OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM

info@sitename.com | 987654321

Design Makes A Better Life.

การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์

วิถีการออกแบบของสถาปนิกในเครื่องแบบ

  • วิถีการออกแบบของสถาปนิกในเครื่องแบบ

    วิถีการออกแบบของสถาปนิกในเครื่องแบบ

    วิถีการออกแบบของสถาปนิกในเครื่องแบบ เคยสงสัยไหม ? ว่า “นายช่างสถาปนิก” คือใคร เขาเป็นสถาปนิกรึเปล่า ? อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าสถาปนิก คือผู้ที่เกี่ยวข้องในการออกแบบ และวางแผนการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรม แล้วนายช่างสถาปนิกคือใครกันละ วันนี้ Dsign Something จะพาทุกคนทำความรู้จักสถาปนิกที่มีวิถีชีวิตในกองทัพ ผ่านบทสนทนาของ นาวาโทนักษิต วิเศษโมรา นายช่างแผนกอาคาร และผังหลัก กองออกแบบ กรมช่างโยธาทหารเรือ  นาวาโทนักษิต วิเศษโมรา นายช่างแผนกอาคาร และผังหลัก กองออกแบบ กรมช่างโยธาทหารเรือ นาวาโทนักษิต วิเศษโมรา :   สวัสดีครับ ผมนาวาโทนักษิต วิเศษโมรา นายช่างแผนกอาคาร และผังหลัก กองออกแบบ กรมช่างโยธาทหารเรือ หรือนายช่างสถาปนิก ผู้ที่มีหน้าที่สนับสนุน ในเรื่องของการออกแบบอาคาร การวางผังอาคารให้กับหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือครับ ผมจบการศึกษาจาก คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมือง และนฤมิตศิลป์สาขาสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยมหาสารคามครับ  เส้นทางในสายอาชีพสถาปนิก ก่อนที่จะมาเป็นนายช่างสถาปนิก สถาปนิกของกองทัพ  นาวาโทนักษิต วิเศษโมรา : หลังจากจบการศึกษาผมก็ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมทำงานในออฟฟิศของรุ่นพี่ที่รู้จักกันในตำแหน่งสถาปนิก…

  • Bar Kar ร้านอาหารที่เกิดประกายจากไฟฟืน

    Bar Kar ร้านอาหารที่เกิดประกายจากไฟฟืน

    Bar Kar ร้านอาหารที่เกิดประกายจากไฟฟืน เมื่อลักษณะการปรุงอาหารในห้องครัวของร้าน Bar Kar มีความโดดเด่นจากวิถีทั่วไปของชาวโลกยุคปัจจุบัน สถาปัตยกรรมจึงถูกดีไซน์ออกมาในรูปแบบที่สอดคล้องกับตัวตนที่ทางร้านพยายามสื่อสารผ่านอาหารของพวกเขาเช่นกัน Bar Kar เป็นร้านอาหารน้องใหม่ที่น่าจับตามองแห่งเมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อนบ้านของไทยเรานี่เอง ขั้นตอนการปรุงของร้านแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการใช้ฟืนก่อไฟไม่ต่างจากการวิถีของบรรพบุรุษ ซึ่งอาจจะนับว่าต้นขั้วแห่งศิลปะการทำอาหารก็ยังได้ ด้วยเหตุนี้ เมื่อได้รับมอบหมายให้มาออกแบบอาคารของร้าน Bar Kar สตูดิโอ Spacemen บริษัทสถาปนิกผู้ออกแบบจึงตัดสินใจหยิบเอาเชื้อเพลิงอย่างท่อนฟืนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในครัวขึ้นมาเป็นวัสดุหลักสำหรับตกแต่งทางเข้าจนเกิดเป็นเส้นทางแสนน่าค้นหานั่นเอง และแน่นอนว่าคอนเซ็ปต์ของงานโดยรวมก็ถูกปักหมุดไว้ไม่พ้นเรื่องราวของฟืนและไฟเช่นกัน ที่บริเวณ main entrance เราจะได้เจอกับซุ้มทรงโค้งสีเอิร์ธโทนที่มีเนื้อสัมผัสคล้ายดินเผาเป็นสิ่งแรก ก่อนที่ทางเดินซึ่งถูกกำหนดขึ้นจากผนังไม้ฟืนจะค่อยๆปรากฏสู่สายตา สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้ผู้มาเยือนตั้งแต่ก่อนเข้ามานั่งกิน ไม่เพียงเท่านั้นยังชวนให้ใครต่อใครนึกถึงบรรยากาศของถ้ำในยุคก่อไฟหุงหาด้วยเช่นกัน ซึ่งบริเวณนี้ก็ทำหน้าที่เป็นดั่ง introduction ก่อนพาผู้คนเข้าไปสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบดั้งเดิมทางด้านในได้เป็นอย่างดี เมื่อเข้าไปสู่พื้นที่ interior ของร้าน เหล่าผู้ใช้งานจะได้พบกับโซนรับประทานอาหารที่มีผนังและเพดานสีดินเผาที่จัดจ้านยิ่งกว่าบริเวณด้านหน้า นำพาให้จินตนาการไปถึงเตาหลุมสมัยโบราณเลยทีเดียว ฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดภายในร้านคงหนีไม่พ้นเคาน์เตอร์ Chef’s Table รูปครึ่งวงกลมที่ถูกทำขึ้นจากหิน Travertine อันมีลวดลายสวยงาม ที่นั่งจำนวนราว 20 สร้างความรู้สึกประหนึ่งว่ากำลังดื่มด่ำกับมื้ออร่อยอยู่รอบกองไฟ ยิ่งเมื่อผนวกกับประติมากรรมจากตาข่ายโลหะบนเพดานที่ปรากฏออกมาในรูปลักษณ์ของเปลวเพลิงสีทองแล้ว พื้นที่ภายในร้านก็ยิ่งให้กลิ่นอายของห้องเครื่องยุคดึกดำบรรพ์ชัดเจนขึ้นไปอีก ฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดภายในร้านคงหนีไม่พ้นเคาน์เตอร์ Chef’s Table รูปครึ่งวงกลมที่ถูกทำขึ้นจากหิน Travertine อันมีลวดลายสวยงาม…

  • Harmony with Nature House: จากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ สู่พื้นที่สำหรับเสียงดนตรีและศิลปะ

    Harmony with Nature House: จากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ สู่พื้นที่สำหรับเสียงดนตรีและศิลปะ

