คุยกับ 6 Designers ชื่อดังของไทย เพราะเหตุใดนักออกแบบถึงควรลองประกวดแบบซักครั้งในชีวิต

คุยกับ 6 Designers ชื่อดังของไทย
เพราะเหตุใดนักออกแบบถึงควรลองประกวดแบบซักครั้งในชีวิต

เพราะเราเชื่อว่า การประกวดแบบเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนวงการออกแบบ และเปรียบเสมือนสนามประลองที่เปิดโอกาสให้เหล่าดีไซน์เนอร์ได้ฝึกฝนฝีมือ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ อีกทั้งยังต่อยอดสร้างโปรไฟล์ให้นักออกแบบหน้าใหม่เป็นที่รู้จักในวงการ Dsign Something จึงชวนมาสนทนากับ 6 ดีไซน์เนอร์ไทย ถึงเหตุผลว่าเพราะเหตุใด การประกวดแบบจึงเป็นก้าวสำคัญของการเป็นนักออกแบบ !

Dsign Something ร่วมกับ American Standard ขอเชิญชวนนิสิตนักศึกษาสายงานออกแบบชั้นปีที่ 2 ขึ้นไป และดีไซน์เนอร์ที่สนใจ มาปลดปล่อยพลังแห่งความสร้างสรรค์ไปกับ ‘American Standard Design Award (ASDA) 2022’ สมัครและส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 มกราคม พ.ศ.2565 

01 จูน เซคิโน 
Junsekino Architect and Design

“ผมว่า การประกวดแบบ จริง ๆ มันอยู่ที่ว่าเราจะให้ค่ามันแค่ไหน เราต้องอย่าลืมว่าการประกวดแบบเป็นเรื่องของความคิดเห็น ข้อตัดสินของคนเพียงไม่กี่คน ซึ่งเราจะทำให้ทุกคนถูกใจงานเรามันเป็นไปไม่ได้ แต่การประกวดแบบมันจะทำให้เราคิดได้บางเรื่อง อย่างโจทย์เดียวกัน  ทำไมเราแพ้ ทำไมเขาถึงชนะ มันมีเหตุผลอะไร เพราะในการเป็นสถาปนิกเราทำงานตามโจทย์  1 2 3 4 ตามลูกค้า บางทีโจทย์จากการประกวดแบบที่มันเปิดกว้างมาก ๆ มันทำให้เราได้จินตนาการ ออกจากโต๊ะ จากกรอบเดิม ๆ แล้วมาคิดอีกแบบหนึ่ง แล้วหันมาดูว่าคนอื่นคิดยังไง กรรมการคิดเห็นยังไง มันคือ การรีเช็คความคิดเรากลาย ๆ

แต่ถ้าเราให้ความสำคัญกับการแพ้ ชนะ มันก็จะเครียดหน่อย ซึ่งผมมองว่าอันนั้นมันเป็นผลพลอยได้มากกว่า ชนะก็ดี แพ้ก็จะได้รู้ว่าทำไมเขาคิดครบถ้วนกว่าเรา ทำไมมุมมองของเขาน่าสนใจ พูดได้ว่า การประกวดแบบมัน คือ การเรียนรู้รูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจในสายงานนี้”

02 วรุตม์ วรวรรณ
 Vin Varavarn Architects (VVA)

“ผมมองว่า การประกวดแบบเป็นสิ่งที่ดีต่อตัวนักออกแบบเอง ต่อวิชาชีพการออกแบบโดยรวม รวมไปถึงต่อสังคมรอบ ๆ ตัว การประกวดแบบมันมีความสำคัญตั้งแต่ในระดับของการศึกษา ทำให้นักศึกษาในวงการออกแบบได้มีโอกาสแสดงออกทางความคิดและได้ฝึกฝนตัวเอง ทำให้เกิดการพัฒนาตัวเองในทุก ๆ ด้านได้ดีขึ้น

การประกวดแบบในระดับวิชาชีพยิ่งมีความสำคัญ เป็นการเปิดโอกาสให้นักออกแบบที่มีความรู้ความสามารถได้มีโอกาสเข้ามาเสนอแนวคิดที่ดี และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ตัวนักออกแบบเองก็ไม่หยุดอยู่กับที่ สร้างโอกาสให้ตัวเองได้มีโอกาสทำงานในโครงการที่น่าสนใจและแตกต่างไปจากที่เคยทำทั้งในเรื่องของโปรแกรมและสเกลของงาน”

03 อยุทธ์ มหาโสม
 Ayutt and Associates design (AAd)

“การประกวดแบบ มันทำให้เหล่าดีไซน์เนอร์กระตือรือร้นที่จะแสดงความสร้างสรรค์ออกมา เราจะทุ่มทุกอย่างเลย เพราะประกวดแบบแปลว่า เราอยากจะชนะ หรือถ้าไม่ได้อยากจะชนะ เราก็อยากจะเสนอไอเดียที่เป็นที่พูดถึง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะมันจะเกิดแรงขับเคลื่อนในวงการออกแบบ วิธีหนึ่งที่จะเป็นที่พูดถึงได้เร็วที่สุดก็คือการประกวดแบบ และยังได้คอนเนคชันดี ๆ ด้วย ดีไซน์เนอร์เองก็ได้เสริมศักยภาพตัวเอง ได้รู้จากความคิดเห็นว่าสิ่งที่เราออกแบบดี หรือไม่ดียังไง ผมชอบดูการประกวดแบบนะ เพราะมันได้เห็นแนวความคิดใหม่ ๆ เสมอ ”

04 จีรเวช หงสกุล
 IDIN Architects

“การประกวดแบบ มันเป็นการให้ดีไซน์เนอร์ได้ explore ในเรื่องที่ปกติไม่เคยได้ทำ หรือไอเดียที่ในชีวิตปกติมันทำไม่ได้ ถึงแม้จะชนะ หรือไม่ชนะ แต่ผมมองว่าแค่ได้ทำ ก็เป็นการฝึกสมองแล้ว หลาย ๆ ครั้ง การเข้าร่วมประกวดแบบต่าง ๆ ของนักศึกษาเองและดีไซน์เนอร์ทั่วไป ก็เป็น Portfolio ได้ดี เวลาทำงาน ผมก็ชอบมองคนที่ส่งประกวดแบบนะ ผมว่ามันแสดงถึง Passion เขาคงจะชอบออกแบบ และมี Passion กับเรื่องนี้พอสมควร ตอนเด็ก ๆ ผมเองก็เป็นสายประกวดแบบคนนึง เพราะมันสนุก มันทำให้เราได้ทดลองอะไรนอกกรอบ”

05 ครรชิต ปุณยกนก
 Architects 49

“การประกวดแบบ มันเป็นเหมือนการได้มาหาประสบการณ์ มารับฟังความคิดเห็นใหม่ ๆ จากคนอื่น ๆ ที่อาจจะมีทัศนคติไม่เหมือนเรา ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้กับงานของเราเองได้ด้วยเหมือนกัน หรือแม้แต่กรรมการเอง ก็ได้ประโยชน์จากผู้เข้าร่วมแข่งขัน เพราะมันคือการ Brainstorm ไอเดีย ความคิดแปลกใหม่ เป็นการมิกซ์ เอาไอเดียทั้งสองฝ่าย ทั้งผู้เข้าแข่งขันและกรรมการมาผสมผสานกัน เพื่อให้ได้การสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ ที่ดียิ่งขึ้นไปในอนาคต เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาวงการออกแบบไปด้วย”

06 สายวิภา พัฒนพงศ์พิบูล
 P49 Deesign & Associates

“การประกวดแบบเป็นเรื่องสนุก คล้ายๆ กับการมองหาแรงบันดาลใจ มันเปิดโอกาสให้เราได้คิดนอกกรอบ ซึ่งใช่ โจทย์ข้อจำกัดมันมีอยู่ แต่ขอให้เราคิดนอกกรอบไปก่อนเลย ขอให้พยายามลืมภาพติดตา ลองคิด หรือหาอะไรใหม่ ๆ มันจะทำให้พลังของนักออกแบบไทย มันกว้างไกลขึ้น”

Dsign Something ร่วมกับ American Standard  เชิญชวนนิสิตนักศึกษาในสายงานออกแบบตั้งแต่ชั้นปีที่ 2 ขึ้นไป และดีไซน์เนอร์มาปลดปล่อยพลังแห่งความสร้างสรรค์ไปกับโครงการประกวดออกแบบ ‘American Standard Design Award (ASDA) 2022’ ร่วมส่งผลงานออกแบบห้องน้ำในโปรเจกต์รูปแบบ Residential และ Hospitality โดยใช้ไอเดียสร้างแรงบันดาลใจให้กับห้องน้ำยุคใหม่ ผ่านการใช้ ‘Studio S’ สุขภัณฑ์ดีไซน์ไร้ถังพักน้ำรุ่นแรก รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากแบรนด์ American Standard

ชิงเงินรางวัลสูงสุดกว่า 2,000 USD และได้รับเกียรติจากกรรมการตัดสินซึ่งเป็นนักออกแบบชื่อดังทั้ง 4 จาก IDIN Architects, A49, P49 Deesign & Associates และ PIA Interior รวมถึงกรรมการพิเศษจาก Dsign Something และ Leader – Marketing จากแบรนด์ American Standard Thailand

สมัครและส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 มกราคม พ.ศ.2565 อ่านรายละเอียดและสมัครร่วมกิจกรรมผ่านทางเว็บไซต์ www.americanstandard-apac.com/asda-th ดูข้อมูลของสุขภัณฑ์ Studio S ผลิตภัณฑ์ภาคบังคับได้ที่ https://bit.ly/3z5Ni7A

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

EasyFLO ก๊อกน้ำที่การันตีด้วย 6 รางวัลด้านการดีไซน์ กับแนวคิด Disruptive Design

EasyFLO
ก๊อกน้ำที่การันตีด้วย 6 รางวัลด้านการดีไซน์ กับแนวคิด Disruptive Design

สัมผัสแรกยามเราเข้าห้องน้ำปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ‘ก๊อกน้ำ’ จะเป็นอย่างแรกที่เราสัมผัสในทุก ๆ ครั้ง และคงจะดียิ่งกว่าหากก๊อกน้ำแบบเดิมที่คุ้นเคยได้เปลี่ยนให้จังหวะแรกของการใช้ชีวิตมีสีสันต่างไปจากเดิม และครั้งนี้ EasyFLO ก๊อกน้ำจาก American Standard มาพร้อมดีไซน์และ 6 รางวัลการันตีด้านความงามที่สร้างบทนิยามใหม่ให้กับก๊อกน้ำโดยตั้งใจก้าวข้ามข้อจำกัดในแบบเดิม ๆ และเผยความเป็นตัวตนให้เด่นชัดเพื่อสนุกไปกับทุกวินาทีในห้องน้ำยิ่งกว่าที่ผ่านมา เพียงแค่ Just PUSH! ไปพร้อมกับเทคโนโลยี Disruptive Push Technology ที่ทำให้ควบคุมการเปิด-ปิดสายน้ำเป็นได้ดังใจ

ARTISTIC DESIGN เส้นสายแห่งความงามด้วยรางวัลการันตี

เมื่อนวัตกรรมและงานดีไซน์หลอมรวมกลายเป็นหนึ่งเดียวจึงเกิดเป็น EasyFLO ก๊อกน้ำที่ได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์ให้มีดีไซน์เข้ากับบ้าน การตกแต่ง และไลฟ์สไตล์ครบจบในทุกมิติ อีกทั้งยังได้รับรางวัลด้านการออกแบบระดับโลกถึง 6 รางวัลได้แก่ GOOD DESIGN AWARD 2019 รางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีหลักเกณฑ์การพิจารณาทั้งเรื่องของงานดีไซน์และคุณค่าที่มีต่อสังคมผ่านงานออกแบบ ดังนั้นจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความงามแต่ยังมีผลในวงกว้างต่อการกระตุ้นการเติบโตทางอุตสาหกรรมการผลิตระดับโลกอีกด้วย รวมถึงรางวัลอื่น ๆ BRONZE AWARD 2019, ASIA DESIGN PRIZE 2020 WINNER, a&d TROPHY AWARDS 2019, SINGAPORE GOOD DESIGN 2020 และ DESIGN AWARD ที่การันตีความโดดเด่นด้านการดีไซน์และฟังก์ชันของ EasyFLO ที่ตั้งใจให้ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้มีคุณภาพที่ดีขึ้นได้เป็นอย่างดี สะท้อนตัวตนคนรุ่นใหม่ด้วยองค์ประกอบของเส้นสายโค้งมนที่ซุกซ่อนความสนุกและความเหนือชั้น

โดยมีให้เลือกถึง 3 สี ประกอบด้วย สีดำด้าน (Matt Black), สีขาวเงา (Glossy White) และสีโครม (Chrome) ที่ถูกเลือกสรรค์มาพร้อมด้วยแนวคิด Fleximatch ช่วยเพิ่มทางเลือกในการใช้งานสุขภัณฑ์ที่สามารถเข้ากันได้หลากหลายสไตล์โดยไม่จำเป็นต้องจำกัดด้านจินตนาการ   

EasyFLO Just PUSH! ง่าย…แค่กด

เทคโนโลยีที่เป็นความโดดเด่นทำให้ตัวก๊อกคว้ารางวัลมากมาย คือ Disruptive Push Technology ซึ่งเป็นครั้งแรกของเทคโนโลยีปุ่มเปิด-ปิดน้ำแบบกดทำให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ตัวก๊อกพัฒนามาเพื่อให้ใช้งานง่ายขึ้น (EasyPush) ผ่านการทดสอบพฤติกรรมผู้ใช้งานที่ญี่ปุ่นจำนวน 400 คน (Lixil Research) พบว่าคนกว่า 80% มักไม่ปรับระดับน้ำ จากการทดสอบดังกล่าว EasyFLO จึงเป็นก๊อกน้ำที่ถูกออกแบบให้มีแรงดันน้ำสม่ำเสมอและเหมาะสมสำหรับทุกความต้องการโดยไม่จำเป็นต้องปรับระดับน้ำ

แน่นอนว่าคุณสมบัติสำคัญของก๊อกน้ำที่ดีคือความทนทาน ทำให้กว่าจะนำออกสู่ตลาด EasyFLO ต้องผ่านมาตรฐานการทดสอบการใช้งาน (Life Cycle Test) จากทางแบรนด์มากกว่า 500,000 ครั้ง ซึ่งเทียบเท่าอายุการใช้งานนับ 10 ปี พร้อมการรับประกันวาล์วเปิด-ปิดตลอดอายุการใช้งาน โดยเมื่อกดปุ่มแล้วตัวก๊อกจะปล่อยน้ำในรูปแบบ Water Saving ผ่านปากกรองแบบผสมอากาศ ทำให้สายน้ำจะมีความนุ่มนวลเมื่อสัมผัสกับมือ แต่ในขณะเดียวกันก็ให้การประหยัดน้ำที่เหนือกว่ามาตราฐานอุตสาหกรรมไทยกำหนด ทำให้ EasyFLO เป็นก๊อกน้ำที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย รวมถึงยังรักษ์โลกได้อย่างมีสไตล์ในเวลาเดียวกัน

BEYOND THE BOUNDARY ก๊อกน้ำที่พร้อมขับเคลื่อนไลฟ์สไตล์ 

EasyFLO นอกจากใช้งานง่ายเพียงแค่กดแล้ว ยังสามารถกดเปิด-ปิดได้หลากหลายรูปแบบตามความสะดวกของผู้ใช้งาน ด้วยการออกแบบเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดที่ต้องใช้มือสัมผัสก๊อกน้ำหลังล้างมือเพียงอย่างเดียว ปุ่มกดของ EasyFLO นั้นยังสามารถใช้แขนหรือข้อศอกในการเปิด-ปิดได้ง่ายตามความสะดวกซึ่งให้ความยืดหยุ่นต่อการใช้งานมากกว่าก๊อกน้ำรุ่นทั่วไป ทั้งยังช่วยลดโอกาสการเกิดคราบน้ำ คราบสบู่ จากการเอามือเปียกหรือเปื้อนเปิด-ปิดก๊อกน้ำ รวมถึงยังลดโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคอีกด้วย

