OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM
info@sitename.com | 987654321
การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์


Tamni Hostel ต่อชีวิตห้องแถวเก่า กับความเชื่อในความงามที่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ ของเก่าที่มี ‘ตำหนิ’ แม้คำนี้จะดูมีความหมายด้านลบ แต่หากมองให้ลึกลงไป เราเห็นเสน่ห์ของสิ่งเก่าที่แฝงเรื่องราวเอาไว้ได้อย่างแยบยล และบางครั้ง ‘ตำหนิ’ ก็เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนถึงความทรงจำ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ อาคาร หรือวัตถุให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความหมาย นอกจากนั้น ‘ตำหนิ’ ยังเป็นคำที่ ธัญ สิงหเสนี เลือกมาใช้ตั้งชื่อ Tamni Hostel เพราะเชื่อในความสวยงามที่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ วันนี้เราได้โอกาสแวะเวียนมาย่านหัวลำโพง จึงชวนทั้งคุณธัญ (เจ้าของ) และ ทอม-พหลไชย เปรมใจ สถาปนิกจาก PO-D Architects มาพูดคุยถึงบทบาทการต่อชีวิตห้องแถวเก่าที่ทรุดโทรมให้กลับมามีตัวตนโดยไม่ละเลยบริบทที่มีอยู่เดิม ความหมายและคุณค่าของสิ่งเก่า “คุณค่าของซอยเดิม บริบทเดิม แน่นอนว่ามันมีอยู่แล้ว และเราก็ไม่ได้ตั้งใจทำมาเพื่อขายไป เราตั้งใจจะอยู่ยาว ซึ่งของเก่าที่เราเห็นมันค่อนข้างโทรมมาก คนที่อยู่เก่าเขาซอยห้องด้วยโครงสร้างไม้อัด ห้องนึงขนาดแค่ 6 ตารางเมตรเอง ความตั้งใจแรก เราเลยอยากให้อาคารมันกลับมามีสภาพที่ทำให้ซอยนี้มีชีวิตกลับมาอีกครั้งในทางที่ดีขึ้น” คุณทอมเล่า “ธัญเอง เขาก็อยากให้มันเปลี่ยนไปโดยไม่ลืมว่าที่นี่เคยเป็นตึกแถวในย่านหัวลำโพง ไม่ใช่ทำใหม่แล้วเอาความเป็นเมืองอย่างอื่นมาใส่ สุดท้ายรวมๆ เราเลยไม่อยากทำให้ที่นี่ดูแปลกแยก ความเป็นห้องแถวต้องเหลืออยู่ ชาวบ้านรอบๆ…

Letter 52 คาเฟ่กึ่งร้านหนังสือที่พลิกมุมมองของคอนกรีตให้เกิดบางสิ่งชวนน่าสังเกต บรรยากาศแห่งความสบายใจที่ทำให้เกิดจุดเริ่มต้นของบทสนทนา รวมถึงสร้างปฏิสัมพันธ์ต่อกันภายในร้านได้มากขึ้น เป็นโจทย์สำคัญที่ทำให้ Nana Johnny co studio ผู้รับหน้าที่ออกแบบร้านแห่งใหม่ของ Blaue Blume Cafe & Bookshop ภายใต้ชื่อ Letter 52 Coffee & Book Shop เลือกที่จะปรับเปลี่ยนพื้นที่ของคาเฟ่กึ่งร้านหนังสือแห่งนี้ ด้วยการจัดวางพื้นที่นั่งที่ทำให้ผู้คนที่เข้ามารู้สึกไม่อึดอัด แต่มีปฏิสัมพันธ์ต่อกันมากขึ้น รวมถึงใส่ไอเดียที่สร้างมุมมองใหม่ให้กับวัสดุธรรมดา ๆ อย่างคอนกรีตและอิฐบล็อกมาตกแต่งร้านได้อย่างน่าสนใจ จดหมายระหว่าง ซิกมันด์ ฟรอยด์ กับวิลเฮล์ม ไฟลส์ ความหมายของชื่อร้าน Letter 52 นั้น มีที่มาจาก หนึ่งในจดหมายตอบโต้กันระหว่าง ซิกมันด์ ฟรอยด์ กับวิลเฮล์ม ไฟลส์ โดยเป็นครั้งแรกที่มีการยกขึ้นมาถึงว่า ‘ตัวตนของเรานั้นอาจจะไม่ใช่ subject (s) ที่สมบูรณ์ เนื่องจากเราไม่มีอำนาจเหนือความทรงจำ และการนิยามตัวเราเองที่ชัดเจน’ โดยก่อนหน้าจะมาเป็น Letter 52 เดิมทีทางเจ้าของร้านเคยเปิดร้านคาเฟ่กึ่งหนังสือมาก่อน…

Jim Thompson Art Center พื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์ที่ใคร ๆ ก็มาสัมผัสวิถีไทยภายในอาคารโมเดิร์นได้ ลัดเลาะเข้าซอยมาไม่ไกลจากสถานี BTS สนามกีฬาแห่งชาติ เราพบ Jim Thompson Art Center เป็นจุดหมายปลายทาง ที่มีอาคารโมเดิร์นผสมอิฐโทนส้มสดใสโผล่มาทักทายอย่างเห็นเด่นชัด และด้วยฟังก์ชันของการเป็นอาคารมิกซ์ยูสสาธารณะที่เปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่รักในศิลปะเข้ามาเยี่ยมเยือน พื้นที่แห่งนี้จึงดูเชื้อเชิญให้คนเมืองเข้ามานั่งเสพย์ศิลป์ พักผ่อนหย่อนใจ หรือมานั่งทำงานจิบกาแฟในวันสบายๆ ซึ่งไม่บ่อยนักที่เราจะเห็นพื้นที่สาธารณะลักษณะนี้ในกรุงเทพฯ ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ยังตั้งอยู่ใจกลางย่านสำคัญ อย่างสี่แยกแยกปทุมวัน และ MBK สยามสแควร์ โดยได้ทีมสถาปนิกคนสนิทจาก Design-qua มารับหน้าที่ดูแลโปรเจกต์ Tropical Architecture บรรยากาศของบ้านเรือนไทยสมัยเก่า เชื่อว่าพูดถึง Jim Thompson ทุกคนคงต่างคุ้นหูกับพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรักษาของเก่าที่มีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นถ้วยชาม หรือผ้าไทย ซึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลก็เป็นที่ตั้งของ Jim Thompson House Museum กลุ่มบ้านไทยโบราณที่แทรกตัวอยู่ในพื้นที่ร่มรื่นสีเขียวใจกลางกรุง เมื่อต้องมาออกแบบ Jim Thompson Art Center สถานที่ใหม่ ทีมสถาปนิกจึงไม่ลังเลที่จะเก็บรักษาความสัมพันธ์ระหว่างอาคารใหม่ที่กำลังจะสร้าง และอาคารบ้านเรือนไทยเก่าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง “บ้านมีความสวยงามแบบโบราณ…

หลักการออกแบบแปลนห้อง ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน การออกแบบภายในที่อยู่อาศัยนั้นส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างมาก เพราะมนุษย์รับรู้ความรู้สึกผ่านประสาทสัมผัสต่างๆ การนำองค์ประกอบ เช่น เส้น แสง สี สไตล์ มาใช้ในการตกแต่ง ล้วนแล้วแต่ส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยทั้งสิ้น ดังนั้น การออกแบบแปลนห้องที่ดีและเหมาะกับผู้อยู่อาศัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้เราจึงได้ทำการรวบรวมไอเดียการออกแบบแปลนห้อง ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้ใช้งาน มาฝากท่านผู้อ่านทุกท่าน ติดตามในบทความนี้ได้เลยครับ การวางแปลนห้องรับแขก ห้องรับแขก จัดเป็นห้องที่อยู่ในหมวดหมู่โซนสาธารณะ โดยส่วนมากบ้านที่มีพื้นที่ขนาดเล็ก-กลาง มักจะทำห้องนั่งเล่นติดกับประตูเข้าออก ซึ่งเมื่อมีการเปิดประตูเข้าออกก็จะต้องเดินผ่านห้องรับแขก ดังนั้น จึงมีโอกาสที่ผู้ใช้งานมักจะเดินผ่านทางนี้บ่อยๆ การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ จึงควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นทางเดินเชื่อมระหว่างประตูเข้าออก เพื่อให้บริเวณทางเดินมีพื้นที่ในการเดินเข้าออกที่สะดวกและไม่รบกวนผู้อยู่อาศัยที่กำลังใช้งานในโซนนั่งดูโทรทัศน์ การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ ควรหลีกเลี่ยงโซนทางเดิน จัดวางเฟอร์นิเจอร์ในรูปแบบตัว L หรือ U เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานโซนนี้ได้อย่างสะดวก และเพิ่มการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน วางโต๊ะกลางห่างจากโซฟาอย่างน้อย 40 เซนติเมตร ให้เดินผ่านได้สะดวก ผนังด้านที่วางทีวีและผนังฝั่งตรงข้ามควรเป็นผนังทึบเพื่อไม่ให้มีแสงแยงตาและแสงสะท้อน สำหรับผู้อยู่อาศัยจำนวน 2- 4 คน ควรมีพื้นที่ห้องนั่งเล่นอย่างน้อย 9-16 ตรม. จะสามารถใช้งานพื้นที่ได้สะดวกสบาย ขนาดความห่างของการจัดวางโทรทัศน์ให้พอดีกับสรีระ ขนาดหน้าจอ 26 นิ้ว ระยะห่างทีวี ที่เหมาะสมคือ…

Tamni Hostel ต่อชีวิตห้องแถวเก่า กับความเชื่อในความงามที่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ ของเก่าที่มี ‘ตำหนิ’ แม้คำนี้จะดูมีความหมายด้านลบ แต่หากมองให้ลึกลงไป เราเห็นเสน่ห์ของสิ่งเก่าที่แฝงเรื่องราวเอาไว้ได้อย่างแยบยล และบางครั้ง ‘ตำหนิ’ ก็เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนถึงความทรงจำ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ อาคาร หรือวัตถุให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความหมาย นอกจากนั้น ‘ตำหนิ’ ยังเป็นคำที่ ธัญ สิงหเสนี เลือกมาใช้ตั้งชื่อ Tamni Hostel เพราะเชื่อในความสวยงามที่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ วันนี้เราได้โอกาสแวะเวียนมาย่านหัวลำโพง จึงชวนทั้งคุณธัญ (เจ้าของ) และ ทอม-พหลไชย เปรมใจ สถาปนิกจาก PO-D Architects มาพูดคุยถึงบทบาทการต่อชีวิตห้องแถวเก่าที่ทรุดโทรมให้กลับมามีตัวตนโดยไม่ละเลยบริบทที่มีอยู่เดิม ความหมายและคุณค่าของสิ่งเก่า “คุณค่าของซอยเดิม บริบทเดิม แน่นอนว่ามันมีอยู่แล้ว และเราก็ไม่ได้ตั้งใจทำมาเพื่อขายไป เราตั้งใจจะอยู่ยาว ซึ่งของเก่าที่เราเห็นมันค่อนข้างโทรมมาก คนที่อยู่เก่าเขาซอยห้องด้วยโครงสร้างไม้อัด ห้องนึงขนาดแค่ 6 ตารางเมตรเอง ความตั้งใจแรก เราเลยอยากให้อาคารมันกลับมามีสภาพที่ทำให้ซอยนี้มีชีวิตกลับมาอีกครั้งในทางที่ดีขึ้น” คุณทอมเล่า “ธัญเอง เขาก็อยากให้มันเปลี่ยนไปโดยไม่ลืมว่าที่นี่เคยเป็นตึกแถวในย่านหัวลำโพง ไม่ใช่ทำใหม่แล้วเอาความเป็นเมืองอย่างอื่นมาใส่ สุดท้ายรวมๆ เราเลยไม่อยากทำให้ที่นี่ดูแปลกแยก ความเป็นห้องแถวต้องเหลืออยู่ ชาวบ้านรอบๆ…

i c e . su house บ้านสะท้อนตัวตนที่เรียบง่ายเป็นพิเศษของไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์ ในเวลานี้คงไม่มีใครไม่รู้จักกับ ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์ ที่มีผลงานการแสดงในภาพยนต์เรื่อง One for the Road ซึ่งจะเห็นได้ว่าเขาเป็นคนเอาจริงเอาจังกับการแสดงในบทบาทของตัวละครในเรื่อง และพยายามถ่ายทอดคาแร็กเตอร์ออกมาให้เรามีอารมณ์ร่วมไปด้วยตลอดทั้งเรื่อง แต่ในครั้งนี้เขาพยายามถ่ายทอดตัวตนที่แท้จริงลงมาสู่บ้านของเขาเอง ซึ่งไอซ์ซึได้ติดตามผลงานของ Junsekino Architect and Design มาโดยตลอด ก่อนที่จะให้สถาปนิกมากฝีมือผู้นี้มาช่วยทำให้ตัวตน พฤติกรรม และการอยู่อาศัยของเขาได้สื่อสารออกมาผ่านความเรียบง่าย ผสมผสานไปกับรายละเอียดและความเนี้ยบที่เหมือนกับอุปนิสัยของเขา จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่บ้านหลังนี้จะมีชื่อว่า i c e . su house ความเรียบง่ายนำไปสู่ความไม่ธรรมดา จากโจทย์ของคุณไอซ์ซึ ที่ต้องการให้บ้านพักอาศัยหลังนี้เรียบง่ายเกิดความเป็นส่วนตัว สามารถทำงาน พักผ่อน และที่สำคัญต้องมีพื้นที่ให้กับแมว ซึ่งเป็นอีกส่วนสำคัญของไอซ์ซึ โดยพื้นที่ของบ้านหลังนี้ มีขนาดพื้นที่กว่า 70 ตารางวา ทางสถาปนิก จูน- เซกิโน่ จึงออกแบบบ้านให้ดูง่ายที่สุดเพื่อให้ตอบโจทย์ต่อความต้องการให้มากที่สุด “ช่วงแรกที่ไอซ์ซึเข้ามาพูดคุย เขาต้องการให้เราออกแบบบ้าน 300 กว่าตารางเมตร…

ดุริยางคศิลป์ที่ผันตัวเองมาเป็นอินทีเรียดีไซน์เนอร์ พูม-พัฒนภูมิ แห่ง P1 Concept Interior การศึกษาเพื่อเป็นสถาปนิก หรือ มัณฑนากรเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยการเรียนรู้ในสถาบันต่างๆ และออกมาสู่การทำงานจริง เพื่อค้นหาประสบการณ์ต่อไป แต่ทว่าก็อาจจะไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะถ้าเราเคยได้ยินเรื่องราวของ ทาดาโอ อันโด ที่กว่าจะเป็นสถาปนิกมีชื่อเสียงในระดับโลกในทุกวันนี้เขาเองก็ไม่เคยผ่านการศึกษาในรั้วสถาบันไหนมาก่อน แต่เขากลับใช้เวลาศึกษาด้วยตนเองและฝึกฝนอย่างหนัก เช่นเดียวกับ พูม-พัฒนภูมิ จาก P1 Concept Interior ที่เขาได้จบการศึกษาจาก ดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่เพราะด้วยความชื่นชอบและหลงใหลในการออกแบบทำให้เขาใช้เวลาในการศึกษาด้วยตัวเองอย่างหนัก จนในทุกวันนี้เขาได้ผันตัวเองมาเป็นนักออกแบบตกแต่งภายในฝีมือดีที่มีอัตลักษณ์เฉพาะตัวอีกคนหนึ่ง ประตูบานแรกสู่การเป็นดีไซน์เนอร์ ถึงแม้ว่าพูมจะเรียนจบมาทางด้านดุริยางคศิลป์ก็ตาม แต่ด้วยความชื่นชอบทำงานทางด้านทัศนศิลป์มาตลอด ประกอบกับความหลงใหลทำให้เขาได้มีโอกาสในการทำงานออกแบบชิ้นแรกขณะกำลังศึกษาในช่วงอุดมศึกษา