V Compound และ Venue Flow ติวานนท์-รังสิต บ้านสไตล์โมเดิร์นที่อยากให้ครอบครัวใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติและ Community ที่ดี

V Compound และ Venue Flow ติวานนท์-รังสิต
บ้านสไตล์โมเดิร์นที่อยากให้ครอบครัวใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติและ Community ที่ดี

นิยามคำว่า “บ้าน” เปลี่ยนไปอย่างมากในช่วงสองปีให้หลัง จากที่เคยเป็นที่พักผ่อน เป็นพื้นที่ที่ใช้ทำงานอดิเรก และอยู่กับครอบครัว “บ้าน” ขยายขอบเขตหน้าที่จนเรียกได้ว่าในวันนี้กลายเป็นทุกอย่างไปแล้ว ห้องรับแขกกลายเป็นออฟฟิศ ห้องนอนกลายเป็นห้องประชุม ห้องอาหารกลายเป็นห้องเรียน ขณะที่สวนหย่อมหน้าบ้านกลายเป็นร้านอาหารเอ้าท์ดอร์ในคืนวันศุกร์

เมื่อบ้านไม่ได้เป็นเพียงบ้าน การเลือกซื้อบ้านสักหลังจึงไม่ได้คำนึงถึงแค่พื้นที่ใช้สอยและการออกแบบภายใน แต่มองรวมไปถึงบรรยากาศในโครงการรอบนอก เหมือนกับโครงการ V Compound และ Venue Flow ติวานนท์ รังสิต จาก SC Asset ซึ่งไม่เพียงแต่ออกแบบบ้าน แต่สร้างประสบการณ์และความทรงจำดี ๆ ในทุกช่วงเวลาของการอยู่อาศัย บนแนวคิด Modern Adventure Resort และ Modern Cabin ท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศที่ร่มรื่น เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปนี้ให้ดีที่สุด

ส่วนกลางที่ตอบรับการใช้งานอย่างแท้จริง

ทั้งสองโครงการตั้งอยู่อยู่บริเวณเดียวกันในที่ดินขนาดใหญ่ของ SC Asset สิ่งแรกที่น่าสนใจมากคือ Sport Connect สโมสรส่วนกลางที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ลูกบ้านโดยเฉพาะ เพราะเป็นพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ที่เพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เชื่อมโยงทุกกิจกรรมของชีวิตไว้ในที่เดียว

(สนามบาสขนาดมาตรฐาน)
(สระว่ายน้ำ 50 เมตร พร้อมสระเด็ก)

ไม่ว่าจะเป็นสนามบาสเก็ตบอลขนาดมาตรฐาน สระว่ายน้ำความยาว 50 เมตรที่ใช้ออกกำลังกายได้จริง พร้อมสระสำหรับเด็ก ทางโครงการเลือกใช้เป็นระบบน้ำเกลือที่มั่นใจเรื่องความสะอาดและปลอดภัย ภายในบริเวณส่วนกลางยังมีส่วนของ Kids’ Club ที่เต็มไปด้วยของเล่นและเครื่องมือเสริมสร้างพัฒนาการ ซึ่งสร้างความอบอุ่นใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองที่มาออกกำลังกายพร้อมลูกหลาน เพราะอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยบริเวณที่ให้ความร่มรื่นอย่างสวนหย่อมแสนร่มรื่นและลู่วิ่งออกกำลังกาย

(Co-working space)

(ห้องฟิตเนสพร้อมเครื่องเล่นครบครัน)
(Kids’ Club)

ถัดมาคือโซนฟิตเนสและห้องโยคะ ที่มาพร้อมห้องน้ำขนาดใหญ่ที่รองรับคนได้มากกว่าหนึ่งร้อยคน บ้านไหนไม่ออกกำลังกาย ก็มี Co-working space ให้บริการ เป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงาน นับเป็นครั้งแรกที่ SC Asset เลือกที่จะทำสโมสรขนาดใหญ่เพื่อสร้าง Community ที่ดีให้กับลูกบ้าน

ทำเลที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต

โครงการทั้งสองตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ติวานนท์ เชื่อมต่อถนนเส้นหลักหลายสายทั้งฝั่งเข้าเมืองและออกเมือง พร้อมทางด่วนขั้นที่ 2 (ด่านเก็บเงินบางพูน) และทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ รวมถึงรถไฟฟ้าสายสีแดงที่เชื่อมต่อจากสถานีหมอชิตไปยังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต

โดยช่วงสองปีที่ผ่านมา ตัวเมืองเริ่มขยายออกด้านนอกทำให้ ‘ติวานนท์’ แห่งนี้เกิดชุมชนมากมาย กลายเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่ล้อมรอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต, Community Mall อย่าง The Nine, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ศรีสมาน, โรงเรียน, โรงพยาบาล แหล่งช้อปปิ้งและอาหารมากมาย เหมาะกับทุกวัยทุกไลฟ์สไตล์ ขณะเดียวกันก็มีบรรยากาศเงียบสงบแบบชานเมืองด้วยเช่นกัน

บ้านที่ออกแบบด้วยความเอาใจใส่

 ทั้งสองโครงการนี้ให้ความสำคัญกับบรรยากาศธรรมชาติโดยรอบ และมอบทางเลือกที่แตกต่างสำหรับความต้องการที่ไม่เหมือนกัน

V Compound

ออกแบบจากแนวคิด Modern Adventure Resort เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยเพื่อขยับขยายจากคอนโดมิเนียม หรือย้ายออกจากบ้านของครอบครัว ไปจนถึงเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก

(ชั้นล่าง และห้องอเนกประสงค์ของบ้านรูปแบบ LUXE)

จุดเด่นของทาวน์โฮมโครงการนี้คือพื้นที่หน้ากว้างจึงจอดรถได้ 2 คันทุกยูนิต บ้านมีสองรูปแบบได้แก่ LOFT ที่มีให้เลือกแบบ 3 ห้องนอน หรือ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ LUXE 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พร้อมห้องอเนกประสงค์ชั้นล่าง ตอบโจทย์บ้านที่มีผู้สูงอายุ หรือสามารถปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องทำงานหรือห้องดูทีวีได้เช่นเดียวกัน