THE BEST QUALITY VERSION คุณภาพที่มาพร้อมกับความใส่ใจ

EasyFLO ยังต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ ๆ สำหรับก๊อกน้ำ ด้วยมอบความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานระดับสูงสุดด้วยการเพิ่มท่อทางเดินน้ำโดยการใช้วัสดุระดับ Food Grade ที่ปลอดภัยไร้สารตะกั่วมากกว่าก๊อกน้ำทั่วไปที่น้ำจะไหลผ่านตัวก๊อกที่เป็นโลหะโดยตรง นอกจากนั้นก๊อกน้ำ EasyFLO ยังสามารถเปลี่ยนเองได้ง่าย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเลือกนำมาเปลี่ยนกับก๊อกน้ำแบบเดิม

EasyFLO Just PUSH! ที่เพียงแค่ PUSH! ชีวิตก็ง่ายขึ้นแล้วผ่านงานดีไซน์และฟังก์ชันที่สร้างมาเพื่อตอบทุกโจทย์ของการใช้งาน แล้วพบกับ EasyFLO ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศได้แล้ววันนี้ ช้อปออนไลน์ได้ที่ https://bit.ly/3aaguA1 หรือสั่งซื้อผ่าน Shopee ได้ที่ https://bit.ly/3D6PqhA

Writer
Ektida Nakkavech

Ektida Nakkavech

อดีตสถาปนิก ที่ตอนนี้มี Part time เป็นนักอ่าน, นักเขียน, นักท่องเที่ยว, นัก(ฝึก)ถ่ายรูป, (ว่าง)นัก(ก็)นอน และยังเป็นนักติ่งแบบ Full time

Residential & Hospitality อะไรคือหัวใจสำคัญที่แตกต่าง บอกเล่าเรื่องราวผ่านเทรนด์กับคุณจีรเวช หงสกุลแห่ง IDIN Architects

Residential & Hospitality อะไรคือหัวใจสำคัญที่แตกต่าง ?
บอกเล่าเรื่องราวผ่านเทรนด์กับคุณจีรเวช หงสกุลแห่ง IDIN Architects

ในช่วงไม่กี่ปีให้หลังจวบจนปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นยุครุ่งเรื่องของงานสถาปัตยกรรม งานออกแบบภายใน การออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือแม้แต่งานศิลปะ ผู้คนเจนเนอเรชันใหม่ต่างให้ความสนใจ และยินดีที่จะใช้เวลาดื่มด่ำกับความงามและความสุนทรีย์มากขึ้น
 
วันนี้เราจึงขอหยิบยกงานออกแบบสองประเภทที่เห็นได้บ่อยในเมืองไทย และยังเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน อย่างบ้านพักอาศัย (Residential) และงานโรงแรม รีสอร์ท (Hospitality) และถือโอกาสนี้ชวนคุณเป้-จีรเวช หงสกุล สถาปนิกผู้ก่อตั้ง IDIN Architects มาพูดคุยถึงหัวใจสำคัญของสองรูปแบบสถาปัตยกรรมที่แตกต่าง รวมถึงเทรนด์ของการออกแบบยุคใหม่ที่ตรงใจคนเมืองในยุคปัจจุบัน

(คุณเป้-จีรเวช หงสกุล สถาปนิกผู้ก่อตั้ง IDIN Architects)
(Dusit D2 Hotel ผลงานการออกแบบจาก IDIN Architects)

IDIN Architects สถาปัตยกรรมเหนือกาลเวลาที่ตั้งใจแก้ปัญหาอย่างตรงจุด

“คนส่วนใหญ่มองว่าเราเป็นสตูดิโอที่รักงานออกแบบ เพราะเราทำงานสเกลหลากหลาย เราเติบโตมาจากงานออกแบบบ้านเล็ก ๆ เป็นบ้านตากอากาศ แต่ปัจจุบันเราทำงานทุกสเกลเลย ส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมด้วยซ้ำในช่วงนี้” คุณเป้เริ่มต้นเล่า ซึ่งหากเราจะกล่าวถึงสถาปัตยกรรมในรูปแบบ Residential และ Hospitality แน่นอนว่า IDIN Architects เป็นหนึ่งในสตูดิโอออกแบบผู้ช่ำชองและผ่านประสบการณ์มามากมายไม่ว่าจะเป็นรีสอร์ท Tara Villa, Dusit D2 Hotel, X2 Silom,  ARIZE Hotel หรือ PA House, JB House และ KA House

(Tara Villa ผลงานการออกแบบจาก IDIN Architects)
(KA House ผลงานการออกแบบจาก IDIN Architects)

“IDIN Architects จริง ๆ มันมาจากคำว่า Integrating Design Into Nature ซึ่งธรรมชาติในบริบทของเรามันไม่ใช่บริบทในเชิงนิเวศวิทยาอย่างเดียว แต่เป็นธรรมชาติของสิ่งต่าง ๆ ธรรมชาติของไซต์ มันเป็นสัจจะของสรรพสิ่งนั้น ๆ เพราะฉะนั้นเราจะไม่ได้คิดถึงผลลัพธ์สุดท้ายของสถาปัตยกรรมก่อน เราไม่ได้สนใจว่าฟอร์มจะเป็นยังไง แต่เราสนใจประเด็น และวิธีแก้ปัญหา ไอดินทำงานบนความเชื่อที่ว่า สถาปัตยกรรมมันคือการแก้ปัญหาของโปรแกรมนั้น ๆ”

เมื่อสถาปัตยกรรมของ IDIN Architects มุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา ผ่านการวิเคราะห์โปรแกรม สู่การออกแบบสเปซและฟอร์มที่ตอบโจทย์บริบทนั้น ๆ ได้อย่างตรงจุด ผสมผสานผ่านความชอบในสถาปัตยกรรมโมเดิร์นเป็นส่วนตัว จึงนำมาสู่ผลลัพธ์ของงานสถาปัตยกรรมแมสและฟอร์มชัดเจนที่มีคาแร็กเตอร์เฉพาะส่วนตัวจนกลายเป็นลายเซ็นของ IDIN Architects ไปโดยปริยาย

