OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM
info@sitename.com | 987654321
การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์


EE House ดีไซน์ที่ไม่ปล่อยให้ถนนรกร้าง คั่นกลางระหว่างบ้านพี่บ้านน้อง เพราะมีถนนรกร้างคั่นกลางที่ดิน จึงทำให้การขยับขยายเกิดขึ้นได้ยาก กระทั่งได้รับการแก้ปัญหาด้วยการออกแบบ จากที่ต้องอัดกันอยู่ในบ้านหลังเล็ก ครอบครัวใหญ่ในจังหวัดบุรีรัมย์ครอบครัวนี้จึงสามารถมีพื้นที่ทำกิจกรรมได้มากขึ้น WOS Architects ผู้รับหน้าที่ออกแบบบ้าน EE House ให้ข้อมูลเรื่องโจทย์แรกที่ได้รับให้เราฟังไว้ดังนี้ “ความเป็นมาของโครงการเกิดจากเจ้าของบ้านวางแผนเกษียณตัวเองจากกิจการค้าขาย และอยากย้ายที่อยู่จากตึกแถว มาเป็นบ้านชั้นเดียวที่มีบริเวณมากขึ้น มีพื้นที่ปลูกต้นไม้ และไม่ต้องเดินขึ้นลงบันได จึงเลือกมาอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร เดียวกันกับครอบครัวน้องสาว โดยมีโจทย์คือ ต้องเป็นบ้านที่สามารถรองรับกิจกรรมของครอบครัว พี่น้องและหลานๆ ที่จะมาทำอาหารทานด้วยกัน สามารถเดินไปมาหาสู่กับบ้านของน้องสาวได้ แต่มีปัญหาคือระหว่าง 2 บ้านมีพื้นที่รกร้างคั่นอยู่ เป็นถนนที่ไม่เคยถูกใช้งาน” จากโจทย์ที่ได้รับมาทำให้การวางผัง EE House นั้นออกจะเฉพาะเจาะจงอยู่สักหน่อย เนื่องจากต้องมีบางส่วนที่เป็นโซน private สำหรับพี่สาว และโซน public ที่สมาชิกคนอื่นๆภายในครอบครัวสามารถเข้ามาใช้งานร่วมกันได้ “ผังของบ้านถูกแบ่งเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ คือ หนึ่ง ส่วนบ้านพักอาศัยที่มีพื้นที่ใช้งานสำหรับ 1 คน ประกอบด้วย ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น และส่วนเตรียมอาหารเล็กๆ ที่ถูกวางอยู่ทางทิศเหนือ…

PLAY SPACE FOR SOLVING THE PROBLEM OF NATURE DEFICIT DISORDER เด็กอยากเล่นเป็น (เรื่อง) ธรรมชาติ พื้นที่สนามเด็กเล่นก็เหมือนโลกกว้างของเหล่าเด็ก ๆ ที่อยู่ในวัยกำลังทดลองใช้ชีวิตให้มีความสุข ทำความรู้จักกับธรรมชาติมากขึ้น แต่ถ้าพื้นที่จำกัดก็เท่ากับโลกของพวกเขาจะแคบลง การเชื่อมต่อกับธรรมชาติก็ขาดหายไป เพราะถ้าโลกของเด็กขาดธรรมชาติ ไม่แปลกใจนักที่เด็กยุคนี้เข้าสู่ภาวะโรคขาดธรรมชาติ กลายเป็นว่าโลกที่เขารู้จักมันเป็นเพียงโลกออนไลน์ผ่านทางหน้าจอเท่านั้นเอง เช่นเดียวกับ น้องมี่ วริชญา นิตยไสว บัณฑิตใหม่จากคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ ภาควิชา ภูมิสถาปัตยกรรม ที่ย้อนกลับไปตอนที่เป็นเด็ก ก็เป็นคนหนึ่งที่อยากออกไปเล่นสนุกนอกบ้าน แต่กลับไม่มีพื้นที่ที่ตอบโจทย์ ความรู้สึกที่ค้างคาในวัยเด็กพามาถึงจุดที่มองเห็นความความเป็นไปได้ในการทำธีสิส PLAY SPACE FOR SOLVING THE PROBLEM OF NATURE DEFICIT DISORDER AND SUPPORTING CHILDREN’S DEVELOPMENT โครงการออกแบบพื้นที่ Play Space เพื่อแก้ปัญหาโรคขาดธรรมชาติ และส่งเสริมพัฒนาการเด็กและเยาวชน น้องมี่บอกกับเราว่าสถานที่ Play…