    Harmony with Nature House: จากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ สู่พื้นที่สำหรับเสียงดนตรีและศิลปะ ท่ามกลางการโอบล้อมของภูเขาและท้องทะเล สิ่งปลูกสร้างหลังหนึ่งยืนตระหง่านเป็นส่วนเดียวกับธรรมชาติรอบข้างอย่างถ่อมตัว Harmony with Nature House เป็นบ้านหลังใหญ่ที่ได้รับการรีโนเวทมาจากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเก่าๆหลังหนึ่งภายในเขต Hualien ประเทศไต้หวัน โดยฝีมือการออกแบบของสถาปนิกสัญชาติเดียวกันนามว่า Yuan Architects เนื่องจากสภาพภูมิประเทศอันสวยงามของสถานที่ตั้ง แรงบันดาลใจในการรีโนเวทโครงการนี้จึงยืนพื้นอยู่บนการสร้างฟอร์มให้ล้อไปกับความโค้งมนของขุนเขา และมีการเปิดวิวรับทิวทัศน์ท้องทะเลด้วยหน้าต่างสไตล์ฝรั่งเศสบานใหญ่ที่สูงตั้งแต่พื้นจรดฝ้า ความสัมพันธ์ของสเปซภายในอาคารถูกจัดวางให้เกิด flow ที่นุ่มนวล ไร้ซึ่ง partition หนาทึบที่ตัดขาดแต่ละช่วงตอนออกจากกันโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้เอง เส้นขีดแบ่งระหว่างการอยู่นอกอาคารและในอาคารจึงถูกเบลอได้อย่างพอเหมาะ จากด้านในสามารถมองเห็นด้านนอกจนธรรมชาติและอินทีเรียร์นั้นแทบกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วก็ด้วยรูปทรงโค้งมนรอบๆบริเวณอีกเช่นเดียวกันที่เอื้ออำนวยให้การเล็ดลอดเข้ามาของแสงนั้นงดงามนุ่มนวล มีจังหวะชั้นเชิงแตกต่างกันไปในแต่ละเลเยอร์ นอกจากนี้ลำแสงที่ส่องเข้ามายังสามารถเป็นเส้นนำสายตาให้มองเห็นแกนหลักของบ้านอยู่กลายๆอีกด้วย ในแง่ของบรรยากาศการอยู่อาศัยนั้น บ้านหลังนี้ก็สร้างความผ่อนคลายได้มากเช่นเดียวกัน ด้วย elements ต่างๆที่ถูกสร้างขึ้นจากไม้หรือคัฟเวอร์ด้วยสีเอิร์ธโทน ความเป็นมิตรจึงเกิดขึ้นกับ users ทันทีที่เข้ามาสัมผัสสเปซภายใน สำหรับเราแล้ว ทันทีที่ได้เห็นภาพโครงการ เราแอบคาดเดาว่าบ้านหลังนี้คงมีลักษณะที่ตรงจริตกับคนไทยอยู่ไม่น้อย ทั้งลักษณะของการจัดการกับแสงและสเปซของ Yuan Architects อาจสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครที่นึกอยากมีบ้านใหม่ได้ไม่มากก็น้อย Project Name: Harmony with Nature HouseArchitect: Yuan…

  • FLAC F หลังคาคู่ชีวิต ที่ผู้ผลิตกล้าเคลมว่าทนทานข้าม generation

    FLAC F หลังคาคู่ชีวิต ที่ผู้ผลิตกล้าเคลมว่าทนทานข้าม generation

    FLAC F หลังคาคู่ชีวิต ที่ผู้ผลิตกล้าเคลมว่าทนทานข้าม generation จากปู่สู่พ่อ จากพ่อสู่ลูก จากลูกสู่หลาน.. ที่ผ่านมาคงมีบ้านอยู่อาศัยที่สืบต่อกันจากรุ่นสู่รุ่นจำนวนไม่มากนักที่แทบไม่ต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนแปลงวัสดุส่วนใดๆก่อนส่งต่อให้ลูกหลาน generation ถัดไป และนี่เป็นโจทย์ความท้าทายใหม่ที่ทีมงาน FLAC ต้องการที่จะแก้ปัญหาเพื่อให้ลูกค้าเราได้หลังคาที่ใกล้ความสมบูรณ์แบบมากที่สุด หลังจากเปิดตัวหลังคา FLAC เราดีใจที่ได้เห็น designer ใช้หลังคาเพื่อไปตอบโจทย์ปัญหางานออกแบบ ปลดล็อคข้อจำกัดเดิม ๆ ทำสิ่งที่เคยเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ และได้เห็นลูกค้าเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในบ้าน นี่เป็น core value ที่ขับเคลื่อนองค์กรด้วย passion ที่ไม่เคยหยุดพัฒนา และปีนี้เราต่อยอดหลังคานวัตกรรมใหม่ล่าสุดรุ่น FLAC F ซึ่งมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเรื่องอายุการใช้งาน แบบติดตั้งครั้งเดียว ใช้งานได้ตลอดชีวิต สิ่งสำคัญที่ทำให้หลังคา FLAC F แตกต่างจากรุ่นอื่น คือวัสดุที่นำมาใช้ผลิตหลังคาคือ Oppanol หรือ Polyisobutylene ที่ทาง BASF ได้พัฒนามายาวนานกว่า 87 ปี ผลิตโดยบริษัท FDT จากประเทศเยอรมัน ภายใต้แบรนด์ Rhepanol มาตั้งแต่ปี 1938…

