OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM
info@sitename.com | 987654321
การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์


CINQUIEME Krungthep Kreetha งานออกแบบของ A5 ที่คว้ารางวัลกับวิธีคิดเบื้องหลังพื้นที่และการใช้ชีวิต ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปีหลังเปิดตัว CINQUIÈME Krungthep Kreetha ได้รับทั้งการยอมรับจากเวทีรางวัลและผลตอบรับจากตลาด ด้วยรางวัล Best Ultra Luxury Housing Development (Bangkok) จาก PropertyGuru Thailand Property Awards 2026 ซึ่งเป็นรางวัลที่ 2 ภายในปีเดียว ต่อเนื่องจาก Best Ultra Luxury Housing Development Thailand 2026 จาก Thailand Real Estate Awards 2026 พร้อมยอดขายกว่า 50% ในช่วงเวลาเดียวกัน สำหรับแบรนด์ที่เปิดตัวได้ไม่นาน ตัวเลขเหล่านี้จึงน่าสนใจในอีกแง่หนึ่ง เมื่อ Product หนึ่งชิ้นได้รับการตอบรับทั้งจากเวทีรางวัลและจากผู้ซื้อ อะไรคือสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง เมื่อมองกลับเข้าไปในตัวบ้าน สิ่งที่เห็นได้ชัดคือการเริ่มต้นจาก พื้นที่ภายในบ้านและวิธีที่คนในครอบครัวใช้ชีวิตจริง…

The Monument Sathon ถ่ายทอดธรรมชาติและเรื่องราวของย่าน สู่ประสบการณ์การอยู่อาศัยที่แตกต่าง THE MONUMENT SATHON คืออีกบทของการตีความคำว่า Legacy ผ่านบริบทของ Sathon Soi 10 ย่านที่แม้อยู่ใจกลางสาทรและรายล้อมด้วยการเติบโตของเมือง แต่ยังคงมีร่มเงาของต้นไม้ บรรยากาศของย่านพักอาศัย และเรื่องราวของพื้นที่ที่สะสมอยู่ตามกาลเวลา สิ่งเหล่านี้กลายเป็นจุดตั้งต้นของการออกแบบที่ไม่ได้มองการสร้างใหม่แยกขาดจากบริบท หากแต่หยิบคุณค่าของสถานที่มาต่อยอดผ่าน Architecture, Landscape, Material, Craftsmanship รวมถึงรายละเอียดของการใช้ชีวิต ตั้งแต่การเก็บรักษาต้นไม้เดิม การนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ ไปจนถึงการคัดสรรวัสดุ เฟอร์นิเจอร์ และพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบให้สัมพันธ์กับวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัย ภายใต้แนวคิด Monument of Nature and Heritage THE MONUMENT SATHON ที่ไม่ได้เพียงพูดถึงความยิ่งใหญ่ของอาคารเพียงอย่างเดียว แต่ชวนมองว่า Legacy อาจเกิดขึ้นจากสิ่งที่ค่อย ๆ ถูกสร้างและสั่งสมระหว่างการอยู่อาศัย ธรรมชาติที่เติบโตไปพร้อมกับผู้คน รายละเอียดที่ถูกทำขึ้นอย่างประณีต และพื้นที่ที่รองรับชีวิตในหลากหลายรูปแบบ จนคุณค่าของสถาปัตยกรรมไม่ได้หยุดอยู่แค่วันที่โครงการสร้างเสร็จ แต่สามารถเติบโตต่อไปพร้อมกับเวลาและความทรงจำ THE MONUMENT SATHON ร่วมกับ Kasnäsbkk…

Watchbyladda ถ่ายทอดเรื่องราวของนาฬิกา ผ่านสเปซจากกลไกบอกเวลา จากธุรกิจที่เริ่มต้นจากการซื้อ ขายนาฬิกา Luxury สู่การมีหน้าร้านที่ออกแบบประสบการณ์ของผู้มาเยือนอย่างจริงจัง Watch by Ladda จึงไม่ได้มองพื้นที่แห่งนี้เป็นเพียงโชว์รูมสำหรับจัดแสดงนาฬิกา แต่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ผ่านรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม Arti Architects ทีมผู้ออกแบบได้นำองค์ประกอบที่คุ้นเคยจากโลกของนาฬิกา ทั้งตัวเรือน กลไก Hourglass ไปจนถึงรายละเอียดเล็ก ๆ อย่าง Jewel Bearing มาตีความใหม่เป็นภาษาของงานออกแบบ ตั้งแต่รูปทรงของเคาน์เตอร์ การวาง Circulation ลวดลายของผนัง ไปจนถึงองค์ประกอบเหนือโถงสูง โดยมีโจทย์สำคัญคือการสร้างบรรยากาศที่เหมาะกับการพูดคุยและซื้อ ขายนาฬิกามูลค่าสูง ขณะเดียวกันก็ยังคงความเป็นส่วนตัวและความประณีตไว้ในทุกจุดของพื้นที่ Watch by Ladda ธุรกิจซื้อขายนาฬิกาหรูที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2009 ความน่าเชื่อถือคือสิ่งสำคัญที่ค่อย ๆ สร้างขึ้นพร้อมกับฐานลูกค้าตลอดหลายปี จากเดิมที่การซื้อขายเกิดขึ้นผ่านช่องทางออนไลน์และการนัดส่งมอบตามร้านอาหารต่าง ๆ เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น การมีพื้นที่ที่ลูกค้าสามารถเข้ามาพูดคุย ตรวจสอบ และส่งมอบนาฬิกาได้อย่างเป็นส่วนตัว จึงกลายเป็นที่มาของการเปิดหน้าร้านจริง พื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ G Tower โดยมีโจทย์สำคัญตั้งแต่แรกจากลักษณะพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่และเป็นโถงสูงถึง 5 ชั้น ขณะเดียวกันรูปทรงของแปลนกลับแทบไม่มีมุมฉากให้ยึดเป็นกรอบในการวางผัง Arti…

Fashion Design Rangsit University ห้องเรียนที่เปิดโอกาสให้ความคิดสร้างสรรค์เติบโตเป็นตัวตนของนักออกแบบ ทุกเทรนด์ ล้วนเริ่มต้นจากคนที่กล้าคิดต่าง ในโลกของแฟชั่นที่เทรนด์หมุนเร็วขึ้นทุกวัน ศิลปะ ศาสตร์ของการออกเครื่องแต่งกายอาจไม่ใช่เรื่องของการรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่กำลังเป็นที่นิยม เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป เพราะเมื่อสิ่งหนึ่งกลายเป็นเทรนด์ ก็ย่อมมีใครบางคนคิดมันขึ้นมาก่อนหน้าเสมอ คำถามจึงอาจไม่ใช่เพียงว่าเราจะตามความเปลี่ยนแปลงของโลกให้ทันได้อย่างไร แต่คือเราจะสร้างคนที่กล้าคิดก่อนความเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่างไร? นี่คือคำถามที่ทำให้การเรียนแฟชั่นไปไกลกว่าการเรียนรู้เรื่องของเครื่องแต่งกาย เพราะเบื้องหลังนักออกแบบหนึ่งคนไม่ได้มีเพียงทักษะการตัดเย็บ แพตเทิร์น หรือการสร้างคอลเลกชัน แต่ยังรวมถึงวิธีคิด ความกล้าที่จะตั้งคำถาม และความสามารถในการนำไอเดียที่ยังอยู่ในหัว มาพัฒนาให้กลายเป็นผลงานที่จับต้องได้ ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา โลกแฟชั่นเปลี่ยนแปลงไปนับครั้งไม่ถ้วน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงชัดเจนสำหรับสาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์ วิทยาลัยการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต คือการยืนอยู่บนความเชื่อว่า นักออกแบบไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงผู้ตามความเปลี่ยนแปลง หากสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ ด้วยแนวคิดการสร้าง Creative Leader นักออกแบบที่ไม่ได้ถูกสอนให้เดินตามสิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่ได้รับการผลักดันให้คิดนอกกรอบ ทดลอง และก้าวนำไปข้างหน้าอยู่เสมอ Fashion Design Rangsit University พื้นที่แห่งการคิด ทดลอง และสร้างสรรค์ สาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์ มหาวิทยาลัยรังสิต เริ่มต้นขึ้นในปีพ.ศ. 2544 ในฐานะสาขาวิชาแฟชั่นดีไซน์แห่งแรกของสถาบันการศึกษาเอกชน ก่อนจะพัฒนามาเป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยการออกแบบในปัจจุบัน ตลอดระยะเวลา…

The Shape of Living เมื่อเฟอร์นิเจอร์ที่เราเลือกวาง กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เราเลือกใช้ หากลองมองย้อนกลับไปถึงบ้านที่เราผูกพันที่สุด สิ่งที่เรานึกถึงอาจไม่ใช่ขนาดของห้อง สีของผนัง หรือสไตล์การตกแต่ง หากเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อได้ใช้ชีวิตอยู่ภายใน พื้นที่ที่เราเลือกนั่งเป็นประจำ โต๊ะที่ทุกคนมารวมตัวกันในมื้อเย็น หรือเก้าอี้ตัวเดิมที่กลายเป็นมุมโปรดของบ้าน ล้วนเป็นองค์ประกอบเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ หล่อหลอมให้สถาปัตยกรรมกลายเป็นพื้นที่ที่มีความหมาย ในมุมมองของการออกแบบ บ้านจึงไม่ใช่เพียงสิ่งปลูกสร้าง แต่เป็นพื้นที่ที่เติบโตไปพร้อมกับผู้คน ทุกกิจกรรม ความทรงจำ และความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ต่างทิ้งร่องรอยไว้ผ่านพื้นที่และสิ่งของที่รายล้อมอยู่ โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงรองรับการใช้งาน หากยังเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ วิธีการใช้ชีวิต และเรื่องราวที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นภายในบ้าน บทความนี้ Dsign Something จึงอยากชวนทุกคนร่วมสำรวจความสัมพันธ์ระหว่าง สเปซ การใช้ชีวิต และเฟอร์นิเจอร์ ผ่านมุมมองที่เชื่อว่าของใช้แต่ละชิ้นไม่ได้เป็นเพียงวัตถุสำหรับตกแต่งพื้นที่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการอยู่อาศัยที่สะท้อนตัวตน รสนิยม และวิธีการใช้ชีวิตของผู้คน หล่อหลอมประสบการณ์ และทำให้คำว่าบ้านมีความหมายมากกว่าพื้นที่สำหรับการพักอาศัย เช่นเดียวกับแนวคิดของแบรนด์ POESY ที่เชื่อว่าการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ควรเริ่มต้นจากความเข้าใจในการใช้ชีวิต โดยผสานทั้งมุมมองด้านดีไซน์ที่มีความ Stylish ผ่านรูปทรงและรายละเอียดที่สะท้อนเอกลักษณ์ของผู้ใช้งาน ความ Tasteful ในการเลือกสรรองค์ประกอบที่สร้างความกลมกลืนให้กับพื้นที่…

KIWI HOUSE เปิดรับธรรมชาติภายใน ด้วยความเป็นส่วนตัว ท่ามกลางย่านพักอาศัยที่บ้านแต่ละหลังค่อย ๆ ขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น การมีพื้นที่ส่วนตัวจึงกลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์ของบ้านร่วมสมัย ขณะเดียวกัน บ้านยังต้องเปิดรับแสง ลม ธรรมชาติ และพื้นที่สำหรับการใช้ชีวิตร่วมกันของครอบครัว ความท้าทายจึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่าง การเปิดรับ และ การปกป้อง ให้เกิดขึ้นได้พร้อมกันKIWI HOUSE บ้านพักอาศัยที่ได้รับการออกแบบโดย Pongpat Architect บนที่ดินขนาด 1 งาน 69 ตารางวา ตั้งต้นจากคำถามสำคัญของการอยู่อาศัยร่วมกันในครอบครัวยุคปัจจุบัน เมื่อสมาชิกแต่ละคนต้องการทั้งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สำหรับใช้ชีวิตร่วมกันภายในบ้านหลังเดียว ท่ามกลางบริบทเมืองที่มีความหนาแน่นมากขึ้นและรายล้อมด้วยเพื่อนบ้าน การออกแบบจึงไม่ได้มองเพียงเรื่องการจัดวางฟังก์ชัน แต่เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจว่า บ้านควรเปิดรับธรรมชาติ แสง และลมได้มากเพียงใด โดยยังรักษาความเป็นส่วนตัวและความรู้สึกปลอดภัยของผู้อยู่อาศัยเอาไว้ ที่ดินของ KIWI HOUSE ตั้งอยู่เกือบท้ายซอยของย่านพักอาศัย ทำให้พื้นที่มีความสงบและเป็นส่วนตัวในช่วงกลางวัน แต่ในยามค่ำคืนกลับเกิดความรู้สึกเปลี่ยวและไม่ปลอดภัย ขณะเดียวกัน ด้านหน้าของที่ดินหันไปทางทิศตะวันตก ซึ่งต้องรับความร้อนจากแสงแดดโดยตรงในช่วงบ่าย แต่กลับมีข้อได้เปรียบจากลมธรรมชาติที่พัดผ่านอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงถนนที่ขนาบที่ดินอยู่สองด้าน ซึ่งเปิดโอกาสให้กำหนดทางเข้าและลำดับการเข้าถึงพื้นที่ได้หลากหลาย เงื่อนไขเหล่านี้จึงไม่ได้ถูกมองเป็นข้อจำกัดเพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็นข้อมูลตั้งต้นที่ทีมออกแบบนำมาพัฒนารูปแบบของบ้าน ทั้งในเรื่องความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และสภาวะน่าสบายในการอยู่อาศัย ด้วยรูปทรงที่ดินซึ่งมีลักษณะคล้ายรูปห้าเหลี่ยม ทีมผู้ออกแบบเริ่มต้นด้วยการพัฒนา…

Baan Marr ความสงบ ที่ถูกออกแบบผ่านสเปซ แสง และจังหวะของการอยู่อาศัย ท่ามกลางผืนหญ้าที่ทอดยาวไปจนถึงแนวน้ำ บ้านชั้นเดียวหลังหนึ่งวางตัวอย่างสงบนิ่งไปกับภูมิทัศน์โดยรอบ Baan Marr บ้านพักอาศัยบนที่ดินขนาด 2 ไร่ ออกแบบโดย Studionomad ถ่ายทอดแนวคิดการอยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญกับความสงบทั้งในแง่ของสภาพแวดล้อมและความรู้สึกของผู้ใช้งาน ภายใต้โจทย์การใช้ชีวิตแบบ Hybrid Living ของเจ้าของบ้าน ที่ต้องการพื้นที่พักผ่อนซึ่งมีความเป็นส่วนตัวสูง ขณะเดียวกันยังสามารถรองรับการทำงานจากที่บ้าน รวมถึงการเข้าพักของพนักงานและแขกผู้มาเยือน ด้วยความต้องการที่มีทั้งมิติของการพักอาศัยและการทำงาน แนวคิดของบ้านหลังนี้จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการจัดวางพื้นที่ให้ครบตามการใช้งาน แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกคล้ายการพักผ่อนในรีสอร์ท โดยอาศัยการวางผังอย่างเป็นระบบ การเปิดรับธรรมชาติ และการใช้แสงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการกำหนดบรรยากาศของสถาปัตยกรรม จุดเริ่มต้นของการออกแบบ Baan Marr คือการจัดการพื้นที่ให้รองรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย โดยแบ่งผังอาคารออกเป็น 4 โซนหลัก ซึ่งสามารถทำงานแยกจากกันได้อย่างเป็นอิสระ ลดการรบกวนระหว่างพื้นที่ที่มีลักษณะการใช้งานแตกต่างกัน ตั้งแต่พื้นที่ใช้งานหนักบริเวณด้านหน้า ไปจนถึงพื้นที่พักผ่อนส่วนตัวและห้องพักสำหรับผู้มาเยือน บริเวณด้านหน้าสุดของอาคารเป็นพื้นที่จอดรถและออกกำลังกาย ซึ่งรองรับกิจกรรมที่มีความเคลื่อนไหวมากกว่าโซนอื่น ๆ ถัดเข้ามาเป็นพื้นที่นั่งเล่นหลักและส่วนบริการที่ทำหน้าที่รองรับการต้อนรับแขก รวมถึงการทำงานจากที่บ้าน ขณะที่พื้นที่พักผ่อนส่วนตัวของเจ้าของบ้านได้รับการจัดวางแยกออกไป เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวในการอยู่อาศัย อีกส่วนหนึ่งคือห้องนอนแขกภายนอกจำนวน 4 ห้อง ซึ่งรองรับทั้งพนักงานและแขกผู้มาเยือน การแยกพื้นที่เหล่านี้ออกจากส่วนพักอาศัยหลักช่วยให้บ้านสามารถรองรับการใช้ชีวิตร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกกิจกรรมเชื่อมต่ออยู่ในพื้นที่เดียวกัน องค์ประกอบที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงพื้นที่ทั้งหมดเข้าด้วยกันคือ ทางเดินกึ่งภายนอก (Semi-Outdoor)…

Le Labo ถ่ายทอดความสงบของบ้านเก่าในปักกิ่ง สู่แรงบันดาลใจกลิ่นใหม่ SHIU 25 “ถ้าพกความรู้สึกของสถานที่กลับบ้านได้ เราจะสัมผัสมันอีกครั้งผ่านกลิ่นได้อย่างไร?” เวลาเดินออกจากอาคารที่เราชอบ บางครั้งสิ่งที่อยากพกกลับไปด้วยที่สุดอาจเป็นความรู้สึกตอนอยู่ข้างใน แสงที่ทำให้ห้องดูนุ่มนวล ผิวไม้ที่บอกเล่าการใช้งาน หรือความเงียบที่ทำให้เราเผลอนั่งนานกว่าที่ตั้งใจ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้สถานที่หนึ่งอยู่ในความทรงจำ แม้เราจะเดินออกมาจากที่นั่นแล้ว ความรู้สึกเช่นนี้เป็นจุดตั้งต้นของ SHIU 25 น้ำหอมกลิ่นใหม่ประจำกรุงปักกิ่งจาก Le Labo ที่นำประสบการณ์ของพื้นที่ดั้งเดิมมาตีความผ่านกลิ่น พร้อมร่วมเดินทางกับ City Exclusive Collection รวม 19 กลิ่นจากเมืองต่าง ๆ ทั่วโลก ในช่วงเดือนกันยายนนี้ บ้านเก่าที่เป็นจุดเริ่มต้นของกลิ่นใหม่ เรื่องราวพาเราไปยัง Beijing He Yuan Fragrance Lab ในย่าน Wang Fu Central กรุงปักกิ่ง ภายใน House 19 อาคารประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนคุ้มครองทางวัฒนธรรม บริเวณคฤหาสน์เป่ยจื่อ หรือ Beizi Mansion โดยทาง Le…

Where Sleek Design Meets Everyday Living บทเรียน 3 นักออกแบบระดับโลก สะท้อนความหมายดีไซน์ที่ดีต่อชีวิต เมื่อคำว่า Minimal กลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอในวงการออกแบบ ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม ผลิตภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้แต่วิถีชีวิต หลายคนจึงมักเชื่อมโยงความเรียบง่ายเข้ากับการลดทอนรูปทรง การใช้สีให้น้อยลง หรือการกำจัดรายละเอียดออกจากชิ้นงานให้มากที่สุด จนบางครั้งทำให้เกิดความเข้าใจว่า ยิ่งน้อย ยิ่งดี แต่หากมองลึกลงไปในกระบวนการทำงานของนักออกแบบระดับโลก จะพบว่าความเรียบง่ายไม่เคยเกิดขึ้นจากการลดทอนเพียงเพื่อความสวยงาม หากเกิดจากการตั้งคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า อะไรคือสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจริง ๆ อะไรคือสิ่งที่จำเป็น และอะไรคือรายละเอียดที่สามารถตัดออกได้โดยไม่ลดทอนคุณภาพของประสบการณ์ เมื่อคำตอบชัดเจน รูปทรงที่เรียบง่ายจึงค่อย ๆ ปรากฏขึ้นเองในฐานะผลลัพธ์ของการออกแบบ ไม่ใช่เป้าหมายตั้งแต่แรก นั่นจึงเป็นเหตุผลที่นักออกแบบจำนวนมากไม่เคยมอง Minimal ว่าเป็นสไตล์ หากเป็นผลลัพธ์ของกระบวนการคิดที่ละเอียดรอบคอบ เพราะการทำให้สิ่งหนึ่งดูเรียบง่าย อาจต้องอาศัยการคิดที่ซับซ้อนยิ่งกว่าการเติมรายละเอียดเข้าไปเสียอีก ทุกมิลลิเมตรของสัดส่วน ทุกจังหวะของการใช้งาน และทุกจุดสัมผัส ล้วนผ่านการทดลอง ปรับแก้ และตั้งคำถามมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ก่อนจะกลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้ใช้รู้สึกว่า มันควรเป็นแบบนี้ รูปภาพจาก https://www.accaduehome.com/en/designer/naoto-fukasawa-designers รูปภาพจาก https://www.nytimes.com/2014/09/30/t-magazine/dieter-rams-10-iconic-designs.html รูปภาพจาก http://ideasgn.com/palmgren-house-john-pawson/…

Baan DD เปลี่ยนข้อจำกัดของบ้านหน้าแคบ สู่การออกแบบที่ทำให้ทุกพื้นที่มีความหมาย บ้านบนที่ดินขนาดเล็กมักถูกตั้งโจทย์ด้วยคำถามว่า จะทำอย่างไรให้พื้นที่ที่มีอยู่ ดูกว้างขึ้น ? แต่ในบางครั้ง คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การทำให้บ้านรู้สึกใหญ่กว่าความเป็นจริง หากอยู่ที่การทำความเข้าใจกับพื้นที่ทุกส่วนเสียใหม่ว่า พื้นที่แต่ละตารางเมตรสามารถทำหน้าที่อะไรได้บ้าง? Baan DD โดย INchan atelier บ้านที่ไม่ได้พยายามเอาชนะข้อจำกัดของที่ดิน หากเลือกใช้ข้อจำกัดเหล่านั้นเป็นจุดตั้งต้นของการออกแบบ บนที่ดินหน้ากว้างเพียง 7 เมตร ท่ามกลางระยะร่น ถนน และข้อจำกัดของพื้นที่โดยรอบ บ้านหลังนี้ค่อย ๆ คลี่ตัวขึ้นในแนวตั้ง ผ่านการแบ่งระดับที่ซ้อนเหลื่อมกัน เพื่อให้การเดิน แสง มุมมอง และกิจกรรมของผู้อยู่อาศัยทำงานไปพร้อมกับรองรับทั้งชีวิตประจำวัน การทำงาน ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ไปจนถึงพื้นที่สำหรับการเติบโตในอนาคตได้อย่างพอดี เจ้าของบ้านหลังนี้ เป็นคู่แต่งงานใหม่ที่กำลังเริ่มต้นชีวิตครอบครัว โดยมีสมาชิกอีกสามตัวเป็นแมว และเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับลูกหนึ่งคนในอนาคต ความต้องการของบ้านจึงผูกอยู่กับรายละเอียดเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่พื้นที่เก็บรองเท้าและกระเป๋าจากกิจกรรม Outdoor การทำอาหาร การทำงานที่บ้าน ไปจนถึงการซักและตากผ้า โดยตั้งใจให้บ้านสามารถดูแลและจัดการกันเองได้โดยไม่ต้องพึ่งแม่บ้าน แม้เจ้าของบ้านจะชื่นชอบบ้านแบบญี่ปุ่น แต่สถาปนิกไม่ได้หยิบรูปแบบเหล่านั้นมาใช้ตรง ๆ หากนำมาปรับผ่านวิธีคิดของ INchan atelier…