OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM
info@sitename.com | 987654321
การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์


EE House ดีไซน์ที่ไม่ปล่อยให้ถนนรกร้าง คั่นกลางระหว่างบ้านพี่บ้านน้อง เพราะมีถนนรกร้างคั่นกลางที่ดิน จึงทำให้การขยับขยายเกิดขึ้นได้ยาก กระทั่งได้รับการแก้ปัญหาด้วยการออกแบบ จากที่ต้องอัดกันอยู่ในบ้านหลังเล็ก ครอบครัวใหญ่ในจังหวัดบุรีรัมย์ครอบครัวนี้จึงสามารถมีพื้นที่ทำกิจกรรมได้มากขึ้น WOS Architects ผู้รับหน้าที่ออกแบบบ้าน EE House ให้ข้อมูลเรื่องโจทย์แรกที่ได้รับให้เราฟังไว้ดังนี้ “ความเป็นมาของโครงการเกิดจากเจ้าของบ้านวางแผนเกษียณตัวเองจากกิจการค้าขาย และอยากย้ายที่อยู่จากตึกแถว มาเป็นบ้านชั้นเดียวที่มีบริเวณมากขึ้น มีพื้นที่ปลูกต้นไม้ และไม่ต้องเดินขึ้นลงบันได จึงเลือกมาอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร เดียวกันกับครอบครัวน้องสาว โดยมีโจทย์คือ ต้องเป็นบ้านที่สามารถรองรับกิจกรรมของครอบครัว พี่น้องและหลานๆ ที่จะมาทำอาหารทานด้วยกัน สามารถเดินไปมาหาสู่กับบ้านของน้องสาวได้ แต่มีปัญหาคือระหว่าง 2 บ้านมีพื้นที่รกร้างคั่นอยู่ เป็นถนนที่ไม่เคยถูกใช้งาน” จากโจทย์ที่ได้รับมาทำให้การวางผัง EE House นั้นออกจะเฉพาะเจาะจงอยู่สักหน่อย เนื่องจากต้องมีบางส่วนที่เป็นโซน private สำหรับพี่สาว และโซน public ที่สมาชิกคนอื่นๆภายในครอบครัวสามารถเข้ามาใช้งานร่วมกันได้ “ผังของบ้านถูกแบ่งเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ คือ หนึ่ง ส่วนบ้านพักอาศัยที่มีพื้นที่ใช้งานสำหรับ 1 คน ประกอบด้วย ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น และส่วนเตรียมอาหารเล็กๆ ที่ถูกวางอยู่ทางทิศเหนือ…

Bar Kar ร้านอาหารที่เกิดประกายจากไฟฟืน เมื่อลักษณะการปรุงอาหารในห้องครัวของร้าน Bar Kar มีความโดดเด่นจากวิถีทั่วไปของชาวโลกยุคปัจจุบัน สถาปัตยกรรมจึงถูกดีไซน์ออกมาในรูปแบบที่สอดคล้องกับตัวตนที่ทางร้านพยายามสื่อสารผ่านอาหารของพวกเขาเช่นกัน Bar Kar เป็นร้านอาหารน้องใหม่ที่น่าจับตามองแห่งเมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อนบ้านของไทยเรานี่เอง ขั้นตอนการปรุงของร้านแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการใช้ฟืนก่อไฟไม่ต่างจากการวิถีของบรรพบุรุษ ซึ่งอาจจะนับว่าต้นขั้วแห่งศิลปะการทำอาหารก็ยังได้ ด้วยเหตุนี้ เมื่อได้รับมอบหมายให้มาออกแบบอาคารของร้าน Bar Kar สตูดิโอ Spacemen บริษัทสถาปนิกผู้ออกแบบจึงตัดสินใจหยิบเอาเชื้อเพลิงอย่างท่อนฟืนชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในครัวขึ้นมาเป็นวัสดุหลักสำหรับตกแต่งทางเข้าจนเกิดเป็นเส้นทางแสนน่าค้นหานั่นเอง และแน่นอนว่าคอนเซ็ปต์ของงานโดยรวมก็ถูกปักหมุดไว้ไม่พ้นเรื่องราวของฟืนและไฟเช่นกัน ที่บริเวณ main entrance