OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM

info@sitename.com | 987654321

Design Makes A Better Life.

การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์

AKKEE Thai Delicacies & Tasting Counter ร้านอาหารไทยดั้งเดิมที่หยิบ ‘บล็อกแก้ว’ มาเป็นตัวแทนของวัตถุดิบ

  • AKKEE Thai Delicacies & Tasting Counter ร้านอาหารไทยดั้งเดิมที่หยิบ ‘บล็อกแก้ว’ มาเป็นตัวแทนของวัตถุดิบ

    AKKEE Thai Delicacies & Tasting Counter ร้านอาหารไทยดั้งเดิมที่หยิบ ‘บล็อกแก้ว’ มาเป็นตัวแทนของวัตถุดิบ

    WIND Clinic คลินิกเสริมความงามที่สร้างสรรค์หน้าตาอาคารให้สวยใสด้วย ‘บล็อกแก้ว’ ความสวยใสของคนเราอาจจะหมายถึง ขาวอมชมพู ไร้ริ้วรอย หรือยังดูหน้าอ่อนกว่าวัยอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะตีความหมายออกมาอย่างไร แต่ถ้าให้พูดถึงความสวยใสของอาคาร คงจะหมายถึงความโปร่งใสที่เป็นพระเอกสำคัญของอาคารอย่างแน่นอน แต่ด้วยแสงแดดที่ให้ความร้อนตลอดทั้งปีของประเทศไทย สถาปนิกจึงต้องเลือกวัสดุโปร่งใสที่สามารถกรองความร้อนจากแสงแดดให้เข้ามาภายในอาคารได้อย่างพอดิบพอดี เช่นเดียวกับ WIND Clinic คลินิกเสริมความงาม ที่สถาปนิกผู้ออกแบบอย่างคุณ สิทธิพล โกมลเวชกุล จากสุธีสถาปนิก เลือกที่จะใช้บล็อกแก้วใสให้เป็นฟาซาดขนาดใหญ่รอบอาคาร แถมยังหันหน้าออกไปสู่ทางทิศตะวันตกอีกด้วย อะไรที่ทำให้สถาปนิกเลือกที่จะออกแบบคลินิกให้สวยใสแต่ไม่กลัวแสงแดดเช่นนี้ไปดูกัน จุดเด่นอยู่ใจกลางเมือง บนพื้นที่กว่า 1,200 ตารางเมตร ตั้งอยู่กลางสี่แยกของตัวเมืองอุบลราชธานี พื้นที่หันออกไปสู่ด้านทิศตะวันตกโดยรอบลายล้อมไปด้วยอาคารสำนักงาน อาคารพาณิชยกรรม บ้านเรือนต่าง ๆ จากศักยภาพของพื้นที่มักจะมีผู้คนสัญจรผ่านไปมาอยู่ตลอดเวลา แต่มีข้อจำกัดอยู่ตรงที่แสงแดดในช่วงบ่ายจะให้ความร้อนเป็นอย่างมาก ทางเจ้าของที่ต้องการจะก่อตั้งคลินิกเสริมความงาม WIND Clinic ในพื้นที่ตรงนี้ จึงอยากให้ตัวอาคารมีดีไซน์ที่โดดเด่น หรูหรา สวยงาม ผสมผสานเข้าธรรมชาตติ อย่างต้นไม้ และแสงแดด แต่ไม่ต้องการความร้อนให้เข้ามาในอาคาร ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกันกับการให้บริการของสถาบันที่เน้นการปรับรูปหน้าให้สวยงามเป็นธรรมชาติ ฟังก์ชันภายในออกแบบเสมือนกับโรงแรมหรู ผู้ออกแบบ คุณ สิทธิพล โกมลเวชกุล จากสุธีสถาปนิก เลือกที่จะออกแบบพื้นที่ชั้น Ground…

  • Kaomai Tea Barn – a tea shop with a touch of tobacco processing plant estate

    Kaomai Tea Barn – a tea shop with a touch of tobacco processing plant estate

    Kaomai Tea Barn – a tea shop with a touch of tobacco processing plant estate A spindly rectangular building covered with an old roof made of zinc looks as if competing with the trees that come in various heights in a dense space of greenery, which could almost be called a forest. Although they have…

