OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM
info@sitename.com | 987654321
การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์


VERVE Ramkhamhaeng-Wongwaen สีสันใหม่ของทาวน์โฮม กับไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเอง เทรนด์การอยู่อาศัยในช่วงสองปีที่ผ่านมาบอกกับเราว่า บ้านไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่พักอาศัย แต่เป็นพื้นที่ของไลฟ์สไตล์ ทั้งการทำงานระหว่างวัน การได้ใช้เวลากับสิ่งที่รักและชอบ หรือการผ่อนคลายจากกิจกรรมประจำวันตลอดทั้งวัน บ้านหลังแรกของครอบครัวคนรุ่นใหม่หรือครอบครัวเริ่มขยายที่ผู้คนกำลังมองหา จึงเป็นบ้านขนาดกำลังพอดี หรือจะเป็นทาวน์โฮม ซึ่งมีพื้นที่ภายในใช้สอยเพียงพอพร้อมกับสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี พื้นที่ภายนอกส่วนกลางกับชุมชนคุณภาพที่รองรับกิจกรรมหลากหลาย หลายคนชื่นชอบการอยู่ในชานเมืองที่เงียบสงบ รายล้อมด้วยธรรมชาติ แต่ก็ยังคงเพียบพร้อมด้วยสาธารณูปโภคของชีวิตได้อย่างครบถ้วน เรียกง่ายๆ ว่าใช้ชีวิตได้อย่างสบายกายและสบายใจไปพร้อมกัน ทั้งหมดนี้จึงเป็นแนวความคิดที่ VERVE รามคำแหง – วงแหวน โดย SC Asset ที่ต้องการสร้างสรรค์โครงการทาวน์โฮมพรีเมียมซึ่งตอบคุณภาพชีวิตทั้งทางกายและหัวใจ แตกต่างไปจากทาวน์โฮมทั่วไปที่คุณเคยรู้จัก (ทาวน์โฮมที่เล่าเรื่องของไลฟ์สไตล์ตั้งแต่งานสถาปัตยกรรมและการจัดพื้นที่ส่วนรวม) เปลี่ยนภาพจำของทาวน์โฮมแบบเดิม สู่ชีวิตที่เป็นอิสระกับทุกสิ่งที่รัก ถ้าพูดถึงทาวน์โฮมอย่างที่เราคุ้นชิน แน่นอนว่าทุกคนจะนึกถึงความทึบตัน แสงธรรมชาติเข้าได้จากเพียงด้านหน้าและด้านหลัง พื้นที่ภายในสี่เหลี่ยมที่จะปรับอะไรก็ยากไปหมด หรือพื้นที่ใช้งานน้อยไปไม่เพียงพอ ซึ่งนี่เองเป็นความท้าทายของ VERVE รามคำแหง – วงแหวน ที่ต้องการนำงานดีไซน์เข้ามาสร้างพื้นที่ของการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ที่ตอบไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญกับสิ่งที่รักและชอบ หรืองานอดิเรก ไม่ต่างจากงานหลักประจำวัน จากแนวคิดเริ่มต้นแปลเป็นองค์ประกอบของงานออกแบบภายใต้นิยามของคำว่า ‘Artisan Loft’ บ้านสไตล์ลอฟท์ที่พาคุณกลับมาสู่ชีวิตที่เป็นตัวเอง เริ่มจากบ้านขนาดหน้ากว้างกว่า 5 เมตรที่สามารถจอดรถได้ถึง 2…

How to Light Your Home? เติมไฟให้กับบ้าน การออกแบบแสงสว่างสำคัญไม่ต่างไปจากการมองหาสถาปนิก หรือนักออกแบบภายในดีๆ สักคน เพราะนอกจากองค์ประกอบหลักของสถาปัตยกรรมอย่าง กระจก บานประตู ผนัง หรือระนาบที่ประกอบเข้ากันเป็นสเปซ สิ่งหนึ่งที่ทำให้รายละเอียดของงานออกแบบเหล่านั้นสมบูรณ์ ก็คือ ‘แสงไฟ’ ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อทางอารมณ์ระหว่างผู้คนและสภาพแวดล้อม นอกจากนั้นการออกแบบแสงที่ดียังช่วยประหยัดพลังงานให้กับเจ้าของบ้านได้ ส่งต่อสู่งานออกแบบที่ดีมีค่าใช้จ่ายที่ลดลงและต้นทุนน้อยลงตลอดอายุการใช้งาน นอกจากนี้ แสงสว่างยังส่งผลต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีทั้งในด้านชีวภาพและกายภาพ องค์ประกอบที่ใครหลายคนมองข้าม กลับเป็นตัวช่วยทำให้จังหวะวงจรชีวิตมีความสมดุล Dsign Something จึงถือโอกาสนี้ชวน Nulty Lighting บริษัท Lighting Design Consultants มาพูดคุยถึงเทคนิค และเคล็ดลับดีๆ ในการออกแบบแสงสว่างให้กับบ้านของเรา ทำไมถึงต้องมีการออกแบบแสงสว่าง? ใช้หลอดไฟธรรมดาได้ไหม? แน่นอนว่าใช้หลอดไฟธรรมดาทั่วไปก็ย่อมได้! แต่การออกแบบแสงสว่างที่ดีไม่ใช่เพียงการเลือกใช้โคมไฟที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังถือเป็นศิลปะการเลือกใช้สสารชนิดหนึ่งที่ไม่มีตัวตน โดยเป็นการทำงานร่วมกันของแสงที่ตกกระทบลงบนพื้นผิว เกิดเป็นงานศิลปะที่เติมเต็มและสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับพื้นที่โดยรอบ ซึ่งนักออกแบบระบบแสง หรือที่เรารู้จักกันในนาม ‘Lighting Designer’ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังกระบวนการออกแบบที่สามารถเปลี่ยนพื้นที่มืดทึมให้ดูสวยงามหรือมีสไตล์ขึ้นมาได้อย่างลงตัว ผู้คนมักจะไม่เข้าใจธรรมชาติที่ซับซ้อนของแสง และวิธีในการกำหนดทิศทางแสง โดยส่วนมากมักจะคำนึงเพียงแค่ความสวยงามของโคมไฟมากกว่าคุณภาพของแสงที่ใช้ และยังมีเรื่องที่เข้าใจผิดๆ ในการออกแบบแสงที่พบได้บ่อยๆ อย่างเช่น การติดตั้งโคมดาวน์ไลท์ไว้เหนือเตียงโดยตรง…

ZANOLARI’S HOUSE บ้านที่เปิดเพื่อสร้างมุมมอง ไปพร้อมกับการปิดล้อมเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว ZANOLARI’S HOUSE เป็นบ้านพักอาศัยของครอบครัว ZANOLARI โดยมีคุณแม่ JARIYA และคุณ JESSICA พี่สาวคนโต ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เป็นผู้พักอาศัยหลัก อีกทั้งยังมีคุณ ANGELA และ คุณ RAMONA ลูกสาวคนกลางและคนเล็กที่พักอาศัยอยู่ ประเทศสหรัฐอเมริกา กลับมาพักอาศัยเป็นครั้งคราวตามโอกาส ที่ดินโครงการตั้งอยู่ในหมู่บ้านปัญญา ถนนพัฒนาการ กรุงเทพฯ เดิมมีบ้านหลังเก่าแต่ได้รื้อถอน และเก็บวัสดุบางชิ้นไว้สำหรับตกแต่ง เพื่อเป็นการรำลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ บ้านหลังใหม่นี้ถูกออกแบบโดยแนวความคิด เปิดแต่ปิด เพราะ ที่ดินถูกล้อมรอบ ด้วยบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้นทั้ง3ด้าน จึงทำให้การออกแบบอาคาร เน้นการเปิดมุมมองแบบศูนย์กลาง และ ปิดมุมมองที่ไม่จำเป็นจากภายนอกในบางมุม แต่อาคารยังคงถูกออกแบบให้มี Ventilation ของอากาศได้ดี โดยอาศัยหลักการ Passive Design เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ภาพแนวคิดการออกแบบ ผู้พักอาศัย มีความชื่นชอบการว่ายน้ำและการนอนอาบแดดเป็นอย่างมาก ในบ้านจึงมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งและเตียงนอนอาบแดดไว้รองรับ LIFESTYLE สระว่ายน้ำจะตั้งอยู่กลางบ้าน โดยให้ตัวอาคารล้อมรอบสระว่ายน้ำไว้ เพื่อให้เกิดเป็นลักษณะ…