เราจะได้เจอกับซุ้มทรงโค้งสีเอิร์ธโทนที่มีเนื้อสัมผัสคล้ายดินเผาเป็นสิ่งแรก ก่อนที่ทางเดินซึ่งถูกกำหนดขึ้นจากผนังไม้ฟืนจะค่อยๆปรากฏสู่สายตา สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้ผู้มาเยือนตั้งแต่ก่อนเข้ามานั่งกิน ไม่เพียงเท่านั้นยังชวนให้ใครต่อใครนึกถึงบรรยากาศของถ้ำในยุคก่อไฟหุงหาด้วยเช่นกัน ซึ่งบริเวณนี้ก็ทำหน้าที่เป็นดั่ง introduction ก่อนพาผู้คนเข้าไปสัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหารแบบดั้งเดิมทางด้านในได้เป็นอย่างดี เมื่อเข้าไปสู่พื้นที่ interior ของร้าน เหล่าผู้ใช้งานจะได้พบกับโซนรับประทานอาหารที่มีผนังและเพดานสีดินเผาที่จัดจ้านยิ่งกว่าบริเวณด้านหน้า นำพาให้จินตนาการไปถึงเตาหลุมสมัยโบราณเลยทีเดียว ฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดภายในร้านคงหนีไม่พ้นเคาน์เตอร์ Chef’s Table รูปครึ่งวงกลมที่ถูกทำขึ้นจากหิน Travertine อันมีลวดลายสวยงาม ที่นั่งจำนวนราว 20 สร้างความรู้สึกประหนึ่งว่ากำลังดื่มด่ำกับมื้ออร่อยอยู่รอบกองไฟ ยิ่งเมื่อผนวกกับประติมากรรมจากตาข่ายโลหะบนเพดานที่ปรากฏออกมาในรูปลักษณ์ของเปลวเพลิงสีทองแล้ว พื้นที่ภายในร้านก็ยิ่งให้กลิ่นอายของห้องเครื่องยุคดึกดำบรรพ์ชัดเจนขึ้นไปอีก ฟีเจอร์ที่โดดเด่นที่สุดภายในร้านคงหนีไม่พ้นเคาน์เตอร์ Chef’s Table รูปครึ่งวงกลมที่ถูกทำขึ้นจากหิน Travertine อันมีลวดลายสวยงาม…

Harmony with Nature House: จากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ สู่พื้นที่สำหรับเสียงดนตรีและศิลปะ ท่ามกลางการโอบล้อมของภูเขาและท้องทะเล สิ่งปลูกสร้างหลังหนึ่งยืนตระหง่านเป็นส่วนเดียวกับธรรมชาติรอบข้างอย่างถ่อมตัว Harmony with Nature House เป็นบ้านหลังใหญ่ที่ได้รับการรีโนเวทมาจากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเก่าๆหลังหนึ่งภายในเขต Hualien ประเทศไต้หวัน โดยฝีมือการออกแบบของสถาปนิกสัญชาติเดียวกันนามว่า Yuan Architects เนื่องจากสภาพภูมิประเทศอันสวยงามของสถานที่ตั้ง แรงบันดาลใจในการรีโนเวทโครงการนี้จึงยืนพื้นอยู่บนการสร้างฟอร์มให้ล้อไปกับความโค้งมนของขุนเขา และมีการเปิดวิวรับทิวทัศน์ท้องทะเลด้วยหน้าต่างสไตล์ฝรั่งเศสบานใหญ่ที่สูงตั้งแต่พื้นจรดฝ้า ความสัมพันธ์ของสเปซภายในอาคารถูกจัดวางให้เกิด flow ที่นุ่มนวล ไร้ซึ่ง partition หนาทึบที่ตัดขาดแต่ละช่วงตอนออกจากกันโดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุนี้เอง เส้นขีดแบ่งระหว่างการอยู่นอกอาคารและในอาคารจึงถูกเบลอได้อย่างพอเหมาะ จากด้านในสามารถมองเห็นด้านนอกจนธรรมชาติและอินทีเรียร์นั้นแทบกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วก็ด้วยรูปทรงโค้งมนรอบๆบริเวณอีกเช่นเดียวกันที่เอื้ออำนวยให้การเล็ดลอดเข้ามาของแสงนั้นงดงามนุ่มนวล มีจังหวะชั้นเชิงแตกต่างกันไปในแต่ละเลเยอร์ นอกจากนี้ลำแสงที่ส่องเข้ามายังสามารถเป็นเส้นนำสายตาให้มองเห็นแกนหลักของบ้านอยู่กลายๆอีกด้วย ในแง่ของบรรยากาศการอยู่อาศัยนั้น บ้านหลังนี้ก็สร้างความผ่อนคลายได้มากเช่นเดียวกัน ด้วย elements ต่างๆที่ถูกสร้างขึ้นจากไม้หรือคัฟเวอร์ด้วยสีเอิร์ธโทน ความเป็นมิตรจึงเกิดขึ้นกับ users ทันทีที่เข้ามาสัมผัสสเปซภายใน สำหรับเราแล้ว ทันทีที่ได้เห็นภาพโครงการ เราแอบคาดเดาว่าบ้านหลังนี้คงมีลักษณะที่ตรงจริตกับคนไทยอยู่ไม่น้อย ทั้งลักษณะของการจัดการกับแสงและสเปซของ Yuan Architects อาจสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครที่นึกอยากมีบ้านใหม่ได้ไม่มากก็น้อย Project Name: Harmony with Nature HouseArchitect: Yuan…

FLAC F หลังคาคู่ชีวิต ที่ผู้ผลิตกล้าเคลมว่าทนทานข้าม generation จากปู่สู่พ่อ จากพ่อสู่ลูก จากลูกสู่หลาน.. ที่ผ่านมาคงมีบ้านอยู่อาศัยที่สืบต่อกันจากรุ่นสู่รุ่นจำนวนไม่มากนักที่แทบไม่ต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนแปลงวัสดุส่วนใดๆก่อนส่งต่อให้ลูกหลาน generation ถัดไป และนี่เป็นโจทย์ความท้าทายใหม่ที่ทีมงาน FLAC ต้องการที่จะแก้ปัญหาเพื่อให้ลูกค้าเราได้หลังคาที่ใกล้ความสมบูรณ์แบบมากที่สุด หลังจากเปิดตัวหลังคา FLAC เราดีใจที่ได้เห็น designer ใช้หลังคาเพื่อไปตอบโจทย์ปัญหางานออกแบบ ปลดล็อคข้อจำกัดเดิม ๆ ทำสิ่งที่เคยเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ และได้เห็นลูกค้าเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในบ้าน นี่เป็น core value ที่ขับเคลื่อนองค์กรด้วย passion ที่ไม่เคยหยุดพัฒนา และปีนี้เราต่อยอดหลังคานวัตกรรมใหม่ล่าสุดรุ่น FLAC F ซึ่งมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเรื่องอายุการใช้งาน แบบติดตั้งครั้งเดียว ใช้งานได้ตลอดชีวิต สิ่งสำคัญที่ทำให้หลังคา FLAC F แตกต่างจากรุ่นอื่น คือวัสดุที่นำมาใช้ผลิตหลังคาคือ Oppanol หรือ Polyisobutylene ที่ทาง BASF ได้พัฒนามายาวนานกว่า 87 ปี ผลิตโดยบริษัท FDT จากประเทศเยอรมัน ภายใต้แบรนด์ Rhepanol มาตั้งแต่ปี 1938…

White House สเปซหลอมรวมสัมพันธ์ ในบ้านสีขาวที่ลูกตั้งชื่อให้ White House เป็นบ้านอีกหนึ่งหลังที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการเริ่มต้นครอบครัวใหม่ของสองสามีภรรยาหนุ่มสาวและลูกน้อย แม้ชื่ออาจจะฟังดูพ้องกับทำเนียบประธานาธิบดีทางฝั่งประเทศของลุงแซม ทว่าที่มาที่ไปของชื่อบ้านหลังนี้จริงๆแล้วนั้นกลับมีสตอรี่ที่น่ารักน่าเอ็นดูกว่ากันเยอะ เนื่องจากเป็นศิลปินที่นิยมความเรียบง่ายและไม่ต้องการวิ่งตามเทรนด์ที่ผ่านมาแล้วผ่านไปอย่างฉาบฉวย ทางโอนเนอร์จึงให้โจทย์กับ ACA Architects บริษัทสถาปนิกผู้รับหน้าที่ออกแบบโครงการนี้มาว่าต้องการบ้านที่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวได้ตราบนานจนลูกเติบโต