ภายในโครงการมีสวนส่วนกลางหนึ่งสวน เพื่อสร้างบรรยากาศดี ๆ ให้ลูกบ้านได้ชาร์จพลังเต็มที่ พร้อมเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ในวันต่อไป

(Floor plan บ้านแบบ LUXE)
(Floor plan บ้านแบบ LOFT 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ)
(Floor plan บ้านแบบ LOFT 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ)

Venue Flow

ส่วนโครงการ Venue Flow เป็นบ้านเดี่ยวที่ตอบโจทย์เจ้าของธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ และคนที่กำลังวางแผนสร้างครอบครัว ออกแบบบนแนวคิด Modern Cabin หรือ บ้านในสวนสวย พร้อมสวนส่วนกลางถึง 2 แห่ง ที่ลูกบ้านเข้าถึงได้ตลอดทั้งวัน

(ห้องอาหารและห้องนอน Master ในบ้านแบบ LINDEN)

(บ้านแบบ LINDEN)

(Floor plan บ้านแบบ LINDEN)

บ้านมีสองรูปแบบ เริ่มจาก LINDEN 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ และ OAKWOOD 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ โดยห้องนอนที่ 4 อยู่ชั้นล่างให้ลูกบ้านปรับเปลี่ยนใช้ได้ตามความต้องการ

(ห้องอาหารและห้องนอน Masterในบ้านแบบ OAKWOOD)

(บ้านแบบ OAKWOOD)

(Floor plan บ้านแบบ OAKWOOD)

บ้านในโครงการนี้ออกแบบให้มี Double Living ที่บางบ้านเปลี่ยนเป็นห้องสมุด บางบ้านเก็บไว้เป็นห้องสำหรับคนในครอบครัว เชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอกรับบรรยากาศสีเขียวในสวน อีกทั้งโถงชั้นสองยังออกแบบให้สามารถใช้งานได้จริง หลายบ้านปรับให้เป็นห้องทำงานชั่วคราวในช่วง Work from Home และห้องนอนใหญ่ยังออกแบบให้มีพื้นที่ทำ Walk-in closet อีกด้วย

(พื้นที่ Double Living ที่ปรับเปลี่ยนให้เป็นห้องหนังสือ)

(โถงชั้นสองที่กลายเป็นห้องเรียนของลูกและมุมออกกำลังกาย)

ความปลอดภัยที่สำคัญอันดับแรก

ไม่เพียงแต่ใส่ใจเรื่องดีไซน์และประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ลูกบ้านจะได้รับ SC Asset ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยอันดับแรก การเข้า-ออกโครงการของลูกบ้านจึงใช้ระบบ Easy pass พร้อมพนักงานรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากป้อม รปภ. แยกเป็นส่วนตัวของโครงการแล้ว ทางเข้ารวมที่ติดถนนใหญ่ยังมีอีกหนึ่งจุด เพื่อตรวจสอบการเข้า-ออกของคนนอก

นอกจากนี้ ยังมี CCTV รอบโครงการ สัญญาณกันขโมยในบ้าน ซึ่งในส่วนของโครงการ Venue Flow จะเป็นระบบ Magnetic และ Shock Sensor ที่ป้องกันไปถึงการทุบและการเคาะประตู

ใครกำลังมองหา “บ้าน” ในโครงการที่ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต บรรยากาศร่มรื่น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ สามารถแวะชมบ้านตัวอย่าง โครงการ V Compound และ Venue Flow ติวานนท์ รังสิต จาก SC Asset ในราคาเริ่มต้นที่ 2.49 ล้านบาทสำหรับทาวน์โฮม และ 5.79 ล้านบ้านสำหรับบ้านเดี่ยว ได้แล้ววันนี้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

โครงการ วี คอมพาวด์ ติวานนท์-รังสิต
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ : https://m.scasset.com/6yrC
โทร 065-719-7879 หรือ Line : @vctr (https://lin.ee/5FwUfTs)

โครงการ เวนิว โฟลว์ ติวานนท์-รังสิต
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ : https://m.scasset.com/6yrU
โทร 062-593-6446 หรือ Line: @vnftr (https://lin.ee/536cxh8ou)

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

VENUE ID Westgate เติมเต็มทุกความฝันของ Generation Y พร้อมรูปลักษณ์ Modern Iconic ที่ปลดปล่อยอิสระได้อย่างใจต้องการ

VENUE ID Westgate เติมเต็มทุกความฝันของ Generation Y
พร้อมรูปลักษณ์ Modern Iconic ที่ปลดปล่อยอิสระได้อย่างใจต้องการ

เพราะนิยามของคนเจน Y คือ คนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังกายและพลังใจ พร้อมเอนจอยทุกโมเมนท์และทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน รวมถึงแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะดีแค่ไหนหาก ‘บ้าน’ สามารถปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์เหล่านั้นออกมาได้อย่างเต็มเปี่ยม

เพื่อให้บ้านเป็นมากกว่าที่พักอาศัย และเป็นมากกว่าศูนย์รวมของครอบครัว SC ASSET จึงพัฒนา VENUE ID Westgate ให้เป็นบ้านสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีสเปซตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสมาชิกทุกคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อผู้รักงานคราฟท์ คุณแม่ที่รักในการทำอาหาร หรือห้องเล่นสำหรับเด็ก ๆ ไม่ว่าใครจะเป็นสายไหน ภายในบ้านหลังนี้ก็มีพื้นที่พร้อมให้ค้นหาตัวตน และบอกเล่าความเป็นตัวเองผ่านฟังก์ชันการใช้งาน และดีไซน์ในแนวคิด ‘Modern Iconic’ ที่สะท้อนเส้นสายลื่นไหล เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตโลดแล่น อิสระอย่างที่ใจต้องการ

เติมเต็มความต้องการผ่านฟังก์ชันใช้งานของบ้าน 4 รูปแบบ

จุดเด่นที่สุดของบ้านในแบรนด์ VENUE ID คือ การออกแบบสเปซที่พร้อมเติมเต็มทุกความต้องการของสมาชิก โดยเราจะเห็นการออกแบบเลย์เอาท์ที่สอดแทรกไปด้วยพื้นที่ใช้งานที่หลากหลาย และที่สำคัญยังเป็นบ้านก่ออิฐฉาบปูนต่างจากบ้านจัดสรรทั่วไปที่มักจะใช้ระบบ Pre-cast สำเร็จรูป ทำให้บ้าน VENUE ID พร้อมดัดแปลง จะทุบระนาบบางส่วนออก หรือทุบห้อง ก็สามารถต่อเติมฟังก์ชันได้อย่างที่ผู้อยู่อาศัยต้องการ ด้วยบ้าน 4 รูปแบบที่เห็นเพียงชื่อก็รับรู้ถึงแนวคิดที่สอดคล้องกับพลังของคนรุ่นใหม่ PASSION, ROVER, FREEDOM และ IMAGINE โดยเป็นบ้านแฝดในสไตล์บ้านเดี่ยว และบ้านเดี่ยวที่คิดมาแล้วว่าเหมาะสำหรับครอบครัวที่แตกต่างทั้งจำนวนสมาชิก ความต้องการ รวมถึงไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต

(PASSION บ้านแฝด 2 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 181 ตารางเมตร)

เริ่มต้นกันที่ PASSION บ้านแฝด 2 ชั้น ขนาดพื้นที่ใช้สอย 181 ตารางเมตร ที่มีแนวคิดตั้งต้นจากคำถามที่ว่า จะทำอย่างไรให้บ้านแฝดมีความเป็นอยู่สะดวกสบายได้เทียบเท่าบ้านเดี่ยว? สู่ต้นแบบของบ้านแฝดรูปแบบใหม่ที่ออกแบบเลย์เอาท์ให้ล้อมรอบไปด้วยที่ว่าง สามารถเดินรอบบ้านได้เหมือนอาศัยอยู่ภายในบ้านเดี่ยว และยังคงความเป็นส่วนตัวแม้จะเป็นบ้านแฝด ด้วยระนาบที่เชื่อมติดกับบ้านหลังด้านข้างเพียงแค่ผนังห้องครัวส่วนหนึ่งเท่านั้น

(แปลนบ้าน PASSION)

และถึงจะเป็นบ้านบนที่ดินไซส์เล็กสุดในพื้นที่โครงการ แต่ฟังก์ชันการใช้งานกลับตอบโจทย์ความต้องการด้วยพื้นที่ 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องรับประทานอาหาร 2 ที่จอดรถ และที่น่าสนใจ คือ การดีไซน์พื้นที่ Double Kitchen และ Laundry แยกเป็นพื้นที่กึ่งเอาท์ดอร์ที่เราสามารถต่อเติม ปิดกั้นเป็นห้อง แบ่งสัดส่วนของครัวไทย ครัวฝรั่งได้อย่างเป็นสัดส่วน ใครที่รักการทำอาหาร ต้องรักห้องครัวของบ้านหลังนี้อย่างแน่นอน

Double Kitchen และ Laundry ยังทำหน้าที่เป็นฟังก์ชันเกราะกำบังที่เชื่อมติดกับผนังบ้านข้าง ๆ ด้วยข้อดีของฟังก์ชันที่ใช้งานในบางเวลา ไม่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงเท่าพื้นที่อื่น ๆ อย่างห้องนั่งเล่น ห้องนอน แก้ไขความเป็นส่วนตัวซึ่งเป็นปัญหาที่ใครหลายคนยังกังวลในบ้านแฝด เติมเต็มความรู้สึกของการอยู่อาศัยเสมือนบ้านเดี่ยวในราคาที่ย่อมเยากว่า

ในส่วนของห้องนอน จะแบ่งออกเป็นห้องนอน 1 ห้องที่บริเวณชั้น 1 ซึ่งสามารถปรับให้เป็นห้องนอนของผู้สูงอายุ ห้องทำงาน หรือห้องเลี้ยงเล็กตามการใช้งานของครอบครัวนั้น ๆ ส่วนชั้นบนจะแบ่งออกเป็นห้องนอนทั้งหมดอีก 3 ห้องโดยทุกห้องจะมีห้องน้ำในตัว สะดวกต่อการใช้งานของสมาชิกทุกคน โถงบันไดทางสูงยังเสริมฟังก์ชันเล็ก ๆ อย่างชั้นวาง พร้อมดัดแปลงให้เป็นพื้นที่สำหรับหิ้งพระ หรือชั้นโชว์ของสะสมสำคัญ รายละเอียดที่พยายามเติมเต็มให้ครบครันจึงทำให้ PASSION กลายเป็นบ้านของครอบครัวขนาดเริ่มต้นที่พร้อมตอบทุกความต้องการได้อย่างลงตัว

(ROVER บ้านเดี่ยวขนาดเริ่มต้น บนพื้นที่ใช้สอย 213 ตารางเมตร)

รูปแบบต่อมาคือ ROVER บ้านเดี่ยวขนาดเริ่มต้น บนพื้นที่ใช้สอย 213 ตารางเมตร ที่ประกอบไปด้วย 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 Family Room 1 ห้องรับประทานอาหาร 1 ครัวไทย และ 2 ที่จอดรถ หลังจากที่เรามีโอกาสเข้าไปสำรวจเลย์เอาท์บ้าน ณ โครงการจริง ก็พบว่าสิ่งที่น่าสนใจ คือ การออกแบบห้องนอนบริเวณชั้น 1 ห้องนั่งเล่น และพื้นที่รับประทานอาหารให้อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ทำให้ถึงแม้เราจะปรับเปลี่ยนห้องนอนชั้น 1 ให้กลายเป็นห้องทำงาน ห้องทำกิจกรรมของลูก ๆ  หรือห้องนั่งเล่นขนาดย่อม  พื้นที่นี้ก็พร้อมจะเชื่อมต่อห้องรับประทานอาหารและห้องนั่งเล่น โปร่งโล่งเป็นพื้นที่ของครอบครัวได้โดยไม่รู้สึกว่าบ้านทึบตัน