The Nature Blanket โปรเจ็กต์ประกวดแบบที่สถาปัตยกรรมเชื่อมโยงธรรมชาติกับมนุษย์ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน หลังจากที่องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wide Fund for Nature) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อย่อว่า WWF ได้เห็นถึงความสำคัญของผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธรรมชาติ ซึ่งส่งผลให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ ต้องตกอยู่ในอันตราย พวกเขาจึงร่วมมือกับ YAC หรือ Young Architects Competitions จัดโครงการประกวดแบบที่มีชื่อว่า WWF Observation Cabins เพื่อจุดประกายให้มนุษย์ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีส่วนร่วมในการเป็นส่วนหนึ่งของแรงขับเคลื่อนที่จะคอยปกป้องและฟื้นฟูธรรมชาติที่สวยงาม วันนี้เราเลยชวน ฮิ้น-ธนัท ศักดานรเศรษฐ์ และฮัชเช่ย-ศุภราช หวังจินดามณี สองสถาปนิกชาวไทยที่ได้เข้ารอบ Finalist จากกว่า 300 ทีมผู้เข้าแข่งขันจากทั่วทุกมุมโลก มาบอกเล่าถึงแนวคิดจากผลงานของพวกเขาที่มีชื่อว่า The Nature Blanket ซึ่งถูกคิดออกแบบขึ้นมาอย่างพิถีพิถันด้วยความเข้าใจถึงพฤติกรรมและการอยู่อาศัยของเพื่อนต่างสายพันธุ์อย่างน่าสนใจ ตั้งต้นจากพื้นที่ชุ่มน้ำที่เป็นมรดกโลก โจทย์ในการประกวดครั้งนี้ ตั้งต้นมาจากพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีชื่อว่า “Lagoon of Orbetello” ซึ่งเป็นโอเอซิสที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ในภูมิภาคทัสคานี ทางตะวันตกของประเทศอิตาลี นอกจากนี้ยังมีความพิเศษกว่าพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วไป เพราะเป็นพื้นที่ที่มีการไหลเวียนของกระแสน้ำขึ้น-น้ำลง ทำให้เกิดการทับถมของตะกอนในหลายๆ ระดับ ซึ่งตะกอนที่ว่านี้เอง…

Setthasiri Phahol Watcharapol บ้านตอบโจทย์วิถีชีวิตครอบครัวใหญ่ ที่ดีไซน์ทุกรายละเอียดในแบบตะวันออก หลายคนอาจตีความหมายของนิยามบ้านระดับ Luxury ว่าต้องโดดเด่นในเรื่องดีไซน์ความสวยงามหรือพื้นที่ความกว้างขวางใหญ่โตเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับ ‘เศรษฐสิริ พหล-วัชรพล’ นั้นเป็นโครงการบ้านเดี่ยวที่คิดต่างและทำต่างออกไป ด้วยการออกแบบที่มาพร้อมกับรายละเอียดลึกซึ้งทุกส่วน โดยไม่ได้แค่คำนึงถึงเพียงภาพลักษณ์ที่หรูหราหรือแค่การเป็นที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังใส่ใจถึงประสบการณ์การใช้ชีวิตภายในบ้าน ซึ่งทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตผ่านรูปแบบสถาปัตยกรรม ที่ถูกรังสรรค์ทุกรายละเอียดอย่างสมดุลในแบบตะวันออก โดยเฉพาะแบบบ้านใหม่ล่าสุดของโครงการอย่าง Ablaze พื้นที่ใช้สอย 299 ตร.ม. ที่มาพร้อมกับแนวคิดสุดพิถีพิถัน เพื่อตอบรับทุกความต้องการที่เหนือกว่าของผู้อยู่อาศัย ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสายสัมพันธ์กับคนในครอบครัว ด้วยการจัดสรรพื้นที่ภายในบ้านที่ผสมผสานเข้ากับบรรยากาศธรรมชาติภายนอกอย่างลงตัว และความใส่ใจถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตของครอบครัวใหญ่ที่มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข (แบบบ้านใหม่ของโครงการเศรษฐสิริ พหล-วัชรพลที่มีชื่อว่า “Ablaze”) สอดแทรกแนวคิด Crafted Eastern Design ที่มีเอกลักษณ์ในสไตล์ตะวันออก สำหรับเศรษฐสิริ พหล-วัชรพล ไม่ใช่แค่เพียงแต่ความหรูหรามีระดับที่ผู้อยู่อาศัยจะได้สัมผัส แต่ตัวบ้านยังถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันภายใต้แนวคิด “Crafted Eastern Design” ที่นำทั้งการออกแบบพื้นที่ เส้นสาย เฉดสี การเลือกใช้วัสดุที่ใกล้เคียงธรรมชาติ รวมถึงองค์ประกอบการตกแต่งต่าง ๆ ซึ่งถอดมาจากเอกลักษณ์การออกแบบสถาปัตยกรรมในสไตล์ตะวันออกมาใช้ในการออกแบบโครงการ ตั้งแต่ภายนอกจนถึงภายในบ้านได้อย่างโดดเด่น เชื่อมต่อพื้นที่ เชื่อมต่อความสัมพันธ์…

