OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM
info@sitename.com | 987654321
การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์


FAMELINE ผู้นำวัสดุเปลือกอาคาร ที่ลื่นไหลไปพร้อมสถาปัตยกรรม เมื่อสถาปนิกออกแบบงานที่มีเปลือกอาคารหรือการตกแต่ง ที่แตกต่างจากสถาปัตยกรรมเดิมๆ ที่เคยมีมา คำถามที่มักเกิดขึ้นคือ โปรเจกต์นี้จะถูกสร้างขึ้นจริงได้อย่างไร เพราะข้อจำกัดหลายๆ อย่างของเทคโลโนยีในปัจจุบัน จะดีหรือไม่ หากเรารู้ว่าปัจจุบันมีวัสดุอะไร ที่เหมาะจะนำไปทำอาคารที่มี Form หรือ Facade ที่แปลกใหม่ ผู้ผลิตวัสดุที่ตอบโจทย์ หนึ่งในผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ตกแต่งอาคาร และการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรม คือ FAMELINE ซึ่งเป็นเบื้องหลังของงานสถาปัตยกรรมหลากหลายงาน ด้วยประสบการณ์ที่มากกว่า 25 ปี สามารถช่วยผลิตวัสดุที่ตอบโจทย์อาคารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Composite และ Solid นวัตกรรมสำหรับเปลือกอาคาร, Louver นวัตกรรมสำหรับแผง/ระแนงบังแดด, Ceiling นวัตกรรมสำหรับฝ้าเพดาน, Smart การนำเทคโนโลยี มาใช้ในงานผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ เช่นระบบอัตโนมัติ มอเตอร์, Textile นวัตกรรมสำหรับผ้าใบ, Wall นวัตกรรมสำหรับผนังภายใน และ Roof นวัตกรรมสำหรับหลังคา เราอาจจะเคยเห็นวัสดุเหล่านี้บนอาคารต่างๆ จึงขอยกตัวอย่างผลงานที่มี FAMELINE เป็นเบื้องหลัง คือ อาคารที่มีเปลือกห่อหุ้ม Sahathai…

SHUSH คอนโดใจกลางเมืองที่สร้างความเงียบอันแสนสุนทรีย์ เสียงรถลาและผู้คนบนถนน เป็นเสียงแห่งความวุ่นวายที่หลายคนปฏิเสธไม่ได้ หากต้องอยู่อาศัยภายในเมืองหลวงแห่งนี้ และแทบจะเป็นเรื่องปกติสำหรับย่านเศรษฐกิจของกรุงเทพอย่างราชเทวี แต่เสียงดังเหล่านั้นแทบจะหาย เมื่อเราได้เดินเข้ามาในอาคารแสดงห้องตัวอย่างของคอนโด SHUSH ไม่น่าเชื่อว่าเพียงบานประตูและหน้าต่างที่กั้นกลางระหว่างถนน กับพื้นที่ภายใน จะทำให้ความรู้สึกแตกต่างกันมากขนาดนี้ เหมือนเดินหลุดมาอีกโลกหนึ่งที่เงียบสงบ เหมือนชื่อ SHUSH ที่มาจากการออกเสียง ‘ชู่ว์’ เสียงที่ใช้สื่อสารถึงความเงียบนั่นเอง โลเคชั่นสุดพิเศษกับการอยู่อาศัยแบบพรีเมี่ยม SHUSH คอนโดหรูใจกลางเมือง ที่มีความเจริญของเมืองโอบอุ้มไว้อยู่ เพราะคอนโดอยู่ระหว่าง BTS ราชเทวี กับ พญาไท สามารถเดินเท้าไปสถานีรถไฟฟ้า หรือ Airport link ภายใน 2 นาที นับว่าเป็นทำเลทองที่ใครต่อใครก็ต้องการครอบครองพื้นที่บริเวณนี้ เพราะสะดวกสบายในการเดินทาง และ ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย เช่น SIAM , MBK , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น่าอยู่อย่างมีระดับด้วย Double Space 90% ของ SHUSH จะเป็นห้องแบบ 2 ชั้น (Loft project)…