เติมเต็มคูหาด้วยสระว่ายน้ำและลิฟต์จอดรถ ที่บ้าน Coronation Road 45 เชื่อว่าสายตาหลายคู่ของผู้คนที่เข้าใจงานสถาปัตยกรรมในปีพ.ศ.นี้คงสะดุดอยู่กับอาคาร Brutalism กันอยู่บ่อยครั้ง ยอมรับว่าเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่ไม่ว่ากวาดสายตาผ่านงาน Brutalism เมื่อไหร่ เป็นต้องหยุดมองมันทุกครั้งไป บ้าน semi-detached ที่ถูกตั้งชื่อตามชื่อถนนว่า Coronation Road 45 ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะสิงคโปร์คืออีกหนึ่งโปรเจ็คต์ที่เตะตาเราทันทีที่เห็น Aamer Architects บริษัทสถาปนิกผู้ออกแบบให้ข้อมูลเบื้องต้นไว้ว่าบ้านพักขนาด 2 ชั้นครึ่งแห่งนี้ มีทั้งชั้นใต้ดิน สระว่ายน้ำ ไปจนถึงลิฟต์จอดรถ ทำให้เราอดประหลาดใจไม่ได้ว่าทั้งที่มีพื้นที่ไม่มากนั้น สถาปนิกเขาใส่โปรแกรมเหล่านี้ไปจนครบได้อย่างไรนะ? หากมองกันจากบริเวณหน้าบ้าน เราเชื่อว่าเกือบร้อยทั้งร้อยคงมุ่งความสนใจไปที่สระว่ายน้ำอันโดดเด่นนั่นเอง รูปร่างแนวยาวขนานไปตามตัวบ้าน ทำให้เรารู้สึกว่าสระแห่งนี้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับตัวอาคาร ยิ่งเมื่อพินิจรวมกับฟาซาดคอนกรีตที่มีช่องเปิดรูปทรงเรขาคณิตก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างดูถูกออกแบบมาอย่างถูกที่ถูกทาง เหลือบตามาข้างๆเป็นถนนสำหรับจอดรถ แผ่นพื้นที่ดูประสานราบเรียบทำให้เราแทบไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วส่วนหนึ่งของพื้นนั้นสามารถทำหน้าที่เป็นลิฟต์ที่พารถลงไปจอดที่ชั้นใต้ดินได้ ขยับเข้ามาภายในบ้าน นอกจากการตกแต่งที่สวยงามสบายตา สำหรับเราแล้วการใช้ผนังกระจกกับทางฝั่งที่ติดกับสระว่ายน้ำ ยิ่งสร้างความสุนทรีย์ให้ผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน ไม่ว่าจะมองจากชั้นไหนก็ตาม บ้าน Coronation Road 45 เป็นหนึ่งในโครงการลักษณะที่เราคิดว่าเราดูแล้วสามารถตั้งอยู่ในประเทศไทยได้เช่นเดียวกัน คงเป็นเรื่องน่าสนใจที่จะลองนำมานึกฝันดูว่าหากเป็นที่ดินแคบยาวสักแห่งที่เรามี บ้านพักอาศัยซึ่งมีโปรแกรมหลากหลายพร้อมใช้งานขนาดนี้จะสามารถเกิดขึ้นได้บ้างหรือไม่ Project Name: Coronation Road 45Architect: Aamer…

Hereduan Streetfood อัพเลเวลสตรีทฟู้ด สู่ร้านมีบาร์และฝ้าซ่อนไฟ ‘เฮียด่วนบรรทัดทอง’ เป็นร้านอาหารที่มีชื่อเรียบง่ายเช่นนี้น่าจะเป็นร้านประเภทที่เพียงได้ยินชื่อเราส่วนมากก็คงรู้สึกถึงความขลังของสูตรอาหารเลิศรส และเราก็เชื่อเหลือเกินว่าหนุ่มสาวชาวออฟฟิศโซนสุขุมวิทในเมืองกรุงฯคงคุ้นเคยกับร้านเฮียด่วนเป็นอย่างดี แต่จะเป็นอย่างไรเมื่อเฮียด่วนต้องขยายสาขามาสู่ถนนบรรทัดทองที่เต็มไปด้วยเด็กๆวัยรุ่นวัยเรียน เราแอบเดาเอาเองว่าเรื่องของรูปลักษณ์จากการตกแต่งร้านคงจะมีผลต่อการดึงดูดลูกค้าในย่านนี้ไม่มากก็น้อย Lifestudio ผู้รับหน้าที่การออกแบบร้าน Hereduan Streetfood สาขาบรรทัดทองให้ข้อมูลเบื้องต้นกับเราไว้ให้ยิ่งเห็นภาพชัดขึ้น “การวางผังของร้านจะมีการแบ่งสัดส่วนหน้าร้านและหลังร้านที่ชัดเจน พอเข้ามาที่หน้าร้านจะเจอกับพื้นที่ตั้งโต๊ะอาหารที่ถูกลดระดับฝ้าลงมาแล้วก็ทำเป็นฝ้าหลุมที่ซ่อนไฟเอาไว้ ปลายตาของส่วนนี้จะพบกับบาร์น้ำ ที่ถูกลดระดับให้เตี้ยลงมาด้วยชั้นวางของด้านบนให้ซ่อนส่วนทำงานด้านหลัง เพื่อแยกหลังร้านออกจากหน้าร้านด้วยพื้นที่บาร์น้ำที่จะเป็นจุดรับสายตาของคนที่เข้าร้าน” สำหรับโทนสีหลักของร้านถูกกำหนดโดยปริยายด้วยวัสดุที่ถูกเลือกใช้ “ลายไม้โทนสีเข้ม ผสมกับพื้นผิวหยาบของกระเบื้องดินเผาและปูนฉาบที่จะถูกตัดกันด้วยวัสดุสีทองแดงที่มีพื้นผิวเงา” วัสดุเหล่านี้จะช่วยสร้างให้บรรยากาศของร้านดูอบอุ่นไม่หนีจากบรรยากาศของร้านดั้งเดิมที่ผู้คนคุ้นเคยกันมานานนม แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างมู้ดร่วมสมัยเข้ากับผู้คนในย่านใหม่มากขึ้น “องค์ประกอบที่เลือกใช้ในการออกแบบตั้งใจให้สื่อถึงความเป็นบ้านเก่า ผ่านการทอนสัดส่วนของส่วนต่างๆ โดยพื้นของร้านเป็นการเรียงสลับของกระเบื้องดินเผาสีเทา และสีดำ เพื่อลดความเป็นผืนใหญ่ของพื้นร้าน ผนังของร้านได้นำองค์ประกอบผนังตีเกล็ดไม้ สลับกับจังหวะผนังลูกฟักที่ถูกนำมาเปลี่ยนสัดส่วนให้ดูเรียบง่ายและเป็นสมัยใหม่มากขึ้น นอกจากนั้นยังผสมด้วยองค์ประกอบของการกลัดขอบผนัง และองค์ประกอบเรขาคณิตลายดอกที่เป็นสีแดงลงไปบนผนังเกล็ดไม้ เพิ่มอารมณ์ความเป็นจีนผสมเข้าไปให้กับร้าน เพื่อให้ตอบรับกับแบรนด์ดิ้งของร้าน” Lifestudio เสริม เราเชื่อว่าใครที่เคยลิ้มลองเมนูต่างๆของเฮียด่วนในภาคเอกมัยจะยังคงสามารถดื่มด่ำกับรสชาติที่คุ้นเคยได้ที่ภาคบรรทัดทองอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกันสำหรับนักชิมหน้าใหม่ นอกจากความเอร็ดอร่อยที่หลายคนร่ำลือ Project Name: Hereduan StreetfoodArchitect: lifestudioArea : 120 sq.m.Completion Year: 2024Location: ฺBangkok, ThailandPhoto: สรัล กุลสิงห์ Writer