(ออฟฟิศสถาปนิก IDIN Architects)

Residential & Hospitality อะไรคือหัวใจสำคัญที่แตกต่าง

“ถ้าเป็นงาน Public Area อย่างงานโรงแรม เราจะใส่ไอเดียลงไปเยอะ ต้องทำแบบนี้สิ…ถึงจะดึงคนมา แต่พอเป็นงานบ้านเราต้องปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ต้องรับฟังเขา ทำให้งานออกแบบบ้านมันมีเรื่องของ Users เข้ามาเกี่ยวสูงมาก ฟังก์ชัน ต้องเวิร์คและใช้งานได้จริงกว่างานที่เป็น Hospitality”

สำหรับโปรเจกต์ประเภท Hospitality ที่ไอดินสนิทสนมและคุ้นเคย คุณเป้เล่าว่าหัวใจสำคัญ คือ ประสบการณ์ (Experience) ความรู้สึกและบรรยากาศที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่จะต้องแตกต่างจากชีวิตประจำวันภายในบ้าน อาจยอมให้ฟังก์ชันมีความผิดแปลกไปจากเดิมได้บ้าง เพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้ผู้มาเยือน อาบน้ำท่ามกลางแสงจันทร์ เข้าห้องน้ำกลางป่า หรือห้องนอนเปิดกว้างดูดาว เรื่องราวเหล่านี้คือหนึ่งในคาแร็กเตอร์สำคัญ ที่ชวนให้ผู้มาเยือนเกิดความรู้สึกอยากกลับไปที่แห่งนั้นอีกสักครั้งหนึ่ง

(De Capoc ผลงานการออกแบบจาก IDIN Architects)

สิ่งที่แตกต่างในการออกแบบบ้านพักอาศัย หรือ Residential ก็คือเรื่อง ฟังก์ชัน (Function) ที่ต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง ๆ ซึ่งควรต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก ความสวยงามและดีเทลอาจถูกลดลงในบางจุดเพื่อให้การใช้งานเหมาะสมที่สุดและยั่งยืนกับการพักอาศัยไปอีกเป็นระยะเวลากว่าสิบปี

(JB House ผลงานการออกแบบจาก IDIN Architects)

Urban-Inspired เทรนด์การออกแบบที่ตอบรับความต้องการในปัจจุบัน

“สำหรับโรงแรม รีสอร์ท ที่จะเป็นเทรนด์แน่ ๆ จะเป็นเรื่อง Maintenance และความสะอาด ห้องพักต้อง Hygiene มากๆ ส่วนเทรนด์ของบ้าน เราก็เริ่มเห็นแล้วนะ หลัง ๆ บ้านจะต้องมีห้องทำงาน ห้อง Broadcast เป็นห้อง WFH ฟังก์ชันหลาย ๆ อย่างมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ห้องน้ำเยอะขึ้น ทุกคนต้องมีห้องน้ำส่วนตัว ทางเข้าบ้านมี Powder Room ให้ล้างมือ ล้างเท้า ล้างตัวก่อนเข้าบ้าน”

ถอยกลับไป 2 ปีก่อน Covid-19 เราเห็นโรงแรมและรีสอร์ทมากมายผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่ละแห่งล้วนขายความยูนีค คาแร็กเตอร์เฉพาะตัวที่เน้นคนเฉพาะกลุ่ม ซึ่งคุณเป้ให้ความเห็นว่า Covid-19 จะทำให้เทรนด์เหล่านี้เปลี่ยนไป โดยหวนกลับคืนสู่ความเรียบง่ายและธรรมดา เพื่อเน้นขายคนกลุ่มคนทั่วไปมากขึ้น ส่วนเทรนด์ในเรื่องอื่น ๆ แน่นอนต้องเป็นเรื่องของ Well-Being & Hygiene ที่ทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับสุขอนามัยและความสะอาด การออกแบบที่ดูแลรักษา ทำความสะอาดง่าย แทบจะเป็นเช็คลิสต์แรก ๆ ของงานออกแบบในยุคปัจจุบัน

(PA House ผลงานการออกแบบจาก IDIN Architects)

Unique Aesthetics, Urban-Inspired Design
แรงบันดาลใจชีวิตเมือง สู่ความงามและประสิทธิภาพการทำความสะอาด

“ถ้าลองมองย้อนกลับไป ระยะของเวลาจะสั้นลงเรื่อย ๆ ตอนนี้มันกลายเป็นรายปี 2020-2021 แล้ว สะท้อนว่าการออกแบบอะไรก็ตาม คนจะเบื่อเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เรารู้สึกว่าการออกแบบอะไรที่มัน Solid มาก ๆ คนจะเกิดคำถามว่า ถ้าอนาคตเบื่อล่ะ จะทำยังไง แม้แต่งานเฟอร์นิเจอร์ยุคหลัง การ Built-in ยังน้อยลงเยอะมาก คนหันมาสนใจ Loose-furniture มากกว่า เราเลยรู้สึกว่าเขาจะอยากได้อะไรที่มันน้อยและเรียบง่ายมาก ๆ”

Studio S One-Piece Toilet Unique Aesthetics, Urban-Inspired Design
โถสุขภัณฑ์ Tankless Design ความมินิมอลร่วมสมัย ที่สะท้อนความเรียบง่ายเหนือกาลเวลา