KOPIHUB หยิบองค์ประกอบของเข่งติ่มซำมาทำเป็นสถาปัตยกรรมยุคใหม่กลิ่นอายไทยและจีน จะเป็นอย่างไร เมื่อร้านติ่มซำ สภากาแฟ และโรงเตี๊ยมที่เราคุ้นหน้าคุ้นตาว่า คุณปู่ คุณย่าจะต้องแวะเวียนมาอ่านหนังสือพิมพ์ยามเช้า ถูกเปลี่ยนโฉมให้กลายเป็นร้านติ่มซำสมัยใหม่ที่ชวนวัยรุ่น และครอบครัวทุกวัยมาฮอปปิงร่วมกันระหว่างวัน KOPIHUB เป็นแบรนด์ติ่มซำ กาแฟ และชาโบราณ สูตรต้นตำรับของคุณแม่ในย่านอ่างศิลา จังหวัดชลบุรีที่ทายาทรุ่นสองเข้ามาบริหารจัดการร้านสาขาใหม่ แปลงโฉมให้ความสำคัญกับงานดีไซน์มากขึ้น โดยมีสถาปนิกจาก Does Studio รับหน้าที่ยกเครื่องร้านติ่มซำแห่งนี้ใหม่ทั้งหมด หยิบเส้นสายโค้ง จากเข่งของติ่มซำ ด้วยบริบทและสภาพที่ดิน ซึ่งมีด้านหน้าแคบ ทางเจ้าของจึงต้องการเปิดมุมมองด้านหน้าของร้านให้มากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ และอยากให้อาคารมีฟอร์มแปลกตาเพื่อเชื้อเชิญผู้คนจากถนนให้เหลียวหันมอง ประจวบเหมาะกับช่วงเริ่มต้น ก่อนลงมือทำการออกแบบ ทีมสถาปนิกแวะเวียนไปเยี่ยมชมร้านสาขาดั้งเดิมที่บางแสน เพื่อมองหาคาแร็กเตอร์หรือวัสดุเดิมที่สามารถหยิบไปเป็นไอเดียเพื่อให้ 2 สาขาเชื่อมโยงเป็นเรื่องราวเดียวกัน จนได้ไปพบกับเข่งติ่มซำเก่าจำนวนมากที่หลังร้าน ซึ่งตามหลักแล้วจะมีอายุการใช้งานที่ต้องผลัดเปลี่ยนไปตามเวลา สถาปนิกจึงปิ๊งไอเดียที่จะหยิบ ‘เข่งติ่มซำ’ เหล่านี้มาเล่นกับงานดีไซน์ทั้งการนำไปใช้อย่างตรงตัว และการนำเส้นสายฟอร์มโค้ง องค์ประกอบการสาน แพทเทิร์นบางส่วนมาถ่ายทอดกลายเป็นสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องไปกับแบรนด์ สถาปนิกออกแบบตัวร้านด้วยฟอร์มโค้งมน ที่แก้ปัญหาพื้นที่และสร้างคาแร็กเตอร์ ซึ่งภายในแบ่งโซนของการใช้งานอย่างชัดเจน โดยด้านซ้ายมือที่ติดถนนจะเป็นโซนนั่งรับประทานอินดอร์หรือ The Pavillion DimSum ส่วนบริเวณใจกลางของร้านเป็นครัวหลัก เคาน์เตอร์ติ่มซำ ที่เชื่อมต่อมารับกับทางเข้าหลักได้อย่างพอดี ในขณะที่ด้านขวามือสุดเป็นครัวเล็กเอาท์ดอร์ โซนรับประทานเอาท์ดอร์ สำหรับวันชิลๆ อากาศไม่ร้อนก็สามารถนั่งจิบชาและชื่มชมแลนด์สเคปด้านข้างก็เพลินตาไม่ต่างกัน…

เมื่อนวัตกรรมมาพร้อมดีไซน์ วัสดุทดแทนที่ทำให้บ้านสวย ง่าย ลงตัวในทุกมิติ ปัจจุบันงานด้านสถาปัตยกรรมพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมา สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย ให้กับสถาปนิกผู้ออกแบบบ้าน ผู้รับเหมา หรือแม้แต่เจ้าของบ้าน หนึ่งในนั้นคือเทรนด์การใช้วัสดุทดแทน ที่ถอดเอกลักษณ์และจุดเด่นจากวัสดุธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก ซีเมนต์ หรือแม้แต่ไม้ ฯลฯ ที่ให้สัมผัสเสมือนจริง แต่ใช้งานได้ง่ายและมีราคาที่ย่อมเยามากกว่า วัสดุตกแต่ง SCG D’COR กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่จาก SCG ที่เกิดขึ้นจากการมองหาวัสดุใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ความสวยงาม การใช้งานที่ทนทาน และให้ความคุ้มค่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ด้วยความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน จึงมีการคัดสรรวัสดุโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Material Science หลากหลายประเภท เหมาะสมกับงานหลายรูปแบบ เรามาทำความรู้จัก วัสดุตกแต่งภายนอกที่กำลังได้รับความนิยม อย่าง ‘เคมิว’ (KMEW) ที่ถอดแบบลวดลายเลียนแบบวัสดุธรรมชาติ และมีผิวสัมผัสที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับวัสดุจริง เช่น ไม้, อิฐ, หิน, หินอ่อนหรือคอนกรีต ซึ่งการันตีคุณภาพด้วยยอดขาย อันดับ 1 ในญี่ปุ่นมากกว่า 30 ปี SCG D’COR เล็งเห็นความสำคัญในการคัดสรร…

Urbanism Architecture เมื่อสังคมเมืองยูโทเปียมาในรูปแบบของสถาปัตยกรรม ในปัจจุบันการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย ในรูปแบบของสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะใหญ่โตราวกับเมืองขนาดย่อม มีสาธารณูปโภคขึ้นพื้นฐานครบวงจร เป็นกลยุทธ์ที่บริษัทสถาปนิกยักษ์ใหญ่ได้ ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาเมกะโปรเจกต์ขึ้นจำนวนมาก แนวคิดดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นกระแสการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1960 ที่กลุ่มสถาปนิกมักจะสร้างงานสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะทางกายภายใหญ่โต อันเนื่องมาจากความเฟื่องฟูของลัทธิทุนนิยม รวมถึงมีการผสมผสานรูปแบบสถาปัตยกรรมบรูทัลลิสต์ (Brutalist Architecture) ทำเกิดผลงานออกแบบที่มีความแปลกตาราวกับเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มาจากจากโลกอนาคต Habitat 67 สถาปนิกสัญชาติอิสราเอล – แคนนาดา Moshe Safdie สมัยเมื่ออายุ 23 ในขณะที่ฝึกงานกับสถาปนิกบรมครูอย่าง Louis Kahn เขาได้ส่งโครงการประกวดแบบการพัฒนาที่อยู่อาศัยในงาน World Expo ประจำปี 1967 เมือง Montreal ประเทศแคนนาดา ซึ่งผลงานของเขาถูกตอบรับ และใช้เป็นต้นแบบในพัฒนาต่อเป็นโครงการ Habitat 67 ซึ่งเป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย จำนวน 158 ยูนิต ความสูง 7 ชั้น ที่มีลักษณะคล้ายกับลูกบาศก์ขนาดเล็กก่อสร้างด้วยคอนกรีตเปลือย วางเรียงซ้อนกันคล้ายกับของเล่นชุดตัวต่อ Logo โดยมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติและพื้นที่ส่วนกลางสีเขียวกระจายอยู่ในพื้นที่ว่างของกลุ่มอาคาร รวมถึงมีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอยู่ครบครันบริเวณชั้นล่าง โครงการนี้ เกิดจากการพัฒนาแนวคิดต่อจากวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทของ…