  • Kaomai Tea Barn ร้านชาที่เสิร์ฟกลิ่นอายของโรงบ่มใบยาสูบ

    Kaomai Tea Barn ร้านชาที่เสิร์ฟกลิ่นอายของโรงบ่มใบยาสูบ

    Kaomai Tea Barn ร้านชาที่เสิร์ฟกลิ่นอายของโรงบ่มใบยาสูบ อาคารสี่เหลี่ยมที่ปกคลุมด้วยหลังคาสังกะสีเก่าๆ สูงชะลูดขึ้นไป แข่งกับต้นไม้น้อยใหญ่ในพื้นที่สีเขียวที่แน่นขนัดจนแทบเรียกได้ว่าเป็นป่า แม้จะดูหน้าตาคล้ายกัน แต่หากสังเกตดีๆ จะเห็นถึงความแตกต่างของวัสดุ บ้างก็ทำจากไม้สานฉาบปูนหมัก บ้างก็ทำจากอิฐมอญทั้งหลัง บ้างก็ทำจากคอนกรีตบล็อก แต่ละหลังเรียงรายเกาะกันบนถนนเล็กๆ ซึ่งบรรยากาศเหล่านี้เองที่เป็นภาพจำของ ‘Kaomai Estate 1955’ โครงการออกแบบเชิงอนุรักษ์ที่เปลี่ยนโรงบ่มใบยาสูบเก่าให้กลายมาเป็น Community space ของคนยุคใหม่ และวันนี้เราจะพาทุกคนมานั่งจิบชาหอมๆ ผ่อนคลายอารมณ์กันที่ร้านชาแห่งใหม่ในโครงการ อย่าง ‘Kaomai Tea Barn’ (หรือที่อ่านว่า เก๊าไม้ ที บาร์น) พร้อมกับไปทำความรู้จักที่มาของร้านชาแห่งนี้จากคุณทริส-พชรพรรณ รัตนานคร หนึ่งในผู้ก่อตั้ง PAVA architects ผู้ออกแบบโครงการ จากโรงบ่มใบยาสูบที่ถูกเปลี่ยนผ่านตามกาลเวลา หากจะเล่าที่มาคงต้องย้อนไปที่จุดแรกเริ่ม เดิมพื้นที่นี้ถูกเปลี่ยนผ่านมาแล้ว 3 รุ่น โดยเริ่มจากการเป็นเพียงโรงบ่มใบยาสูบในยุคแรก เมื่อรุ่นสองเข้ามาจึงค่อยๆ มีการปลูกเพาะพันธุ์ต้นไม้และทำพื้นที่เกษตรควบคู่กับโรงบ่มใบยาสูบ ทว่าเมื่อความนิยมของใบยาสูบลดลง จึงส่งผลให้เตาเผาโรงบ่มถูกปิดลงอย่างถาวร แล้วนำมาสู่การรีโนเวทเป็น ‘Kaomai Lanna’ รีสอร์ทที่ใช้ไม้เลื้อยพรางตัวไปกับธรรมชาติอย่างแนบเนียน และเมื่อพื้นที่นี้ถูกส่งผ่านมายังรุ่นปัจจุบัน เจ้าของโครงการมีความตั้งใจอยากให้พื้นที่นี้กลับไปเป็นศูนย์รวมผู้คนเหมือนในอดีตได้อีกครั้ง จึงเกิดเป็นโครงการ ‘Kaomai Estate 1955’ Community space ท่ามกลางธรรมชาติ…