คุณเป้ยังเสริมว่า ความเรียบง่ายในแบบมินิมอล ยังมีประโยชน์ตรงที่ง่ายต่อการทำความสะอาด ซึ่งเป็นเรื่องที่คนให้ความสำคัญในปัจจุบัน วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ต้องสวยงามและทำความสะอาดง่ายไปพร้อมกัน “มองเฉย ๆ สะอาดตลอดยิ่งดีเลย พี่เจอคอมเมนท์ลูกค้าเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เยอะมาก วัสดุ ผลิตภัณฑ์ต้องลดรอยต่อให้มันง่ายต่อการคลีน การลูบทีเดียวจบ อย่างห้องน้ำคนจะไม่ค่อยชอบสุขภัณฑ์แบบ two-piece กันแล้ว เพราะว่าคนอยู่บ้านมากขึ้นก็ต้องทำความสะอาดมากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น ซึ่งเขาก็อยากเหนื่อยน้อยลง”

(PA House ผลงานการออกแบบจาก IDIN Architects)
Well-Being & Hygiene เพิ่มความสะดวกและสุขอนามัยให้ผู้ใช้งาน ด้วยดีไซน์ที่ง่ายต่อการทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอก
Efficiency for Sustainability ระบบฟลัช PowerFlo ใช้น้ำเพียง 4.8 ลิตร / ฟลัช ประสิทธิภาพเพื่อความยั่งยืน

ความสำคัญของทุกองค์ประกอบไม่ใช่เพียงสถาปัตยกรรม

แน่นอนว่ากว่าจะออกเป็นสถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์ ต้องประกอบไปด้วยองค์ประกอบอีกมากมายหลายแขนง ทั้งการออกแบบภายใน การเลือกใช้วัสดุและผลิตภัณฑ์ หรือแม้แต่การออกแบบภูมิทัศน์ “วัสดุหรือโปรดักต์ต่าง ๆ มันสะท้อนถึงรสนิยม อย่างโรงแรมมันก็เป็นตัวบ่งบอกว่า โรงแรมนี้ใส่ใจใช้เกรดแบบนี้ สวยเลยนะ แต่ถ้าเป็นงานบ้านโครงการ อันนั้นสำคัญหนักเลย เพราะมันจะเป็นตัว represent รสนิยมของโครงการ บางทีลูกค้าบางคนไปเขาจะดูเลย อันนี้ยี่ห้ออะไร  เป็นเช็คลิสต์ เหมือนเช็คของว่าโครงการเหล่านั้นให้อะไรบ้าง”

(Dusit D2 Hotel ผลงานการออกแบบจาก IDIN Architects)

“ในแง่ของฟังก์ชัน ถ้าเป็น Hospitality องค์ประกอบที่เราเลือกใช้และการจัดวาง จะต้องเน้นเรื่องการทำความสะอาดที่ต้องสะดวก เพราะมันมีช่วงเวลาของห้องพักชัดเจน ต้องรีบทำความสะอาดเพื่อรับแขกคนต่อไป ในขณะที่องค์ประกอบเหล่านั้นต้องทนทาน เพราะโรงแรมรองรับคนและการใช้งานหนักหน่วงกว่าบ้าน ต้องดีและใช้งานได้ในระยะยาวด้วย”

“เราก็ยอมรับตรง ๆ นะ เวลาเราเลือกทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟ เก้าอี้ ก๊อก สวิตช์ แว่บแรกเราก็ดูที่ความงามก่อน เพราะเราเป็นดีไซน์เนอร์ไง ความรับผิดชอบเรา คือ ความงาม  มันคล้ายกับเวลาเรามองรถยนต์ เราคงไม่ตะโกนชี้แล้วบอกว่า โห…เครื่องแรงม้า แรงบิดเท่านี้ แต่เราเห็นแว่บแรกแล้วรู้สึกว่า สวย มันเป็นอะไรที่เราจับตาได้ก่อน แล้วเราถึงไปค้นหาต่อว่าเครื่องหรือฟังก์ชันมันเป็นยังไง แต่รถยนต์ที่สวยแต่วิ่งไม่ได้ เราก็ไม่เรียกว่ามันเป็นรถนะ”

Soft-Close ฝารองนั่งปิดแบบนุ่มนวล
สามารถถอดออก เพื่อทำความสะอาดได้ง่าย
แนวคิดแบบ User-Centric
โถที่นั่งออกแบบให้มีระยะสูงพิเศษ 42.5 ซม. เพื่อการลุก-นั่งที่สะดวกสบาย

ดีไซน์ในแบบสร้างสรรค์ ในมุมมองของ IDIN Architects

“ผมมองว่างานดีไซน์ทุกงานมันสร้างสรรค์ในตัวเองอยู่แล้ว เพราะว่าถ้าเราไม่สร้างสรรค์ มันก็จะไม่เกิดงานดีไซน์ อาชีพดีไซน์เนอร์มันเป็นอาชีพที่ขายในสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครเห็น เพราะฉะนั้นสร้างสรรค์กับดีไซน์มันแทบจะคำเดียวกันสำหรับผม ก็ฝากงานประกวดแบบ American Standard Design Award (ASDA) ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาและดีไซน์เนอร์ทั่วไปได้มาลองความคิดและไอเดีย ได้ Explore อะไรใหม่ ๆ ซึ่งเราก็คิดว่าน่าจะมีสิ่งใหม่ ๆ อะไรขึ้นมาในวงการ น่าสนุกดี และผมก็เป็นหนึ่งในกรรมการด้วย ก็คงจะรอดูผลงานของทุกคนที่ส่งเข้ามาครับ” คุณเป้ทิ้งท้าย

