OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM
info@sitename.com | 987654321
การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์


การใช้ Dynamic Facade ในแนวทางการออกแบบสถาปัตยกรรมยั่งยืน Dynamic Façade (หรือ Kinetic Facade) คืออะไร? ตามที่เราทราบกันว่า Facade (ฟาซาด) คือองค์ประกอบคล้ายกับเปลือกอาคารที่ทำหน้าที่ในการห่อหุ้มตัวอาคารเอาไว้ ซึ่งประโยชน์ของฟาซาดทางไม่ใด้มีแค่เพียงการเพิ่มสุนทรียศาสตร์ทางสถาปัตยกรรม หรือการส่งเสริมอัตลักษณ์ของอาคารให้มีความโดดเด่นเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในแนวทางอื่นๆมากมาย อย่างเช่นการควบคุมสภาพแวดล้อมภายในอาคารให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม ลดการเสื่อมสภาพของโครงสร้างอาคารจากสภาพแวดล้อมภายนอก รวมถึงการป้องกันมลพิษทางเสียงและมลภาวะทางอากาศ ซึ่งในปัจจุบัน มีการใช้ฟาซาดในงานสถาปัตยกรรมกันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่บ้านพักอาศัยขนาดเล็กไปจนถึงอาคารสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ โดยมีการผนวกเทคโนโลยีทางวิศวะ-สถาปัตยกรรม รวมถึงวิทยาการอื่นๆ ที่ล้ำสมัย ทำให้สามารถพัฒนาศักยภาพขององค์ประกอบที่ห่อหุ้มตัวอาคารดังกล่าวให้มีประโยชน์สูงสุด มนุษย์สามารถควบคุมเปลือกอาคารให้เคลื่อนไหวได้ตามต้องการ สิ่งดังกล่าวเรียกว่า Dynamic Façade (หรือ Kinetic Façade) ทำให้บางครั้งรูปด้านภายนอกของอาคาร (Exterior Elevation) ได้ถูกใช้เป็นพื้นที่ในการนำเสนออัตลักษณ์ความงามทางสถาปัตยกรรมในรูปแบบขององค์ประกอบที่สามารถเคลื่อนไหวได้ อย่างเช่นโครงการ The Bund Finance Center เมือง Shanghai ประเทศจีน โดย Foster + Partners และ Heatherwick Studio ที่สร้างเสร็จเมื่อปี 2017…

Ombú จากโรงไฟฟ้าพลังก๊าซเก่าสู่ออฟฟิศบริษัทพลังงานรักษ์สิ่งแวดล้อม จากโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซเก่าแก่รีโนเวทสู่ออฟฟิศบริษัทพลังงานยุคใหม่ การพลิกโฉมครั้งนี้เป็นการอนุรักษ์อาคารดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ผสมผสานกับการสร้างสถาปัตยกรรมใหม่แทรกเสริมเข้าไปได้อย่างกลมกลืน นอกจากนั้นการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างใหม่ยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตลอดจนใส่ใจวิถียั่งยืนในหลากหลายมิติอย่างเป็นจริงเป็นจังจนทำให้โครงการนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมจากหลายองค์กร รวมถึงกลายเป็นกรณีศึกษาตัวอย่างอันสำคัญขององค์การ World Green Building Council ที่ถูกนำเสนอในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 26 (COP26) ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ เลยทีเดียว โปรเจกต์ที่ว่านี้ก็คือ Ombú อาคารที่ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมเก่าของกรุงมาดริด ประเทศสเปน เดิมทีอาคารหลังนี้ก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1950 โดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงในยุคอดีตอย่าง Luis de Landecho เพื่อให้เป็นโรงงานไฟฟ้าพลังก๊าซที่ผลิตพลังงานป้อนพื้นที่แถบนี้ แล้วก็ยังเคยถูกเปลี่ยนไปเป็นโรงงานผลิตอาวุธสงครามและโกดังถ่านหินมาแล้วด้วย ก่อนที่ภายหลังจะถูกทิ้งร้างให้เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา จนกระทั่งในปี ค.ศ.2017 บริษัทพลังงานใหญ่ของสเปนอย่าง ACCIONA ได้ตัดสินใจเข้ามาซื้ออาคารหลังนี้ไว้เพื่อต้องการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าไว้ไมให้ถูกทำลายไปเหมือนหลายอาคารที่ผ่านมา และเพื่อให้การอนุรักษ์เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด ทาง ACCIONA จึงตัดสินใจบูรณะอาคารหลังนี้ให้กลับมามีชีวิตใหม่เพื่อสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง Ombú โฉมใหม่ถูกรีโนเวทโดยหนึ่งในบริษัทสถาปนิกชั้นนำที่มีชื่อเสียงลำดับต้นๆ ของโลกอย่าง Foster + Partners โดยมีโจทย์หลักในการคงโครงสร้างอาคารดั้งเดิมไว้และต้องรีโนเวทโปรเจกต์ให้สอดรับกับแนวความคิดสถาปัตยกรรมแบบยั่งยืน (Sustainable Architecture) รวมถึงคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังด้วย ข้อจำกัดสุดหินครั้งนี้ทำให้ทาง Foster + Partners ต้องทำงานอย่างหนัก ออกแบบโครงการโดยใส่ใจรายละเอียดทุกมิติ แล้วก็ต้องคิดถึงอนาคตระยะยาวด้วย…

Ombú จากโรงไฟฟ้าพลังก๊าซเก่าสู่ออฟฟิศบริษัทพลังงานรักษ์สิ่งแวดล้อม จากโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซเก่าแก่รีโนเวทสู่ออฟฟิศบริษัทพลังงานยุคใหม่ การพลิกโฉมครั้งนี้เป็นการอนุรักษ์อาคารดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ผสมผสานกับการสร้างสถาปัตยกรรมใหม่แทรกเสริมเข้าไปได้อย่างกลมกลืน นอกจากนั้นการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างใหม่ยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตลอดจนใส่ใจวิถียั่งยืนในหลากหลายมิติอย่างเป็นจริงเป็นจังจนทำให้โครงการนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมจากหลายองค์กร รวมถึงกลายเป็นกรณีศึกษาตัวอย่างอันสำคัญขององค์การ World Green Building Council ที่ถูกนำเสนอในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 26 (COP26) ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ เลยทีเดียว โปรเจกต์ที่ว่านี้ก็คือ Ombú อาคารที่ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมเก่าของกรุงมาดริด ประเทศสเปน เดิมทีอาคารหลังนี้ก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1950 โดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงในยุคอดีตอย่าง Luis de Landecho เพื่อให้เป็นโรงงานไฟฟ้าพลังก๊าซที่ผลิตพลังงานป้อนพื้นที่แถบนี้ แล้วก็ยังเคยถูกเปลี่ยนไปเป็นโรงงานผลิตอาวุธสงครามและโกดังถ่านหินมาแล้วด้วย ก่อนที่ภายหลังจะถูกทิ้งร้างให้เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา จนกระทั่งในปี ค.ศ.2017 บริษัทพลังงานใหญ่ของสเปนอย่าง ACCIONA ได้ตัดสินใจเข้ามาซื้ออาคารหลังนี้ไว้เพื่อต้องการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าไว้ไมให้ถูกทำลายไปเหมือนหลายอาคารที่ผ่านมา และเพื่อให้การอนุรักษ์เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด ทาง ACCIONA จึงตัดสินใจบูรณะอาคารหลังนี้ให้กลับมามีชีวิตใหม่เพื่อสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง Ombú โฉมใหม่ถูกรีโนเวทโดยหนึ่งในบริษัทสถาปนิกชั้นนำที่มีชื่อเสียงลำดับต้นๆ ของโลกอย่าง Foster + Partners โดยมีโจทย์หลักในการคงโครงสร้างอาคารดั้งเดิมไว้และต้องรีโนเวทโปรเจกต์ให้สอดรับกับแนวความคิดสถาปัตยกรรมแบบยั่งยืน (Sustainable Architecture) รวมถึงคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังด้วย ข้อจำกัดสุดหินครั้งนี้ทำให้ทาง Foster + Partners ต้องทำงานอย่างหนัก ออกแบบโครงการโดยใส่ใจรายละเอียดทุกมิติ แล้วก็ต้องคิดถึงอนาคตระยะยาวด้วย…

โครงการ The Farmhouse อาคารที่ผนวกสภาพแวดล้อมเชิงนิเวศน์เข้ากับงานออกแบบได้อย่าน่าสนใจ และเป็นโมเดลที่ดีสำหรับการทำอาคารสูงสำหรับการพักอาศัยในอนาคต ออกแบบโดย บริษัท Precht

ตึกแห่งนี้คือ Wuhan Greenland Center แลนด์มาร์คแห่งใหม่ในเขตเศรษฐกิจ Binjiang เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน

เทรนด์การออกแบบที่มีชื่อเรียกต่างกัน แต่เหมือนกันในเรื่องการออกแบบเพื่ออยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม