L18 House จากทาวน์เฮาส์หลังเก่า สู่บ้านเช่าที่นิยาม ‘ความยืดหยุ่น’ ผ่านการใช้งานพื้นที่

L18 House
จากทาวน์เฮาส์หลังเก่า สู่บ้านเช่าที่นิยาม ‘ความยืดหยุ่น’ ผ่านการใช้งานพื้นที่

LADPRAO18 House ทาวน์เฮาส์หลังเก่าในซอยลาดพร้าว 18 เปลี่ยนมือผู้อยู่อาศัยมาหลากเจนเนอเรชัน หลายรูปแบบไม่ต่างจากบ้านทั่วไปที่เราพบเห็นได้ในเมือง ตั้งแต่เจ้าของบ้านผู้ย้ายถิ่นฐานไปทำธุรกิจ และตั้งโรงงานอยู่นอกเมืองหลวง หรือผู้เช่าที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน ย้ายเข้า-ออกไปตามช่วงเวลา

เมื่อบ้านหลังเก่าไม่มีผู้เช่า ถูกปล่อยว่าง ทิ้งร้างและทรุดโทรมมานานหลายปี ก็ถึงคราวต้องปรับปรุงขึ้นใหม่เพื่อให้สมบัติของครอบครัวหลังนี้ กลับมามีชีวิต โดยอาจจะกลายเป็นอยู่อาศัยชั่วคราวของทางเจ้าของ หรือปล่อยให้เช่าอีกครั้งในอนาคต โจทย์ของการรีโนเวทบ้านเก่า จึงถูกส่งต่อให้คุณยอท -สิระกิจ เจริญกิจพิสุทธิ์ และคุณนาฏ-สินีนาฏ สัพทานนท์ สองสถาปนิกจาก OAAS มารับช่วงต่อ

สร้างสัมพันธ์ของฟังก์ชันที่ยืดหยุ่นพร้อมปรับเปลี่ยน

“บ้านหลังนี้จะมีความยืดหยุ่น เพราะปรับปรุงสำหรับผู้ใช้งานที่ไม่แน่นอน อาจเป็นพื้นที่รับแขก สังสรรค์ ของเจ้าของบ้านเอง หรือผู้เช่าซึ่งเราไม่รู้ว่าจะเป็นใคร และมีจำนวนผู้ใช้งานเท่าไหร่ แต่ที่มองไว้น่าจะเป็นกลุ่มชาวต่างชาติ หรือคนกลุ่มใหญ่มากกว่า มันเลยนำมาสู่โจทย์ของสถาปัตยกรรมที่เน้นการใช้งานพื้นที่ส่วนกลางอย่างห้องนั่งเล่น หรือพื้นที่บาร์บีคิวหลังบ้าน เพื่อให้มีพื้นที่หรือมุมต่างๆ รองรับกิจกรรมของคนกลุ่มใหญ่ พื้นที่ส่วนตัวที่เหลือ อย่างห้องนอน เราจึงประหยัดงบประมาณด้วยการพยายามคงแปลนและสัดส่วนห้องให้เหมือนเดิมมากที่สุด” สถาปนิกเล่า

แน่นอนว่า บ้านที่ยืดหยุ่นรองรับคนกลุ่มใหญ่ ออกจะสวนทางกับความเป็นไปได้ของแปลนบ้านแถวในแบบทาวน์เฮาส์ไปเสียหน่อย ด้วยปัญหาเดิมของบ้านทาวน์เฮาส์ที่มักเป็นแนวลึก ทำให้ฟังก์ชันต่างๆ ต้องเรียงตัวยาวไปตามพื้นที่ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างหน้าบ้านและหลังบ้านขาดหายไป สองสถาปนิกเห็นความสำคัญในประเด็นดังกล่าว จึงเริ่มต้นแนวคิด ด้วยการสร้างพื้นที่โฟลวแนวยาวจากหน้าบ้านไปจนถึงหลังบ้าน โดยไม่มีฟังก์ชันภายในมาขวางการเชื่อมโยงพื้นที่

(ภาพตัดแสดงแนวคิดการออกแบบ)
(ภาพแปลนชั้น 1)
(ภาพแปลนชั้น 2)

เกิดเป็นทางสัญจรหลักด้านขวาที่ออกแบบขนานยาวไปกับฟังก์ชันส่วนกลางซึ่งสถาปนิกเซ็ตไว้เป็นกลุ่มใหญ่ด้านซ้ายของตัวบ้าน กั้นด้วยบานประตูไม้สาน ที่สามารถปิดเพื่อแยกสัดส่วนการใช้งานและทางสัญจร หรือจะเปิดบานให้กว้างเพื่อรวมพื้นที่ทั้งหมดของบ้านให้เป็นเนื้อเดียวกันก็ทำได้ “พอเราปิดบานไม้ มันจะกลายเป็นทางเดินกึ่งภายนอก จะใส่รองเท้าเดินจากหน้าบ้านไปหลังบ้านเลยก็ได้ หรือถ้าเปิดประตูไม้บานสานทิ้งไว้ ทั้งหมดก็จะดูกลายเป็นพื้นที่ภายใน”

เพิ่มความเป็นส่วนตัวจากภายนอกเข้าสู่ภายใน

สถาปนิกเลือกใช้อิฐบล็อกช่องลมที่เป็นวัสดุหาง่ายและราคาจับต้องได้ มาใช้พรางตาเป็นฟาซาดของบ้านใหม่ที่ลดการมองเห็นจากภายนอกได้ในระดับหนึ่ง

ไฮไลท์หนึ่งของบ้าน คือ บริเวณด้านหน้า ซึ่งสถาปนิกออกแบบให้เป็นพื้นที่ภายนอกที่ถูกเรียกว่า ‘ศาลา’ หรือมุมพักผ่อนเล็กๆ มีช่องว่างบริเวณหลังคา เปิดให้ต้นไม้ใหญ่เจริญเติบโตไปทักทายฟังก์ชันบางส่วนบริเวณชั้นสอง รวมถึงเปิดช่องทางให้แสงสว่างธรรมชาติส่องเข้าสู่พื้นที่ภายใน “เรามองพื้นที่ตรงนี้เป็นการใช้งานภายนอกบ้าน เหมือนสวนหย่อมเล็กๆ ที่ยังมีความเป็นส่วนตัว มีบล็อกลมเป็นตัวช่วยกรองมุมมอง ซึ่งปกติเราไม่ค่อยเห็นพื้นที่แบบนี้ ในบ้านแถวเท่าไร เราเลยพยายามสร้างสเปซเสริมขึ้นมาเพื่อให้มันไปได้มากกว่าบ้านแถวทั่วไป”

พื้นที่ศาลา แบ่งสัดส่วนจากพื้นที่ภายในด้วยการใช้ประตูไม้บานเฟี้ยมที่สามารถเปิด-ปิดแบ่งการใช้งานกันได้สะดวก หากต้องการความเป็นส่วนตัวสูงสุดก็สามารถปิดประตูไม้บานเฟี้ยมเพื่อป้องกันมุมมองจากภายนอกสู่ภายใน หรือหากเปิดบานไม้เฟี้ยม พื้นที่ภายในและภายนอกก็สามารถเชื่อมถึงกันกลายเป็นพื้นที่ใหญ่ทั้งหมดได้ทันที

เติมบรรยากาศใหม่ แต่คงเสน่ห์ของบ้านเก่าในอดีต

ส่วนกลางหลักอย่างพื้นที่นั่งเล่น และส่วนรับประทานอาหารถูกจัดให้เป็นคอมมอนเอเรียขนาดใหญ่ที่รวมอยู่ในพื้นที่เดียว โดยสถาปนิกเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ทั้งหมด เพื่อรองรับกลุ่มคน และยังช่วยพรางตาทำให้พื้นที่ทั้งหมดดูใช้งานได้เต็มที่ เสมือนเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ไม่ได้มีจำกัดนั่นเอง

บริเวณห้องนั่งเล่น ผู้ออกแบบเลือกที่จะเก็บโครงสร้างและโชว์ท้องพื้นไม้ของชั้นสอง ซึ่งเป็นไม้เดิมที่คุณภาพดีและยังคงความสวยงามได้อย่างไร้การปรุงแต่ง “เรามองว่ามันเป็นสเน่ห์หนึ่งของโปรเจ็กต์รีโนเวทเหมือนกัน คือเราไม่รู้ว่าอะไรจะรอเราอยู่ เรารื้อฝ้ามาแล้วเห็นว่าพื้นเดิมมันสวย การที่สีของไม้ไม่เท่ากันในแต่ละชิ้น หรือตงไม้สีเข้มกว่าพื้นมันน่าสนใจ เราเลยทำขอบฝ้า หรือส่วนอื่นๆ อย่างงานผนังให้มันเนี้ยบกริบตัดกับคานเดิม พื้นเดิมที่ยังคงดูดิบและเก่า เหมือนแกลลอรี่ที่โชว์เรื่องราวของบ้านเก่าในอดีต”

ห้องน้ำบริเวณชั้น 1 มีการแบ่งแปลนใหม่ทั้งหมด กลายเป็นห้องอาบน้ำ 2 ห้อง ห้องสุขา 1 ห้อง และส่วนของอ่างล้างหน้าที่แยกส่วนกันอย่างชัดเจน รองรับการใช้งานของคนกลุ่มใหญ่ ถัดเข้ามาบริเวณสุดปลายของตัวบ้าน เป็นที่ตั้งของห้องครัว ซึ่งออกแบบให้มีกิมมิคเล็กๆ ด้วยการเจาะช่องเปิดเชื่อมระหว่างเคาน์เตอร์ครัวและพื้นที่บาร์บีคิวภายนอก เพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงในการใช้พื้นที่ที่บ้านแถวในแบบดั้งเดิมขาดหายไป

ด้วยความที่ทางสัญจรเชื่อมพื้นที่หน้าบ้านไปยังหลังบ้าน ทำให้เกิดการกั้นกำแพงยาวตั้งแต่บริเวณห้องนั่งเล่น ไปสิ้นสุดถึงหน้าห้องน้ำ และห้องครัว ซึ่งในส่วนนี้สถาปนิกออกแบบผนังให้หนา 60 เซนติเมตรสลับฝั่งและฝังตู้เก็บของเข้าไปในกำแพง เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้บ้านที่มีขนาดจำกัด

เพราะบ้านหลังนี้ไม่ได้ออกแบบขึ้นเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง สไตล์ทั้งหมดของบ้านจึงต้องคงความเรียบง่าย เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ การเลือกใช้สีขาวหรือไม้สีอ่อนเพื่อความโปร่งและสว่าง จึงส่งผลให้มู้ดแอนด์โทนของบ้านมีกลิ่นอายของความเป็นเอเชียนผสมผสานอยู่หน่อยๆ ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงแต่สไตล์ที่ต้องยืดหยุ่นพร้อมต้อนรับคนหลากหลายประเภท แต่ฟังก์ชันภายในของบ้าน Ladprao18 ที่ออกแบบให้ปรับเปลี่ยนได้ยังพานิยามของ ‘บ้านทาวน์เฮาส์’ ก้าวผ่านขีดจำกัดเดิมๆ ไปได้อย่างน่าสนใจ

Location: Soi Ladprao 18
Architect Firm :OAAS (The Office of Design and Research for Appropriate Aesthetic)
Design Team: Sirakit Charoenkitpisut , Sineenart Suptanon
Interior designer: OAAS
Landscape designer: OAAS
Building Area: 130 sq.m
Photographer: Nattakit Jeerapatmaitree

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

คุยกับสถาปนิกเวียดนามจาก TNG Architects ผู้เชื่อว่างานออกแบบที่ดีกลั่นกรองจากความใกล้ชิดและความเข้าใจผู้อยู่อาศัย

คุยกับสถาปนิกเวียดนามจาก TNG Architects
ผู้เชื่อว่างานออกแบบที่ดีกลั่นกรองจากความใกล้ชิดและความเข้าใจผู้อยู่อาศัย

หนึ่งในแบบบ้านในฝันของใครหลายคน คงหนีไม่พ้นกับบ้านในประเทศเวียดนาม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของหน้าต่าง ประตูที่ทำหน้าที่เปิดรับแสง ลม ดึงธรรมเข้าสู่บ้านได้อย่างกลมกลืน ท่ามกลางสภาพอากาศในเขตร้อนชื้นที่ใกล้เคียงกันกับบ้านเรา รวมถึงการเลือกใช้วัสดุท้องถิ่นที่หาง่าย สิ่งเหล่านี้สร้างความรู้สึกน่าอยู่อาศัยที่คนไทยรู้สึกจับต้องได้และคุ้นเคย สำหรับบทความ Exclusive Interview ในครั้งนี้ เราจึงถือโอกาสชวนสถาปนิกเพื่อนบ้านอย่าง Nguyen Huynh จาก TNG Architects ออฟฟิศสถาปนิกที่ตั้งอยู่ในเมืองดานัง ประเทศเวียดนามมาแบ่งปันเรื่องราวเบื้องหลังแนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรม ก่อนจะเล่าถึงการรีโนเวทบ้านหลังเล็กสเกล 4.6 x 14 เมตร ให้น่าอยู่และมีพื้นที่ใช้สอยได้สูงสุด

(ภาพผลงานของ TNG Architects)
(Nguyen Huynh ผู้ก่อตั้ง TNG Architects)

ใกล้ชิดและเข้าใจผู้อยู่อาศัย

“ผมเริ่มต้นก่อตั้ง TNG Architects เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าและผู้อยู่อาศัย ซึ่งส่วนมากทีมสถาปนิกของเราจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่คอยศึกษาเทรนด์โลกปัจจุบัน และนำความรู้ใหม่ๆ มาใช้กับการออกแบบอยู่เสมอ” Nguyen Huynh ผู้ก่อตั้ง TNG Architects เริ่มต้นเล่า

จุดเด่นหนึ่งของ TNG Architects คือ การทำงานร่วมกับลูกค้าและผู้อยู่อาศัยอย่างใกล้ชิด ส่งผลลัพธ์สู่งานออกแบบที่ตรงโจทย์และตรงใจผู้อยู่อาศัยได้อย่างสูงสุด ซึ่งสำหรับผลงานชิ้นล่าสุด Nguyen ได้มีโอกาสออกแบบรีโนเวทบ้านหลังเล็กในประเทศเวียดนาม จนได้รับความสนใจมากหลายจากทั้งผู้คนในประเทศรวมถึงสื่อต่างประเทศต่างๆ

(ภาพผลงานของ TNG Architects)

“การสร้างบ้านใหม่เป็นเรื่องที่ยาก แต่การรีโนเวทจากบ้านเก่านั้นยากกว่า เพราะเราต้องคำนวณทุกอย่างอย่างรอบคอบ เพื่อให้รูปลักษณ์ใหม่ของบ้านมีความสมบูรณ์แบบ ซึ่งหลังจากที่ได้พูดคุยกับลูกค้าอย่างละเอียดและเข้าใจถึงความต้องการของเขา เราจะกลับมาทำการบ้านต่อ เพื่อที่จะนำเสนอรูปแบบของงานออกแบบที่เหมาะสม

Good Design is Obvious , Great Design is Transparent

Good Design is Obvious , Great Design is Transparent เป็นความเชื่อของ TNG Architects ที่มองว่าแต่ละโครงการนั้นย่อมแตกต่างและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตั้งแต่ความต้องการของลูกค้า สถานที่ตั้ง บริบท และโจทย์ของการออกแบบ
ประเด็นต่างๆ เหล่านั้นจึงต้องผ่านการเข้าใจชัดเจนท่องแท้ เพื่อให้รายละเอียดของการออกแบบทั้งหมดตอบโจทย์กับการอยู่อาศัย

“หลักการทำงานของเรา คือ สถาปนิกต้องเข้าใจลูกค้าก่อน นั่นหมายความว่า สถาปนิกจะต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง เพราะยิ่งคุณเข้าใจรายละเอียดมากเท่าไหร่ การออกแบบก็จะยิ่งมีประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น”

4.6 x 14m House

อย่างที่เรารู้กันว่าผังเมืองในประเทศแถบเอเชีย อย่างเช่นประเทศเวียดนามและไทย ทำให้บ้านส่วนใหญ่ต้องอยู่ในลักษณะบ้านแถวที่เรียงราย บ้านขนาดเล็กในเมืองจึงต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ ไปพร้อมๆ กับการรักษาปัจจัยทางด้านสภาพอากาศ และสิ่งแวดล้อม

โปรเจกต์ 4.6 x 14 m House บ้านรีโนเวท 1 ชั้นครึ่งในเมืองดานัง เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจ ซึ่งโจทย์เริ่มต้นขึ้นจากความต้องเปลี่ยนบ้านเก่าขนาดหน้ากว้าง 4.6 เมตร ลึก 14 เมตร ให้กลายเป็นบ้านของคู่รักหนุ่มสาวที่มีความหลงใหลในความงาม ความท้าทายของงานนี้คือ การเปลี่ยนพื้นที่จำกัดให้มีฟังก์ชันของการอยู่อาศัยได้อย่างครบครัน นอกจากนี้ สียังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเป็นความต้องการและความชื่นชอบส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย

ด้วยความที่เป็นการรีโนเวทพื้นที่ขนาดจำกัด สถาปนิกจึงต้องการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับทุกฟังก์ชันภายในบ้าน โดยที่ทุกๆ พื้นที่จะต้องถูกใช้งานอย่างเต็มที่และไม่สูญเปล่า โดยทีมออกแบบพยายามใช้ช่องเปิด หรือวัสดุโปร่งแสงเพื่อนำแสงธรรมชาติให้เข้าถึงพื้นที่ ทำให้บ้านดูกว้างขวางมากขึ้น และเพื่อขยายพื้นที่ให้ได้มากที่สุด สถาปนิกออกแบบห้องนั่งเล่นและห้องครัวในลักษณะ Open-Plan แบบเปิดโล่ง ช่วยสร้างการเชื่อมต่อกับพื้นที่ส่วนอื่นๆ ฟังก์ชันเดี่ยวภายในบ้านจึงสามารถเชื่อมโยงกับพื้นที่ที่อยู่ติดกันได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นการนำเสนอรูปแบบแปลนที่เหมาะสมที่สุดในการทำให้พื้นที่มีความกว้างขวางและใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย

ถัดมาเป็นพื้นที่ห้องน้ำและห้องนอนใหญ่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ การจัดวางพื้นที่ในลักษณะนี้จะสร้างความเป็นส่วนตัวและแยกออกจากพื้นที่ส่วนกลาง ส่วนบริเวณชั้นลอยจะมีพื้นที่สำหรับหิ้งพระ ห้องนอนสำหรับลูกๆ ในอนาคต ห้องน้ำ และห้องซักรีด

เพื่อสร้างบรรยากาศบ้านให้อบอุ่นตามโจทย์ที่ผู้อยู่อาศัยต้องการ สถาปนิกนำแรงบันดาลใจจากสไตล์สแกนดิเนเวียมาใช้ในการออกแบบ ซึ่งเน้นในโทนสีขาวและไม้เป็นหลัก ปรับเปลี่ยนเล็กน้อยด้วยการเติมแต่งสีพาสเทลให้พื้นที่ต่างๆ ดูมีมิติมากขึ้น หรือกระทั่งงานเฟอร์นิเจอร์ที่ทันสมัยแต่เรียบง่ายในโทนสีอ่อนก็มีส่วนทำให้บ้านดูโดดเด่นไม่แพ้กัน องค์ประกอบภายในบางส่วนอย่าง ซุ้มประตู หรือบานหน้าต่าง ยังถูกออกแบบด้วยเส้นโค้งมนที่ละเอียดอ่อน ซึ่งช่วยให้การตกแต่งภายในของบ้านมีความกลมกลืน ลดทอนความแข็งกระด้างของบ้านสี่เหลี่ยมขนาดเล็กได้เป็นอย่างดี

“ feedback จากลูกค้าที่เราได้รับหลังจากที่พยายามค้นคว้าและมองหาวิธีการออกแบบที่เหมาะสมที่สุดนั้นเป็นความสุขของการเป็นสถาปนิก และเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เราพยายามหาวิธีการใหม่ๆ ในการออกแบบต่อไป หรือแม้แต่การได้ชื่นชมผลงานที่สร้างเสร็จ ผู้อยู่อาศัยแฮปปี้ไปกับมัน เพียงเท่านี้ก็เป็นความสุขสำหรับเราในการที่จะสานต่อความหลงใหลในงานสถาปัตยกรรมนี้ไปเรื่อยๆ

ขอขอบคุณ TNG Architects
https://www.instagram.com/tng.architects/?hl=en

https://www.facebook.com/TNG-Architects-107660814277371/

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

Terrazzo House พลิกโฉมการรีโนเวทบ้าน ซ่อนกรอบของความเก่าเอาไว้เบื้องหลัง

เพราะ ‘ทำเล’ ของที่อยู่อาศัยก็สำคัญไม่น้อยไปกว่าปัจจัยอื่นๆ ของการออกแบบ ที่ดินและทำเลที่ถูกใจจึงทำให้หลายคนมักยอมจำนนและเลือกที่จะรีโนเวทบ้านเก่าบนที่ดินเดิมแทนที่จะหันไปเลือกซื้อบ้านจัดสรรหลังใหม่ หรือทุบทำลายของเดิมอย่างไม่เหลือเยื่อใย

Continue reading “Terrazzo House พลิกโฉมการรีโนเวทบ้าน ซ่อนกรอบของความเก่าเอาไว้เบื้องหลัง”

10 Best Renovation Houses 10 บ้านรีโนเวทที่เราหลงรัก

ในช่วงหลังๆ มานี้ เรามักจะเห็นเรื่องราวของบ้านรีโนเวทโผล่ขึ้นมาในหน้า news feed ต่างๆ หรือตามโลกออนไลน์ไม่เว้นในแต่ละวัน ส่วนหนึ่งอาจเพราะสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำให้หลายคนเริ่มหันความให้ความสำคัญกับการต่อเติม หรือเปลี่ยนแปลงบ้านเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ การพักผ่อน รวมถึงกิจกรรมของครอบครัว

Continue reading “10 Best Renovation Houses 10 บ้านรีโนเวทที่เราหลงรัก”

S71 House บ้านที่เปลี่ยนภาษาสู่ความโมเดิร์น ผ่านองศาของแสงอาทิตย์ที่ชุบชีวิตใหม่ให้กับครอบครัว

Location : กรุงเทพฯ
Area : 400 ตารางเมตร
Owner : สมศักดิ์-นิรินธน์-ณิชยา หงษ์ศรีจินดา
Architect : สิทธิชัย ชมภู PERSPACETIVE
Photographs : อานันท์ นฤพันธาวาทย์

Continue reading “S71 House บ้านที่เปลี่ยนภาษาสู่ความโมเดิร์น ผ่านองศาของแสงอาทิตย์ที่ชุบชีวิตใหม่ให้กับครอบครัว”

Renovation Nak-Niwat เพิ่มความสุขให้คนในครอบครัว ด้วยพื้นที่แห่งการอยู่อาศัย ‘ร่วมกัน’

Location: นาคนิวาศ 37 กรุงเทพฯ
Architect:
ไพลิน หงษ์วิทยากร จาก OPH Architects
Owner:
ตุณ ชมไพศาล และวิศทา ด้วงวงศ์ศรี

Continue reading “Renovation Nak-Niwat เพิ่มความสุขให้คนในครอบครัว ด้วยพื้นที่แห่งการอยู่อาศัย ‘ร่วมกัน’”