Derposh Grand Sriracha นิยามใหม่ของความหรูหรา และการใช้ชีวิตในพื้นที่แห่งความสุข คุณรู้มั้ยว่าความงามของสถาปัตยกรรมมีผลต่อความรู้สึกแค่ไหน และ บ่งบอกถึงอะไรได้บ้าง ในสมัยก่อนบ้านที่มี เสาโรมัน คิ้วบัว ซุ้มประตู เราจะรู้ได้ทันทีว่าเจ้าของบ้านมีฐานะ แต่จำเป็นหรือไม่ที่เราจะแสดงออกถึงความมั่งคั่งในงานสถาปัตยกรรมผ่าน Element เหล่านั้น Derposh Grand Sriracha หมู่บ้านในศรีราชากลับใช้องค์ประกอบในโครงการแสดงถึงความ Luxury ได้อย่างเรียบง่าย ความหรูหราที่เรียบง่าย ความแพงที่ไม่ได้ตะโกนออกมา แต่กับซ่อนไว้ในงานดีไซน์ วัตถุ และ สิ่งของ ที่โครงการเลือกใช้ในหมู่บ้าน ตั้งแต่โลเคชั่นของหมู่บ้านที่ตั้งกลางทำเลเศรษฐกิจใจกลางศรีราชา ห่างจาก J park แค่ 1.6 กิโลเมตร และใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า ส่วนทางเข้าหมู่บ้านที่เว้นพื้นที่ไว้สำหรับสวนขนาดใหญ่ทำให้ เปิดมุมมองของคนที่ขับรถผ่านไปมาได้กว้างมากขึ้นจนกลายเป็นที่สังเกตเห็นป้ายโครงการขนาดใหญ่ ตัวหนังสือสีทองบนผนังหินสีเทาเข้ม ยิ่งยกระดับให้โครงการมากขึ้น เมื่อเข้ามาตัวโครงการเราจะเห็นต้นโอลีฟขนาดใหญ่ตั้งเด่นอยู่กลางหมู่บ้าน เพิ่มความหรูหราให้กับโครงการเข้าไปอีก เว้นระยะห่างสำหรับพื้นที่ส่วนตัว ภายนอกบ้านเราจะเห็นการดีไซน์แบบ British Japanese เพราะต้องการผสมผสานความมินิมอลและความหรูหราเข้าด้วยกัน เช่น การใช้วัสดุลายไม้สีอ่อนมาตกแต่งภายนอกที่ทำดูอบอุ่น และ…

Design Your Own Flow by TOSTEM Airflow System ดีไซน์บ้านให้น่าอยู่ ด้วยประตูหน้าต่างระบายอากาศได้ ไม่ว่าใครก็ฝันอยากมีบ้านที่ ‘น่าอยู่’ แต่นิยามคำว่าน่าอยู่ของแต่ละคน ย่อมแตกต่างกันออกไปจากหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอากาศเย็นสบายที่ร่างกายสามารถสัมผัสได้ หรือแสงอุ่น ๆ จากธรรมชาติที่ทำให้บรรยากาศของบ้านดูละมุนตา รวมไปถึงความรู้สึกปลอดภัย เป็นส่วนตัว จนกระทั่งความสะดวกสบายในการดูแล ทำความสะอาด ทำให้บ้านน่าอยู่อยู่เสมอ ยิ่งสำหรับบ้านในเขตร้อนอย่างเมืองไทย การระบายอากาศที่มาพร้อมความปลอดภัย ย่อมเป็นปัจจัยที่หลาย ๆ คนต้องการ แบรนด์ประตูหน้าต่างสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง TOSTEM จึงออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Airflow System ที่มาแก้ปัญหาเรื่องการระบายอากาศโดยเฉพาะ พร้อมฟีเจอร์ที่คงความปลอดภัยด้วยระบบล็อกที่แน่นหนา ที่สำคัญยังมีดีไซน์สวยงามผสมผสานความน้อยแต่มากในแบบฉบับญี่ปุ่นและองค์ประกอบไทย ๆ ที่ช่วยตอบโจทย์ให้บ้านสมัยใหม่น่าอยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่ง TOSTEM ร่วมกับ Dsign Something จัดแคมเปญ Design Your Own Flow by TOSTEM Airflow System กิจกรรมเปลี่ยนประตู หน้าต่างที่เคยมีปัญหา แก้ไขให้บ้านน่าอยู่ด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่ม…