  • Tiny House บ้านไซส์กระทัดรัด สุขแบบง่าย ๆ แต่อยู่สบายเกินคาด

    Tiny House บ้านไซส์กระทัดรัด สุขแบบง่าย ๆ แต่อยู่สบายเกินคาด

    Tiny House บ้านไซส์กระทัดรัด สุขแบบง่าย ๆ แต่อยู่สบายเกินคาด หลายครั้ง หัวใจสำคัญของบ้านก็ไม่ใช่แค่เรื่องของขนาด แต่รวมไปถึงสมาชิกผู้อยู่อาศัย งบประมาณ และสถานที่แวดล้อมรอบกาย บ้านในฝันของใครหลายคนจึงอาจเป็นเพียงภาพบ้านชนบท ขนาดไม่ใหญ่ที่อยู่สบาย เรียบง่ายไม่ซับซ้อนและแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ เราชวนมาชม 7 แบบบ้านไซส์กระทัดรัด แต่อยู่สบายเกินคาดที่สามารถเก็บไปเป็นไอเดียออกแบบบ้านในฝันได้ในอนาคต 01 FARMSUP HOUSE บ้านขนาดพอดีที่ปลีกตัวจากบทบาทคนเมืองออกมาฟังเสียงธรรมชาติในสวนเกษตร ในวันที่วิถีคนเมืองเริ่มอิ่มตัว ความสงบเงียบท่ามกลางธรรมชาติคือสิ่งที่หลายคนตามหา สองคู่รักเจ้าของบ้านก็คิดไม่ต่างกัน ก่อนจะหลบความวุ่นวายออกมาสร้างวันแสนเรียบง่ายในบ้าน FARMSUP แถบชานเมืองจังหวัดปทุมธานี โดยได้สถาปนิกคนสนิทอย่าง I like design studio มาออกแบบร่างเป็นบ้านพักตากอากาศที่อยู่ท่ามกลางสวนเกษตร สัดส่วนของสองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างถูกแบ่งให้ฝั่งหนึ่งของตัวบ้านเป็นวิลล่าตากอากาศขนาด 100 ตารางเมตรที่ประกอบด้วย ห้องนอนบนชั้นลอย แพนทรี่ ห้องน้ำ พื้นที่นั่งเล่น พร้อมเฉลียงข้างบ้านที่ถูกออกแบบยื่นออกไปทั้งสองฝั่ง ส่วนฝั่งซ้ายกลายเป็นโรงนากรุด้วยเมทัลชีทสำหรับเก็บอุปกรณ์การเกษตร โดยทั้งสองส่วนถูกเชื่อมกันด้วยคอริดอร์ที่ให้ความรู้สึกไม่ห่างเหิน และทำให้บ้านหลังคาจั่วชั้นเดียวหลังนี้มีช่องเปิดที่เอื้อให้ระบบการหมุนเวียนของลมเป็นไปได้อย่างคล่องตัวตามธรรมชาติ Gross Built Area : 100 ตารางเมตรArchitect : I like design…

  • La Poste du Louvre ฟื้นคืนชีวิตเสน่ห์วันวานของสถาปัตยกรรมสไตล์ Haussmann Architecture

    La Poste du Louvre ฟื้นคืนชีวิตเสน่ห์วันวานของสถาปัตยกรรมสไตล์ Haussmann Architecture

    Ombú จากโรงไฟฟ้าพลังก๊าซเก่าสู่ออฟฟิศบริษัทพลังงานรักษ์สิ่งแวดล้อม จากโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซเก่าแก่รีโนเวทสู่ออฟฟิศบริษัทพลังงานยุคใหม่ การพลิกโฉมครั้งนี้เป็นการอนุรักษ์อาคารดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ผสมผสานกับการสร้างสถาปัตยกรรมใหม่แทรกเสริมเข้าไปได้อย่างกลมกลืน นอกจากนั้นการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างใหม่ยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตลอดจนใส่ใจวิถียั่งยืนในหลากหลายมิติอย่างเป็นจริงเป็นจังจนทำให้โครงการนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมจากหลายองค์กร รวมถึงกลายเป็นกรณีศึกษาตัวอย่างอันสำคัญขององค์การ World Green Building Council ที่ถูกนำเสนอในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 26 (COP26) ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ เลยทีเดียว โปรเจกต์ที่ว่านี้ก็คือ Ombú อาคารที่ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมเก่าของกรุงมาดริด ประเทศสเปน เดิมทีอาคารหลังนี้ก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1950 โดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงในยุคอดีตอย่าง Luis de Landecho เพื่อให้เป็นโรงงานไฟฟ้าพลังก๊าซที่ผลิตพลังงานป้อนพื้นที่แถบนี้ แล้วก็ยังเคยถูกเปลี่ยนไปเป็นโรงงานผลิตอาวุธสงครามและโกดังถ่านหินมาแล้วด้วย ก่อนที่ภายหลังจะถูกทิ้งร้างให้เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา จนกระทั่งในปี ค.ศ.2017 บริษัทพลังงานใหญ่ของสเปนอย่าง ACCIONA ได้ตัดสินใจเข้ามาซื้ออาคารหลังนี้ไว้เพื่อต้องการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าไว้ไมให้ถูกทำลายไปเหมือนหลายอาคารที่ผ่านมา และเพื่อให้การอนุรักษ์เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด ทาง ACCIONA จึงตัดสินใจบูรณะอาคารหลังนี้ให้กลับมามีชีวิตใหม่เพื่อสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง Ombú โฉมใหม่ถูกรีโนเวทโดยหนึ่งในบริษัทสถาปนิกชั้นนำที่มีชื่อเสียงลำดับต้นๆ ของโลกอย่าง Foster + Partners โดยมีโจทย์หลักในการคงโครงสร้างอาคารดั้งเดิมไว้และต้องรีโนเวทโปรเจกต์ให้สอดรับกับแนวความคิดสถาปัตยกรรมแบบยั่งยืน (Sustainable Architecture) รวมถึงคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังด้วย ข้อจำกัดสุดหินครั้งนี้ทำให้ทาง Foster + Partners ต้องทำงานอย่างหนัก ออกแบบโครงการโดยใส่ใจรายละเอียดทุกมิติ แล้วก็ต้องคิดถึงอนาคตระยะยาวด้วย…