ปักหมุด 4 มุมเมือง กับบ้านที่ดีไซน์ฟังก์ชันมาเพื่อตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิต เศรษฐสิริ by Sansiri (Project description provided by SANSIRI) หลังจากที่ปี 2023 “เศรษฐสิริ” ได้เปิดแบบบ้าน 4 ดีไซน์ใหม่ และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี ปี 2024 นี้ เศรษฐสิริ ปักหมุดครอบคลุม 4 ทำเลศักยภาพ รามอินทรา | ราชพฤกษ์ | ดอนเมือง | บางนา พร้อม เปิดจองโซนใหม่พร้อมกันมากถึง 11 โครงการ 25-26 พฤษภาคม นี้ ดีไซน์ที่ออกแบบเพื่อรองรับครอบครัวทุกรูปแบบ บ้านทั้ง 4 ดีไซน์ ไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยหรู แต่ออกแบบฟังก์ชันเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพของผู้อยู่อาศัย ด้วยพื้นที่ภายในโปร่งโล่ง โอ่อ่า กว้างขวาง ไม่อึดอัด มีสเปซให้กับทุกคนในครอบครัว เมื่อเปิดประตูเข้ามาในบ้าน เราจะถูกต้อนรับด้วย Double Volume…

Nhà Quê นิยามของบ้านชานเมืองแห่งเขตร้อนชื้น เขตชานเมือง พื้นที่ที่ไม่ได้มีความโมเดิร์นเต็มตัวแบบใจกลางเมือง แต่ก็ยังไม่ถึงกับว่าเป็นเขตชนบทเสียทีเดียว บ้านชานเมืองแห่งเขตร้อนชื้นหลังนี้ จึงถือเป็นคำตอบที่ถูกใจสำหรับคนที่อยากได้การตกแต่งทันสมัยภายในบ้านแบบคนเมืองแต่ก็อยากเก็บความเป็นธรรมชาติไว้ใกล้ตัว NHÀ Quê เป็นภาษาเวียดนามที่หมายถึง “บ้านในย่านชานเมือง” แม้จะหมายถึงบ้านในย่านชานเมือง แต่ถ้ามองดูดีๆ แล้ว สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในบ้านแบบ NHÀ Quê คือลักษณะที่อยู่อาศัยแบบดั้งเดิมในชนบทของเวียดนามตามแบบบ้าน “ปาเกียน” ที่พื้นที่ภายในบ้านเชื่อมต่อกันทุกส่วน และเปิดสู่บรรยากาศธรรมชาติอันโล่งโปร่งภายนอก แต่บ้าน NHÀ Quê นั้นยังเสริมความดั้งเดิมด้วยสถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ที่กอปรรวมเครื่องอำนวยความสะดวกเพื่อยกมาตรฐานการใช้ชีวิตไปอีกระดับ การตกแต่งและวัสดุในบ้านหลังนี้ปลุกจิตวิญญาณบ้านปาเกียนหรือบ้านไม้ดั้งเดิมของเวียดนามกลับมา ทั้งลวดลายเส้นโค้งวาดลงบนผืนคอนกรีตยิ่งสร้างความนุ่มนวลให้กับวัสดุ คล้ายกับว่าผืนคอนกรีตนั้นไม่ต่างจากไม้ที่เคยเป็นวัสดุสร้างบ้านไม้ดั้งเดิมของชาวเวียดนาม อิฐถูกเรียงซ้อนกันอย่างบรรจงรอเล่นกับแสงและเงาที่จะเข้ามากระทบ แผงกระจกซ้อนกัน ลดหลั่นมีชั้นเชิงสะท้อนงานฝีมือท้องถิ่น ส่วนวัสดุที่ใช้สร้างบ้านทั้งหมดจะเน้นวัสดุท้องถิ่นที่พอจะหาได้ง่ายในท้องตลาด พื้นที่ส่วนกลางขนาดพอประมาณอยู่ตรงใจกลางของบ้านนั้นคือคอร์ทยาร์ด ลานวางต้นไม้และผืนหญ้าสดชื่นเกิดจากการวางพื้นที่รูปตัว L แบ่งเป็นสองส่วนให้หันหน้าโอบกอดกัน คอร์ทยาร์ดในบ้านหลังนี้อยู่บนระดับพื้นดินเดียวกับส่วนอื่นๆ ของบ้าน ทุกห้องสามารถเปิดสู่พื้นที่สาธารณะตรงนี้เพื่อหย่อนใจได้แบบไร้รอยต่อ และไม่ต้องกังวลกับพื้นต่างระดับ ระดับพื้นของแต่ละห้องราบเรียบเสมอกันเอื้อต่อการก้าวเดินของผู้สูงอายุไม่ให้สะดุดหรือหกล้ม อีกทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดจะอยู่ในชั้นนี้ชั้นเดียว ไม่เปลืองแรงขึ้นบันไดให้เมื่อย ส่วนชั้นสองเป็นพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับแม่บ้าน หรือเก็บเครื่องไม้เครื่องมือที่จำเป็น การสร้างบ้านแบบเปิด เชื่อมต่อกันทุกห้อง ไม่ถูกขวางกั้นโดยสิ่งก่อสร้างใดยิ่งเปิดให้แสงธรรมชาติลอดเข้ามาส่องถึงทั่วทุกมุม เติมพลังด้วยสัมผัสอุ่นๆ จากไอแดด และที่สำคัญ พื้นที่เปิดยังพาลมที่พัดโชยให้ไหลเวียนทั่วทุกห้อง เหมาะกับบ้านในเขตร้อนชื้นที่อากาศระอุจนน่าอึดอัด คอร์ทยาร์ดที่อยู่ตรงกลาง…

Red House สิ่งปลูกสร้างส่วนต่อขยายสีแดง ที่ประยุกต์ใช้แนวคิดจากบ้านจีนทางตอนใต้ เมื่อครอบครัวคนจีนถึงคราวต้องขยับขยายเตรียมต้อนรับญาติผู้ใหญ่ที่เริ่มเกษียณและกำลังจะย้ายเข้ามาเป็นอีกส่วนหนึ่งของบ้าน การต่อเติมอาคารให้กว้างขวางพร้อมใช้งานมากขึ้นจึงกลายเป็นเรื่องจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ Red House ผลงานการออกแบบจาก O.U.R.Architect นั้นเป็นโครงการมีแนวคิดพื้นฐานในการออกแบบประยุกต์มาจาก Tianjing การสร้างและต่อเติมที่อยู่อาศัยตามแบบฉบับบ้านในประเทศจีนแถบตอนใต้ ซึ่งมีหลักการเว้นพื้นที่เปิดคาร์ทยาร์ดให้เป็นสเปซเชื่อมต่อโปรแกรมต่างๆเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์ในแง่ของการระบายอากาศอีกด้วย จากเดิมนั้นพื้นที่ในส่วนที่ถูกนำมาสร้างขึ้นเป็น Red House ในปัจจุบันเคยเป็นโกดังเก็บของเก่ามาก่อน แต่ในตอนนี้ก็ได้ถูกปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่สำหรับห้องนอนจำนวนสองห้องและอีกหนึ่ง living space กึ่ง indoor ไปเรียบร้อยแล้ว บริเวณคอร์ทยาร์ดซึ่งเป็นดั่งพระเอกของโครงการที่เราได้กล่าวถึงไปเมื่อข้างต้นนั้น ทำหน้าที่เชื่อม living space ในบ้านหลังเดิมกับ living space ที่น่าตื่นเต้นขึ้นด้วยฟีเจอร์เก๋ๆของบ้านหลังใหม่เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งฟีเจอร์ที่ว่านี้ก็หมายรวมถึงบ่อปลาคาร์ฟสวยงามเพลินตาที่ถูกสร้างขึ้นล้อมบันไดขึ้นชั้นสองด้วยเช่นกัน เราสามารถพบห้องนอนห้องแรกที่อีกฟากของ living space ในชั้นหนึ่ง และอีกห้องอยู่บนชั้นสองบริเวณเหนือพื้นที่ living space นั่นเอง ในแง่ของวัสดุที่สถาปนิกเลือกใช้ ก็ถือได้ว่าเป็นประเด็นสำคัญที่สร้างภาพจำให้โครงการ อิฐช่องลมสีแดงสดโดดเด่นสร้างความรู้สึกที่แตกต่างกันให้ผู้ใช้งานระหว่างช่วงกลางวันและช่วงกลางคืน แพทเทิร์นการวางลวดลายนั้นออกจะแรนดอมอยู่สักหน่อยเนื่องจากสถาปนิกต้องการให้บางจุดมีรูขนาดใหญ่เพื่อใช้แทนหน้าต่างเล็กๆที่คนในบ้านสามารถส่องลอดออกมามองความเป็นไปบริเวณด้านนอกได้ อีกทั้งในช่วงกลางคืนก็ยังมีผลต่อลักษณะการส่องสว่างของแสงจากภายในที่สวยงามได้อีกด้วย หลังคาทรงโค้งและมีลักษณะเชิดขึ้นเป็นอีกส่วนหนึ่งของโครงการที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบ้านจีนสมัยเก่า แม้ดูจากภาพรวมแล้ว Red House จะเป็นโครงการซึ่งเกิดขึ้นจากโจทย์ที่เรียบง่าย แต่ด้วยการออกแบบที่เข้าอกเข้าใจลักษณะการอยู่อาศัยของครอบครัวคนจีน บ้านหลังนี้จึงกลายเป็นบ้านยุคใหม่ที่มีกลิ่นอายของความเป็นจีนในระดับที่พอดิบพอดี Project…

International Meditation Institute สถาบันสมาธินานาชาติสำหรับเพื่อนมนุษย์ทุกศาสนา ท่ามกลางความวุ่นวายของโลกแห่งทุนนิยมและอุตสาหกรรม วิถีทางธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ค่อยๆละลายจางหายไปกับวัตถุนับพันนับหมื่นรอบกาย จะมีสักกี่วิธีที่เราสามารถค้นพบพื้นที่สำหรับพักผ่อนจิตวิญญาณ และเสริมสร้างจิตใจให้แข็งแรงไม่เปราะบางไปตามกระแสสังคม น้องเกรท ณัฐวัฒน์ แดงวิไล บัณฑิตจบใหม่จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง เจ้าของผลงานวิทยานิพนธ์หัวข้อ “โครงการสถาบันสมาธินานาชาติ International Meditation Institute” บอกกับเราว่าตัวเขาเองนั้นเคยผ่านช่วงเวลาที่ประสบความเคร่งเครียดจนเกิดเป็นอาการนอนไม่หลับอย่างหนักตามมาเป็นผลพวง จากภาวะในครั้งนั้นทำให้เขานึกถึงวิธีการนอนสมาธิที่เคยได้ร่ำเรียนสมัยเข้าค่ายธรรมะในวัยเด็ก จึงลองนำสิ่งที่จำได้มาปฏิบัติใหม่จนสามารถกลับมารักษาสมดุลในชีวิตได้อีกครั้ง ด้วยเหตุนี้เขาจึงเคลมได้เต็มปากว่าตัวเองก็เป็นหนึ่งในคนที่สัมผัสประโยชน์ของการเจริญสมาธิมาแล้วโดยตรง ชื่อย่อสั้นๆที่เกรทใช้เรียกโครงการของเขานั้นคือ IMI ที่ย่อมาจากชื่อเต็มในภาษาอังกฤษ (International Meditation Institute) ทั้งนี้แม้จะเกิดประกายขึ้นจากประสบการณ์ส่วนตัว แต่ก่อนตัดสินใจจิ้มหัวข้อชี้เป็นชี้ตายก่อนเรียนจบนั้น เกรทก็ได้ลงมือรีเสิร์ชเพิ่มเติมอีกพอประมาณเพื่อให้แน่ใจได้ว่าสถาบันแห่งนี้จะเป็นพื้นที่ที่สังคมยังขาดอยู่อย่างแท้จริง เกรทอ้างอิงตามข้อมูลรีเสิร์ชของสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรมศาสนาที่ระบุไว้ว่าประเทศไทยมีศักยภาพและโอกาสที่จะเป็นศูนย์กลางของสมาธิโลกได้ ทั้งในแง่ความพร้อมด้านสถานที่และบุคลากรผู้ฝึกอบรม ซึ่งตามยุทธศาสตร์แล้วจุดประสงค์พื้นฐานที่จำเป็นต่อการสร้างสถาบันนั้นควรยืนพื้นอยู่บน 4 จุดมุ่งหมายหลัก คือการเป็นศูนย์ข้อมูล การเป็นสถานที่ฝึกสมาธิ การเป็นสถาบันที่มีหลักการทำสมาธิที่เป็นมาตรฐาน และท้ายสุดคือมีการฝึกบุคลากรอบรมต่างๆอยู่อย่างต่อเนื่อง คำว่าสมาธิของเกรทในที่นี้ไม่เพียงมุ่งเน้นไปในเชิงศาสนาเพียงประการเดียว แต่ยังหมายรวมถึงการทำสมาธิในรูปแบบอื่นๆเช่นการทำสมาธิเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน หรือเพื่อการฮีลจิตวิญญาณด้วยนั่นเอง และกลุ่มเป้าหมายก็ไม่ได้จำกัดวงแคบอยู่เพียงประเทศไทยเช่นกัน เกรทตั้งใจว่า IMI ของเขานั้นจะเกิดขึ้นเพื่อเพื่อนมนุษย์ผู้แสวงหาความสงบสุขในจิตใจจากทั่วทุกมุมโลกเลยทีเดียว ไซต์ที่เกรทเลือกเป็นที่ตั้งสำหรับโครงการ IMI ตั้งอยู่ในอาณาบริเวณของสวนหลวงร.9 โดยพื้นที่บริเวณนี้มีความเหมาะสมในหลากหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวที่น่าจะช่วยให้ผู้ใช้งานอาคารรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าการถูกรายล้อมไปด้วยป่าคอนกรีต รวมถึงระดับของ noise pollution…

Bar Kar ร้านอาหารที่เกิดประกายจากไฟฟืน เมื่อลักษณะการปรุงอาหารในห้องครัวของร้าน Bar Kar มีความโดดเด่นจากวิถีทั่วไปของชาวโลกยุคปัจจุบัน สถาปัตยกรรมจึงถูกดีไซน์ออกมาในรูปแบบที่สอดคล้องกับตัวตนที่ทางร้านพยายามสื่อสารผ่านอาหารของพวกเขาเช่นกัน Bar Kar เป็นร้านอาหารน้องใหม่ที่น่าจับตามองแห่งเมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อนบ้านของไทยเรานี่เอง ขั้นตอนการปรุงของร้านแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการใช้ฟืนก่อไฟไม่ต่างจากการวิถีของบรรพบุรุษ ซึ่งอาจจะนับว่าต้นขั้วแห่งศิลปะการทำอาหารก็ยังได้ ด้วยเหตุนี้ เมื่อได้รับมอบหมายให้มาออกแบบอาคารของร้าน Bar Kar สตูดิโอ Spacemen บริษัทสถาปนิกผู้ออกแบบจึงตัดสินใจหยิบเอาเชื้อเพลิงอย่างท่อนฟืนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในครัวขึ้นมาเป็นวัสดุหลักสำหรับตกแต่งทางเข้าจนเกิดเป็นเส้นทางแสนน่าค้นหานั่นเอง และแน่นอนว่าคอนเซ็ปต์ของงานโดยรวมก็ถูกปักหมุดไว้ไม่พ้นเรื่องราวของฟืนและไฟเช่นกัน ที่บริเวณ main entrance เราจะได้เจอกับซุ้มทรงโค้งสีเอิร์ธโทนที่มีเนื้อสัมผัสคล้ายดินเผาเป็นสิ่งแรก ก่อนที่ทางเดินซึ่งถูกกำหนดขึ้นจากผนังไม้ฟืนจะค่อยๆปรากฏสู่สายตา สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้ผู้มาเยือนตั้งแต่ก่อนเข้ามานั่งกิน ไม่เพียงเท่านั้นยังชวนให้ใครต่อใครนึกถึงบรรยากาศของถ้ำในยุคก่อไฟหุงหาด้วยเช่นกัน ซึ่งบริเวณนี้ก็ทำหน้าที่เป็นดั่ง introduction ก่อนพาผู้คนเข้าไปสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบดั้งเดิมทางด้านในได้เป็นอย่างดี เมื่อเข้าไปสู่พื้นที่ interior ของร้าน เหล่าผู้ใช้งานจะได้พบกับโซนรับประทานอาหารที่มีผนังและเพดานสีดินเผาที่จัดจ้านยิ่งกว่าบริเวณด้านหน้า นำพาให้จินตนาการไปถึงเตาหลุมสมัยโบราณเลยทีเดียว ฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดภายในร้านคงหนีไม่พ้นเคาน์เตอร์ Chef’s Table รูปครึ่งวงกลมที่ถูกทำขึ้นจากหิน Travertine อันมีลวดลายสวยงาม ที่นั่งจำนวนราว 20 สร้างความรู้สึกประหนึ่งว่ากำลังดื่มด่ำกับมื้ออร่อยอยู่รอบกองไฟ ยิ่งเมื่อผนวกกับประติมากรรมจากตาข่ายโลหะบนเพดานที่ปรากฏออกมาในรูปลักษณ์ของเปลวเพลิงสีทองแล้ว พื้นที่ภายในร้านก็ยิ่งให้กลิ่นอายของห้องเครื่องยุคดึกดำบรรพ์ชัดเจนขึ้นไปอีก ฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดภายในร้านคงหนีไม่พ้นเคาน์เตอร์ Chef’s Table รูปครึ่งวงกลมที่ถูกทำขึ้นจากหิน Travertine อันมีลวดลายสวยงาม…

Villa Arpel การถ่ายทอดอารมณ์ขันอันยอดเยี่ยม สู่แมนชั่นสุดโมเดิร์นของ Jacques Tati จากคำกล่าวของ Le Corbusier ในยุค 1927 ที่ว่า “A House is a machine for living in” ที่แสดงให้เห็นถึงการที่บ้านเปรียบเสมือนเครื่องจักรที่สามารถอยู่อาศัยได้ ที่ภายในมีฟังก์ชั่นที่รองรับการดำรงชีวิตของมนุษย์คล้ายการอาศัยอยู่ในหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ในภาพยนต์แฟนตาซี สิ่งเหล่านี้แม้เป็นคำกล่าวในอดีตแต่สามารถใช้กับแนวคิดการออกแบบที่พักอาศัยได้ทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นอดีตจนถึงปัจจุบัน มนุษย์ยังต้องการความทันสมัย ความสะดวกสบาย และจินตนาการถึงวิถีชีวิตอันโมเดิร์นอยู่เสมอ ผลงานการออกแบบแมนชั่นพักอาศัยสุดล้ำ (ล้ำแบบมีความเรทโทรนิดๆในยุค 1960 ) ที่จะนำมาพูดคุยกันในวันนี้ เป็นบ้านพักที่ไม่ได้สร้างเพื่ออยู่อาศัยจริง แต่เป็นบ้านพักอาศัยที่อยู่ในฉากหลังของภาพยนต์เรื่อง Mon Uncle (หรือ My Uncle) ในปี 1958 โดยผู้กำกับชาวฝรั่งเศษระดับตำนาน Jacques Tati โดยแมนชั่นหลังดังกล่าวมีชื่อว่า Villa Arpel ที่มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมราวกับหุ่นยนต์ที่หลุดมาจากการ์ตูนในโลกอนาคต ซึ่งภายในเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสุดไฮเทค โดยสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของแมนชั่นดังกล่าวจากภายนอกก็คือ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมทรงลูกบาศก์ที่มีช่องเปิดของอาคารคล้ายกับดวงตาทรงกลมขนาดใหญ่คอยสอดส่องผู้เยี่ยมชมไปมา Jacques Tati คือผู้กำกับภาพยนต์ชาวฝรั่งเศษที่ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้กำกับภาพยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล งานภาพยนต์ของเขาเปรียบเสมือนงานศิลปะ…