึงโครงสร้างของไม้ใหญ่ที่รับน้ำหนักรังนกไว้ได้อย่างแยบยลอีกด้วย มาดูกันในแง่มุมของวัสดุที่เลือกใช้ ความน่าตื่นเต้นของประเด็นนี้อยู่ตรงที่หลากหลายพื้นผิวของตัวบ้านล้วนได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมภายในเมืองโบราณฮอยอันซึ่งเจ้าของเคยได้ใช้ชีวิตอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหลังคาแบบดั้งเดิม หรือวงกบและประตูไม้ที่มีลักษณะจำเพาะ กลิ่นอายเมืองโบราณเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับคอนเซ็ปต์รังนกที่สถาปนิกคิดไว้ สำหรับเราแล้ว The Nest House นั้นเป็นบ้านอีกหนึ่งหลังที่เชิญชวนให้เรารู้สึกอยากเข้าไปเยี่ยมชมภายใน น่าอิจฉาเด็กๆเหลือเกินที่จะได้เติบโตขึ้นมากับวันคืนในบ้านรังนกแสนอบอุ่นที่พ่อแม่ของพวกเขาตั้งใจมอบให้เช่นนี้ Project Name: The Nest HouseArchitect: Ho Khue ArchitectsArea : 150…

Songkhla Aquarium and Marine Conservation Center สถาปัตยกรรมที่ให้ปลาเป็นใหญ่ในอควาเรียม ในสายตาของชาวโลก เชื่อได้เหลือเกินว่าภาพของท้องทะเลสีฟ้าครามคงเป็นภาพแรกๆที่ใครหลายคนนึกถึงเมื่อได้ยินชื่อประเทศไทย ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่มีเขตติดต่อกับทั้งชายฝั่งอันดามันและอ่าวไทยเป็นแนวยาวตลอดด้ามขวาน สำนึกหน้าที่จึงถูกปลูกฝังในใจเราอยู่กลายๆว่าการอนุรักษ์หวนแหนธรรมชาติทางทะเลนั้นเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของชาวสยามประเทศทุกคน สำหรับน้องโบว์ลิ่ง ภัณฑิรา บุญประภากร สายน้อยบัณฑิตจบใหม่จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งชื่นชอบความสวยงามแปลกตาของเหล่าปลาน้อยใหญ่ใต้ท้องทะเลเป็นชีวิตจิตใจแล้ว เมื่อถึงคราวต้องทำวิทยาพนธ์ในชั้นปีสุดท้าย เธอจึงสร้างสรรค์ Songkhla Aquarium and Marine Conservation Center ศูนย์จัดแสดงและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ทะเลสงขลา ขึ้นมาเป็นหัวข้อสำหรับธีสิสก่อนจบของเธอนั่นเอง นอกจากแพสชั่นส่วนตัวที่มีต่อโลกใต้สมุทรแล้ว โบว์ลิ่งยังมีเหตุผลระดับสังคมที่คอยซัพพอร์ตการสร้างโครงการของเธออีกมากมายหลายข้อ ไม่ว่าจะเป็นการเล็งเห็นปัญหาการเกยตื้นของสัตว์น้ำที่เกิดจากกิจกรรมน้ำมือมนุษย์ หรือแผนแม่บทของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าต้องการจัดการให้ทรัพยากรถูกใช้อย่างมีคุณค่ามากที่สุด เหตุทั้งหมดที่กล่าวถึงไปเมื่อข้างต้นนี้ นำมาสู่วัตถุประสงค์ในการสร้างโครงการขึ้นมาทั้งหมดสามข้อหลักๆ ได้แก่ 1.เพื่อเป็นศูนย์กลางการให้ความรู้และความเข้าใจในเรื่องของสัตว์ทะเล2.เพื่อรักษาและฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งทะเล3.