(แปลนบ้าน ROVER)

(ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และห้องนอนชั้น 1 ที่ถูกปรับแต่งให้เป็นห้องทำงานอดิเรกได้อย่างที่ต้องการ)

เมื่อขึ้นสู่พื้นที่บริเวณชั้น 2 จะเจอกับ Family Room ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่เพิ่มเติมขึ้นมาสำหรับบ้านเดี่ยว โดยตั้งใจให้เป็นมุมพักผ่อนของครอบครัว สามารถครีเอทเป็นมุมอ่านหนังสือ หรือแม้แต่พื้นที่เล่นของเด็ก ๆ ได้ตามไลฟ์สไตล์ของครอบครัว ก่อนจะแจกย่อยออกเป็นห้องนอนส่วนตัวทั้ง 3 ห้อง โดยมีเฉลียงขนาบยาวตั้งแต่ห้องนอนมาสเตอร์จนถึงพื้นที่ Family Room อาจออกแบบให้เป็นสวนเล็ก ๆ ที่เชื่อมถึงกัน เพิ่มปฏิสัมพันธ์ในบ้านขนาดย่อมหลังนี้ให้สนุกสนานได้กว่าที่เคย

(Family Room และระเบียงยาวที่เชื่อมห้องนอนมาสเตอร์และพื้นที่ส่วนกลางของครอบครัว)

ห้องนอนมาสเตอร์ยังประกอบไปด้วยห้องน้ำและ Walk-in Closet ขนาดจุใจที่แบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนหนึ่งโซนเต็ม ๆ ภายในห้องนอน ส่วนห้องนอนรองขนาดกำลังพอดีและมีกิมมิคที่ Bay Window หรือที่นั่งริมหน้าต่างซึ่งออกแบบให้เป็นมุมพักผ่อนเล็ก ๆ สำหรับห้องนอนส่วนตัว

(Bay Window ภายในห้องนอนรอง)
(ห้องนอนอีกหนึ่งห้องที่ออกแบบให้เป็นห้องนอนของเด็กเล็ก)
(FREEDOM บ้านเดี่ยวขนาดกลาง บนพื้นที่ใช้สอย 221 ตารางเมตร)

บ้านรูปแบบที่ 3 คือ FREEDOM หรือบ้านเดี่ยวขนาดกลาง บนพื้นที่ใช้สอย 221 ตารางเมตร ที่แตกต่างจากรูปแบบ ROVER ด้วยการเพิ่มฟังก์ชัน Living Area สุดยืดหยุ่นเข้ามาอีก 1 จุดถัดจากห้องนั่งเล่นหลักและห้องรับประทานอาหาร กลายเป็นพื้นที่ของครอบครัวขนาดใหญ่ที่รองรับจำนวนสมาชิกหรือตอบโจทย์ความต้องการได้มากขึ้น และที่สำคัญ Living Area นี้ยังมีบริเวณชั้น 2 โดยกลายเป็นมุมพักผ่อนเล็ก ๆ ภายในห้องนอน ซึ่งแตกต่างจากแบบบ้านเดิม ๆ ที่เรามักจะเห็นพื้นที่ Living Area ที่เสริมมาในพื้นที่ชั้น 1 ของบ้านเท่านั้น

(Living Area ที่ดีไซน์ให้เป็นห้องเก็บอุปกรณ์แคมปิ้งของคุณพ่อ และมุ่มพักผ่อนภายในห้องนอนชั้น 2)

(IMAGINE บ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ บนพื้นที่ใช้สอยถึง 242 ตารางเมตร)

IMAGINE คือ บ้านเดี่ยวขนาดใหญ่รูปแบบสุดท้ายของโครงการ บนพื้นที่ใช้สอยถึง 242 ตารางเมตร โดยเป็นบ้านที่มาพร้อมฟังก์ชันครบครันสำหรับครอบครัวใหญ่ เพิ่มจำนวนของห้องนอนให้มากถึง 5 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ โดยห้องนอนทั้ง 2 ห้องบริเวณชั้น 1 ยังเชื่อมกับห้องรับประทานอาหารและห้องนั่งเล่น สำหรับครอบครัวที่ไม่ได้มีจำนวนสมาชิกมากนัก แต่ต้องการพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ที่ครบทุกความต้องการ บ้านรูปแบบนี้ก็ตอบโจทย์ความต้องการ โดยสามารถปรับพื้นที่ห้องนอนให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับงานอดิเรกต่าง ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น

รูปลักษณ์หน้าตาของบ้านทั้งหมดยังเรียบง่ายโดยหยิบนำเอกลักษณ์ของบ้านแบบ VENUE ID มาใช้ เติมแต่งด้วยฟาซาดสีเขียวและสีฟ้าโทนเข้มที่สร้างเอกลักษณ์สำหรับ VENUE ID Westgate โดยเฉพาะ สิ่งที่เราชอบอีกหนึ่งอย่าง หากลองสังเกต เราจะเห็นการออกแบบพื้นที่บริเวณห้องรับประทานอาหารและห้องนั่งเล่นของบ้านทั้ง 4 รูปแบบ ห้อมล้อมไปด้วยกระจกทั้ง 3 ด้าน เพิ่มความโปร่งโล่งนำแสงธรรมชาติเข้าสู่ภายใน และในขณะเดียวกันยังเชื่อมมุมมองทางสายตาสู่พื้นที่เอาท์ดอร์รอบบ้าน จะตกแต่งให้เป็นสวนหย่อมเล็ก ๆ หรือเป็นเฉลียงไม้เอาท์ดอร์ ก็สามารถให้ความสำคัญกับบริบทและธรรมชาติโดยรอบ เพื่อเพิ่มสุนทรียะให้การอยู่อาศัยได้อย่างอบอุ่น 

