OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM
info@sitename.com | 987654321
การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์


The Salient a quaint pattern house that blends in with the sense and lifestyle of the community. ‘Would it be feasible if a contemporary Thai house did not have to have a gabled roof?’ This is the beginning point for The Salient, which was formed out of the owners’ desire for a new home that…

Ombú จากโรงไฟฟ้าพลังก๊าซเก่าสู่ออฟฟิศบริษัทพลังงานรักษ์สิ่งแวดล้อม จากโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซเก่าแก่รีโนเวทสู่ออฟฟิศบริษัทพลังงานยุคใหม่ การพลิกโฉมครั้งนี้เป็นการอนุรักษ์อาคารดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ผสมผสานกับการสร้างสถาปัตยกรรมใหม่แทรกเสริมเข้าไปได้อย่างกลมกลืน นอกจากนั้นการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างใหม่ยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตลอดจนใส่ใจวิถียั่งยืนในหลากหลายมิติอย่างเป็นจริงเป็นจังจนทำให้โครงการนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมจากหลายองค์กร รวมถึงกลายเป็นกรณีศึกษาตัวอย่างอันสำคัญขององค์การ World Green Building Council ที่ถูกนำเสนอในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 26 (COP26) ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ เลยทีเดียว โปรเจกต์ที่ว่านี้ก็คือ Ombú อาคารที่ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมเก่าของกรุงมาดริด ประเทศสเปน เดิมทีอาคารหลังนี้ก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1950 โดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงในยุคอดีตอย่าง Luis de Landecho เพื่อให้เป็นโรงงานไฟฟ้าพลังก๊าซที่ผลิตพลังงานป้อนพื้นที่แถบนี้ แล้วก็ยังเคยถูกเปลี่ยนไปเป็นโรงงานผลิตอาวุธสงครามและโกดังถ่านหินมาแล้วด้วย ก่อนที่ภายหลังจะถูกทิ้งร้างให้เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา จนกระทั่งในปี ค.ศ.2017 บริษัทพลังงานใหญ่ของสเปนอย่าง ACCIONA ได้ตัดสินใจเข้ามาซื้ออาคารหลังนี้ไว้เพื่อต้องการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าไว้ไมให้ถูกทำลายไปเหมือนหลายอาคารที่ผ่านมา และเพื่อให้การอนุรักษ์เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด ทาง ACCIONA จึงตัดสินใจบูรณะอาคารหลังนี้ให้กลับมามีชีวิตใหม่เพื่อสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง Ombú โฉมใหม่ถูกรีโนเวทโดยหนึ่งในบริษัทสถาปนิกชั้นนำที่มีชื่อเสียงลำดับต้นๆ ของโลกอย่าง Foster + Partners โดยมีโจทย์หลักในการคงโครงสร้างอาคารดั้งเดิมไว้และต้องรีโนเวทโปรเจกต์ให้สอดรับกับแนวความคิดสถาปัตยกรรมแบบยั่งยืน (Sustainable Architecture) รวมถึงคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังด้วย ข้อจำกัดสุดหินครั้งนี้ทำให้ทาง Foster + Partners ต้องทำงานอย่างหนัก ออกแบบโครงการโดยใส่ใจรายละเอียดทุกมิติ แล้วก็ต้องคิดถึงอนาคตระยะยาวด้วย…

5 ความน่าสนใจของบ้านเดี่ยว MODEN กับการออกแบบที่ทำให้บ้านเป็นมากกว่าบ้าน House is where your passion live… สำหรับบางครอบครัว บ้าน ไม่ใช่เพียงพื้นที่พักอาศัย แต่กลายเป็นพื้นที่ทำงาน พื้นที่สร้างธุรกิจ พื้นที่แห่งความหลงใหลในงานอดิเรกตลอดจนเป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อน โดยเฉพาะกลุ่มคนยุคใหม่เพิ่งเริ่มต้นสร้างครอบครัวที่เต็มไปด้วยแพชชันในเรื่องต่าง ๆ ของชีวิต บ้านจึงกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ใช้เวลาเกือบ 24 ชั่วโมง ซึ่งจะดีแค่ไหน หากบ้านโครงการในยุคปัจจุบันสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปเหล่านี้ได้มากขึ้น AP เปิดตัวบ้านเดี่ยวแบรนด์ใหม่ MODEN ที่ตอบโจทย์ครอบครัวขนาดเริ่มต้น บนทำเลศักยภาพ ที่ออกแบบสเปซการใช้งานกว้างขวาง ปรับเปลี่ยนได้หลากหลายรองรับการอยู่อาศัยที่ติดบ้านมากขึ้น เพื่อขยายขอบเขตนิยามของบ้านให้เป็นมากกว่าเพียงที่พักอาศัย 1. บ้าน ที่ทุกพื้นที่สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป อย่างที่เรารู้กันว่าโรคระบาด Covid-19 เปลี่ยนไลฟ์สไตล์การทำงานและการอยู่อาศัย หลายคน WFH เป็นกิจวัตรและหลายคนก็ริเริ่มธุรกิจของตัวเองจากที่บ้าน บ้านจึงกลายเป็นสถานที่ที่บ่งบอกความเป็นตัวเราทั้งชั่วโมงทำงาน การพักผ่อน หรืองานอดิเรก MODEN จึงมีการออกแบบเพื่อเน้นสเปซที่ Flexibility หรือสามารถยืดหยุ่นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดังกล่าว ด้วยแนวคิดการออกแบบพื้นที่ระบบกริดแบบ ‘Zero-wasted space’ เพื่อลดซอกมุมเล็ก ๆ ที่ไม่จำเป็น…

Taryn Tara Café & Stay A modern look building on a steep cliff that respects nature and its original context. On the way up the hill heading to Mae Kampong Village, Chiang Mai Province, along the road flanking the Mae Lai River, there is a new destination known as Taryn Tara Café & Stay, a…

Taryn Tara Café & Stay อาคารลุคโมเดิร์นบนหน้าผาชันที่นอบน้อมกับธรรมชาติและบริบทเดิม ระหว่างทางขึ้นเขามุ่งหน้าสู่หมู่บ้านแม่กำปอง จ.เชียงใหม่ ริมทางขนาบแม่น้ำแม่ลาย ที่นี่มีหมุดหมายใหม่ที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ Taryn Tara Café & Stay บ้านพักตากอากาศและโฮมคาเฟ่ในลุคหน้าตาสุดโมเดิร์นแบบอาคารสมัยใหม่แทรกตัวไปกับป่าไม้ โขดหิน ลำธารและธรรมชาติ ด้วยโจทย์ของการออกแบบซึ่งสถาปนิกจาก S.O.S Architects ตั้งใจว่า “จะเป็นไปได้ไหมถ้าอาคารโมเดิร์นที่ดูผิดแผกไปจากสถานที่ใกล้เคียง จะสามารถเคารพ และนอบน้อมกับพื้นที่นั้นให้มากที่สุด” บ้านพักอาศัย + Airbnb + Home Café ก่อนจะมาลงตัวเป็นบ้านพักและคาเฟ่ โจทย์แรกเริ่มต้นจากการเป็นเพียงบ้านพักตากอากาศขนาดเล็ก ๆ ที่คุณพ่อและคุณแม่เจ้าของตั้งใจย้ายมาพักหลังจากเกษียณ แต่พอทำแบบอาคารเสนอไปได้ประมาณหนึ่ง ลูกสาวทั้งสองก็มองว่าน่าจะเสริมส่วนของโฮมคาเฟ่เข้าไป เผื่อเป็นหมุดหมายให้นักท่องเที่ยวแม่กำปองได้แวะพักผ่อนดื่มกาแฟระหว่างทาง แต่หลังจากคุยแบบต่อไปได้ไม่นาน จากบ้าน 1 ห้องนอนก็ขยับขยายกลายเป็น 3-4 ห้องนอนเพราะมีการคิดเผื่อกิจกรรมรวมญาติหรือครอบครัวใหญ่ในบางครั้ง ซึ่งในบางโอกาสที่ไม่มีคนมาใช้งาน บ้านและห้องพักก็สามารถปล่อยเช่าเป็น Airbnb ได้ในตัว “ความน่าสนใจของที่นี่คือพื้นที่ตั้งโครงการ ที่เราว่าไม่ให้หาทำได้ง่าย ๆ ตอนเริ่ม เราเลยต้องลงมาดูสถานที่ วิเคราะห์ไซท์เยอะมาก มาคอยถ่ายภาพเอาไปสเก็ตช์…

Mossy Point House บ้านกลางป่าที่ใช้ธรรมชาติของวัสดุ สร้างความกลมกลืมไปกับบริบท เมื่อต้องเราสร้างบ้านท่ามกลาง สภาพแวดล้อมที่มีอยู่เดิม เรามีความจำเป็นต้องทำให้สถาปัตยกรรมเข้ากับบริบท ทั้งในแง่มุมมอง และ ฟังก์ชันการใช้งาน Edition Office บริษัทอกแบบจึงเลือกใช้วัสดุที่เป็นธรรมชาติมาใช้ในงานออกแบบ เพราะให้ Mossy Point House ดูกลมกลืนไปกับ ต้นไม้ Spotted Gum ที่ขึ้นอยู่รอบด้าน วัสดุที่จริงใจ และ เป็นธรรมติต่อบริบท หากมองไปรอบ ๆ บ้าน จะเห็นต้น Spotted Gum สูงตระหง่าน ที่ตัวเปลือกไม้เป็นสีเงินอยู่เต็มไปหมด ซึ่งเป็นภูมิทัศน์ที่สวยงามน่ามอง และ เป็นเอกลักษณ์ของระแวงนี้ที่อยู่ติดริมแม่น้ำ สถาปนิกจึงใช้วัสดุที่มีสีใกล้เคียงกับธรรมชาติรอบข้าง มาใช้เป็นวัสดุหลักในบ้านหลังนี้ คือ ซีเมนต์ฉาบเรียบ หลังคาลอนสีเงิน และ ไม้สีธรรมชาติ ผู้ออกแบบตั้งใจนำเสนอพื้นผิวของวัสดุอย่างที่ควรจะเป็น โดยไม่ไปแต่งเติมอะไรเข้าไป เพื่อให้วัสดุได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ มาที่หลัง ต้องไม่แตกต่าง ส่วนใหญ่บ้านของคนที่นี่เป็นอาคารชั้นเดียว สถาปนิกอยากให้บ้าน Mossy Point House ดูกลมกลืนไปกับอาคารใกล้เคียง…

พื้นที่ที่ไร้จุดสิ้นสุดคืออะไร? ทำความรู้จักพื้นที่ไร้จุดสิ้นสุดในเชิงสถาปัตยกรรม หากว่ากันตามหลักการออกแบบ Elements of Design สิ่งที่สามารถรับรู้โดยทั่วไปในเชิงมิติพื้นที่ จะประกอบด้วยองค์ประกอบขั้นพื้นฐานไปถึงองค์ประกอบที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่ จุด (Point) เส้น (Line) ระนาบ (Plane) และปริมาตร (Volume) แต่ในบางบริบทองค์ประกอบเหล่านั้นอาจเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้และไม่ได้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง แต่เป็นเพียงการรับรู้ หรือความนึกคิดในจินตนาการของศิลปินและนักออกแบบที่เรียกว่า “องค์ประกอบในความนึกคิด” (Conceptual Elements) ที่ประกอบขึ้นจากจุดและเส้น จนเกิดเป็นระนาบของพื้นที่ กว้าง คูณ ยาว ในลักษณะสองมิติ และถูกห่อหุ้มด้วยระนาบอีกทีจนเกิดเป็นความลึก ซึ่งส่งผลให้เกิดการรับรู้แบบสามมิติ ในรูปแบบของปริมาตร หรือที่ว่าง (space) ในจินตนาการได้ โดยหากพิจารณาในเชิงสถาปัตยกรรม รวมถึงศิลปะแขนงอื่นๆ แนวคิดดังกล่าวมักถูกนำมาใช้ในการสร้างจินตภาพ ที่ต้องการสื่อถึงถึงระนาบและปริมาตรในจินตนาการ ที่มีความหนาแน่น, แบบแผน (pattern), องค์ประกอบซ้ำ (repetitive), ที่มีการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอไร้จุดสิ้นสุด ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในแนวคิดหรือทฤษฎีทางสถาปัตยกรรม, ผลงานศิลปะแบบ conceptual art, หรือฉากในภาพยนต์เรื่องสำคัญ โดยทั้งหมดจะเป็นการสร้างการรับรู้ด้วยองค์ประกอบจากจินตนาการผ่านสื่อชนิดต่างๆ ในเชิงทัศนศิลป์ ไม่ว่าจะเป็น ภาพร่างแนวคิด ภาพประกอบ…