เพื่อเป็นศูนย์กลางการอนุรักษ์และให้ความช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากในยามเจ็บป่วย เริ่มต้นทำความรู้จักกับโครงการ Songkhla Aquarium and Marine Conservation Center กันจากสถานที่ตั้งที่โบว์ลิ่งเลือกมาเป็นอย่างดีกันก่อนเป็นประการแรก เธอบอกกับเราว่าสาเหตุที่ปักหมุดไว้ยังจังหวัดสงขลานั้นเป็นเพราะมีเขตติดต่อกับท้องทะเลฝั่งอ่าวไทย สำหรับโครงการประเภทเดียวกันนี้ทางฝั่งอันดามันนั้นมีอยู่ ณ จังหวัดภูเก็ตอยู่แล้ว โบว์ลิ่งจึงอยากเติมเต็มประโยชน์ให้อีกหนึ่งชายฝั่งที่เหลือของประเทศเราดูบ้าง และที่เหนือไปกว่านั้น ปัจจุบันที่สงขลายังมีศูนย์วิจัยทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่างเปิดทำการอยู่แล้ว ซึ่งโบว์ลิ่งมองไกลไปว่าในอนาคตโครงการของเธออาจสามารถร่วมพันธกิจกับศูนย์วิจัยแห่งนี้ได้ด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ทำเลที่เธอเลือกจึงเป็นที่ดินผืนใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมถนนติณสูลานนท์ เคียงข้างกับศูนย์วิจัย และรายล้อมไปด้วยย่านสถานศึกษา…

Apartment Rungestrasse จากออฟฟิศยุคก่อนสงคราม สู่อพาร์ทเม้นท์สวยงามข้ามสมัยนิยม วันนี้เราอยากลองชวนคุณมาลองจินตนาการกันดูสักนิดว่าหากจะต้องรีโนเวทออฟฟิศที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ราวต้นทศวรรษ 1930s หน้าตาของมันจะเป็นอย่างไรหากในวันนี้โอนเนอร์มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนมันเป็นอพาร์ทเม้นท์ยูนิตหนึ่ง โดยส่วนตัวเราแล้ว..ขอสารภาพตรงนี้เลยว่าเราจินตนาการไม่ออก อาคารยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สองหลังนี้ตั้งอยู่ในเมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี การต้องทำงานกับสเปซที่มีลักษณะเปิดโล่งกลายเป็นความท้าทายประการแรกของ FAR frohn&rojas บริษัทสถาปนิกผู้รับหน้าที่ออกแบบ Apartment Rungestrasse แห่งนี้ไปโดยปริยาย ประเด็นสำคัญที่พวกเขายึดมั่นไว้ก็คือการรักษาสภาพ open plan และหลีกเลี่ยงการแบ่งแยกพื้นที่ออกเป็นห้องเล็กห้องน้อยที่ตัดขาดออกจากกัน เมื่อโจทย์ถูกตั้งต้นมาเช่นนี้ องค์ประกอบหลักที่ดีไซเนอร์ใช้ในการจัดโซนนิ่งต่างๆจึงกลายเป็นการจัดแบ่งแบบไร้รอยต่อตามช่วงเสานั่นเอง พื้นที่ทั้งยูนิตเติมเต็มความกว้างทั้งหมด 5 เบย์ แบ่งออกได้เป็นเส้นแบ่งของ 5 โปรแกรมหลักๆ ได้แก่ cooking area, work space, bathroom, living area และ bedroom นั่นเอง ซึ่งนอกจากจะมีพื้นที่ทั้งฟลอร์เป็นของตัวเองแล้ว ความสูงจากพื้นถึงเพดานยังเอื้ออำนวยให้สถาปนิกสามารถสร้างชั้นลอยขึ้นไปอีกหนึ่งระดับเพื่อเพิ่มพื้นที่อยู่อาศัยให้มากขึ้นได้ด้วยเช่นกัน