ซึ่งเป็นประตูบานสำคัญที่ทำให้เขาเดินเข้าสู่อาชีพอินทีเรียดีไซน์เนอร์ “จุดเริ่มต้นในสมัยปี 3 ขณะที่เรียนอยู่ที่ดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เราชอบถ่ายรูป และวาดรูปไปด้วย อยู่มาวันหนึ่งก็มีลูกค้ามาบอกเราให้ช่วยออกแบบร้านกิ๊ฟช็อปที่อยู่ในตลาดน้ำสี่ภาคพัทยาให้หน่อย ตอนนั้นเราก็คิดว่าจะรับงานนี้มาและให้เพื่อนที่รู้จักในศิลปากรเอาไปทำต่อ แต่ประกอบกับว่าตอนนั้นเพื่อนไม่มีเวลาว่าง เพื่อนก็เลยแนะนำให้เราทำเองโดยให้เราลองฝึกโปรแกรม Sketchup จากนั้นเราก็ฝึกทำพร้อมออกแบบไปด้วย แต่ด้วยตอนนั้นโจทย์เป็นร้านขนาดเล็กจึงทำให้เราผ่านมาได้ ขณะเดียวกันเราก็คิดว่าถ้าเราทำโปรแกรม สามมิติได้ก็น่าจะเป็นประโยชน์ในการนำเสนองาน เกี่ยวกับการจัดคอนเสิร์ต ที่เราเรียนอยู่ด้วย เราจึงเริ่มฝึก Sketchup มาเรื่อยๆ พอเรียนจบเราก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้อยากทำอาชีพนักดนตรี ก็หันไปเป็นช่างถ่ายภาพแทน…

บ้านลูกปลา เรื่องราวเก่าในบ้านใหม่ ที่ยังอบอุ่นได้อย่างคุ้นเคย ภูเขา-บ้าน-ทะเล “บ้านลูกปลา” คือชื่อเล่นที่คุณนิค สถาปนิกในนามของบริษัท Araya Kubota architect และลูกชายของครอบครัวใช้เรียกชื่อบ้านพักตากอากาศหัวหินบริเวณเขาตะเกียบ ที่เมื่อเวลาผ่านไปบ้านเริ่มเก่าทรุดโทรม จึงคิดอยากที่จะปรับปรุงบ้านให้บ้านดูใหม่ทันสมัยมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงบรรยากาศแบบเดิมเอาไว้ เมื่อได้รับโจทย์ในการออกแบบมาแล้ว สถาปนิกก็เริ่มต้นวิเคราะห์จากลักษณะเด่นของตัวบ้านเดิม ทำเลที่ตั้งบ้านพักตากอากาศที่ทางทิศตะวันออกจะหันหน้าออกทะเล ทิศตะวันตกหันหน้าออกภูเขารับทิวทัศน์ทั้งสองด้าน ที่ตั้งตรงนี้ยังมีลมพัดผ่านตลอดเวลา ตัวบ้านเดิมจึงถูกออกแบบในลักษณะบ้านไทยพื้นถิ่น ที่มีบริเวณใต้ถุนสำหรับทำกิจกรรมพร้อมกับรับลมทะเลได้ ในขณะที่ชั้น 2 ออกแบบเป็นส่วน Private มากขึ้น มีห้องนั่งเล่น ห้องนอน ระเบียงทั้งสองฝั่งที่สามารถชมวิวทั้งทะเลและภูเขาได้ ซึ่งผู้ที่เข้ามาใช้งานถึงแม้ว่าจะอยู่ภายในอาคารก็สามารถรู้สึกเชื่อมต่อกับธรรมชาติรอบ ๆ ได้ ทำให้รู้สึกว่าได้มาพักผ่อนจริงๆ ออกแบบเพื่อส่งเสริม ปรับปรุงเพื่อรักษา สถาปนิกตัดสินใจที่จะคงรูปทรงของบ้านรวมถึงโครงสร้างที่ยังดีอยู่เพื่อที่จะคงบรรยากาศแบบนี้ไว้ โดยตีความใหม่ในการจัดสรรพื้นที่ภายในใหม่และการเปลี่ยนวัสดุบางส่วนให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น ในแนวทางเดียวกับวัสดุเดิมที่มีอยู่ โดยเริ่มจากใต้ถุนชั้น1 ซึ่งเป็นพื้นที่กึ่งภายนอก มีการทุบห้องบางส่วนออกเพื่อเปิดวิวทะเล ติดประตูบานเฟี้ยมรอบด้าน กลายเป็นห้องที่สามารถเปิดรับลมทะเลในวันที่อากาศดี หรือจะเปลี่ยนมาใช้เครื่องปรับอากาศตอนที่รู้สึกอบอ้าว รวมถึงมีการวางเคาเตอร์บาร์ เพิ่มห้องน้ำภายในตัวบ้าน