  • White House สเปซหลอมรวมสัมพันธ์ ในบ้านสีขาวที่ลูกตั้งชื่อให้

    White House สเปซหลอมรวมสัมพันธ์ ในบ้านสีขาวที่ลูกตั้งชื่อให้

    White House สเปซหลอมรวมสัมพันธ์ ในบ้านสีขาวที่ลูกตั้งชื่อให้ White House เป็นบ้านอีกหนึ่งหลังที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการเริ่มต้นครอบครัวใหม่ของสองสามีภรรยาหนุ่มสาวและลูกน้อย แม้ชื่ออาจจะฟังดูพ้องกับทำเนียบประธานาธิบดีทางฝั่งประเทศของลุงแซม ทว่าที่มาที่ไปของชื่อบ้านหลังนี้จริงๆแล้วนั้นกลับมีสตอรี่ที่น่ารักน่าเอ็นดูกว่ากันเยอะ เนื่องจากเป็นศิลปินที่นิยมความเรียบง่ายและไม่ต้องการวิ่งตามเทรนด์ที่ผ่านมาแล้วผ่านไปอย่างฉาบฉวย ทางโอนเนอร์จึงให้โจทย์กับ ACA Architects บริษัทสถาปนิกผู้รับหน้าที่ออกแบบโครงการนี้มาว่าต้องการบ้านที่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวได้ตราบนานจนลูกเติบโต ด้วยเหตุนี้สไตล์ที่ฉูดฉาดจึงเป็นทางเลือกที่ไม่เคยผุดขึ้นมาในสมการ ทว่าความ timeless ของดีไซน์ต่างหากที่ถูกให้ความใส่ใจ จากโจทย์โดยรวมที่ดูจะให้อิสระกับผู้ออกแบบอยู่มากพอตัวนั้น แนวคิดการสร้างสรรค์ให้บ้านหลังนี้เป็นดั่งผืนผ้าใบสีขาวที่รอให้ผู้อยู่อาศัยเข้ามาแต่งเติมสีสันด้วยตัวเองจึงเกิดขึ้น ซึ่งหลังจากตั้งธงได้เช่นนี้แล้วนั้น รูปลักษณ์โดยรวมของโครงการจึงออกมาเป็นบ้านหลังสีขาวสีสะอาดตาดั่งที่เราได้เห็นกันจากภาพถ่าย เนื่องจากที่ดินมีลักษณะคล้ายไข่แดงคือถูกล้อมกรอบไปด้วยบ้านหลังอื่นๆจนทำให้ไม่มีมุมให้ผู้อยู่อาศัยมองเห็นทิวทัศน์ได้มากมายนัก สถาปนิกจึงเริ่มการออกแบบจากการเปิดพื้นที่กลางบ้านให้กลายเป็นคอร์ทยาร์ดและที่ตั้งของสระว่ายน้ำ โดยไม่เพียงคำนึงถึงความสวยงามของทัศนียภาพและความเป็นส่วนตัวเท่านั้น การออกแบบในลักษณะนี้ยังมีผลต่อช่วงเวลาที่เอื้อให้โอนเนอร์สามารถออกมาใช้งานพื้นที่เอ้าท์ดอร์โดยไม่ต้องทนกับความร้อนของแดดเมืองไทยในช่วงบ่ายอีกด้วย เนื่องจากจะทั้งบริเวณนั้นจะได้รับร่มเงาจากอาคารทางฝั่งใต้นั่นเอง โครงสร้างที่เรียบง่ายคือสิ่งที่มองเห็นได้ชัดจากบ้านหลังนี้ ส่วนประกอบพื้นฐานอย่างเสาและคานถูกคิดมาอย่างไม่ซับซ้อนจนเกินพอดี องค์ประกอบโดยรวมดูบางเบาเนื่องจากสถาปนิกตั้งใจจำกัดให้ทุกขอบคอนกรีตรอบอาคารมีความหนาเพียง 10 เซ็นติเมตรเท่านั้น ยิ่งเมื่อประกอบกับกระจกบานใหญ่ที่เปิดออกสู่วิวคอร์ทยาร์ดทางทิศเหนือแล้ว อาคารก็ยิ่งดูโปร่งตามากขึ้นไปอีกระดับ การจัดวางโปรแกรมในชั้นหนึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่สำหรับนั่งเล่น สำหรับทานข้าว และสำหรับรองรับเพื่อนฝูงยามสังสรรค์ ซึ่งโปรแกรมทั้งหมดนี้จะไม่ถูกกีดกั้นซึ่งกันและกันด้วยผนังใด เนื่องจากอีกหนึ่งข้อรีเควสท์ของทางโอนเนอร์ซึ่งไม่ชอบการแบ่งพื้นที่ภายในออกเป็นห้องๆนั้นก็คือการเปิดให้ทุกโปรแกรมเชื่อมถึงกันด้วยการใช้ Open-plan นั่นเอง เมื่อขยับขึ้นมาที่ชั้นสองก็จะได้เจอกับ Master Bedroom รวมถึงห้องนอนลูกอีก 2 ห้อง ทั้งยังมีห้องพระและห้องทำงานอีกด้วย ส่วนระเบียงที่ทอดยาวนั้นก็ดูสวยงามน่าใช้งานไม่แพ้กัน ด้วยความขาวสว่างอันโดดเด่น ในที่สุดบ้านหลังนี้จึงกลายมาเป็นที่รู้จักกันในนาม White House เนื่องจากเป็นชื่อที่ลูกและเด็กๆชาวแก๊งในละแวกบ้านใช้เรียกบ้านหลังนี้ยามที่ต้องการแวะเวียนมาเล่นด้วยกันในวันว่าง กลายเป็นบ้านแสนอบอุ่นที่ใครก็อยากเข้ามาเยี่ยมเยือน…

  • เปิดคัมภีร์ Yingzao Fashi กับการปฏิวัติสถาปัตยกรรมแผ่นดินจีน

    เปิดคัมภีร์ Yingzao Fashi กับการปฏิวัติสถาปัตยกรรมแผ่นดินจีน

    เปิดคัมภีร์ Yingzao Fashi กับการปฏิวัติสถาปัตยกรรมแผ่นดินจีน เมื่อพูดถึงตำราสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุด หลายคนอาจจะนึกถึง Ten books on architecture (De architectura) เขียนโดยสถาปนิกชาวโรมัน วิตรูวิอุส (Marcus Vitruvius Pollio, 1st century BC) ในสมัยโรมันเมื่อราวสองพันปีก่อน เนื้อหาภายในเป็นรากฐานสำคัญของงานสถาปัตยกรรมโรมันจนถึงหลักการสถาปัตยกรรมตะวันตก ทำให้เกิดคำถามว่าในฝั่งเอเชียมีคัมภีร์สถาปัตยกรรมที่คล้ายกันไหม จนได้พบกับถึงเรื่องราวของ ตำราหยิงเซาฝาชี่ หรือ มาตรฐานอาคารรัฐ (Yingzao fashi, , State Building Standard) เขียนขึ้นเมื่อเก้าร้อยปีที่แล้วสมัยราชวงศ์ซ่ง เป็นหนังสือที่เรียกได้ว่าทรงอิทธิพลที่สุดเล่มหนึ่งในประวัติศาสตร์จีนเลยทีเดียว หลีเจี่ยผู้รอบรู้ ในแผ่นดินจีนเช่นเดียวกับอารยธรรมโบราณอื่นๆ สถาปัตยกรรมที่งดงามบ่งชี้สังคมที่มีอารยธรรม ถึงอย่างนั้นก็ตามในสมัยจีนโบราณ ความรู้ด้านการก่อสร้างส่วนใหญ่ถูกถ่ายทอดผ่านประสบการณ์ตรง นอกจากนี้การไม่มีกำหนดแนวทางการก่อสร้างอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจนทำให้เกิดปัญหาโกงกินสินบนและการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน จนกระทั่งสมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ (Northern Song Dynasty, ค.ศ. 960-1127) จีนมุ่งเน้นการพัฒนาด้านการค้า วัฒนธรรม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จนกลายเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลกในขณะนั้น ประชาชนทั่วไปมีการศึกษาและสามารถอ่านออกเขียนได้ จักพรรดิซ่งเหรินจง (Song…

  • สิ่งนั้นคืออะไร ? ทำไมถือกันจัง ไอเท็ม(ไม่)ลับที่เหล่าสถาปนิกพกติดตัว

    สิ่งนั้นคืออะไร ? ทำไมถือกันจัง ไอเท็ม(ไม่)ลับที่เหล่าสถาปนิกพกติดตัว

    ไขข้อข้องใจสิ่งนั้นคืออะไร ทำไมถือกันจัง? ไอเท็ม (ไม่ลับ) ที่เหล่าสถาปนิกพกติดตัว เพื่อนๆหลายคนอาจเคยมีโอกาสได้ร่วมงานกับเต็ก หรือ สถาปนิกกันมาบ้างในการออกแบบอาคารหรือการต่อเติมต่าง ๆ บางคนอาจเคยสะดุดตากับอุปกรณ์หน้าตาแปลกๆที่เหล่าสถาปนิกถือไปมาให้ชวนสงสัยและเกิดความอยากรู้ ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักอาชีพสถาปนิกหรือที่มักถูกเรียกว่าเต็กกันก่อน เต็ก คือคำที่ย่อมาจาก“ อาร์คิเทค ” ( Architect ) คือผู้ที่ออกแบบ และ วางแผนการก่อสร้าง หรือคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความงามของสถาปัตยกรรมนั้นเอง เพื่อน ๆ เคยสงสัยไหมครับ? เวลาคุยงานหรือทำงานร่วมกับสถาปนิกมักจะสังเกตุเห็นไอเท็มลับที่พวกเขามักถือหรือพกมันติดตัวตลอดและเกิดคำถามว่าสิ่งนั้นคืออะไร วันนี้ Dsign Something มีคำตอบ ไอเดียมักเกิดขึ้นได้ในทุกสถานการณ์ เรามักเห็นสถาปนิกทุกคน มีสมุดโน๊ตเล่มหนึ่ง และ ปากกา หรือ ดินสอ คู่ใจที่จะถูกพกติดตัวตลอดเวลา เพราะสมุดเล่มนั้นคือแหล่งไอเดีย และ พื้นที่ของคลังข้อมูลของเหล่าสถาปนิก ผู้ที่สามารถเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ตลอดเวลาและคุณคงไม่อยากให้มันถูกลืมไปหากคุณนึกไอเดียดี ๆ ออกแต่ไม่ได้จดบันทึกมันไว้ ไม้บรรทัดหน้าตาแปลกๆนั้นคืออะไร ในความเป็นจริงคุณไม่สามารถเขียนแบบบ้านให้เท่าขนาดของจริงได้ด้วยสเกล 1 : 1 หรือการเขียนเทียบเท่าขนาดของจริงแต่คุณสามารถย่อขนาดของแบบแปลนให้มีขนาดเล็กลงและสามารถพกพาไปใช้งานได้อย่างสะดวกขึ้น ไม้สเกล อีกหนึ่งไอเท็มที่จำเป็นต่อเหล่าสถาปนิกในการอ่านแบบเพื่อทำความเข้าใจกับ ( Dimension ) ระยะไม้สเกล เป็นเครื่องมือวัดแบบขีดสเกลที่ใช้สำหรับวัดระยะงาน หรือ วัดความยาวให้ได้ค่าอย่างละเอียดและถูกต้อง ด้านหน้าของไม้สเกลจะประกอบไปด้วยเส้นขีดสเกลชิดขอบบนพร้อมกับระบุตัวเลขอยู่ที่ด้านล่าง แสดงค่าหน่วยเป็นมิลลิเมตร เซนติเมตร…