TOA Color Trends 2023 “Living Forward” ก้าวสู่อนาคตผ่านเฉดสีใหม่ ยกระดับที่อยู่อาศัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม เป็นประจำทุกช่วงปลายปีที่เราจะมีนัดกับสถาปนิก และดีไซน์เนอร์ เพื่ออัพเดทเทรนด์ใหม่ ๆ สำหรับการออกแบบในปีถัดไปกันอยู่เสมอ และเทรนด์แรกที่เราจะไปดูกัน ก็คือเรื่องของสีสันในการออกแบบสถาปัตยกรรม ที่ทาง TOA ได้รวบรวมแนวโน้มด้านงานออกแบบ และกลั่นกรองจนออกมาเป็น TOA Color Trends 2023 ภายใต้ชื่อธีมว่า “Living Forward” ก้าวสู่อนาคตผ่านเฉดสีใหม่ ยกระดับที่อยู่อาศัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในช่วงปีที่ผ่านมานี้ มีสถานการณ์เกิดขึ้นอย่างมากมายทั้ง โรคระบาด ภัยธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัญหาเงินเฟ้อ ปัญหาพลังงาน หรือความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งส่งผลให้มุมมอง และการใช้ชีวิตต้องเริ่มปรับเปลี่ยนเพื่อหาความสมดุลทั้งกายและใจ นำไปสู่ความหวังใหม่ของชีวิต พร้อมเดินหน้าไปสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้น จากสถานการณ์ข้างต้นนี้ผู้เชี่ยวชาญจาก TOA จึงได้ออกสำรวจ และวิเคราะห์แนวโน้มการใช้สีสันในงานออกแบบสถาปัตยกรรมของสถาปนิก และนักออกแบบชั้นแนวหน้าของไทยจาก 5 สำนัก จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจ และนำไปสู่การให้กำเนิด 4 กลุ่มสี ที่ต้องการถ่ายทอดการเติมเต็มความสุขปัจจุบัน และร่วมสร้างสรรค์อนาคตที่ดีขึ้นไปพร้อมกัน Color Summarize 4…

Ombú จากโรงไฟฟ้าพลังก๊าซเก่าสู่ออฟฟิศบริษัทพลังงานรักษ์สิ่งแวดล้อม จากโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซเก่าแก่รีโนเวทสู่ออฟฟิศบริษัทพลังงานยุคใหม่ การพลิกโฉมครั้งนี้เป็นการอนุรักษ์อาคารดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ผสมผสานกับการสร้างสถาปัตยกรรมใหม่แทรกเสริมเข้าไปได้อย่างกลมกลืน นอกจากนั้นการออกแบบและก่อสร้างโครงสร้างใหม่ยังคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตลอดจนใส่ใจวิถียั่งยืนในหลากหลายมิติอย่างเป็นจริงเป็นจังจนทำให้โครงการนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมจากหลายองค์กร รวมถึงกลายเป็นกรณีศึกษาตัวอย่างอันสำคัญขององค์การ World Green Building Council ที่ถูกนำเสนอในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 26 (COP26) ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ เลยทีเดียว โปรเจกต์ที่ว่านี้ก็คือ Ombú อาคารที่ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมเก่าของกรุงมาดริด ประเทศสเปน เดิมทีอาคารหลังนี้ก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1950 โดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงในยุคอดีตอย่าง Luis de Landecho เพื่อให้เป็นโรงงานไฟฟ้าพลังก๊าซที่ผลิตพลังงานป้อนพื้นที่แถบนี้ แล้วก็ยังเคยถูกเปลี่ยนไปเป็นโรงงานผลิตอาวุธสงครามและโกดังถ่านหินมาแล้วด้วย ก่อนที่ภายหลังจะถูกทิ้งร้างให้เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา จนกระทั่งในปี ค.ศ.2017 บริษัทพลังงานใหญ่ของสเปนอย่าง ACCIONA ได้ตัดสินใจเข้ามาซื้ออาคารหลังนี้ไว้เพื่อต้องการอนุรักษ์ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าไว้ไมให้ถูกทำลายไปเหมือนหลายอาคารที่ผ่านมา และเพื่อให้การอนุรักษ์เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด ทาง ACCIONA จึงตัดสินใจบูรณะอาคารหลังนี้ให้กลับมามีชีวิตใหม่เพื่อสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้อีกครั้ง Ombú โฉมใหม่ถูกรีโนเวทโดยหนึ่งในบริษัทสถาปนิกชั้นนำที่มีชื่อเสียงลำดับต้นๆ ของโลกอย่าง Foster + Partners โดยมีโจทย์หลักในการคงโครงสร้างอาคารดั้งเดิมไว้และต้องรีโนเวทโปรเจกต์ให้สอดรับกับแนวความคิดสถาปัตยกรรมแบบยั่งยืน (Sustainable Architecture) รวมถึงคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังด้วย ข้อจำกัดสุดหินครั้งนี้ทำให้ทาง Foster + Partners ต้องทำงานอย่างหนัก ออกแบบโครงการโดยใส่ใจรายละเอียดทุกมิติ แล้วก็ต้องคิดถึงอนาคตระยะยาวด้วย…

Chia Tai Farm จากเมล็ดพันธุ์เจียไต๋ งอกงามสู่ร้านอาหารฉบับ “Farm to Table” ร้าน Chia Tai Farm เป็น “Concept Farm Store” แรกที่บริษัท เจียไต๋ จำกัด ให้ แนวคิด “Farm to Table” เป็นโจทย์สำคัญในการออกแบบ ตัวอาคารตั้งอยู่ด้านหน้าของสำนักงานใหญ่ บริษัท เจียไต๋ จำกัด อาคารถูกออกแบบให้ล้อไปกับอาคารสำนักงานใหญ่โดยอ้างอิงรูปแบบความเป็นอาคารโมเดิร์น และมีสีโทนเข้ม แต่ทั้งนี้เพื่อให้อาคารมีความแตกต่างและตอบแนวคิดของร้านที่ต้องการให้ ร้าน Chia Tai Farm มีความทันสมัยและแตกต่าง ให้เป็น stand alone restaurant ที่อยู่ร่วมกับอาคารสำนักงานใหญ่แต่โดดเด่นเพียงพอสำหรับอาคารที่เป็นเสมือนหน้าบ้านของโครงการ การออกแบบสถาปัตยกรรมจึงใส่มิติความทับซ้อนของมวลอาคารและ “Seed Gallery” เส้นเฉียงสำคัญ ที่พาดผ่านพื้นที่ตั้งแต่ชั้นล่างจนถึงชั้นบนสุดของอาคาร พื้นที่ภายในอาคารถูกแบ่งสัดส่วนออกเป็น 4 ส่วน โดยทุกพื้นที่ว่างจะสร้างความเชื่อมโยงให้ลูกค้าและผู้ใช้อาคารเพื่อให้เข้าใจเจตนาของแนวคิด “Farm to Table”…