จากแต่ก่อนในบริเวณชั้น 1 ต้องเดินออกไปใช้ภายนอกบ้าน ทำให้จากใต้ถุนบ้านเปลี่ยนเป็นห้องนั่งเล่นที่สะดวกสบายตอบโจทย์กับวิถีชีวิตยุคใหม่ ส่วนชั้น 2 มีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย โดยที่ระเบียงฝั่งทะเลจากเดิมเป็นหลังคากันสาดโครงสร้างไม้และกระเบื้องซีเมนต์ทำให้ดูทึบอึดอัด จึงเปลี่ยนเป็นหลังคาโครงสร้างเหล็กกรุแผ่นโพลีคาร์บอเนตใสห้อยด้วยผ้าโปร่งสีขาว…

House C+I ความผ่อนคลายภายในบ้านใจกลางสวนต้นไม้ ข้อจำกัดการทำบ้านบนที่ดินหน้าแคบตอนลึกยาว ทำให้เกิดโจทย์คำถามที่ว่า คุณจะออกแบบอย่างไรเพื่อไม่ให้เป็นตึกแถวทึบต้นที่ขาดชีวิตชีวา ซึ่งบ้าน House C+I หลังนี้เป็นตัวอย่างการออกแบบที่ตอบคำถามนั้นได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการสร้างที่ว่างเพื่อสอดแทรกพื้นที่สีเขียวลงไปให้เจ้าของบ้านได้ใกล้ชิดกับสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ รวมทั้งรูปทรงอาคารเรียบง่ายสีขาวสะอาดตา ดูคล้ายแผ่นผ้าใบที่รอให้ธรรมชาติโดยรอบมาแต่งแต้มสีสัน ทลายข้อจำกัดการทำบ้านหน้าแคบตอนลึก ที่ทั้งนักออกแบบและเจ้าของบ้านต่างก็ภูมิใจไม่แพ้กัน สร้างสวนเป็นส่วนตัว โจทย์จากเจ้าของบ้านสองคนที่ต้องการบ้านขนาดกะทัดรัด เป็นส่วนตัวในสไตล์มินิมอลเรียบง่าย เน้นสีขาวสว่างด้วยแสงแดดธรรมชาติ บนที่ตั้งโครงการหน้ากว้าง 10 เมตร ยาว 34 เมตร ทำให้ได้ฟอร์มของบ้านที่มีลักษณะแคบยาว คล้ายตึกแถวที่ถูกรายล้อมไปด้วยต้นไม้จำนวนมาก ด้วยความชอบของเจ้าของบ้านที่อยากมองเห็นต้นไม้ใบเขียวได้ตลอดเวลา เพื่อตอบโจทย์การออกแบบบ้านที่อยู่แล้วจะรู้สึกผ่อนคลายใจกลางธรรมชาติ หน้าบ้านฝั่งที่ติดถนนเป็นทิศตะวันตก นักออกแบบวางที่จอดรถไว้หน้าบ้าน เพื่อถอยส่วนพักอาศัยไปทางทิศเหนือหลบเลี่ยงจากความร้อนของแสงแดด และเพื่อสร้างระยะความเป็นส่วนตัวให้เพิ่มขึ้นด้วย ส่วนทางทิศตะวันตกวางส่วนบันได ห้องน้ำไว้เพื่อให้บังแดดและความร้อน ปกป้องไม่ให้ส่วนนั่งเล่น ห้องนอนต้องรับแดดโดยตรง ทำให้พื้นที่ที่ถูกใช้งานบ่อยๆ ของบ้านไม่รู้สึกร้อนในทุกช่วงเวลาของวัน ความผ่อนคลายใจกลางสวนต้นไม้ เพราะเจ้าของเป็นคนชอบต้นไม้มาก อยากตื่นนอนมาเห็นต้นไม้ในทุกๆ วัน ชื่นชอบความรู้สึกผ่อนคลายที่ได้อยู่กับธรรมชาติ สามารถเปิดบ้านรับลมในวันที่อากาศดีได้ได้ทั่วถึงทุกพื้นที่ได้อย่างสบายๆ แทบไม่ต้องเปิดแอร์ ทีมออกแบบจึงตั้งใจให้สวนต้นไม้และคอร์ทต้นไม้แทรกเข้าไปในแต่ละส่วนของตัวบ้าน สร้างช่องเปิดบานเลื่อนกระจกในแต่ละส่วนของพื้นที่ เพื่อเปิดมุมมองรับวิวสวนสีเขียวภายนอก ทำให้ตัวบ้านที่มีขนาดเล็กไม่รู้สึกอึดอัดเพราะแต่ละพื้นที่ไม่ได้มีความเป็นผนังทึบทุกด้าน แปลนบ้าน ความรู้สึกผ่อนคลายในแต่ละส่วน คือหัวใจหลักในการออกแบบ ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ…