OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM

info@sitename.com | 987654321

Design Makes A Better Life.

การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์

Vitality house บ้านที่พร้อมเติบโตไปกับเจ้าของบ้าน และแบ่งปันแสงสว่างให้แก่ชุมชนผ่านการเปิดปิดสเปซ

  • Vitality house บ้านที่พร้อมเติบโตไปกับเจ้าของบ้าน และแบ่งปันแสงสว่างให้แก่ชุมชนผ่านการเปิดปิดสเปซ

    Vitality house บ้านที่พร้อมเติบโตไปกับเจ้าของบ้าน และแบ่งปันแสงสว่างให้แก่ชุมชนผ่านการเปิดปิดสเปซ

    Vitality house บ้านที่พร้อมเติบโตไปกับเจ้าของบ้าน และแบ่งปันแสงสว่างให้แก่ชุมชน ผ่านการเปิดปิดสเปซ ยังจำได้ไหมสมัยที่ผู้ปกครองซื้อเสื้อผ้ารองเท้าให้เราตอนเด็กๆ เขามักจะซื้อไซส์ใหญ่กว่าปกติ เผื่อเราโตขึ้นจะได้ใส่ได้พอดี แต่คิดกลับไปก็อยากจะใส่เสื้อผ้าที่พอดีตัว ไม่อยากได้แบบหลวมโคล่งหรือคับแน่นจนเกินไป บ้านหลังนี้มีแนวคิดที่คล้ายคลึงกับเรื่องที่เล่ามา ทว่าแยบยลกว่านั้น เพราะมันพอดีกับไลฟ์สไตล์เจ้าของบ้านทั้งตอนนี้ และในอนาคต แบบที่สถาปนิกได้คิดมาเผื่ออนาคตเรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่าฟอร์มภายนอกที่เราเห็น เป็นฟังก์ชันการใช้งานทั้งหมด ซึ่งจะมีผลกับตัวโครงสร้างของบ้านหลังนี้อย่างมากทีเดียว ผ่านการออกแบบจาก A A D design ที่เชี่ยวชาญเรื่องการออกแบบบ้านเป็นพิเศษ บ้านหลังนี้เหมาะกับคนทุกวัย เพราะมีถึงสามรุ่นที่ต้องอาศัยอยู่ร่วมกัน ซึ่งวันนี้เราจะพาไปสำรวจซอกมุมเบื้องหลังการออกแบบ ‘บ้านแห่งชีวิต’ ที่ถนนประดิพัทธ์กัน สร้างบ้านทีหลัง สร้างความเป็นมิตรกับชุมชนก่อน  “เราพยายามอิงบริบทของชุมชนเข้าไปเกี่ยวข้องเยอะพอสมควร ไม่ใช่คํานึงถึงความสวยเพียงอย่างเดียว” อาร์ต – อยุทธ์ มหาโสม กล่าวถึงแนวคิดการออกแบบบ้านหลังนี้เป็นคำเปิดต้นๆ ของบทสนทนา ซึ่งบ้านหลังนี้มีทางเข้าเป็นซอยตันและเป็นทางวันเวย์ มีบริบทเป็นชุมชนเก่าย่านประดิพัทธ์ที่อยู่กันมานานหลายสิบปี “เราคิดว่าทุกงานที่เราออกแบบเนี่ยชุมชนกับเพื่อนบ้านต้องได้ประโยชน์ดังนั้นถ้าเห็นประวัติของงานยุคหลังๆของ AAD จะเห็นเลยว่าเราออกแบบบ้านแชร์พื้นที่สีเขียวให้แก่ชุมชน บ้านบางหลังนี่เราแชร์ถึงขั้นเพื่อนบ้านมาใช้ส่วนกลางของของบ้านได้ด้วย “อย่างบ้านหลังนี้ เราแชร์พื้นที่สีเขียวพวกคอร์ทต้นไม้ต่างๆ ให้กับคนทั้งในและนอกบ้าน ในมุมมองผู้ออกแบบถ้าเจอสภาพแวดล้อมรอบข้างที่เป็นชุมชน ส่วนใหญ่จะทําผนังทึบ แล้วสร้างคอร์ทในบ้าน แล้วปิดโดยรอบทั้งหมดเลย สําหรับเราจะมองว่า ถ้าทุกคนมัวแต่ทําบ้านที่เป็นบ้านทึบจนหมด สังคมมันก็ไม่น่าอยู่…

  • The Melting Neighborhood of Azabudai Hills

    The Melting Neighborhood of Azabudai Hills

    The Melting Neighborhood of Azabudai Hills Being a neighborhood filled with post-war buildings in the middle of Tokyo, one of the most futuristic cities in the world, somehow catalyzed the need to regenerate the area. That was the beginning of the long journey Tokyo’s latest modern urban village took. Azabudai Hills, a huge and complex…

  • Sirivit Residence เรือนหอบน Penthouse ที่ใช้เฟอร์นิเจอร์ Built-in จัดการกับสเปซ

    Sirivit Residence เรือนหอบน Penthouse ที่ใช้เฟอร์นิเจอร์ Built-in จัดการกับสเปซ

    Sirivit Residence เรือนหอบน Penthouse ที่ใช้เฟอร์นิเจอร์ Build-in จัดการกับสเปซ Sirivit Residence เป็นที่พักอาศัยกลางกรุงฯอีกแห่งหนึ่งที่ถูกรีโนเวทขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานของคู่รักหนุ่มสาวที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตครอบครัว แต่ที่ดูจะแตกต่างออกไปจากคู่อื่นๆที่เราเคยเขียนถึงมาอยู่สักหน่อยก็คือแท้จริงแล้วเรือนหอหลังนี้มีที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของคอนโดมิเนียมย่านอโศก หรือหากเรียกให้เข้าใจกันง่ายขึ้นก็คือ Penthouse นั่นเอง ด้วยความพิเศษของสถานที่ข้อนี้ ทำให้เรารู้สึกสนใจและอยากลองหยิบยกเอาเรื่องราวระหว่างเส้นทางการออกแบบมาเล่าให้ฟังดูสักที mArchten สถาปนิกผู้รับหน้าที่จำแลง Penthouse ยูนิตนี้ให้กลายเป็นเรือนหอแสนอบอุ่นบอกกับเราว่าโจทย์สำคัญที่พวกเขาได้รับมา คุณวีและคุณแพร สองโอนเนอร์ของโครงการนั้นก็คือพวกเขาต้องการให้มีการเพิ่มพื้นที่เก็บของเป็นหลักใหญ่ แม้ว่า Penthouse แห่งนี้จะมีขนาดกว้างขวางถึง 350 ตร.ม.แล้วก็ตาม และในขณะเดียวกัน ภาษาการออกแบบดั้งเดิมอันเรียบง่ายและโปร่งสบายก็เป็นกลิ่นอายที่ทั้งคู่ยังคงต้องการเก็บรักษาไว้เช่นกัน ..ซึ่งคำตอบของโจทย์ที่เราได้ฟังจาก mArchten นั้นก็ง่ายดายเหนือความคาดหมายของเราอยู่มากทีเดียว.. ..Built-in Furniture นั่นเองที่จะช่วยเยียวยาทุกสิ่ง.. ข้อดีของ Built-in Furniture นั้นมีมากมายแต่มักถูกมองข้ามไปเพราะความเรียบง่ายของคอนเซ็ปต์การใช้งาน แน่นอนว่าความคิดการปรับเปลี่ยนการกั้นห้องหับใหม่เพื่อสร้างพื้นที่เก็บของนั้นใช่ว่าจะไม่ผุดขึ้นมาในระบบเลยเสียทีเดียว ทว่าด้วยการพิจารณาของผู้ออกแบบแล้ว อย่างไรข้อดีของ Built-in Furniture ก็มีมากมายกว่าเห็นๆในกรณีนี้ ประเด็นสำคัญข้อหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับเราคือ Built-in Furniture ที่เราจะได้เห็นบน Penthouse แห่งนี้สามารถเปลี่ยนแปลงฟังก์ชั่นไปตามกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นจากผู้ใช้งานได้อย่างไม่ซับซ้อน ตัวอย่างแรกที่อยากจะชี้ให้เห็นคือบริเวณห้องรับแขกซึ่งใช้สเปซร่วมกันกับครัวและส่วนรับประทานอาหาร ด้วยหน้าต่างใสที่เรียงตัวเป็นแนวยาว พร้อมให้สองหนุ่มสาวได้ชมวิวย่านอโศกอย่างถนัดตา ทำให้…

  • ATP House แก้ปัญหาการอยู่อาศัยบนที่ดินแคบลึก ด้วยทางสัญจรในแนวดิ่ง

    ATP House แก้ปัญหาการอยู่อาศัยบนที่ดินแคบลึก ด้วยทางสัญจรในแนวดิ่ง

    ATP House แก้ปัญหาการอยู่อาศัยบนที่ดินแคบลึก ด้วยทางสัญจรในแนวดิ่ง เขียนโดย : ดร.สาโรช พระวงศ์ กรุงเทพมหานครเป็นเมืองใหญ่ที่ประสบปัญหารูปที่ดินและทำเลที่ตั้ง มีที่มาจากการแบ่งที่ดินในอดีตและขาดการวางแผน ทำให้เกิดข้อจำกัดต่อการออกแบบ รวมถึงที่ดินผืนหนึ่งในเขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร ตัวที่ดินอยู่ในถนนแคบลึก แต่ด้วยกลวิธีการออกแบบจากสถาปนิกที่เข้ามาแก้ปัญหาทำให้ยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวหนึ่งที่ประกอบด้วยคนหลายรุ่น สามารถที่จะอยู่ร่วมกันในบ้านหลังเดียวกันได้ด้วยการยกระดับคุณภาพชีวิตจากการออกแบบ เพราะการออกแบบคือการแก้ปัญหา สถาปนิกจึงใช้วิธีพิจารณาถึงปัญหาของรูปที่ดินเข้าประสานกับการใช้สอยในแต่ละส่วนให้มีความเหมาะสมกับสภาพที่ตั้งทั้งในตัวที่ดินและสิ่งที่อยู่รายรอบงานออกแบบที่เกิดขึ้น รูปทรงโดยรวมมีลักษณะเป็น monolith ซึ่งมาจากการแก้ปัญหาอย่างตรงไปตรงมา เป็นการแก้ปัญหาด้วยแนวคิดแบบ programmatic concept ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ถูกแสดงออกอยู่ในรูปทรง และพื้นผิวของ ATP House โดยทีม HAA Studio ในพื้นที่ดินแคบยาวและมีความต้องการใช้สอยมากการจัดเรียงที่ว่างและให้ความสำคัญกับการลำดับขั้นตอนของ scenario ที่จะเกิดขึ้นในบ้านเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ทั้งบริบทและโปรแกรมจึงเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อการจัดเรียง space อย่างสูง ที่ดินที่มีหน้ากว้าง 10 เมตรลึก 22 เมตรมีลักษณะแคบยาว และต้องรองรับเหล่าผู้ใช้สอยที่เป็นคนจาก 3 วัย มาอยู่ด้วยกันในบ้านหลังเดียว การจัดเรียงสเปซในแนวดิ่งจึงเริ่มด้วยพื้นที่ชั้น 1 ถูกวางไว้ให้จอดรถได้ 3 คันโดยวางไว้ด้านหน้าให้สเปซมีความกระชับมากที่สุดต่อการใช้งาน และประสานเข้าไปกับส่วนบริการของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ออกกำลังกาย งานระบบ ห้องเก็บของ…

  • Quarry NO.8 สถาปัตยกรรมทางวัฒนธรรม ที่เกิดจากการปรับพื้นที่ และเปลี่ยนกิจกรรมของเหมืองหิน

    Quarry NO.8 สถาปัตยกรรมทางวัฒนธรรม ที่เกิดจากการปรับพื้นที่ และเปลี่ยนกิจกรรมของเหมืองหิน

    Quarry NO.8 สถาปัตยกรรมทางวัฒนธรรม ที่เกิดจากการปรับพื้นที่ และเปลี่ยนกิจกรรมของเหมืองหิน Quarry No.8 สถาปัตยกรรมผลลัพธ์จากส่วนผสมระหว่างธรรมชาติ และมนุษย์ ด้วยเหมืองหินในอดีตที่ได้รับการแปลงโฉม และมอบกิจกรรมทางวัฒนธรรมเข้าไปภายในพื้นที่อย่างละเอียดลออ ที่ได้รับการออกแบบโดยสตูดิโอสัญชาติจีนอย่าง DnA Design and Architecture สู่รูปแบบพื้นที่ของกิจกรรมทางวัฒนธรรมท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบของธรรมชาติ  ประติมากรรมผลรวมจากธรรมชาติ และสิ่งที่มนุษย์สร้าง  Quarry No.8 ผลลัพธ์จากการดัดแปลงของเหมืองหินในมณฆลจินหยุน ประเทศจีน ที่ถูกทิ้งร้างสู่การดัดแปลงให้กลายมาเป็นสถานที่อำนวยความสะดวกสำหรับผู้คนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยว ด้วยโครงการที่ถูกสร้างขึ้นภายในพื้นที่ประวัติศาสตร์ ที่ได้รับการออกแบบโดย DnA Design and Architecture ภายใต้โครงการใหญ่ในประเทศปักกิ่งที่ได้รับมอบหมายให้เปลี่ยนแปลงสถานที่ทางธรรมชาติสู่พื้นที่กิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ประกอบไปด้วยพื้นที่ห้องสมุด สถานที่จัดแสดง และพื้นที่สำหรับพบปะสังสรรค์  ในการออกแบบ ทางทีมสถาปนิกผู้ได้มีแนวคิดตั้งต้นในการเน้นย้ำถึงลักษณะที่มีอยู่ของเหมืองหิน ให้ยังคงรักษาไว้ซึ่งความเป็นธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ด้วยประวัติศาสตร์ที่มีมายาวนานของพื้นที่อนุสรณ์สถาน และจารึกหินจากภูมิภาคนี้  “ ในส่วนของพื้นที่ Quarry No.8 นั้นเป็นรูปแบบการปรับปรุงระบบนิเวศเพื่อซ่อมแซมธรรมชาติที่ถูกทำลาย หรือการนำเหมืองร้างเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่ด้วยการเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ชุมชนท้องถิ่นเข้ากับประวัติศาสตร์ และมรดกนับพับปี ”     โดยรูปแบบของเหมืองหินแต่ละแห่งจะมีรูปแบบลักษณะทางกายภาพที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นผลที่มาจากการขุดด้วยมือของมนุษย์เป็นส่วนใหญ่โดยในพื้นที่แรกที่ได้รับการก่อรูปขึ้นของโครงการ Quarry No.8 ได้ถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่ของห้องสมุดแบบเปิด ที่เกิดขึ้นจากแท่นหินที่มีอยู่ภายในพื้นที่ และได้รับการดัดแปลงพื้นที่ให้เหมาะสมกับการประกอบกิจกรรมของผู้ใช้งานขึ้นด้วยขั้นบันไดคอนกรีต และบริเวณพื้นที่สำหรับการนั่งพักผ่อนที่ทำจากเหล็ก…

  • Baan Na Tun ล้อมวิถีชีวิตของบ้านสไตล์ทรอปิคอล ด้วยทุ่งนา บ่อปลา และสวนผัก

    Baan Na Tun ล้อมวิถีชีวิตของบ้านสไตล์ทรอปิคอล  ด้วยทุ่งนา บ่อปลา และสวนผัก

    Baan Na Tun ล้อมวิถีชีวิตของบ้านสไตล์ทรอปิคอล ด้วยทุ่งนา บ่อปลา และสวนผัก  บ้านนาตั้น บ้านพักอาศัยสไตล์ทรอปิคอล 2 ชั้น คือบ้านหลังที่สองของทาง Owner ซึ่งถูกสร้างขึ้นด้วยความตั้งใจที่จะมาใช้เวลาอยู่กับที่ดินผืนนี้ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อปลีกตัวจากความวุ่นวายภายในเมืองมาเรียนรู้ และเปิดรับกิจวัตรจากการเกษตรวิถีธรรมชาติด้วยการอยู่อาศัยที่ถูกรายล้อมไปด้วยทุ่งนา บ่อปลา และสวนผัก ที่ได้รับการออกแบบโดย Chan Studio Architects  บ้านหลังที่สอง ที่ทำหน้าที่มากกว่าการเป็นเพียงบ้านพักต่างอากาศ   บ้านนาตั้นคือบ้านพักสองชั้นที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับต่อการพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ของทาง Owner ภายใต้จุดประสงค์เพื่อให้สามารถใช้เวลาใกล้ชิดกับธรรมชาติได้มากขึ้นและเพื่อการเรียนรู้ทางการเกษตร   คุณศักดิ์ชาย สถาปนิกผู้ออกแบบเล่าให้เราฟัง  “หลังจากที่ได้เห็นพื้นที่ และได้รับฟังโจทย์ หรือแนวคิดจากทาง Owner จึงได้แบ่งแนวคิดการออกแบบออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ๆ”  หนึ่งคือจะทำอย่างไรให้บ้านมีความเข้ากันกับบริบทพื้นที่   สองคือจะทำอย่างไรให้ตัวบ้านสามารถมอบภาวะอยู่สบายให้แก่ผู้พักอาศัยได้ ในขณะที่ทาง Owner เข้าพักอาศัย และลงมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ทางเกษตรในระหว่างนั้น  และท้ายสุดคือพื้นที่ของบ้านหลังนี้จะสามารถเอื้อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันได้อย่างไร รวมถึงว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่บ้านหลังนี้จะมีพื้นที่สำหรับรองรับญาติผู้ใหญ่เป็นครั้งคราว    โดยทั้ง 3 ประเด็นนี้เป็นโจทย์ข้อหลักๆที่ถูกทีมออกแบบคำนึงถึงอยู่ตลอดในระหว่างการทำงาน    บ้านนาตั้นตั้งอยู่บนที่ดินที่มีลักษณะยาวเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ในสัดส่วนประมาณ่ 1 :…

  • เปิดมุมมองประสบการณ์การออกแบบ กับไอเดีย แนวคิดจากเหล่าสถาปนิกชื่อดัง ในกิจกรรมการประกวดแบบ Bluescope Design Award 2023

    เปิดมุมมองประสบการณ์การออกแบบ กับไอเดีย แนวคิดจากเหล่าสถาปนิกชื่อดัง ในกิจกรรมการประกวดแบบ Bluescope Design Award 2023

    เปิดมุมมองประสบการณ์การออกแบบ กับไอเดีย แนวคิดจากเหล่าสถาปนิกชื่อดัง ในกิจกรรมการประกวดแบบ Bluescope Design Award 2023 เปิดมุมมองประสบการณ์การออกแบบ กับไอเดียแนวคิดจากเหล่าสถาปนิกมากประสบการณ์ และผู้ที่คว้ารางวัล Building of The Year จากงานประกวดแบบ BlueScope Design Award 2023 การประกวดที่เป็นเวทีนำเสนอแนวคิดที่น่าสนใจด้านการออกแบบโดยใช้เมทัลชีทเป็นส่วนประกอบ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ภายใต้โจทย์ “ Beautiful Strength of Coated Steel ” ในงานมอบรางวัลของปีนี้ มีจัด panel talk ซึ่งได้รับเกียรติจากสถาปนิกมากประสบการณ์อย่าง Mr.Adrian Costa จาก NH Architecture ประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในคณะกรรมการการประกวดครั้งนี้ และ คุณ อยุทธ์ มหาโสม จาก Ayutt and associates design ที่มาถ่ายทอดเรื่องราวของการสร้างสรรค์งานสถาปัตยกรรม และแนวคิดภายใต้การนำเสนอผลงานการออกแบบที่นำ “เมทัลชีท”…

  • วงพระจันทร์เยว่เหมิน ซุ้มประตูจีนที่กลายเป็นสัญลักษณ์งานแต่งงานในดินแดนตะวันตก

    วงพระจันทร์เยว่เหมิน ซุ้มประตูจีนที่กลายเป็นสัญลักษณ์งานแต่งงานในดินแดนตะวันตก

    ประตูวงพระจันทร์เยว่เหมิน ซุ้มประตูจีนที่กลายเป็นสัญลักษณ์งานแต่งงานในดินแดนตะวันตก สถาปัตยกรรมเช่นเดียวกับวัฒนธรรมด้านอื่นๆ มีการถ่ายทอดและปรับเปลี่ยนไปตามภูมิภาค ไม่ว่าจะอยู่ห่างกันคนละทวีปหรือมีมหาสมุทรอันกว้างใหญ่คั่นอยู่ระหว่างกลาง บ่อยครั้งที่วัฒนธรรมจากซีกหนึ่งไปปรากฎอยู่อีกมุมหนึ่งของโลก ตัวอย่างเช่นองค์ประกอบสถาปัตยกรรมจีนที่เราคงเห็นกันคุ้นตาในเอเชียอย่าง ประตูวงพระจันทร์หรือ เยว่เหมิน (Moon Gate) ที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น หมู่เกาะเบอร์มิวดา ณ มหาสมุทรแอตแลนติก และกลายเป็นสัญลักษณ์ของงานแต่งงานของชาวเบอร์มิวดาในที่สุด เยว่เหมิน ประตูโค้งเปิดสู่สวรรค์ หนึ่งในตำราจัดสวนที่เก่าแก่ที่สุดเล่มหนึ่งของโลก The Craft of Garden (หยวนเยว่) เขียนโดยจี้เฉิงเมื่อปี ค.ศ.1631 ยุคราชวงศ์หมิง ปรากฎข้อมูลเกี่ยวกับประตูวงพระจันทร์ว่าพัฒนามาจากช่องเปิดวงกลมบนกำแพงอิฐในสวนจีนดั้งเดิม นอกจากนี้องค์ประกอบเยว่เหมินยังถูกนำมาใช้ในงานตกแต่งภายในด้วย โดยในข้อบังคับการออกแบบของ พระราชวังฤดูร้อนเดิม ณ กรุงปักกิ่ง ซึ่งเริ่มสร้างในช่วงศตวรรษที่ 18 ถึง 19 เรียกประตูวงพระจันทร์สำหรับใช้ภายในว่า หยวนกวง เหมิน (Yuanguang Men) ต่อมาในราชวงศ์ฉิง (ค.ศ. 1644-1911) หยวนกวง เจา (Yuanguang Zhao) กลายเป็นคำนิยามที่หมายถึงประตูวงพระจันทร์ภายในอาคาร ด้วยรูปทรงโค้งที่แตกต่างจากโครงสร้างเสาคานปกติ ทำให้เยว่เหมินถูกนำมาใช้แบ่งพื้นที่สวนและสร้างกรอบทิวทัศน์ระหว่างสเปซที่น่าสนใจได้เป็นอย่างดี ในความเชื่อชาวจีนวงกลมเป็นสัญลักษณ์ของท้องฟ้า ในขณะที่สี่เหลี่ยมเป็นตัวแทนพื้นดิน (เทียนหยวนตี้ฟาง,…

  • NIA By Sansiri ให้ทุกจุดหมายใกล้ขึ้นด้วยคอนโดที่ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิต

    NIA By Sansiri ให้ทุกจุดหมายใกล้ขึ้นด้วยคอนโดที่ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิต

    NIA By Sansiri ให้ทุกจุดหมายใกล้ขึ้นด้วยคอนโดที่ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิต ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์และทำให้ทุกจุดหมายใกล้ขึ้นได้ กับ “NIA by Sansiri One Step Closer แค่ใกล้ก็ได้เปรียบ” คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองที่ทำให้ทุกสิ่งเป็นเรื่องง่าย NIA by Sansiri คือคอนโดฯ Ready-to-Move ที่พร้อมสร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้พักอาศัยด้วยเฟอร์นิเจอร์ครบครันที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี และการตกแต่งสไตล์ Mid-Century Modern ตาม Concept หลักของโครงการ ตอบโจทย์ทุกแง่มุมของการใช้ชีวิตและเพลิดเพลินกับทุกกิจกรรมด้วยศักยภาพแห่งทำเลบนถนนสุขุมวิท 71 ซึ่งนอกจากจะห่างจากทางด่วนพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา – อาจณรงค์) ไปเพียง 200 เมตรแล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อทุกพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ด้วยรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ใช้เวลาแค่ 5 นาทีก็วาร์ปถึงสถานีอ่อนนุชได้!) แถมยังมีบริการรถรับส่งจากโครงการสู่สถานีรถไฟฟ้าฟรีอีกด้วย ต้อนรับคนพิเศษ ด้วยบรรยากาศสุดพิเศษ ต้อนรับแขกคนสำคัญและสร้างความประทับใจด้วยบรรยากาศสุดพิเศษที่ Lobby Lounge พื้นที่ที่จะมอบความรู้สึกราวกับกำลังนั่งชิลอยู่ภายในห้องนั่งเล่นที่บ้าน โดดเด่นด้วยรูปทรงเรขาคณิตและเฟอร์นิเจอร์ไม่ซ้ำสีสันซึ่งสร้างกลิ่นอายจากยุค Mid-Century ได้อย่างแท้จริง การเปิดมุมมองเข้าหาพื้นที่สวนอันร่มรื่นเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์สำคัญที่ยิ่งส่งเสริมให้บริเวณนี้เหมาะสมแก่การพักผ่อน และการประกอบกิจกรรมที่หลากหลายของผู้อยู่อาศัยทุกไลฟ์สไตล์ Co – Working…

  • Injoy Snow Hotel Bangkok เปลี่ยนบริบทของเมืองร้อน ด้วย Facade จากทิวทัศน์ของหิมะฝรั่งเศส

    Injoy Snow Hotel Bangkok เปลี่ยนบริบทของเมืองร้อน ด้วย Facade จากทิวทัศน์ของหิมะฝรั่งเศส

    Injoy Snow Hotel Bangkok เปลี่ยนบริบทของเมืองร้อน ด้วย Facade จากทิวทัศน์ของหิมะฝรั่งเศส บรรยากาศของฉากหิมะร่วงโรยราวกับอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ถูกถ่ายทอดออกมาในพื้นที่ของโรงแรม Injoy Snow Hotel Bangkok โดยฝีมือการออกแบบของ HAS design and research จากความชื่นชอบในสภาพอากาศและภูมิประเทศของฝรั่งเศส ท้ายที่สุดจึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญสำหรับการสร้างสรรค์โรงแรมแห่งนี้ขึ้นมา   เปลี่ยนบรรยากาศของเมืองร้อน ด้วย Facade จากหิมะฝรั่งเศส Injoy Snow Hotel Bangkok โรงแรมที่ได้ริเริ่มขึ้นจากทาง Owner ผู้ที่ซึ่งเคยใช้ชีวิตมาอย่างยาวนานในปารีส ประเทศฝรั่งเศส ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างโรงแรมในกรุงเทพฯ ที่จะมอบความรู้สึกราวกับอยู่ในฉากของช่วงเวลาที่หิมะร่วงโรยในประเทศฝรั่งเศส โดยใช้แนวคิดเรื่องความยั่งยืนเพื่อฟื้นฟูองค์ประกอบทางธรรมชาติในสถาปัตยกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุด และได้ทีมสถาปนิกจาก HAS design and research เข้ามาช่วยสานต่อความคาดหวังของทาง Owner ด้วยการออกแบบที่มีแนวทางเป็นเอกลักษณ์ และเพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ทางสถาปัตยกรรม และภูมิทัศน์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน  เมื่อเข้ามาภายในพื้นที่ของตัวโรงแรม จะสังเกตเห็นได้ถึงการออกแบบของรั้วที่ประกอบไปด้วยแผงอะลูมิเนียมเจาะรูรายล้อมไปทั่วตัวอาคาร  และในขณะเดียวกันแผงอะลูมิเนียมเหล่านั้นยังถูกออกแบบมาเพื่อสร้าง Perception ของบรรยากาศหมอกยามเช้าตามธรรมชาติ และยังมีหน้าที่ช่วยกรองแสงแดดพร้อมกับสร้างบรรยากาศที่สดชื่นให้แก่พื้นที่ภายในอีกด้วย   สร้างภูมิทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยองค์ประกอบของอาคาร แผงอะลูมิเนียมเจาะรูในส่วนด้านหน้าของพื้นที่อาคารถูกเปลี่ยนเป็นเกลียวอย่างนุ่มนวล และพริ้วไหวในส่วนของพื้นที่ห้องโถง…