ZANOLARI’S HOUSE บ้านที่เปิดเพื่อสร้างมุมมอง ไปพร้อมกับการปิดล้อมเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว ZANOLARI’S HOUSE เป็นบ้านพักอาศัยของครอบครัว ZANOLARI โดยมีคุณแม่ JARIYA และคุณ JESSICA พี่สาวคนโต ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เป็นผู้พักอาศัยหลัก อีกทั้งยังมีคุณ ANGELA และ คุณ RAMONA ลูกสาวคนกลางและคนเล็กที่พักอาศัยอยู่ ประเทศสหรัฐอเมริกา กลับมาพักอาศัยเป็นครั้งคราวตามโอกาส ที่ดินโครงการตั้งอยู่ในหมู่บ้านปัญญา ถนนพัฒนาการ กรุงเทพฯ เดิมมีบ้านหลังเก่าแต่ได้รื้อถอน และเก็บวัสดุบางชิ้นไว้สำหรับตกแต่ง เพื่อเป็นการรำลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ บ้านหลังใหม่นี้ถูกออกแบบโดยแนวความคิด เปิดแต่ปิด เพราะ ที่ดินถูกล้อมรอบ ด้วยบ้านพักอาศัยสูง 2 ชั้นทั้ง3ด้าน จึงทำให้การออกแบบอาคาร เน้นการเปิดมุมมองแบบศูนย์กลาง และ ปิดมุมมองที่ไม่จำเป็นจากภายนอกในบางมุม แต่อาคารยังคงถูกออกแบบให้มี Ventilation ของอากาศได้ดี โดยอาศัยหลักการ Passive Design เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ภาพแนวคิดการออกแบบ ผู้พักอาศัย มีความชื่นชอบการว่ายน้ำและการนอนอาบแดดเป็นอย่างมาก ในบ้านจึงมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งและเตียงนอนอาบแดดไว้รองรับ LIFESTYLE สระว่ายน้ำจะตั้งอยู่กลางบ้าน โดยให้ตัวอาคารล้อมรอบสระว่ายน้ำไว้ เพื่อให้เกิดเป็นลักษณะ…

San Yong Café คาเฟ่จีนสไตล์โมเดิร์นที่เติมความอบอุ่นผ่านวัสดุกลิ่นอายคราฟท์ เมื่อถึงเวลาของการเปลี่ยนผ่าน ลูกชายคนโต ผู้เป็นเชฟ และเป็นทายาทเจนเนอเรชันใหม่เข้ามารับหน้าที่ก่อตั้งและต่อยอดธุรกิจจากครอบครัวไทยเชื้อสายจีน ส่งต่อสู่รูปลักษณ์และหน้าตาของสถาปัตยกรรมที่ทันสมัยตามช่วงวัยอายุ เกิดเป็นโปรเจกต์ San Yong (ซันหยง) คาเฟ่และร้านอาหารใหม่ย่านบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ที่หยิบบรรยากาศความขลังจากร้านยาจีนดั้งเดิมของคุณพ่อ ณ เยาวราช และอาหารจีนรสมือคุณแม่มาบรรจง เรียงร้อยผสมความโมเดิร์นนิดๆ เติมกลิ่นอายคอนเทมโพลารี่หน่อยๆ จนออกมาเป็นสถาปัตยกรรมกลิ่นอายเอเชียที่ทั้งเก๋ไก๋เอาใจคนยุคใหม่และสอดแทรกบรรยากาศอบอุ่นได้ในเวลาเดียวกัน “พอต้องมาออกแบบคาเฟ่ ผมรู้สึกว่ามันเป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง เพราะงานคอมเมอเชียลจะมีความเบื่อง่าย ถ้ามีคาเฟ่ใหม่ผุดขึ้นมา ก็ต้องมีคนย้ายไปนั่งที่ใหม่ ถ่ายรูปที่ใหม่ มันคือการแข่งขัน ผมเลยมองว่ามันต้องมีอัตลักษณ์อะไรบางอย่างที่เป็นจุดแข็งในการดึงคนมา ไม่ใช่แค่สไตล์หรือความสวยงาม แต่สิ่งที่เราจะหยิบมาออกแบบ มันต้องมาจากความเป็นตัวเขา มาจากสิ่งที่เราพูดคุยคุยกับเขาแหละ” คุณเบล-ภูริวัจน์ เนตีพีระพงศ์ สถาปนิกจาก Bellman Design Studio เล่า ความขลังที่มาพร้อมกับวัสดุงานคราฟท์ San Yong (ซันหยง) แปลจากภาษาจีนแต้จิ๋วอย่างตรงตัวว่า เจริญรุ่งเรืองทั้งสามคน ซึ่ง ‘หยง’ ยังเป็นหนึ่งในองค์ประชอบชื่อจีนของลูกชายทั้งสาม โดยคุณเบลเล่าว่า ครอบครัวแสนอบอุ่นที่ประกอบธุรกิจยาจีนเล็กๆ ดำเนินชีวิตอย่างเป็นกันเองและเรียบง่าย และมีอาหารมื้อสำคัญ ที่คุณแม่พิถีพิถันปรุงใส่ทั้งใจและรายละเอียดเป็นสิ่งหนึ่งที่ยึดโยงความสัมพันธ์ของครอบครัว…