สิ่งที่น่าสนใจใน ATIS ผลิตภัณฑ์ใหม่จาก TOSTEM ศิลปะของบานอลูมิเนียมบางเฉียบ มอบมุมมองเพิ่มสุนทรียะแห่งการอยู่อาศัย หากพูดถึงนวัตกรรมกรอบบานกระจกและอลูมิเนียมชั้นนำในท้องตลาด แน่นอนว่าแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง TOSTEM จะต้องติดโผอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยฟังก์ชันที่รู้กันถึงความแข็งแรง ทนทาน ป้องกันเสียง และสร้างความปลอดภัยในแบบที่ประตูและหน้าต่างบ้านควรจะเป็น แต่ที่มากไปกว่านั้น TOSTEM เองยังใส่ใจในเรื่องของการดีไซน์เรื่อยมา ในแต่ละคอลเล็กชันเราจึงเห็นผลิตภัณฑ์ที่สวยงามเข้ากับบ้านสมัยใหม่ ใส่ใจรายละเอียดตามแบบฉบับงานดีไซน์ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งล่าสุด ได้มีการเปิดตัว ‘ATIS’ คอลเล็กชันใหม่ที่เติมเต็มเรื่องสุนทรียะ ความสวยงาม ด้วยแนวคิด ‘Framing the Beauty of Living’ ที่มองว่าประตูหน้าต่างไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์แต่เป็นศิลปะของการอยู่อาศัย สู่การดีไซน์กรอบบานอลูมิเนียมที่บางเฉียบ เพื่อเพิ่มมุมมองปราศจากสิ่งกีดขวาง รบกวนสายตาให้น้อยที่สุด พร้อมความเรียบง่ายแต่ซ่อนฟังก์ชันการใช้งานสุดพิถีพิถันเอาไว้ภายใน หลังจากที่ Dsign Something มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมสินค้าจริง ณ Flagship Showroom CDC เราขอมาสรุปสิ่งที่น่าสนใจให้ดูกัน! ดีไซน์เพรียวบางกับการใช้งานที่ลงตัวมากขึ้น จุดเด่นแรกที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ การดีไซน์กรอบบานที่เรียบ และเพรียวบางกว่ารุ่นอื่น ๆ ด้วยการออกแบบเส้นกรอบบานและพื้นผิวบานหน้าต่างที่ไร้รอยต่อ และสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างนุ่มนวล อีกทั้งยังออกแบบอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเช่น ระบบล็อกเสริมความปลอดภัย…

เมื่อ ‘ไม้’ เป็นตัวแทนของการออกแบบ ที่เป็นมิตรต่อธรรมชาติ บริบท และสภาพแวดล้อม หากกล่าวถึงประเทศตัวอย่าง ที่มีการจัดสรรทรัพยากร สถาปัตยกรรมและธรรมชาติให้ใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างลงตัว เชื่อว่า ‘สิงคโปร์’ จะติดหนึ่งในลิสต์เหล่านั้นอย่างไม่ต้องสงสัย ตึกระฟ้าหลากหลายสเกลบ่งบอกถึงมหานครศิวิไลซ์ ในขณะที่ธรรมชาติยังคงแทรกตัวเป็นส่วนหนึ่งอยู่ในทุกมุมมอง ประเด็นเหล่านี้ทำให้การออกแบบสถาปัตยกรรมในสิงคโปร์ล้วนใส่ใจธรรมชาติ ความยั่งยืน และสิ่งแวดล้อม