โปรแกรมที่ดูจะโดดเด่นอยู่สักหน่อยบนชั้นนี้ก็คือพื้นที่สำหรับวางเตียง โดยการจะขึ้นไปถึงได้นั้น user สามารถใช้งานบันไดเวียนที่ถูกจัดวางไว้ในเบย์ที่ 2 นับจากทางทิศเหนือได้อย่างสะดวกสบาย อีกองค์ประกอบไฮไลท์ของอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้ที่ไม่กล่าวถึงคงไม่ได้คือ “โดมทั้งสาม” ที่ได้รับการติดตามไว้อย่างโดดเด่นเป็นสง่าตลอดแนวความยาว สำหรับเราแล้ว เมื่อเห็นโดมทั้งสามในแวบแรกนั้น เรายังคงงงงวยกับฟังก์ชั่นของพวกมันอยู่สักพัก จนกระทั่งได้ศึกษาดูดีๆแล้วถึงพบว่าแท้จริงแล้วพวกมันคือโคมไฟขนาดยักษ์นั่นเอง…

House in Muko บ้านรูปร่างประหลาด แต่ยังมีคอร์ทยาร์ดตามขนบญี่ปุ่น ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ภาพบรรยากาศบ้านเมืองที่มีกลิ่นอายของวิถีกสิกรรมซึ่งฝังรากลึกมาอย่างยาวนานในเมืองมุโกะ จังหวัดเกียวโต ประเทศญี่ปุ่นนั้น ถูกพลิกโฉมจนเปลี่ยนแปลงไปมาก จากพื้นที่เพาะปลูกแซมด้วยที่พักอาศัยซึ่งเอื้ออำนวยต่อการเลี้ยงชีพ ถูกรสนิยมแบบชาวเมืองกลืนกินไปเรื่อยๆตามกาลเวลา ด้วยเหตุนี้ เมื่อได้รับมอบหมายให้มาออกแบบบ้านหลังใหม่ในเมืองแห่งนี้ Tomohiro Hata Architect and Associates บริษัทสถาปนิกผู้รับผิดชอบจึงพยายามมองหาจุดกึ่งกลางที่ทำให้วิถีแบบเก่าและแบบใหม่เชื่อมกันได้อย่างไร้รอยต่อ “เราคิดว่าความท้าทายคือการทำให้แกนเวลาทั้งสองของการอยู่อาศัยที่ฝังรากลึกในประวัติศาสตร์และยุคปัจจุบันทับซ้อนกัน และสร้างแนวทางการอยู่อาศัยแบบใหม่ที่สร้างความสมดุลระหว่างสองวิถีนี้” ผู้ออกแบบระบุไว้ในบทบรรยายเกี่ยวกับงานของเขาไว้เช่นนั้น ท้ายที่สุด House in Muko จึงถูกสร้างสำเร็จออกมาเป็นอาคารที่มีรูปร่างโมเดิร์นแปลกตา ทว่ายังคงรักษาขนบโบราณบางข้อไว้ได้อย่างน่าสนใจ โดยปกติแล้ว ลักษณะของบ้านเกษตรกรญี่ปุ่นดั้งเดิมนั้นมักจะมาพร้อมกับพื้นที่อยู่อาศัยที่กว้างขวาง รวมถึงมีพื้นที่เปิดโล่งสำหรับเพาะปลูก และที่สำคัญคือมีการจัดแบ่ง hierarchy ของแต่ละสเปซไว้อย่างชัดเจน แต่ในทางกลับกัน เมื่อหันมามองวิถีการอยู่อาศัยแบบสมัยใหม่ hierarchy เหล่านั้นก็ดูจะเจือจางจนแทบไม่หลงเหลือให้เห็น ทั่วทุกมุมบ้านกลับได้รับความสำคัญอย่างเท่าเทียมกันเพื่อส่งเสริมอิสระเสรีในการเลือกใช้พื้นที่ของสมาชิกในครอบครัว ด้วยเหตุนี้เอง การเชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกันของหลากหลาย clusters เล็กๆในอาคารจนเกิดเป็นการล้อมคอร์ทกลางจึงกลายเป็นไฟนอลดีไซน์ของ House in Muko ซึ่งแม้หน้าตาของสิ่งปลูกสร้างแห่งนี้จะดูสวยงามล้ำสมัยเพียงใด ทว่าสถาปนิกก็ยังคงรักษาความเป็น courthouse จากรากฐานทางการเกษตรสไตล์ญี่ปุ่นไว้ได้อย่างดีเยี่ยม สำหรับเราแล้ว หลังจากได้พินิจพิจารณา House in…