  • ROAD TO ARCHITECTURE STUDENT – HOW TO เตรียมตัวเป็นนักเรียนสถาปัตยกรรม

    ROAD TO ARCHITECTURE STUDENT – HOW TO เตรียมตัวเป็นนักเรียนสถาปัตยกรรม

    Jim Thompson Art Center พื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ใคร ๆ ก็มาสัมผัสวิถีไทยภายในอาคารโมเดิร์นได้ ลัดเลาะเข้าซอยมาไม่ไกลจากสถานี BTS สนามกีฬาแห่งชาติ เราพบ Jim Thompson Art Center เป็นจุดหมายปลายทาง ที่มีอาคารโมเดิร์นผสมอิฐโทนส้มสดใสโผล่มาทักทายอย่างเห็นเด่นชัด และด้วยฟังก์ชันของการเป็นอาคารมิกซ์ยูสสาธารณะที่เปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่รักในศิลปะเข้ามาเยี่ยมเยือน พื้นที่แห่งนี้จึงดูเชื้อเชิญให้คนเมืองเข้ามานั่งเสพย์ศิลป์ พักผ่อนหย่อนใจ หรือมานั่งทำงานจิบกาแฟในวันสบายๆ ซึ่งไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นพื้นที่สาธารณะลักษณะนี้ในกรุงเทพฯ ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ยังตั้งอยู่ใจกลางย่านสำคัญ อย่างสี่แยกแยกปทุมวัน และ MBK สยามสแควร์ โดยได้ทีมสถาปนิกคนสนิทจาก Design-qua มารับหน้าที่ดูแลโปรเจกต์ Tropical Architecture บรรยากาศของบ้านเรือนไทยสมัยเก่า เชื่อว่าพูดถึง Jim Thompson ทุกคนคงต่างคุ้นหูกับพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาของเก่าที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นถ้วยชาม หรือผ้าไทย ซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลก็เป็นที่ตั้งของ Jim Thompson House Museum กลุ่มบ้านไทยโบราณที่แทรกตัวอยู่ในพื้นที่ร่มรื่นสีเขียวใจกลางกรุง เมื่อต้องมาออกแบบ Jim Thompson Art Center สถานที่ใหม่ ทีมสถาปนิกจึงไม่ลังเลที่จะเก็บรักษาความสัมพันธ์ระหว่างอาคารใหม่ที่กำลังจะสร้าง และอาคารบ้านเรือนไทยเก่าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง “บ้านมีความสวยงามแบบโบราณ…

  • สถาปนิกโปรโมทงานตนเองในสื่อผิดไหม? และข้อสงสัยหลายอย่างเกี่ยวกับการโฆษณาของสถาปนิก

    สถาปนิกโปรโมทงานตนเองในสื่อผิดไหม? และข้อสงสัยหลายอย่างเกี่ยวกับการโฆษณาของสถาปนิก

    “ยาสีฟันที่ทันตแพทย์แนะนํา” “อะไรดีบุ๋มก็ว่าดี”  “เชื่อแป้ง เชื่อเมืองไทยประกันภัย”

  • VaSLab ARCHITECTURE วสุ วิรัชศิลป์ สถาปนิกที่ขับเคลื่อนห้องแล็ปแห่งการทดลองด้วยความเชื่อและไดนามิกดีไซน์

    VaSLab ARCHITECTURE วสุ วิรัชศิลป์ สถาปนิกที่ขับเคลื่อนห้องแล็ปแห่งการทดลองด้วยความเชื่อและไดนามิกดีไซน์

    ในวันนี้ภาพของความสำเร็จอาจเป็นภาพที่ใครหลายคนเห็น เมื่อมองไปยัง VaSLab (Vertere Architecture Studio Laboratory) สตูดิโอออกแบบแนวหน้าของเมืองไทย แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้ คือ ทุกเบื้องหลังของ คุณวสุ วิรัชศิลป์