ด้วยเหตุนี้สไตล์ที่ฉูดฉาดจึงเป็นทางเลือกที่ไม่เคยผุดขึ้นมาในสมการ ทว่าความ timeless ของดีไซน์ต่างหากที่ถูกให้ความใส่ใจ จากโจทย์โดยรวมที่ดูจะให้อิสระกับผู้ออกแบบอยู่มากพอตัวนั้น แนวคิดการสร้างสรรค์ให้บ้านหลังนี้เป็นดั่งผืนผ้าใบสีขาวที่รอให้ผู้อยู่อาศัยเข้ามาแต่งเติมสีสันด้วยตัวเองจึงเกิดขึ้น ซึ่งหลังจากตั้งธงได้เช่นนี้แล้วนั้น รูปลักษณ์โดยรวมของโครงการจึงออกมาเป็นบ้านหลังสีขาวสีสะอาดตาดั่งที่เราได้เห็นกันจากภาพถ่าย เนื่องจากที่ดินมีลักษณะคล้ายไข่แดงคือถูกล้อมกรอบไปด้วยบ้านหลังอื่นๆจนทำให้ไม่มีมุมให้ผู้อยู่อาศัยมองเห็นทิวทัศน์ได้มากมายนัก สถาปนิกจึงเริ่มการออกแบบจากการเปิดพื้นที่กลางบ้านให้กลายเป็นคอร์ทยาร์ดและที่ตั้งของสระว่ายน้ำ โดยไม่เพียงคำนึงถึงความสวยงามของทัศนียภาพและความเป็นส่วนตัวเท่านั้น การออกแบบในลักษณะนี้ยังมีผลต่อช่วงเวลาที่เอื้อให้โอนเนอร์สามารถออกมาใช้งานพื้นที่เอ้าท์ดอร์โดยไม่ต้องทนกับความร้อนของแดดเมืองไทยในช่วงบ่ายอีกด้วย เนื่องจากจะทั้งบริเวณนั้นจะได้รับร่มเงาจากอาคารทางฝั่งใต้นั่นเอง โครงสร้างที่เรียบง่ายคือสิ่งที่มองเห็นได้ชัดจากบ้านหลังนี้ ส่วนประกอบพื้นฐานอย่างเสาและคานถูกคิดมาอย่างไม่ซับซ้อนจนเกินพอดี องค์ประกอบโดยรวมดูบางเบาเนื่องจากสถาปนิกตั้งใจจำกัดให้ทุกขอบคอนกรีตรอบอาคารมีความหนาเพียง 10 เซ็นติเมตรเท่านั้น ยิ่งเมื่อประกอบกับกระจกบานใหญ่ที่เปิดออกสู่วิวคอร์ทยาร์ดทางทิศเหนือแล้ว อาคารก็ยิ่งดูโปร่งตามากขึ้นไปอีกระดับ การจัดวางโปรแกรมในชั้นหนึ่งประกอบไปด้วยพื้นที่สำหรับนั่งเล่น สำหรับทานข้าว และสำหรับรองรับเพื่อนฝูงยามสังสรรค์ ซึ่งโปรแกรมทั้งหมดนี้จะไม่ถูกกีดกั้นซึ่งกันและกันด้วยผนังใด เนื่องจากอีกหนึ่งข้อรีเควสท์ของทางโอนเนอร์ซึ่งไม่ชอบการแบ่งพื้นที่ภายในออกเป็นห้องๆนั้นก็คือการเปิดให้ทุกโปรแกรมเชื่อมถึงกันด้วยการใช้ Open-plan นั่นเอง เมื่อขยับขึ้นมาที่ชั้นสองก็จะได้เจอกับ Master Bedroom รวมถึงห้องนอนลูกอีก 2 ห้อง ทั้งยังมีห้องพระและห้องทำงานอีกด้วย ส่วนระเบียงที่ทอดยาวนั้นก็ดูสวยงามน่าใช้งานไม่แพ้กัน ด้วยความขาวสว่างอันโดดเด่น ในที่สุดบ้านหลังนี้จึงกลายมาเป็นที่รู้จักกันในนาม White House เนื่องจากเป็นชื่อที่ลูกและเด็กๆชาวแก๊งในละแวกบ้านใช้เรียกบ้านหลังนี้ยามที่ต้องการแวะเวียนมาเล่นด้วยกันในวันว่าง กลายเป็นบ้านแสนอบอุ่นที่ใครก็อยากเข้ามาเยี่ยมเยือน…

บ้านเอื้ออารี บ้านที่เชื่อมสัมพันธ์หลายเจอเนอเรชันในหลังเดียว ความสวยงามของคาเฟ่ยุคสมัยใหม่ไม่ใช่แค่เปลือกภายนอกของอาคารอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นการดึงเอาบริบทเกษตรกรรม และธรรมชาติโดยรอบเข้ามาสร้างมิติให้กับสเปซจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และพื้นที่พักผ่อนแบบใหม่อย่างที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน เช่นเดียวกับ Aston Gilbert คาเฟ่สไตล์โมเดิร์นที่อยู่ใจกลางสวนยาง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จากทีมผู้ออกแบบอย่าง VARC HD+ID ที่ได้สร้างสเปซให้สามารถซึมซับบรรยากาศธรรมชาติโดยรอบพื้นที่ แถมยังใช้กระจกเข้ามาตกแต่งจนอาคารดูกลมกลืนไปกับสวนยางได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย ตั้งอยู่ใจกลางสวนยาง ธรรมชาติ และชุมชน ทางเจ้าของต้องการขยับขยายกิจการคาเฟ่ให้มีสาขาเพิ่มขึ้น และสร้างคาเฟ่บนพื้นที่ดินที่ทำกิจการสวนยางกว่า 13 ไร่ ในสไตล์โมเดิร์น ดูเรียบง่าย แต่ต้องดูโดดเด่นน่าสนใจ จนสามารถเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ “เนื่องจากที่ตั้งโครงการอยู่ในอำเภอพรหมคีรี บริบทของพื้นที่มีความเป็นธรรมชาติสูง มีการทำเกษตรกรรม และยังมีถนนลัดเลาะเข้าสู่ชุมชมเล็กๆ อยู่โดยรอบพื้นที่ การออกแบบอาคารสไตล์โมเดิร์นจึงต้องคำนึงถึงบริบทเป็นสำคัญด้วย” ให้อาคารแทรกเข้ากับพื้นที่สวนยางจนกลายเป็นส่วนเดียวกัน ด้วยลักษณะของสวนยางที่ถูกจัดวางให้ต้นไม้เป็นรูปแบบ Grid อยู่ดั้งเดิม สถาปนิกจึงออกแบบอาคารฟอร์มสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองชั้น วางแทรกเข้าไปใน Grid ของต้นไม้ให้อาคารและสวนยางกลายเป็นส่วนเดียวกัน แต่ด้วยพื้นที่สวนยางที่มีขนาดใหญ่จนไม่สามารถรับรู้ขอบเขตของคาเฟ่ได้ สถาปนิกจึงออกแบบผนังให้ล้อมรอบไปด้วยอิฐบล็อกช่องลม ที่มาพร้อมกับคอร์ดยาร์ทขนาดเล็กอยู่ 2 คอร์ท สำหรับนั่งดื่มกาแฟรับบรรยากาศภายนอก ทั้งนี้ผนังอิฐช่องลม และคอร์ทยาร์ทก็ช่วยระบายอากาศ และเปิดรับแสงให้กับตัวอาคารเนื่องจากสภาพอากาศทางภาคใต้มีความร้อนชื้นสูง กระจกเกรียบสร้างมิติให้คาเฟ่ล่องหน และกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ไฮไลท์ของคาเฟ่แห่งนี้อยู่ในส่วนของผนังเฉียงที่ติดตั้งกระจกเกรียบ ซึ่งตัดผ่าเข้าไปยังกลางแมสฟอร์มของอาคารจนกลายเป็นทาง Approach…

บ้านเอื้ออารี บ้านที่เชื่อมสัมพันธ์หลายเจอเนอเรชันในหลังเดียว ความสวยงามของคาเฟ่ยุคสมัยใหม่ไม่ใช่แค่เปลือกภายนอกของอาคารอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นการดึงเอาบริบทเกษตรกรรม และธรรมชาติโดยรอบเข้ามาสร้างมิติให้กับสเปซจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และพื้นที่พักผ่อนแบบใหม่อย่างที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน เช่นเดียวกับ Aston Gilbert คาเฟ่สไตล์โมเดิร์นที่อยู่ใจกลางสวนยาง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จากทีมผู้ออกแบบอย่าง VARC HD+ID ที่ได้สร้างสเปซให้สามารถซึมซับบรรยากาศธรรมชาติโดยรอบพื้นที่ แถมยังใช้กระจกเข้ามาตกแต่งจนอาคารดูกลมกลืนไปกับสวนยางได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย ตั้งอยู่ใจกลางสวนยาง ธรรมชาติ และชุมชน