โรงละคร Teatro del Mondo บนเกาะลอยสำหรับการจัดแสดง First Architectural Biennale ของ Aldo Rossi นิทรรศการศิลปะและสถาปัตยกรรม La Biennale di Venezia มีต้นกำเนิดจากเมืองเวเนเซีย ประเทศอิตาลี เมืองแห่งสายน้ำที่มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่มีการแสดงครั้งแรกในปี 1895 ซึ่งจัดติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 130 ปีแล้ว โดยเริ่มแรก จะเป็นการจัดแสดงเฉพาะชิ้นงานศิลปะ จากกลุ่มศิลปินยุคก่อนราฟาเอล (Pre-Raphaelites) นำโดยจิตรกรมือเอกจากอิตาลีและอังกฤษและศิลปินชั้นนำของยุโรป ต่อมาในปี 1980 มีการเพิ่มการจัดแสดงในส่วนของนิทรรศการสถาปัตยกรรมนานาชาติเข้าไปด้วยเป็นครั้งแรก (ตามจริงมีการเพิ่มแขนของ ดนตรี ศิลปะ การแสดง ภาพยนตร์เข้าไปด้วย ในหลายช่วงเวลาในต้นศตวรรษที่ 20) โดยในปัจจุบัน มีการจัดแสดงงานทุกๆปี ในช่วงประมาณเมือน พฤษภาคม – พฤศจิกายน โดยจัดสลับกันระหว่างศิลปะและสถาปัตยกรรมแบบปีเว้นปี ซึ่งงานดังกล่าวเป็นหนึ่งในนิทรรศการศิลปะและสถาปัตยกรรมนานาชาติที่ดีที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก La Biennale di Venezia (ในส่วนของ Art และ Architecture)…

FIAT Lingotto Factory สนาม test-drive ลอยฟ้า บนโรงงานผลิตรถ ที่แม้กระทั่ง Le Corbusier ก็ยังเคยแวะมาใช้บริการ หากช่วงนี้ใครมีโอกาสได้เข้าออกโรงหนัง หรือแวะผ่านหน้าโรง คงพอคุ้นตากับโปสเตอร์ของภาพยนตร์เรื่อง “Ferrari สปีดทวงบัลลังก์” กันอยู่บ้าง และหลายท่านในจำนวนนั้นก็คงมีโอกาสตีตั๋วเข้าไปดูด้วยตัวเองแล้วเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งนอกจากจะได้ยลรูปลักษณ์และเสียงตัวเครื่องของยานพาหนะวินเทจแล้ว บรรยากาศของประเทศอิตาลีในช่วงหลังสงครามโลกก็เป็นอีกองค์ประกอบของหนังที่ดึงดูดให้เราติดตามแบบไม่หลุดสมาธิจากเรื่องราวไปได้เช่นเดียวกัน ชื่อหนึ่งที่ได้ยินผ่านปากของตัวละครในเรื่องอยู่ประปราย ทำให้เรานึกถึงสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจภายในเมือง Turin ขึ้นมา ซึ่งชื่อที่ว่านั้นก็คือ “Fiat” นั่นเอง ในอดีต Fiat เคยเป็นหนึ่งในผู้นำโลกในด้านการผลิตรถยนต์ เก่าแก่ขนาดที่ว่าก่อตั้งมาตั้งแต่ก่อนพ้นศตวรรษที่ 19 ด้วยซ้ำ แม้จะเป็นดั่งคู่แข่งกลายๆกันในยุคแรก ทว่าหลังจากเทิร์นตัวเองเป็นบริษัทมหาชน ในช่วงปี 1963 ยืดระยะจนมาถึงปี 2014 Ferrari ที่เราคุ้นหูกันดีในวันนี้ก็เคยเป็นบริษัทในเครือของ Fiat มาก่อน สถาปัตยกรรมอันโด่งดังและกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของ Fiat ที่เราอยากจะนำมาแชร์ในวันนี้คือโรงงานผลิตที่โลกรู้จักกันในนามว่า Fiat Lingotto Factory ความพิเศษของอาคารมิได้อยู่ที่ความสามารถในการ host การผลิตรถยนต์ของ Fiat เท่านั้น แต่ไฮไลท์ส่วนที่สำคัญที่สุดน่าจะเป็นสนาม…

The Elliptic Curve สโมสรหมู่บ้าน กับหลังคาแผ่นเดียว ที่เลี้ยวคลุมชั้น 1 ถึงชั้น 2 เชื่อได้เลยว่าหากใครที่กำลังมองหาบ้านใหม่สักหลังสำหรับการเริ่มต้นสร้างครอบครัว นอกจากความสวยงามและประโยชน์ใช้สอยในตัวบ้านแล้ว สภาพแวดล้อมรอบข้างก็น่าจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนให้น้ำหนักไม่แพ้กัน ทั้งสระว่ายน้ำ ห้องประชุม สวนสาธารณะย่อมๆ หรือสนามเด็กเล่น องค์ประกอบเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่มักถูกนำมาคำนวณในสมการการเลือกที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ทั้งสิ้น อาคารสโมสร ณ โครงการ Bangkok Boulevard Signature Pinklao-Borom เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีสำหรับการมีพื้นที่ส่วนกลางที่เชิญชวนให้ใช้งาน “The Elliptic Curve” คือชื่อของอาคารหลังนี้ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบจาก Apluscon Architect “เราได้สร้าง space เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี มีห้องครัวสำหรับต้อนรับแขก จัดเลี้ยง active studio สำหรับคราสเรียน โยคะ เต้น และ studio สำหรับการทำงานออนโลน์ เติมเต็มรูปแบบชีวิตที่ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย มีสนามเด็กเล่น พื้นที่ outdoor ลานกีฬากลางแจ้ง และสระว่ายน้ำ ให้ทุกครอบครัวได้มีกิจกรรมทำร่วมกัน ส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนภายในโครงการ” แรงบันดาลใจของรูปร่างทรงโค้งมนนั้นมาจากนิทรรศการ “Water Lilies”…

BANGKOK ATHLETIC ASSOCIATION ยิมโทนไม้ พร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกายสไตล์วินเทจ เทรนด์การดูแลรักษาสุขภาพตั้งแต่เรื่องของอาหารการกินไปจนถึงการออกกำลังนั้นดูจะเริ่มกลายวิถีชีวิตของชาวเมืองที่ยั่งยืนถาวรขึ้นทุกที ก็ใครจะไปนึกว่าวันนี้เราจะมาถึงจุดที่กรุงเทพฯมียิมชิคๆที่แลดูน่าถ่ายรูปไปซะทุกมุมไม่ต่างจากคาเฟ่แห่งหนึ่งอย่าง BANGKOK ATHLETIC ASSOCIATION เกิดขึ้นเพื่อเชิญชวนให้เราๆท่านๆได้เข้าไปใช้งานกันแล้ว BANGKOK ATHLETIC ASSOCIATION หรือ BKKAA ผลงานการออกแบบจาก BBWORKSPACE เป็นยิมเล็กๆแต่เต็มไปด้วยบรรยากาศน่าค้นหาซึ่งตั้งอยู่ภายในโครงการ Community Mall ริมคลองแสนแสบ ไม่ไกลจากโซนสยามนัก ยิมแห่งนี้ได้ลบภาพจำของฟิตเนสที่เราส่วนมากคุ้นเคยกันไปจนหมดเกลี้ยง WOS Architects ผู้รับหน้าที่ออกแบบบ้าน EE House ให้ข้อมูลเรื่องโจทย์แรกที่ได้รับให้เราฟังไว้ดังนี้ “ความเป็นมาของโครงการเกิดจากเจ้าของบ้านวางแผนเกษียณตัวเองจากกิจการค้าขาย และอยากย้ายที่อยู่จากตึกแถว มาเป็นบ้านชั้นเดียวที่มีบริเวณมากขึ้น มีพื้นที่ปลูกต้นไม้ และไม่ต้องเดินขึ้นลงบันได จึงเลือกมาอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร เดียวกันกับครอบครัวน้องสาว โดยมีโจทย์คือ ต้องเป็นบ้านที่สามารถรองรับกิจกรรมของครอบครัว พี่น้องและหลานๆ ที่จะมาทำอาหารทานด้วยกัน สามารถเดินไปมาหาสู่กับบ้านของน้องสาวได้ แต่มีปัญหาคือระหว่าง 2 บ้านมีพื้นที่รกร้างคั่นอยู่ เป็นถนนที่ไม่เคยถูกใช้งาน” จากโจทย์ที่ได้รับมาทำให้การวางผัง EE House นั้นออกจะเฉพาะเจาะจงอยู่สักหน่อย เนื่องจากต้องมีบางส่วนที่เป็นโซน private สำหรับพี่สาว และโซน public…

สำรวจงานสถาปัตยกรรมของ Tadao Ando ในแถบภูมิภาคคันไซ Tadao Ando ปรมาจารย์สถาปนิกชาวญี่ปุ่นรางวัล Prinktz ที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย สหรัฐอเมริกา และยุโรป รวมถึงผลงานออกแบบจำนวนมากในถิ่นบ้านเกิดของเขาเองอย่างภูมิภาคคันไซ ประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นมิวเซียม โบสถ์ บ้านพักอาศัย โรมแรม ที่มีการใช้คอนกรีตเปลือยอันเปรียบเสมือนเอกลักษณ์ของเขาอย่างเห็นได้ชัด โดยล่าสุดกับการออกแบบ Project ที่สำคัญล่าสุดอย่าง การบูรณะอาคารมรดกทางวัฒนธรรม Bourse de Commerce ในกรุง Paris ที่แล้วเสร็จเมื่อปี 2021ที่ผ่านมา โดยการสร้างกำแพงคอนกรีตทรงกลมสูง 9 เมตรแทรกตัวข้าไปอยู่ในอาคารอาคารทางประวัติศาสตร์อันเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 18 ที่เปรียบเสมือนกับการสร้างศิลปะ + สถาปัตยกรรมร่วมสมัยในสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำของเมือง นับเป็นผลงานของ Ando ประสบความสำเร็จและ ได้รับการพูดถึงในระดับนานาชาติ โดยกลิ่นอายของแนวคิดการออกแบบของ Ando ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมญี่ปุ่น มีแนวคิดเกี่ยวกับประสบการณ์การรับรู้เชิงกายภาพและความรู้สึกภายในจิตใจ โดยเน้นที่ความเรียบง่ายเป็นหลักเชื่อมโยงอย่างกับแนวคิดทางศาสนาแบบเซน ที่สื่อสารออกมาเป็นการออกแบบสเปซที่ดูสะอาดตา เน้นการสร้างการรับรู้ (Perception) เชิงพื้นที่อันชาญฉลาดและการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสถาปัตยกรรมกับบริบทสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ คำนึงถึงบริบททางวัฒนธรรม รวมถึงการที่นำแสงธรรมชาติ พื้นน้ำ ต้นไม้ หรือแม้กระทั่งท้องฟ้า…