จนดูเหมือนจะเป็น Signature ไปเสียแล้ว หนึ่งในนั้นคือบริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมชื่อดังในสิงคโปร์อย่าง AR43 Architects ซึ่งนำโดยสถาปนิกผู้ก่อตั้งคุณ ลิม เฉิง กุย (Lim Cheng Kooi) นักออกแบบผู้มีฝีมือและความใส่ใจในรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบอาคารพาณิชย์ หรืออาคารประเภทที่อยู่อาศัย ผลงานของเขาล้วนมีความโดดเด่นในตัวเอง และหากมองให้ลึกลงไป เราจะพบว่า ความหลงใหลในงานดีไซน์ของเขายังมีความรับผิดชอบต่อสังคม และสร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวม เช่นเดียวกับผลงานการออกแบบบ้านหลังล่าสุดในชื่อ Lengkok Merak ที่นำไม้วอลนัทอเมริกันจากสภาส่งออกไม้เนื้อแข็งแห่งอเมริกา หรือ American Hardwood Export Council (AHEC) มาใช้ออกแบบได้อย่างยั่งยืน AR43 กับปรัชญาการออกแบบที่มาพร้อมความรับผิดชอบ ปรัชญาการออกแบบที่คุณลิมและ AR43 ยึดถือมาเสมอ คือ…

บ้านหลังใหม่ของ T.R.O.P ที่เติมเต็มที่ว่างทางสถาปัตยกรรมด้วย Landscape ออฟฟิศในฝันของคุณแบบไหน ? หลายคนตอบว่า ออฟฟิศที่ยืดหยุ่น ไม่จำเป็นต้องนั่งโต๊ะทำงานน่าเบื่อเพียงอย่างเดียว บางคนตอบว่า ออฟฟิศที่มีพื้นที่สีเขียว เงยหน้าจากคอมพิวเตอร์ก็ได้มองเห็นธรรมชาติ และยังมีผู้คนอีกมากมายที่ตอบว่า ออฟฟิศที่มีพื้นที่ผ่อนคลายให้พนักงาน ทำกิจกรรมอื่นได้บ้าง เพราะชั่วโมง หรือการผ่อนคลายเพียงเสี้ยวนาที ก็สร้างการทำงานประสิทธิภาพที่ดีได้ รูปแบบของออฟฟิศในฝันทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จึงเป็นแนวคิดที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านหลังใหม่ของ Trop : terrains + open space บริษัทออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมที่นำทีมโดยภูมิสถาปนิก ป๊อก-อรรถพร คบคงสันติ ก่อนจะได้รุ่นน้องคนสนิทอย่าง จูน เซคิโน จาก JUNSEKINO Architecture & Design มารับหน้าที่ออกแบบออฟฟิศหลังใหม่ที่พร้อมเติมเต็มความรู้สึกผ่อนคลาย และยกระดับชีวิตการทำงานของเหล่า TROPster ให้ดีขึ้น หากมีคนคุ้นตากับบ้านพักส่วนตัวของคุณป๊อกอย่าง Residence Rabbit คงจะจินตนาการถึงอาคารทรงกล่องสีขาว ที่เรียบ นิ่ง และที่สำคัญต้องเนี้ยบ แต่เปล่าเลย…ออฟฟิศหลังใหม่ของ TROP กลับมีบรรยากาศของความโคซี่ เหมือนบ้านที่ปล่อยให้ธรรมชาติเข้ามาใช้งานไปพร้อมๆ กับคน “เรามองว่าพี่ป๊อก เขาเป็นคนเนี้ยบมาก…
อยู่กับเพื่อนบ้านอย่างไรให้มีความสุขและพึ่งพากัน เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ‘รั้วบ้านที่ดีที่สุดคือการมีเพื่อนบ้านที่ดี’ แต่วิธีการที่จะทำให้เราอยู่ร่วมได้อย่างมีความสุขในองค์รวมนั้นตัวเราเองก็ต้องเป็นเพื่อนบ้านที่ดีด้วย ซึ่งการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีสามารถเริ่มได้ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุไปจนถึงการนำกฎหมายควบคุมอาคารมาใช้ ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อให้เกิดเพียงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านด้วยกันเท่านั้น แต่ยังสร้างสังคมคุณภาพในแบบยั่งยืนด้วยเช่นกัน (โครงการ Master Home) รู้ก่อนสร้างกับกฎหมายควบคุมอาคาร กฎหมายควบคุมอาคารก็เป็นเช่นเดียวกับกฎหมายอื่นๆ ที่ออกมาเพื่อกำหนดและสร้างมาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างอาคารในบ้านเราตั้งแต่อาคารขนาดใหญ่ไปจนถึงบ้านที่เป็นอาคารขนาดเล็ก โดยข้อกำหนดเบื้องต้นของกฎหมายควบคุมอาคารสำหรับบ้านเพื่อให้เราและเพื่อนบ้านอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเป็นหัวข้อในเรื่องของ ‘ระยะร่น’ ต่างๆ เช่น หากบ้านของคุณเป็นผนังทึบ (ไม่มีช่องเปิด) จะก่อสร้างห่างจากเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 50 ซม.หรือ ผนังบ้านที่มีประตูหน้าต่างต้องมีระยะห่างจากแนวรั้วอย่างน้อย 2 ม. ซึ่งหากเป็นการรีโนเวตเจ้าของบ้านต้องได้รับการยินยอมจากเพื่อนบ้านเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนทุกครั้งเพื่อเป็นการแจ้งให้ทราบเพื่อช่วยลดปัญหาตามมาภายหลัง (โครงการ Life in the Garden) รู้ก่อนทำรั้วบ้าน เรื่องปัญหากับเพื่อนบ้านเนื่องจากรั้วบ้านนั้นมีมาให้เห็นเสมอ โดยเฉพาะกับรั้วบ้านในโครงการบ้านจัดสรรที่ส่วนใหญ่จะไม่สูงพอจะให้ความส่วนตัวได้จึงทำให้แต่ละบ้านจะต่อเติมรั้วบ้านสูงขึ้นไปซึ่งอาจไปบังทิศทางลมหรือล่วงล้ำเข้าไปในเขตของเพื่อนได้ ดังนั้นก่อนจะต่อเติมควรทำการตกลงกันก่อนซึ่งสามารถต่อเติมตรงตำแหน่งกลางรั้ว หรือบนที่ดินของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและร่วมกันออกค่าใช้จ่ายกันคนละครึ่งเนื่องจากเป็นการก่อสร้างที่ได้ประโยชน์ร่วมกันนั่นเอง โดยหลังจากสร้างรั้วแล้วแต่ละบ้านอาจปลูกไม้รั้วอย่าง ไทรเกาหลี ต้นโมกหรือต้นคริสติน่าให้เป็นไม้รั้วเพื่อความสวยงามก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี (โครงการ Baan 362) รู้ก่อนทำช่องเปิด ในทางสถาปัตยกรรม ‘ช่องเปิด’ นั้นเป็นการจำกัดความของช่องว่างที่เชื่อมระหว่างภายในและภายนอกอาคาร ซึ่งกล่าวรวมครอบคลุมถึงประตูและหน้าต่างด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าการมีช่องเปิดนั้นจะทำให้ความส่วนตัวของเราลดน้อยลง ในเบื้องต้นหากจำเป็นต้องทำช่องเปิดในบริเวณใกล้กับรั้วเพื่อนบ้านควรเลือกหน้าต่างให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน เช่น เลือกหน้าต่างบานเลื่อนขนาดเล็กสำหรับติดตั้งในห้องครัว หรือการพรางสายตาเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยการติดม่านและหน้าต่างที่สามารถหมุนปรับองศาได้ตามต้องการ (โครงการ Baan…

คำรน สุทธิ แห่ง Eco Architect กับความเชื่อว่าอาคารทุกหลังที่ออกแบบ จะต้องอยู่สบายและหายใจร่วมกับธรรมชาติ เพื่อสร้างภาวะน่าสบายให้การใช้งานอาคารหรือการอยู่อาศัย สถาปัตยกรรมและมนุษย์จึงจำเป็นต้องพึ่งพาธรรมชาติ สร้างความสัมพันธ์ร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเด็นดังกล่าวส่งต่อสู่แนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรมของ คุณแก้ว-คำรน สุทธิ สถาปนิกและผู้ก่อตั้งออฟฟิศ Eco Architect ด้วยเบื้องหลังความเชื่อว่า บ้านทุกหลังที่ออกแบบจะต้องอยู่สบายอย่างแท้จริง และต้องหายใจร่วมกับธรรมชาติ ไม่เพียงแค่มนุษย์และสถาปัตยกรรม แต่ธรรมชาติเองก็ต้องได้รับการดูแลให้เติบโตไปพร้อมๆ กัน สถาปัตย์ กับจุดกึ่งกลางความพอดีระหว่าง วิทย์ และ ศิลป์ เชื่อว่าเหตุผลของหลายคนที่เลือกเรียนสถาปัตยกรรม ก็เพราะคณะนี้ถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของความมีเหตุผลในแบบวิทยาศาสตร์สอดแทรกด้วยสุนทรียศาสตร์แบบงานศิลป์ ซึ่งคุณแก้วเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อย้อนกลับไปในสมัยเด็ก ด้วยความที่ได้มองเห็นคุณพ่อที่เป็นช่างไม้ ก่อสร้างบ้านด้วยทีมก่อสร้างเพียงไม่กี่คนและสามารถสร้างเสร็จโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน ประกอบกับพี่สาวที่เรียนวิศวกรรม สิ่งเหล่านี้ปลูกฝังให้คุณแก้วชื่นชอบ และอยากจะเป็นเหมือนคุณพ่อและพี่สาว แต่ด้วยความที่ตนเองไม่ได้ถนัดด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มากรัก แต่กลับรักในการจับดินสอ ขีดๆ เขียนๆ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จึงกลายเป็นคำตอบสุดท้ายที่สร้างจุดเริ่มต้นเส้นทางการเป็นสถาปนิกให้กับคุณแก้วในเวลานั้น การเรียนสถาปัตย์ที่ทำให้ค้นพบการแข่งขันกับตนเอง คุณแก้วเข้าไปเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยการเป็นเด็กโควต้าที่ผ่านการรับเลือก จังหวัดละ 1 คนในภาคอีสาน ด้วยความที่มีแต่คนเก่งๆ ในช่วงแรกของการเรียนคุณแก้วจึงรู้สึกว่าตัวเองอยู่ท้ายแถวของเพื่อนๆ ด้วยเกรดเฉลี่ย ด้วยฝีมือ หรือสกิล กลายเป็นความกดดันที่ทำให้ตนเองหันมาฝึกฝน…

“สุดท้ายแล้วมันก็ย้อนกลับมาเป็นเรื่องของวิถีชีวิตมากกว่า ว่าเราอยากจะมีกลุ่มคนหรือมีวิถีชีวิตในแต่ละวันเป็นแบบไหน?” คุณกึ๋น-กศินร์ ศรศรี สถาปนิกแห่ง Volume Matrix Studio เอ่ยระหว่างการสัมภาษณ์เรื่องแนวคิดการทำงานด้านสถาปัตยกรรมและจุดเริ่มต้นของการเป็นสถาปนิก ท่ามกลางร่มเงาไม้ใหญ่รอบด้าน และลมพัดเบาๆ คลายร้อน