(Tara Villa โปรเจกต์ Hospitality ผลงานการออกแบบจาก IDIN Architects)

(KA House โปรเจกต์ Residential ผลงานการออกแบบจาก IDIN Architects)

กิจกรรมประกวด American Standard Design Award (ASDA) 2022 ร่วมกับ Dsign Something เปิดโอกาสให้เหล่านักศึกษาและดีไซน์เนอร์ที่สนใจส่งผลงานประกวดออกแบบห้องน้ำในโปรเจกต์รูปแบบ Residential และ Hospitality สมัครเข้าร่วมการประกวด และใช้ไอเดียที่แปลกใหม่เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการออกแบบห้องน้ำ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ Studio S จาก American Standard ชิงเงินรางวัลมูลค่าสูงสุดกว่า 2,000 USD พร้อมโอกาสก้าวสู่การประกวดออกแบบในเวทีระดับเอเชียแปซิฟิก โดยได้รับเกียรติจากกรรมการตัดสินซึ่งเป็นสถาปนิกและนักออกแบบชื่อดังทั้ง 4 จาก IDIN Architects , A49 , P49 ,และ PIA Interior รวมถึงกรรมการพิเศษจาก Dsign Something และ Leader – Marketing จากแบรนด์ American Standard Thailand ติดตามรายละเอียดได้เร็วๆ นี้ หรือ ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3z5Ni7A

(Seam) less is more เพราะความลื่นไหล คือหัวใจของการออกแบบ

(Seam) less is more
เพราะความลื่นไหล คือหัวใจของการออกแบบ

หลายครั้งเรามักพูดถึงการออกแบบสเปซ หรือ พื้นที่หนึ่งด้วยภาษาและองค์ประกอบที่น้อยถ้อยคำ แต่มากความหมาย มากอารมณ์ หรือที่หลายคนเรียกว่า less is more (น้อย แต่ มาก) ว่าเป็นแนวทางที่ไร้กาลเวลา จะพูดถึงเมื่อใดก็เข้ายุคสมัย แต่วันนี้เรากำลังจะพูดถึงอีกแนวทางที่แน่นอนว่ามาแรงไม่แพ้กัน นั่นคือเรื่องของพื้นผิวที่มีความต่อเนื่อง ลื่นไหล และไร้รอยต่อติดระหว่างวัสดุที่ต่างกัน

(Seam) less is more จึงเป็นอีกแนวศิลป์ที่อาจสร้างแรงกระเพื่อมใหม่ ให้คนกลับมาสนใจความเรียบลื่น ที่ก่อให้เกิดความงามแบบมีนัยยะสำคัญ …มาดูกันว่า ความเรียบเสมอของพื้นผิวที่สัมผัสได้ด้วยตา จะสะท้อนอะไรมายังหัวใจและความรู้สึกของผู้ใช้งานได้บ้าง

One material for all
วัสดุลื่นไหล เพื่อความเป็นเอกภาพ

การเลือกใช้วัสดุเดียวกัน วางบนพื้นที่ทั้งหมดของกลุ่มก้อนชิ้นงานหรืออาคาร แม้ว่ามันจะตั้งตรงหรือนอนราบก็ใช้วัสดุชนิดเดิมวิ่งไหลไปในทุกระนาบ ทำให้เกิดความเป็นเอกภาพ ความเป็นหนึ่งเดียวให้งานนั้นมีแนวคิดที่ชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเน้นให้รูปฟอร์มของงานนั้นชัดเจน และผู้ที่พบเห็นสามารถรับรู้ได้ด้วยการมองเพียงไม่นาน

Seam is the matter
ไร้รอยต่อ = พิเศษและแตกต่าง

หลายครั้งที่เราพบว่า การออกแบบให้สินค้าหรืออาคารหนึ่ง ๆ เกิดรอยต่อของวัสดุน้อยที่สุด หรือไม่มีเลย เป็นการเพิ่มความพิเศษให้สิ่งนั้นได้อย่างไม่ต้องสงสัย เช่นการออกแบบบานกระจกที่ทอดยาวแบบไร้รอยต่อกระจก หรือฝ้าเพดานที่วิ่งเชื่อมต่อภายในและนอกอาคารอย่างไม่สะดุด ทั้งหมดช่วยเพิ่มมูลค่าให้สิ่งนั้นได้ หลายครั้งที่ความไร้รอยต่อนี้ถูกนำมาเป็นจุดขายในการสื่อสารกับทุกคนด้วยเช่นกัน

Seamless = timeless
พูดน้อย แต่อยู่ได้นาน

เส้นสายที่น้อยเพราะไม่มีรอยต่อนั้น อาจสื่อสารได้ในรูปแบบของสไตล์ “มินิมอล” มีความเป็นกลางของรูปแบบสูง ไม่สื่อสารว่าจะเป็นไปในทิศทางใดมากนัก ฉะนั้น ความน้อยนี้คือไร้กาลเวลา เพราะไม่ว่าจะถูกนำไปใช้ในเวลาใดหรือคู่กับสิ่งใด ก็สามารถเข้ากันได้ไม่ยาก อีกทั้งยังสามารถใช้ได้กับหลากหลายพื้นที่และฟังก์ชั่น เพราะตัวมันเองก็นอบน้อมและพร้อมเข้ากับคนอื่นได้เสมอ

Flow of the surface
พื้นผิวต่อเนื่อง สร้างทิศทางและความรู้สึก

พื้นผิวที่ต่อเนื่อง ไม่มีการเว้นร่อง หรือเปลี่ยนวัสดุ ช่วยให้ความรู้สึกของผู้ใช้งานนั้นลื่นไหลและไม่สะดุด อีกทั้งยังสร้างทิศทางในความรู้สึกให้ลอยขึ้นมาในอากาศ โดยเฉพาะอาคารหรือสิ่งของที่มีแนวคิดในการออกแบบที่เน้นเรื่องความ Flow หรือเป็นพื้นที่ที่มีการเคลื่อนที่ของผู้คนภายใน การสร้างพื้นผิวที่ไร้รอยต่อก็จะช่วยให้ทิศทางที่เราต้องการเน้นดูแข็งแรงและชัดเจนขึ้นได้ เช่น การสร้างพื้นผิวเดียวกันทั้งพื้น ผนัง และฝ้าเพดานแบบไร้รอยต่อ เพื่อสื่อถึงความลื่นไหลชองสเปซ

Craft for the perfect one
พื้นผิวต่อเนื่อง คือความพิถีพิถัน

ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่เราสามารถผลิตวัสดุที่มีพื้นผิวที่เรียบเนียนได้ไม่ยาก แต่อย่างไรเสีย โดยทั่วไป แม้เป็นวัสดุเดียวกัน ก็ยังจำเป็นต้องมีรอยต่อเกิดขึ้นบ้าง ฉะนั้นการสร้างพื้นผิวที่ไร้รอยต่อจึงแสดงออกได้ถึงความพิถีพิถันของผู้ออกแบบและผู้ผลิต สร้างการรับรู้ว่าเป็นสิ่งที่พรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กหรือใหญ่ แนวคิดไร้รอยต่อก็สามารถสร้างความพิเศษให้ชิ้นงานได้ไม่แพ้กัน

Seamless for low maintenance
สะอาด ง่าย เป็นมิตร

สิ่งที่ตามมาของการที่มีรอยต่อมากมายคือการบำรุงรักษาที่ยุงยาก สกปรกง่าย เทรนด์พื้นผิวเดียวสำหรับทุกระนาบจึงเป็นแนวทางที่คนกำลังสนใจ อีกทั้งการสื่อสารด้วยวัสดุเดียวไร้รอยต่อ ยังสื่อสารถึงความเข้าถึงง่าย ไม่ซับซ้อน และเป็นมิตรต่อทุก ๆ คน

Power of seamless
พลังซ่อนเร้น หลังเส้นสายที่หายไป

แม้เป็นการลดทอนของเส้นสาย แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้นมากกว่า ทั้งเรื่องรูปแบบที่ลงตัวขึ้น เข้ากับสไตล์ต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ดูเป็นเอกภาพมากขึ้น ยังมาพร้อมการดูแลรักษาที่ง่ายกว่า เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องความสกปรกในร่องรอยต่อ ยกระดับความพรีเมียมให้งานออกแบบได้ไม่ยาก

Seamless is more
ความลงตัว ที่มากกว่าความงาม

ในการออกแบบห้องน้ำให้ดูพรีเมียม เป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น การเลือกใช้สุขภัณฑ์แบบชิ้นเดียว (Seamless Design) จาก American Standard ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบหลักที่จะช่วยสร้างความโดดเด่นที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์น่าหลงใหล สุขภัณฑ์ที่ออกแบบมาอย่างประณีต ลบรอยต่อที่เคยมีอยู่ให้หายไปทำให้ดูกลมกลืน เป็นชิ้นเดียวกันทั้งตัวไม่ว่าจะเป็นรุ่น Signature, Acacia Supasleek, Kastello ทั้งหมดสื่อสารในสไตล์ที่ต่างกัน แต่เหมือนกันในเรื่องของพื้นผิวที่ไร้รอยต่อ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี HygieneClean ที่ใส่ใจในเรื่องของความสะอาด เพื่อยกระดับคุณภาพของห้องน้ำให้ดีขึ้นด้วย

ดูรายละเอียดสินค้า American Standard เพิ่มเติมได้ที่

Facebook : American Standard หรือ http://m.me/AmericanStandardThailand

https://www.facebook.com/AmericanStandardThailand

คุยกับรักศักดิ์ สุคนธะตามร์: ห้องน้ำที่ทำให้คนในบ้าน ‘อยู่ดีมีสุข’

ชีวิตคนเราจะทำให้มีความสุขหรือไม่มีความสุข เริ่มต้นขึ้นมาก็อยู่ในบ้านแล้ว โดยเฉพาะ ‘ห้องน้ำ’ ซึ่งเป็นอีกห้องหนึ่งของบ้านที่มีความสำคัญไม่แพ้ห้องไหนๆ เพราะเป็นห้องแรกที่เราจำเป็นต้องใช้งานเป็นกิจวัตร ตั้งแต่ตื่นเช้ากระทั่งเข้านอน

Continue reading “คุยกับรักศักดิ์ สุคนธะตามร์: ห้องน้ำที่ทำให้คนในบ้าน ‘อยู่ดีมีสุข’”

การอยู่อาศัยเปี่ยมคุณภาพ ด้วยนวัตกรรมเพื่อชีวิตจาก American Standard

พร้อมต้อนรับคนรักงานดีไซน์ในทุกแขนงกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และสุขภัณฑ์ระดับคุณภาพกับแบรนด์ LIXIL ในงานสถาปนิก’ 61 ณ อิมแพคเมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 1-6 พฤษภาคมนี้

Continue reading “การอยู่อาศัยเปี่ยมคุณภาพ ด้วยนวัตกรรมเพื่อชีวิตจาก American Standard”