  • Inn House- Local house that uses local materials & adapts in corresponding to a simple yet contemporary lifestyle amid nature

    Inn House- Local house that uses local materials & adapts in corresponding to a simple yet contemporary lifestyle amid nature

    Inn House Local house that uses local materials and adapts in corresponding to a simple yet contemporary lifestyle amid nature After working together on the Khanam Noi House project, a temporary accommodation for farming that used local materials, simple construction and created as little waste as possible, the homeowner’s mother wanted to work with Yangnar…

  • บ้านอินทร์ บ้านพื้นถิ่นที่นำวัสดุท้องที่มาประยุกต์ใช้ สอดคล้องกับวิถีชีวิตเรียบง่ายร่วมสมัยท่ามกลางธรรมชาติ

    บ้านอินทร์ บ้านพื้นถิ่นที่นำวัสดุท้องที่มาประยุกต์ใช้ สอดคล้องกับวิถีชีวิตเรียบง่ายร่วมสมัยท่ามกลางธรรมชาติ

    Ombú จากโรงไฟฟ้าพลังก๊าซเก่าสู่ออฟฟิศบริษัทพลังงานรักษ์สิ่งแวดล้อม จากโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซเก่าแก่รีโนเวทสู่ออฟฟิศบริษัทพลังงานยุคใหม่ การพลิกโฉมครั้งนี้เป็นการอนุรักษ์อาคารดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ผสมผสานกับการสร้างสถาปัตยกรรมใหม่แทรกเสริมเข้าไปได้อย่างกลมกลืน นอกจากนั้นการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างใหม่ยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตลอดจนใส่ใจวิถียั่งยืนในหลากหลายมิติอย่างเป็นจริงเป็นจังจนทำให้โครงการนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมจากหลายองค์กร รวมถึงกลายเป็นกรณีศึกษาตัวอย่างอันสำคัญขององค์การ World Green Building Council ที่ถูกนำเสนอในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 26 (COP26) ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ เลยทีเดียว โปรเจกต์ที่ว่านี้ก็คือ Ombú อาคารที่ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมเก่าของกรุงมาดริด ประเทศสเปน เดิมทีอาคารหลังนี้ก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1950 โดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงในยุคอดีตอย่าง Luis de Landecho เพื่อให้เป็นโรงงานไฟฟ้าพลังก๊าซที่ผลิตพลังงานป้อนพื้นที่แถบนี้ แล้วก็ยังเคยถูกเปลี่ยนไปเป็นโรงงานผลิตอาวุธสงครามและโกดังถ่านหินมาแล้วด้วย ก่อนที่ภายหลังจะถูกทิ้งร้างให้เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา จนกระทั่งในปี ค.ศ.2017 บริษัทพลังงานใหญ่ของสเปนอย่าง ACCIONA ได้ตัดสินใจเข้ามาซื้ออาคารหลังนี้ไว้เพื่อต้องการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าไว้ไมให้ถูกทำลายไปเหมือนหลายอาคารที่ผ่านมา และเพื่อให้การอนุรักษ์เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด ทาง ACCIONA จึงตัดสินใจบูรณะอาคารหลังนี้ให้กลับมามีชีวิตใหม่เพื่อสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง Ombú โฉมใหม่ถูกรีโนเวทโดยหนึ่งในบริษัทสถาปนิกชั้นนำที่มีชื่อเสียงลำดับต้นๆ ของโลกอย่าง Foster + Partners โดยมีโจทย์หลักในการคงโครงสร้างอาคารดั้งเดิมไว้และต้องรีโนเวทโปรเจกต์ให้สอดรับกับแนวความคิดสถาปัตยกรรมแบบยั่งยืน (Sustainable Architecture) รวมถึงคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังด้วย ข้อจำกัดสุดหินครั้งนี้ทำให้ทาง Foster + Partners ต้องทำงานอย่างหนัก ออกแบบโครงการโดยใส่ใจรายละเอียดทุกมิติ แล้วก็ต้องคิดถึงอนาคตระยะยาวด้วย…

  • Pruitt-Igoe เมื่อสถาปัตยกรรมตกเป็นแพะรับบาป

    Pruitt-Igoe เมื่อสถาปัตยกรรมตกเป็นแพะรับบาป

    Pruitt-Igoe เมื่อสถาปัตยกรรมตกเป็นแพะรับบาป เดือนมีนาคม ค.ศ. 1972 สามอาคารได้ถูกรื้อถอนด้วยระเบิดไดนาไมต์ นับเป็นจุดเริ่มต้นในจุดจบของโครงการพรูอิท-ไอกูซึ่งเคยมีผู้อาศัยมากกว่าหมื่นคน ในขณะนั้นอาคารแทบทุกหลังมีสภาพไม่ต่างอะไรกับอาคารร้าง หน้าต่างทุกบานเสียหายและแตกหัก ทางเดินที่ปกคลุมไปด้วยวัชพืช และมีเศษขยะเกลื่อนไปทั่ว โครงการบ้านเอื้ออาทรที่โด่งดังมากที่สุดครั้งหนึ่ง ตอนนี้ได้กลายเป็นแหล่งซ่องสุมของอาชญากรและขบวนการค้ายาเสพติด ซ้ำร้ายคือเหล่าสถาปนิกด้วยกันเอง กลับพร้อมใจกันชี้นิ้วไปที่ผู้ออกแบบว่าเป็นสาเหตุหลักของความล้มเหลวทั้งหมด ปี ค.ศ. 1972 รัฐบาลได้สั่งให้เริ่มรรื้อถอนอาคารในโครงการพรูอิท-ไอกู พร้อมกับถ่ายทอดสดออกไปทั่วประเทศ ภาพจาก http://www.moma.org สงครามโลกครั้งที่สองได้นำความเปลี่ยนแปลงมากมายมาสู่เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี่ สหรัฐอเมริกา หนึ่งในนั้นคือการหลั่งไหลเข้ามาของคนชนชั้นแรงงานเพื่อเข้ามาหางานทำในตัวเมือง เนื่องจากแรงงานภาคเกษตรกรรมส่วนใหญ่ถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักร คนเหล่านี้เข้ามาอาศัยอยู่ในสลัมใกล้ที่ทำงานบริเวณใจกลางเมือง ในขณะที่มีชนชั้นแรงงานจำนวนมากไหลเข้ามา ก็มีกระแสของชนชั้นกลางย้ายออกจากใจกลางเมือง ไปอาศัยบริเวณชานเมืองที่สภาพแวดล้อมดีกว่าและราคาถูก เมื่อศูนย์กลางอุตสาหกรรมซึ่งผูกติดกับชนชั้นกลางย้ายออกไป ทำให้เงินภาษีที่เมืองเซนต์หลุยส์ควรจะได้รับเริ่มกระจัดกระจายออกไปด้วย ผังเมืองเซนต์หลุยส์ เพื่อประเมินการกวาดล้างสลัมก่อนการพัฒนาที่ดิน ภาพจาก https://www.flickr.com/photos/pruitt-igoe/3842713373/ โดย Pruitt-Igoe Myth ท่ามกลางรายได้จากภาษีที่ลดลง ใจกลางเมืองที่กำลังเสื่อมโทรม และการเปลี่ยนแปลงฐานประชากรครั้งใหญ่ของเมืองเซนต์หลุยส์ นักพัฒนาเมืองยังคาดการณ์เชิงบวกว่าในปี 1970 จะมีประชากรเมืองเซนต์หลุยส์มากกว่าล้านคน ทางการจึงนำกฎหมาย กฎหมายการเคหะแห่งชาติ ค.ศ.1949 (Housing Act 1949) มาใช้ ซึ่งมีใจความสำคัญว่ารัฐบาลกลางจะให้เงินสนับสนุนโดยตรงเพื่อพัฒนาเมือง กวาดล้างพื้นที่สลัม…

  • Summer House บ้านละเอียดอ่อนแต่เรียบง่าย ธรรมดาแต่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ดี

    Summer House บ้านละเอียดอ่อนแต่เรียบง่าย ธรรมดาแต่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ดี

    Chia Tai Farm จากเมล็ดพันธุ์เจียไต๋ งอกงามสู่ร้านอาหารฉบับ “Farm to Table” ร้าน Chia Tai Farm เป็น “Concept Farm Store” แรกที่บริษัท เจียไต๋ จำกัด ให้ แนวคิด “Farm to Table” เป็นโจทย์สำคัญในการออกแบบ   ตัวอาคารตั้งอยู่ด้านหน้าของสำนักงานใหญ่ บริษัท เจียไต๋ จำกัด อาคารถูกออกแบบให้ล้อไปกับอาคารสำนักงานใหญ่โดยอ้างอิงรูปแบบความเป็นอาคารโมเดิร์น และมีสีโทนเข้ม แต่ทั้งนี้เพื่อให้อาคารมีความแตกต่างและตอบแนวคิดของร้านที่ต้องการให้ ร้าน Chia Tai Farm มีความทันสมัยและแตกต่าง ให้เป็น stand alone restaurant ที่อยู่ร่วมกับอาคารสำนักงานใหญ่แต่โดดเด่นเพียงพอสำหรับอาคารที่เป็นเสมือนหน้าบ้านของโครงการ  การออกแบบสถาปัตยกรรมจึงใส่มิติความทับซ้อนของมวลอาคารและ “Seed Gallery” เส้นเฉียงสำคัญ ที่พาดผ่านพื้นที่ตั้งแต่ชั้นล่างจนถึงชั้นบนสุดของอาคาร  พื้นที่ภายในอาคารถูกแบ่งสัดส่วนออกเป็น 4 ส่วน โดยทุกพื้นที่ว่างจะสร้างความเชื่อมโยงให้ลูกค้าและผู้ใช้อาคารเพื่อให้เข้าใจเจตนาของแนวคิด “Farm to Table”…

  • NOBLE STATE 39 คอนโดมิเนียม High Rise ที่ชวนมาอินกับศาสตร์และศิลป์การใช้ชีวิต แฝงความคลาสสิค คงความร่วมสมัยได้อย่างมีเอกลักษณ์

    NOBLE STATE 39 คอนโดมิเนียม High Rise ที่ชวนมาอินกับศาสตร์และศิลป์การใช้ชีวิต แฝงความคลาสสิค คงความร่วมสมัยได้อย่างมีเอกลักษณ์

    NOBLE STATE 39 คอนโดมิเนียม High Rise ที่ชวนมาอินกับศาสตร์และศิลป์การใช้ชีวิต แฝงความคลาสสิค คงความร่วมสมัยได้อย่างมีเอกลักษณ์ “To be modern is not a fashion, it is a state.” – Le Corbusier ถ้าคุณเป็นสถาปนิก ดีไซน์เนอร์ หรือคนที่หลงใหลในงานออกแบบสถาปัตยกรรม แน่นอนว่าคงรู้จักปรมาจารย์ด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกคนสำคัญอย่าง Le Corbusier หนึ่งในยุคบุกเบิกสถาปัตยกรรมแบบ Brutalist หรือที่เราเข้าใจง่ายๆ ในลักษณะของอาคารใหญ่ที่เน้นโชว์พื้นผิวของความเป็นสัจจะวัสดุ ซึ่งดูเหมือนว่า Noble Development จะให้ความสนใจในดีไซน์สุดยูนีคจากยุคดังกล่าว ก่อนจะเปิดตัว NOBLE STATE 39 อาคารพักอาศัย High rise โครงการใหม่ที่โดดเด่นในการดีไซน์ระดับไอคอนิกเริ่มตั้งแต่ฟาซาดอาคารภายนอกที่ได้แรงบันดาลใจจากอาคารยุคโมเดิร์นคลาสสิกอย่าง Brutalist Architecture ผสานความทันสมัยในแบบอาคารยุคใหม่จนถึงอินทีเรียดีไซน์ที่ร่วมมือกับแบรนด์ดังระดับโลก การันตีด้วย BCI Asia Top 10 developers Award…