ทางเจ้าของต้องการขยับขยายกิจการคาเฟ่ให้มีสาขาเพิ่มขึ้น และสร้างคาเฟ่บนพื้นที่ดินที่ทำกิจการสวนยางกว่า 13 ไร่ ในสไตล์โมเดิร์น ดูเรียบง่าย แต่ต้องดูโดดเด่นน่าสนใจ จนสามารถเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ “เนื่องจากที่ตั้งโครงการอยู่ในอำเภอพรหมคีรี บริบทของพื้นที่มีความเป็นธรรมชาติสูง มีการทำเกษตรกรรม และยังมีถนนลัดเลาะเข้าสู่ชุมชมเล็กๆ อยู่โดยรอบพื้นที่ การออกแบบอาคารสไตล์โมเดิร์นจึงต้องคำนึงถึงบริบทเป็นสำคัญด้วย” ให้อาคารแทรกเข้ากับพื้นที่สวนยางจนกลายเป็นส่วนเดียวกัน ด้วยลักษณะของสวนยางที่ถูกจัดวางให้ต้นไม้เป็นรูปแบบ Grid อยู่ดั้งเดิม สถาปนิกจึงออกแบบอาคารฟอร์มสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองชั้น วางแทรกเข้าไปใน Grid ของต้นไม้ให้อาคารและสวนยางกลายเป็นส่วนเดียวกัน แต่ด้วยพื้นที่สวนยางที่มีขนาดใหญ่จนไม่สามารถรับรู้ขอบเขตของคาเฟ่ได้ สถาปนิกจึงออกแบบผนังให้ล้อมรอบไปด้วยอิฐบล็อกช่องลม ที่มาพร้อมกับคอร์ดยาร์ทขนาดเล็กอยู่ 2 คอร์ท สำหรับนั่งดื่มกาแฟรับบรรยากาศภายนอก ทั้งนี้ผนังอิฐช่องลม และคอร์ทยาร์ทก็ช่วยระบายอากาศ และเปิดรับแสงให้กับตัวอาคารเนื่องจากสภาพอากาศทางภาคใต้มีความร้อนชื้นสูง กระจกเกรียบสร้างมิติให้คาเฟ่ล่องหน และกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ไฮไลท์ของคาเฟ่แห่งนี้อยู่ในส่วนของผนังเฉียงที่ติดตั้งกระจกเกรียบ ซึ่งตัดผ่าเข้าไปยังกลางแมสฟอร์มของอาคารจนกลายเป็นทาง Approach…

Aston Gilbert คาเฟ่ล่องหนใจกลางร่มเงาของพื้นที่สวนยาง ความสวยงามของคาเฟ่ยุคสมัยใหม่ไม่ใช่แค่เปลือกภายนอกของอาคารอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นการดึงเอาบริบทเกษตรกรรม และธรรมชาติโดยรอบเข้ามาสร้างมิติให้กับสเปซจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และพื้นที่พักผ่อนแบบใหม่อย่างที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน เช่นเดียวกับ Aston Gilbert คาเฟ่สไตล์โมเดิร์นที่อยู่ใจกลางสวนยาง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จากทีมผู้ออกแบบอย่าง VARC HD+ID ที่ได้สร้างสเปซให้สามารถซึมซับบรรยากาศธรรมชาติโดยรอบพื้นที่ แถมยังใช้กระจกเข้ามาตกแต่งจนอาคารดูกลมกลืนไปกับสวนยางได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย ตั้งอยู่ใจกลางสวนยาง ธรรมชาติ และชุมชน ทางเจ้าของต้องการขยับขยายกิจการคาเฟ่ให้มีสาขาเพิ่มขึ้น และสร้างคาเฟ่บนพื้นที่ดินที่ทำกิจการสวนยางกว่า 13 ไร่ ในสไตล์โมเดิร์น ดูเรียบง่าย แต่ต้องดูโดดเด่นน่าสนใจ จนสามารถเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ “เนื่องจากที่ตั้งโครงการอยู่ในอำเภอพรหมคีรี บริบทของพื้นที่มีความเป็นธรรมชาติสูง มีการทำเกษตรกรรม และยังมีถนนลัดเลาะเข้าสู่ชุมชมเล็กๆ อยู่โดยรอบพื้นที่ การออกแบบอาคารสไตล์โมเดิร์นจึงต้องคำนึงถึงบริบทเป็นสำคัญด้วย” ให้อาคารแทรกเข้ากับพื้นที่สวนยางจนกลายเป็นส่วนเดียวกัน ด้วยลักษณะของสวนยางที่ถูกจัดวางให้ต้นไม้เป็นรูปแบบ Grid อยู่ดั้งเดิม สถาปนิกจึงออกแบบอาคารฟอร์มสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองชั้น วางแทรกเข้าไปใน Grid ของต้นไม้ให้อาคารและสวนยางกลายเป็นส่วนเดียวกัน แต่ด้วยพื้นที่สวนยางที่มีขนาดใหญ่จนไม่สามารถรับรู้ขอบเขตของคาเฟ่ได้ สถาปนิกจึงออกแบบผนังให้ล้อมรอบไปด้วยอิฐบล็อกช่องลม ที่มาพร้อมกับคอร์ดยาร์ทขนาดเล็กอยู่ 2 คอร์ท สำหรับนั่งดื่มกาแฟรับบรรยากาศภายนอก ทั้งนี้ผนังอิฐช่องลม และคอร์ทยาร์ทก็ช่วยระบายอากาศ และเปิดรับแสงให้กับตัวอาคารเนื่องจากสภาพอากาศทางภาคใต้มีความร้อนชื้นสูง กระจกเกรียบสร้างมิติให้คาเฟ่ล่องหน และกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ไฮไลท์ของคาเฟ่แห่งนี้อยู่ในส่วนของผนังเฉียงที่ติดตั้งกระจกเกรียบ ซึ่งตัดผ่าเข้าไปยังกลางแมสฟอร์มของอาคารจนกลายเป็นทาง…

Aston Gilbert คาเฟ่ล่องหนใจกลางร่มเงาของพื้นที่สวนยาง ความสวยงามของคาเฟ่ยุคสมัยใหม่ไม่ใช่แค่เปลือกภายนอกของอาคารอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นการดึงเอาบริบทเกษตรกรรม และธรรมชาติโดยรอบเข้ามาสร้างมิติให้กับสเปซจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และพื้นที่พักผ่อนแบบใหม่อย่างที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน เช่นเดียวกับ Aston Gilbert คาเฟ่สไตล์โมเดิร์นที่อยู่ใจกลางสวนยาง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จากทีมผู้ออกแบบอย่าง VARC HD+ID ที่ได้สร้างสเปซให้สามารถซึมซับบรรยากาศธรรมชาติโดยรอบพื้นที่ แถมยังใช้กระจกเข้ามาตกแต่งจนอาคารดูกลมกลืนไปกับสวนยางได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย ตั้งอยู่ใจกลางสวนยาง ธรรมชาติ และชุมชน ทางเจ้าของต้องการขยับขยายกิจการคาเฟ่ให้มีสาขาเพิ่มขึ้น และสร้างคาเฟ่บนพื้นที่ดินที่ทำกิจการสวนยางกว่า 13 ไร่ ในสไตล์โมเดิร์น ดูเรียบง่าย แต่ต้องดูโดดเด่นน่าสนใจ จนสามารถเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ “เนื่องจากที่ตั้งโครงการอยู่ในอำเภอพรหมคีรี บริบทของพื้นที่มีความเป็นธรรมชาติสูง มีการทำเกษตรกรรม และยังมีถนนลัดเลาะเข้าสู่ชุมชมเล็กๆ อยู่โดยรอบพื้นที่ การออกแบบอาคารสไตล์โมเดิร์นจึงต้องคำนึงถึงบริบทเป็นสำคัญด้วย” ให้อาคารแทรกเข้ากับพื้นที่สวนยางจนกลายเป็นส่วนเดียวกัน ด้วยลักษณะของสวนยางที่ถูกจัดวางให้ต้นไม้เป็นรูปแบบ Grid อยู่ดั้งเดิม สถาปนิกจึงออกแบบอาคารฟอร์มสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองชั้น วางแทรกเข้าไปใน Grid ของต้นไม้ให้อาคารและสวนยางกลายเป็นส่วนเดียวกัน แต่ด้วยพื้นที่สวนยางที่มีขนาดใหญ่จนไม่สามารถรับรู้ขอบเขตของคาเฟ่ได้ สถาปนิกจึงออกแบบผนังให้ล้อมรอบไปด้วยอิฐบล็อกช่องลม ที่มาพร้อมกับคอร์ดยาร์ทขนาดเล็กอยู่ 2 คอร์ท สำหรับนั่งดื่มกาแฟรับบรรยากาศภายนอก ทั้งนี้ผนังอิฐช่องลม และคอร์ทยาร์ทก็ช่วยระบายอากาศ และเปิดรับแสงให้กับตัวอาคารเนื่องจากสภาพอากาศทางภาคใต้มีความร้อนชื้นสูง กระจกเกรียบสร้างมิติให้คาเฟ่ล่องหน และกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ไฮไลท์ของคาเฟ่แห่งนี้อยู่ในส่วนของผนังเฉียงที่ติดตั้งกระจกเกรียบ ซึ่งตัดผ่าเข้าไปยังกลางแมสฟอร์มของอาคารจนกลายเป็นทาง…

บ้านเอื้ออารี บ้านที่เชื่อมสัมพันธ์หลายเจอเนอเรชันในหลังเดียว ความสวยงามของคาเฟ่ยุคสมัยใหม่ไม่ใช่แค่เปลือกภายนอกของอาคารอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นการดึงเอาบริบทเกษตรกรรม และธรรมชาติโดยรอบเข้ามาสร้างมิติให้กับสเปซจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และพื้นที่พักผ่อนแบบใหม่อย่างที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน เช่นเดียวกับ Aston Gilbert คาเฟ่สไตล์โมเดิร์นที่อยู่ใจกลางสวนยาง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช จากทีมผู้ออกแบบอย่าง VARC HD+ID ที่ได้สร้างสเปซให้สามารถซึมซับบรรยากาศธรรมชาติโดยรอบพื้นที่ แถมยังใช้กระจกเข้ามาตกแต่งจนอาคารดูกลมกลืนไปกับสวนยางได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย ตั้งอยู่ใจกลางสวนยาง ธรรมชาติ และชุมชน ทางเจ้าของต้องการขยับขยายกิจการคาเฟ่ให้มีสาขาเพิ่มขึ้น และสร้างคาเฟ่บนพื้นที่ดินที่ทำกิจการสวนยางกว่า 13 ไร่ ในสไตล์โมเดิร์น ดูเรียบง่าย แต่ต้องดูโดดเด่นน่าสนใจ จนสามารถเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ “เนื่องจากที่ตั้งโครงการอยู่ในอำเภอพรหมคีรี บริบทของพื้นที่มีความเป็นธรรมชาติสูง มีการทำเกษตรกรรม และยังมีถนนลัดเลาะเข้าสู่ชุมชมเล็กๆ อยู่โดยรอบพื้นที่ การออกแบบอาคารสไตล์โมเดิร์นจึงต้องคำนึงถึงบริบทเป็นสำคัญด้วย” ให้อาคารแทรกเข้ากับพื้นที่สวนยางจนกลายเป็นส่วนเดียวกัน ด้วยลักษณะของสวนยางที่ถูกจัดวางให้ต้นไม้เป็นรูปแบบ Grid อยู่ดั้งเดิม สถาปนิกจึงออกแบบอาคารฟอร์มสี่เหลี่ยมผืนผ้าสองชั้น วางแทรกเข้าไปใน Grid ของต้นไม้ให้อาคารและสวนยางกลายเป็นส่วนเดียวกัน แต่ด้วยพื้นที่สวนยางที่มีขนาดใหญ่จนไม่สามารถรับรู้ขอบเขตของคาเฟ่ได้ สถาปนิกจึงออกแบบผนังให้ล้อมรอบไปด้วยอิฐบล็อกช่องลม ที่มาพร้อมกับคอร์ดยาร์ทขนาดเล็กอยู่ 2 คอร์ท สำหรับนั่งดื่มกาแฟรับบรรยากาศภายนอก ทั้งนี้ผนังอิฐช่องลม และคอร์ทยาร์ทก็ช่วยระบายอากาศ และเปิดรับแสงให้กับตัวอาคารเนื่องจากสภาพอากาศทางภาคใต้มีความร้อนชื้นสูง กระจกเกรียบสร้างมิติให้คาเฟ่ล่องหน และกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ไฮไลท์ของคาเฟ่แห่งนี้อยู่ในส่วนของผนังเฉียงที่ติดตั้งกระจกเกรียบ ซึ่งตัดผ่าเข้าไปยังกลางแมสฟอร์มของอาคารจนกลายเป็นทาง Approach…