Piticharoenkit Residence บ้าน 3 ชั้นเรียบง่ายที่วางตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมเดิม

Piticharoenkit Residence
บ้าน 3 ชั้นเรียบง่ายที่วางตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมเดิม

โครงการตั้งอยู่บนถนนลพบุรีราเมศ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นบ้านพักอาศัยขนาด 3 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 1,000 ตร.ม.  อาคารอยู่ในพื้นที่เดิมของบ้านที่มีอาคารแวดล้อมในบริเวณเดียวกัน 2 ยูนิต ซึ่งตัวโครงการจะแยกออกจากอาคารเดิมทั้ง 2 แต่สามารถเข้าถึงได้จากกลุ่มอาคารดังกล่าว  ทั้ง 3 อาคารจะถูกเชื่อมด้วยสระว่ายน้ำเดิม ทางผู้ออกแบบจึงได้หันหน้าอาคารให้มองเห็นได้จากสระว่ายน้ำเป็นหลัก และยังสามารถเข้าถึงได้จากทางด้านหน้าด้วยเช่นกัน

ความกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมเดิมเป็นโจทย์สำคัญของงานออกแบบเนื่องจากต้องการความต่อเนื่องทั้งในแง่ของรูปแบบและการใช้งาน ในขณะเดียวกันอาคารใหม่ต้องไม่บดบังทัศนียภาพของอาคารเดิมที่มีอยู่แล้วเช่นกัน เราจึงได้แชร์พื้นที่ของสระว่ายน้ำเดิมให้เป็นส่วนหนึ่งของอาคารใหม่เหมือนถูกวางมาด้วยกันตั้งแต่แรก และเปิดพื้นที่ตรงกลางของกลุ่มอาคารให้ยังสามารถมองเห็นกันได้ ได้รับแสงแดดและลมตามธรรมชาติ ทำให้พื้นที่เชื่อมต่อค่อนข้างปลอดโปร่งและมีอากาศถ่ายเทได้ตลอดทั้งวัน

แปลนชั้น 1
แปลนชั้น 2
แปลนชั้น 3

ในส่วนของตัวอาคารได้เปิดพื้นที่ส่วนด้านหน้าให้เป็น OPEN COURT ขนาดใหญ่ที่รับกับสระว่ายน้ำเดิม ภายในเปิดพื้นที่ด้วย Double Volume ที่ต่อเนื่องตั้งแต่ภายนอกสู่ภายใน ให้ความโปร่งโล่งในบริเวณโถงนั่งเล่นได้ค่อนข้างมาก และเป็นจุดที่รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ในช่วงเช้า

อาคารถูกแบ่งออกเป็น 3 ชั้น โดยยกอาคารให้เป็นที่จอดรถและห้องควบคุมอยู่ในชั้นที่ 1 บันไดภายนอกที่เดินขึ้นจากที่จอดรถถูกบีบพื้นที่ให้ขึ้นมาเจอกับ Open Court ขนาดใหญ่กลางบ้าน ที่เชื่อมพื้นที่ทั้งหมดไว้ด้วยกัน ส่วนของ Public Space ทั้งห้องนั่งเล่นและห้องทานอาหารจะเปิดรับกับ Open Court และถูกจัดวางให้อยู่ในชั้นที่ 2 โดยมีโถงบันไดซ่อนอยู่ด้านหลังผนังหินที่เปิดเป็น Void กระจกตลอดแนวบันไดเพื่อดึงแสงธรรมชาติ ทำให้โถงบันไดที่อยู่ด้านหลังโปร่งและสว่าง พื้นที่ชั้น3 เป็นโถงที่เปิดรับกับ Double Volume มีมุมห้องพระที่ถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของ Space อย่างกลมกลืน เพิ่มความน่าสนใจด้วยการดึง Mass ของอาคารด้านหน้าให้ยื่นออกไปโอบรัด Open Court ภายนอก ด้วยโครงสร้าง Cantilever ที่ทำให้ดูเหมือนอาคารลอยอยู่กลางอากาศ  สำหรับภายในเชื่อมพื้นที่ของ Mass ก้อนนี้ด้วยทางเดินกระจกที่ลอยอยู่ระหว่างDouble Volume ของโถงห้องนั่งเล่น ซึ่งพื้นที่ชั้น 3 จะจัดเป็น Private Zone ทำให้ห้องนอนและพื้นที่ของเด็กถูกรวมกันอยู่ในชั้นนี้ในลักษณะ Double Corridor

แนวคิดในการออกแบบนอกจากการจัดวางตัวอาคารใหม่และอาคารเดิมแล้ว ความท้าทายโครงสร้างที่เป็น Long Span และ Cantilever เป็นอีกแนวความคิดที่ทำให้อาคารมีลูกเล่นและเป็นอิสระจากกฎเกณฑ์ของโครงสร้างเดิมๆการดึงเสาและคานออกจากผนัง การยื่นอาคารออกจาก Structure System ทำให้เราได้ Structure Element ที่สามารถกลายเป็นส่วนประดับอาคารไปด้วยในตัว  วัสดุอาคารที่เปลือยเปล่าสะท้อนอิทธิพลของแนวคิดยุค Post Modern ถูกนำมาใช้สำหรับการออกแบบอาคารหลังนี้ 

ภายในตกแต่งด้วยหินและไม้สีดำ เฟอร์นิเจอร์ลอยตัวน้อยชิ้นถูกจัดวางตามการใช้งาน ผนังในงานสถาปัตยกรรมกลายเป็นตู้เก็บของในงานอินทีเรียที่ถูกซ่อนอยู่หลังผนังกระจกและไม้อย่างเรียบง่าย สิ่งที่เห็นเป็นเพียงผนังเปลือยเปล่าที่ซ่อนการใช้งานอยู่ด้านหลังเท่านั้น

*คำอธิบายทั้งหมดโดยผู้ออกแบบ (Text description by the architects)

Project : Piticharoenkit Residence
Year : 2020
Area : 1000 sq.m.
Location : Loburi Ramet Rd., Hatyai, Songkhla Thailand
Architect : Nirostina Nisani – VIVE Design Studio, Bangkok-Dubai
Photographer : Beer Singnoi

Better Together อาคารที่รวมร้านค้า คาเฟ่ Co-Working Space และห้องประชุมไว้ภายในสถานที่เดียว

Better Together
อาคารที่รวมร้านค้า คาเฟ่ Co-Working Space และห้องประชุมไว้ภายในสถานที่เดียว

โครงการตั้งอยู่บนถนนประชาธิปัตย์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นอาคารสูง 6 ชั้น ที่มีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 1000 ตร.ม. อาคารถูกวางโปรแกรมให้เป็น one stop service แบบใช้งานครบวงจร  โดยรวมเอาส่วนของ Retails, Cafe, Co-Working Space และ Meeting Room ไว้ด้วยกันในอาคารเดียว

เนื่องจากพื้นที่ที่มีอย่างจำกัดการออกแบบจึงนำฟังก์ชั่นมาซ้อนกันในแนวตั้งเพื่อกระจาย User ออกจากกัน แต่ Function เหล่านั้นถูกออกแบบให้เหลื่อมล้ำและทับซ้อนกันอย่างตั้งใจทำให้เกิดพื้นที่ภายในที่เชื่อมต่อกันแบบหลวมๆ ด้วย Vertical Space โดยชั้น 1 และ 2 เป็นส่วนของ Stationary Retail   ชั้น 3 และ 4 เป็น cafe และ co-working space ในขณะที่ชั้น 5 เป็นห้องประชุมและสัมมนา ส่วนของห้องเก็บของและออฟฟิสถูกดันขึ้นไปไว้ในชั้นที่ 6 ของอาคาร

ด้วยกิจกรรมที่หลากหลายแนวคิดจากพื้นที่ภายในจึงสะท้อนออกมาในรูปแบบของงานสถาปัตยกรรมภายนอกด้วยเช่นกัน คุณสามารถมองเห็นกิจกรรมของทั้งอาคารได้พร้อมกันจากภายนอกซึ่งเป็นความตั้งใจ โดยการเปิด Façade ให้ทำหน้าที่เป็นเหมือน Window Display ของอาคารและสามารถมองเห็น Section ของอาคารที่มีกิจกรรมเกิดขึ้นพร้อมกันอย่างหลากหลาย Space ที่ซ้อนทับกันภายในทำให้เกิด Mass ของอาคารที่ Interlock กัน สร้างความแปลกตาจากอาคารข้างเคียง แต่ในขณะเดียวกันก็สื่อสารด้วยรูปทรงที่เรียบง่าย เพื่อยังคงรักษาแนว Facade ของพื้นที่โดยรอบ (Context) เป็นการเติมอาคารใหม่ลงในที่ว่างแบบเงียบๆ แต่ยังสามารถสังเกตเห็นได้

ด้านหน้าของอาคารเปิดทางเข้าที่แคบให้โปร่งขึ้น ด้วยการคว้าน Mass โชว์ Double Volume และเสากลมที่รับกับด้านหน้าทะลุขึ้นไปยังชั้น 2 และนอกจากนี้พื้นที่ชั้น 3 ยังถูกออกแบบให้เปิด Mass เพื่อโชว์ Double Volume ซ้ำอีกครั้ง โดยการเติมบันไดวนสีแดงสดเชื่อมกับพื้นที่ภายในด้วยทางเดินโปร่งที่สามารถมองเห็นความต่อเนื่องไปยังชั้น 4 ของอาคาร การเปิดพื้นที่ในชั้นที่ 3 ให้เป็นพื้นที่ Outdoor และต้นไม้ที่ลอยอยู่กลางอาคารนั้นทำให้อาคารดูสูงชะลูดและโปร่งขึ้นในพื้นที่ที่แคบและมีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักของการออกแบบอาคาร

การเลือกใช้วัสดุของอาคารเน้นการโชว์คุณสมบัติตามธรรมชาติของตัววัสดุเองเพื่อลดต้นทุนในการดูแลรักษา (Low Maintenance) ผนังคอนกรีตเปลือยหล่อเป็นชิ้นสำเร็จที่ทิ้งร่องรอยไว้ตามธรรมชาติ ฝ้าคอนกรีตที่ตัดกับพื้น Epoxy สีขาวเป็นมันเงาและเรียบร้อย เป็น 2 วัสดุหลักของอาคารที่ทางผู้ออกแบบตั้งใจผสมผสานให้เกิดความลงตัวทั้งทางสุนทรียภาพและความเหมาะสมในการใช้งาน แทรกด้วยหินและไม้ในงาน Interior ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นและเป็นกันเองมากขึ้น นอกจากนี้ยังเลือกใช้กระเบื้องโมเสคทั้งสีขาวและสีดำจัด Pattern โชว์แนว ด้วยสัดส่วนและเสกลที่แตกต่างจาก Pattern หลักช่วยทำให้พื้นที่ภายในดูกว้างและใหญ่ขึ้น ผสมผสานกับสีขาว (All White) ซึ่งเลือกใช้เป็นโทนสีหลักของโครงการ นอกจากนี้ยังใช้สีแดงเข้ามาช่วยเพิ่มสีสัน ดึงดูดสายตา และสร้างความโดดเด่นแตกต่างจากพื้นที่อื่นๆของตัวอาคารเองในโซน Café และยังกลายเป็นจุดเด่นของอาคารที่ช่วยสร้างความน่าสนใจใน Space เพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน

*คำอธิบายทั้งหมดโดยผู้ออกแบบ (Text description by the architects)

Completion Year : 2021
Area : 1000 sq.m.
Location : Prachatipat Rd., Hatyai, Songkhla Thailand
Architect : Nirostina Nisani – VIVE Design Studio, Bangkok-Dubai
Photographer : Beer Singnoi

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้