อิสระที่เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ของการอยู่อาศัย

จุดไคลแม็กซ์ของแนวคิด ‘Modern Iconic’ ที่เรากล่าวไปตอนแรกเริ่ม อยู่ที่การออกแบบคลับเฮาส์ หรือพื้นที่ส่วนกลางซึ่งรังสรรค์ด้วยเส้นสายออร์แกนิก โค้งมนลื่นไหล สะท้อนถึงตัวตนของคนรุ่นใหม่ที่รักอิสระและรักความเป็นตัวของตัวเองเหนือสิ่งอื่นใด อีกทั้งภายในพื้นที่ส่วนกลางยังรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างครบครัน ทั้งห้อง Kid’s Room สำหรับเด็กเล็ก พื้นที่เล่นสำหรับเด็กแบบเอาท์ดอร์ สระว่ายน้ำระบบเกลือ พื้นที่ Co-Working Space ที่สามารถมานั่งทำงานระหว่างวัน เปลี่ยนบรรยากาศจากบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือพื้นที่สีเขียวส่วนกลางที่จะมานั่งเล่น เปลี่ยนบรรยากาศก็สงบ ร่มรื่น และมีลมเย็นพัดโกรกตลอดวัน

ที่เพิ่มเติมความสนุกเข้ามาจากโครงการอื่น ๆ  คือห้อง Play Room ส่วนกลางที่มีทั้งโต๊ะพูลไว้บริการ จะนั่งเล่น ทำงาน หรือสังสรรค์ ภายในโครงการแห่งนี้ก็มีพื้นที่ครบครัน รองรับไลฟ์สไตล์ Live – Work – Play ได้อย่างลงตัว เรื่องสำคัญอย่างการบริการและความปลอดภัยก็หายห่วงด้วยระบบ Security ที่มีรปภ.ดูแลตลอด 24 ชม. พร้อมสะดวกสบายด้วยการเข้า-ออกพื้นที่โครงการด้วยระบบ Easy Pass พร้อมกล้อง CCTV ทั้งโครงการ และสัญญาณกันขโมยแบบ Magnetic & Shock Sensor ในบ้านทุกหลัง

นอกจากนี้ระบบอำนวยความสะดวกภายในบ้านยังอยู่ในรูปแบบเครื่องมือดิจิทัลทันสมัย เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน ‘รู้ใจ’ ของทาง SC ASSET จะลืมปิดไฟ หรือจะเช็คเรื่องความปลอดภัยภายในบ้านก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ผ่านสมาร์ทโฟนส่วนตัว เพื่อให้บ้าน VENUE ID Westgate เป็นบ้านของคนรุ่นใหม่ทั้งสเปซ การดีไซน์ ฟังก์ชันและสิ่งอำนวยความสะดวกในทุก ๆ รายละเอียด

ทำเลรักสงบตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ไม่ไกลจากวิถีเมือง

ที่น่าสนใจนอกจากเรื่องฟังก์ชันและสเปซของบ้าน คือ ทำเลที่ตั้งบนอำเภอบางใหญ่ ซึ่งใกล้ทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วงสถานีคลองบางไผ่ และใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกมากมายตั้งแต่ Central Westgate อีเกีย บางใหญ่ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์ ไม่ทิ้งความสะดวกสบายในการสัญจรไปทำงานภายในเมือง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังห่างไกลจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ โครงการ VENUE ID Westgate จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจซึ่งสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตในปัจจุบันของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์

VENUE ID Westgate โครงการบ้านแฝดสไตล์บ้านเดี่ยว และบ้านเดี่ยวโครงการใหม่จาก SC ASSET กับบ้านที่พร้อมให้คุณได้แชร์สิ่งที่รักในแบบที่คุณเป็น บนทำเลไม่ไกลที่สะดวกทุกการเดินทาง ราคาเริ่มต้นที่ 5.59-9 ล้านบาท โดยสามารถเข้าชมและสอบถามสิทธิพิเศษได้ที่โครงการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ https://m.scasset.com/6FLW  สอบถามเพิ่มเติมโทร. 098-829-1964 หรือ Line : @VNIDWG

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

VERVE Ramkhamhaeng-Wongwaen สีสันใหม่ของทาวน์โฮม กับไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเอง

VERVE Ramkhamhaeng-Wongwaen
สีสันใหม่ของทาวน์โฮม กับไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเอง

เทรนด์การอยู่อาศัยในช่วงสองปีที่ผ่านมาบอกกับเราว่า บ้านไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่พักอาศัย แต่เป็นพื้นที่ของไลฟ์สไตล์ ทั้งการทำงานระหว่างวัน การได้ใช้เวลากับสิ่งที่รักและชอบ หรือการผ่อนคลายจากกิจกรรมประจำวันตลอดทั้งวัน

บ้านหลังแรกของครอบครัวคนรุ่นใหม่หรือครอบครัวเริ่มขยายที่ผู้คนกำลังมองหา จึงเป็นบ้านขนาดกำลังพอดี หรือจะเป็นทาวน์โฮม ซึ่งมีพื้นที่ภายในใช้สอยเพียงพอพร้อมกับสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี พื้นที่ภายนอกส่วนกลางกับชุมชนคุณภาพที่รองรับกิจกรรมหลากหลาย หลายคนชื่นชอบการอยู่ในชานเมืองที่เงียบสงบ รายล้อมด้วยธรรมชาติ แต่ก็ยังคงเพียบพร้อมด้วยสาธารณูปโภคของชีวิตได้อย่างครบถ้วน เรียกง่ายๆ ว่าใช้ชีวิตได้อย่างสบายกายและสบายใจไปพร้อมกัน

ทั้งหมดนี้จึงเป็นแนวความคิดที่ VERVE รามคำแหง – วงแหวน โดย SC Asset ที่ต้องการสร้างสรรค์โครงการทาวน์โฮมพรีเมียมซึ่งตอบคุณภาพชีวิตทั้งทางกายและหัวใจ แตกต่างไปจากทาวน์โฮมทั่วไปที่คุณเคยรู้จัก

(ทาวน์โฮมที่เล่าเรื่องของไลฟ์สไตล์ตั้งแต่งานสถาปัตยกรรมและการจัดพื้นที่ส่วนรวม)

เปลี่ยนภาพจำของทาวน์โฮมแบบเดิม สู่ชีวิตที่เป็นอิสระกับทุกสิ่งที่รัก

ถ้าพูดถึงทาวน์โฮมอย่างที่เราคุ้นชิน แน่นอนว่าทุกคนจะนึกถึงความทึบตัน แสงธรรมชาติเข้าได้จากเพียงด้านหน้าและด้านหลัง พื้นที่ภายในสี่เหลี่ยมที่จะปรับอะไรก็ยากไปหมด หรือพื้นที่ใช้งานน้อยไปไม่เพียงพอ ซึ่งนี่เองเป็นความท้าทายของ VERVE รามคำแหง – วงแหวน ที่ต้องการนำงานดีไซน์เข้ามาสร้างพื้นที่ของการใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ที่ตอบไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญกับสิ่งที่รักและชอบ หรืองานอดิเรก ไม่ต่างจากงานหลักประจำวัน

จากแนวคิดเริ่มต้นแปลเป็นองค์ประกอบของงานออกแบบภายใต้นิยามของคำว่า ‘Artisan Loft’ บ้านสไตล์ลอฟท์ที่พาคุณกลับมาสู่ชีวิตที่เป็นตัวเอง เริ่มจากบ้านขนาดหน้ากว้างกว่า 5 เมตรที่สามารถจอดรถได้ถึง 2 คัน และจากข้อดีของบ้านหน้ากว้าง จึงสามารถออกแบบช่องเปิดและฟาซาดเอื้อให้แสงสว่างตามธรรมชาติเข้ามาสร้างไลฟ์สไตล์ได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญคือ การจัดสรรพื้นที่ใช้งานที่พิเศษกว่าที่เคย

การดีไซน์พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านถูกจัดการอย่างเป็นสัดส่วน และคิดถึงฟังก์ชันการใช้งานเป็นหลัก ทั้งฟังก์ชันที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน อย่างส่วนนั่งเล่น ส่วนรับประทานอาหาร ส่วนครัว หรือห้องนอน ไปพร้อมกับฟังก์ชันเพื่อเติมเต็มชีวิตที่สมบูรณ์ ด้วยการจัดสรรพื้นที่อเนกประสงค์ภายในที่ยืดหยุ่น หรือ Extreme Area พื้นที่กิจกรรมที่เจ้าของบ้านสามารถเลือกจัดการได้ด้วยตัวเองตามใจและตามสไตล์ เพื่อให้เจ้าของบ้านสามารถใช้งานให้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละคนได้อย่างแท้จริง

(พื้นที่ภายในยืดหยุ่นต่อการจัดการพื้นที่ตามไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว)

Artisan Loft กับ 3 รูปแบบบ้านที่ตอบชีวิตประจำวัน

จากแนวคิดหลักใหญ่ของ ‘Artisan Loft’ ถูกแต่งแต้มให้เข้ากับบ้านทั้ง 3 แบบของโครงการ ซึ่งต่างกันที่ขนาดพื้นที่และฟังก์ชันใช้สอยภายใน แต่ยังคงสัมผัสของการอยู่อาศัยที่ตอบจุดประสงค์หลักได้อย่างเต็มเปี่ยม

เริ่มต้นที่ CREATOR บ้าน Type เล็กสุดบนที่ดินเริ่มต้น 17.6 ตารางวา และพื้นที่ใช้สอย 112 ตารางเมตร ประกอบด้วย 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ครัวไทย 1 ห้องอเนกประสงค์ 2 ที่จอดรถ ที่ถึงจะเป็นไซส์เล็ก แต่งานดีไซน์และการจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วน รูปแบบของการเปิดพื้นที่แบบ Open ตามยาวแต่ยังคงเรียงลำดับพื้นที่นั่งเล่น รับประทานอาหาร และครัวได้ตอบกับรูปแบบการใช้งาน หรือการกั้นพื้นที่ในส่วนเน้นจุดประสงค์เรื่องการใช้งานพื้นที่เป็นหลัก ทั้งหมดนี้ช่วยเปิดมุมมองของการใช้งานพื้นที่ภายในตามไลฟ์สไตล์เป็นไปอย่างที่ใจต้องการ

(การเรียงลำดับการใช้งานพื้นที่ โดยยังตอบความเป็นส่วนตัวของการใช้งาน)

ตัวอย่างการจัดการพื้นที่ภายในของบ้าน Type นี้ที่น่าสนใจคือ การจัดห้องอเนกประสงค์ให้อยู่ส่วนหน้าสุดของบ้านคู่ไปกับห้องนั่งเล่น ซึ่งมีข้อดีตรงที่การได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติภายนอกในทุกขณะที่ทำกิจกรรมที่รักและชอบ แต่ก็ยังคงความเป็นสัดส่วนและเป็นส่วนตัวแยกออกจากพื้นที่ทางเข้าได้เป็นอย่างดี รวมทั้งผังพื้นที่ส่วนสำหรับการใช้ชีวิตแบบโอเพ่นแปลน สร้างความต่อเนื่องของพื้นที่ภายในไม่ให้ดูอึดอัด และมีการถ่ายเทของแสงและธรรมชาติอย่างอิสระ

PURPOSE คือบ้าน Type ถัดมา ด้วยพื้นที่ใช้สอย 123 ตารางเมตรบนที่ดินเริ่มต้น 19.2 ตารางวา ทาวน์โฮมหน้ากว้างเริ่มต้น 5.7 เมตร มาพร้อมกับ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ครัวไทย 2 ที่จอดรถ และส่วนพิเศษคือ Extreme Area พื้นที่กิจกรรมแบบยืดหยุ่น ซึ่งหาได้ยากในทาวน์โฮม โดยจุดนี้จะเปิดโล่งเพื่อให้คุณได้ทิ้งระยะเพื่อสัมผัสกับแสงสีและมุมมองธรรมชาติภายนอก ทั้งยังพร้อมสำหรับงานตกแต่งที่เปิดกว้างให้กับทุกจินตนาการไม่ว่าคุณจะรักในสไตล์ไหน เรียกว่าดึงความมีชีวิตชีวาเข้ามาสร้างพื้นที่ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

(จัดพื้นที่ภายในอย่างเป็นสัดส่วน พร้อมองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่ตอบกับไลฟ์สไตล์และรูปแบบการใช้งาน)

ในเรื่องการจัดสรรพื้นที่ยังคงเป็นความพิเศษของโครงการแห่งนี้ ตั้งแต่พื้นที่ใช้สอยของครอบครัวชั้นล่างที่เรียงลำดับการใช้งานให้ยังคงมองเห็นกันและกัน แต่ก็สามารถทำกิจกรรมได้อย่างเป็นส่วนตัว มาพร้อมกับ Extreme Area พื้นที่ที่จัดสรรได้อย่างยืดหยุ่นตามกิจกรรมที่หลากหลาย หรืออย่างบนชั้นสองที่ทั้งสองห้องนอนถูกใช้งานอย่างเต็มศักยภาพ ภายในห้องนอนหลักจัดให้มี Walk-in Closet ที่เป็นสัดส่วน หรือห้องนอน 2 ที่มีมุมทำงานส่วนตัว รวมถึงพื้นที่ทางสัญจรที่ยังสนุกกับการใช้งานได้แบบไม่มีจำกัด

ส่วน Type สุดท้าย BLEISURE ขนาดใหญ่ที่สุด มาพร้อมกับพื้นที่ใช้สอย 161 ตารางเมตร บนผืนที่ดิน 23.6 ตารางวา  ด้วยหน้ากว้างเริ่มต้นถึง 7 เมตรกับ 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ครัวไทย และ 2 ที่จอดรถ กับพื้นที่กว้างขวางที่มาพร้อมกับพื้นที่เพื่อกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่โล่งโปร่ง ครบทุกรูปแบบการใช้งาน และเลือกสรรสไตล์การตกแต่งที่เป็นของตัวเอง

(การจัดการพื้นที่ภายใน เปลี่ยนบรรยากาศจากทาวน์โฮมแบบเดิมๆ มาสู่ไลฟ์สไตล์ที่ตอบทุกความต้องการของทุกคน)

โดยไฮไลท์ของบ้าน Type นี้ขึ้นมาบนชั้นสองที่ห้องนอนแบบ Studio Double Space จะเจอกับหน้าต่างทรงสูงที่เปิดรับบรรยากาศของธรรมชาติอย่างเต็มที่เข้าสู่พื้นที่การใช้ชีวิตที่เป็นส่วนตัวไม่ว่าจะนอนพักผ่อนชั้นล่าง หรือนั่งทำงานแล้วทอดสายตาจากบนชั้นลอย ฉีกจากการอยู่อาศัยในทาวน์โฮมแบบเดิมๆ เปลี่ยนบรรยากาศได้หลากหลายในบ้านหลังเดียว

(ส่วนกลางของโครงการเน้นสีสันและความสนุก ที่สื่อถึงไลฟ์สไตล์ที่มีชีวิตชีวา พร้อมรีเฟรชสู่วันใหม่ในทุกวัน)

Loft is Pop ความสนุกเติมเต็มได้ในทุกวัน

ความสนุกของการใช้ชีวิตยังไม่หยุดอยู่เพียงแค่ภายในบ้านเท่านั้น พื้นที่ส่วนกลางยังเติมสีสันให้กับทุกครอบครัวด้วยแนวคิด ‘Loft is Pop’ ความสนุกสนานของสีสันและรูปทรง ส่งผ่านคาแร็กเตอร์หลักของยีราฟ Mascot ที่สื่อถึงบุคลิกของงานออกแบบที่ VERVE รามคำแหง – วงแหวน  แบบตรงไปตรงมา

พื้นที่ของชีวิตแอคทีฟและมีชีวิตชีวาสำหรับชุมชนแห่งความสุขแห่งนี้เริ่มต้นที่ Education Playground สวนส่วนกลางและสวนของเล่นที่มาพร้อมกับของเล่นเสริมพัฒนาการ รวมทั้ง Kid’s Space ซึ่งนับเป็นความสนุกของการออกไปเจอโลกกว้างของเด็กๆ เปิดต้อนรับสังคมคุณภาพตั้งแต่ยังเด็ก เป็นรากฐานไปสู่การเติบโตต่อไปภายในบ้านหลังนี้

(สีสันถูกดึงมาใช้กับงานกระจกที่เล่นกับแสงธรรมชาติ เติมความแอคทีฟให้พื้นที่ออกกำลังกาย)

สำหรับผู้ใหญ่ ความสะดวกสบายครบครันตอบทุกโจทย์กิจกรรมของสมาชิกในครอบครัว ด้วยสีสันจากพื้นที่คลับเฮาส์ ฟิตเนส สระว่ายน้ำระบบเกลือ และ Co-working Space พื้นที่ส่วนกลางที่เติมจินตนาการและไฟในการใช้ชีวิต ให้เต็มเปี่ยมไปด้วยความสบายและความสุขในทุกวัน

(พื้นที่ส่วนกลางเน้นเรื่องความปลอดภัย พร้อมกับสิ่งแวดล้อมสีเขียวที่ต้อนรับผู้มาเยือน)

ก้าวเข้าสู่พื้นที่แห่งความสนุกด้วยตัวคุณเอง

อีกเรื่องที่ขาดไม่ได้ และ VERVE รามคำแหง – วงแหวน  ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ คือการรักษาความปลอดภัยให้กับทุกชีวิตในโครงการ เริ่มต้นจากรั้วรอบโครงการสูง 2.7 เมตร พร้อมเหล็กแหลมสูง 20 เซนติเมตร ทีมงาน Security Guard ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งควบคุมการเข้าออกด้วยระบบ Easy Pass Control พร้อมกับกล้อง CCTV ติดตั้งทั่วทั้งโครงการทั้งหมด 35 จุด และสำหรับบ้านทุกหลัง มีการติดตั้งสัญญาณกันขโมยในตัวบ้านด้วยระบบ Magnetic และ Shock Sensor ที่ชั้นล่าง จึงมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยได้แบบรอบด้าน

การจัดการและเชื่อมต่อพื้นที่ภายในเข้ากับธรรมชาติภายนอกได้อย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ภายในบ้าน คือจุดที่ทำให้ VERVE รามคำแหง – วงแหวน  แตกต่างจากโครงการบ้านทาวน์โฮมทั่วไปที่ในความรู้สึกมักเป็นเรื่องของความลึก แคบ และมืด แต่งานดีไซน์สามารถแก้ปัญหาจากทาวน์โฮมแบบเดิมๆ เช่นนี้ได้แบบตรงจุด ด้วยการเปิดหน้ากว้างให้ทั้งอยู่สบายขึ้น พื้นที่กว้างขวาง จัดสรรพื้นที่อย่างที่ใจต้องการมากขึ้น และที่สำคัญคือ แสงสว่างส่องเข้าถึงทุกพื้นที่ตลอดวันเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ

ประสบการณ์ทั้งหมดนี้รอให้คุณมาสัมผัสที่ VERVE รามคำแหง – วงแหวน  ด้วยตัวของคุณเอง บนทำเลคุณภาพริมถนนราษฎร์พัฒนา ติดกับถนนรามคำแหง รายล้อมด้วยสาธารณูปโภคเพื่อการใช้ชีวิตสำหรับทุกคนทุกวัย ทั้งสถาบันการศึกษาชั้นนำมากมาย ได้แก่ โรงเรียน โสมาภานุสสรณ์ , นานาชาติแอสคอท, นานาชาติแอ๊ดเวนต์รามคำแหง, เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า, สารสาสน์วิเทศร่มเกล้า, ABAC, NIDA, ม.รามคำแหง, ม.เกษมบัณฑิต ร่มเกล้า

(พื้นที่ส่วนกลางสร้างสรรค์ด้วยงานดีไซน์ เพื่อเป็นสีสันให้กับทุกชีวิตภายในโครงการ)

สำหรับโรงพยาบาล-ศูนย์การแพทย์คุณภาพ ที่นี่อยู่ใกล้กับ รพ.เกษมราษฎร์ รามคำแหง, รพ.รามคำแหง, รพ.รามคำแหง 2,  รพ.เสรีรักษ์ รวมทั้งห้างสรรพสินค้าที่ตอบไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ในทุกรูปแบบ ตั้งแต่แฟชั่นไอซ์แลนด์,  เดอะมอลล์บางกะปิ, พาซิโอ  รามคำแหง, Market Place รามคําแหง, สัมมากรเพลส  รามคำแหง, Golden Place รามคำแหง, Big C สุขาภิบาล 3, Homepro สุขาภิบาล 3 และ ไทวัสดุ สุขาภิบาล 3                         

ในเรื่องการเดินทางเข้าเมืองก็ยังเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน เพราะอยู่ใกล้กับทางด่วนมอเตอร์เวย์ และใกล้รถไฟฟ้า (สายสีส้ม) ที่ทำให้คุณยังคงไลฟ์สไตล์ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งหมดนี้จึงเรียกว่าครอบคลุมทุกมิติของชีวิตประจำวันที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

โครงการ VERVE รามคำแหง – วงแหวน ทาวน์โฮมพรีเมียมจาก SC Asset ราคาเริ่มต้นที่ 3.89-7 ล้านบาท โดยสามารถเข้าชมโครงการและลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ https://m.scasset.com/5rgT หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1749 และ 06-1409-4222 หรือ Line : @v-rw  

แล้วมาเติมสีสันให้กับการใช้ชีวิตไปด้วยกัน!

Writer
Nathanich Chaidee

Nathanich Chaidee

อดีตนักเรียนสัตวแพทย์ผู้หลงใหลในเส้นสายสถาปัตยกรรม ก่อนผันตัวเองมาเรียน'ถาปัตย์ และเลือกเดินบนถนนสายนักเขียนหลังเรียนจบ สามสิ่งในชีวิตที่ชอบตอนนี้คือ การได้ติ่ง ไปญี่ปุ่น และทำสีผม

Bangkok Boulevard Donmueang–Chaengwattana บ้านซีรีส์ใหม่ในชื่อ ‘LANAI’ ที่ถูกคิดให้ตอบโจทย์บริบทชีวิตที่เปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน

Bangkok Boulevard Donmueang–Chaengwattana
บ้านซีรีส์ใหม่ในชื่อ ‘LANAI’ ที่ถูกคิดให้ตอบโจทย์บริบทชีวิตที่เปลี่ยนไปในยุคปัจจุบัน

หากพูดถึงนิยามของคำว่า ‘บ้าน’ สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงมักจะเป็นความสงบ หรือบรรยากาศผ่อนคลายที่สบายทั้งกายและใจ แต่จะเป็นอย่างไรเมื่อสถานการณ์ Covid-19 เปลี่ยนความคิดเหล่านั้นของเราไปอย่างสิ้นเชิง

หลังจากที่อยู่ร่วมกับโรคระบาดมาถึง 2 ปี สถานการณ์บังคับทำให้เราต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับบ้านมากขึ้น หลายคนประสบปัญหาพื้นที่ทำงานและพื้นที่ผักผ่อนไม่เป็นสัดส่วนจนจิตใจเหนื่อยล้าและกลายเป็นความเครียดสะสม หรือต้องอาศัยอยู่กับครอบครัวใหญ่ตลอดเวลาแต่ไม่มีพื้นที่ส่วนตัวให้ได้ผ่อนคลาย  ‘บ้าน’ ที่เคยเป็นสถานที่พักกาย พักใจ จึงถูกเปลี่ยนให้มีมิติและความหมายที่ลึกซึ้งมากกว่าที่เคย SC ASSET เปิดตัวโครงการใหม่ Bangkok Boulevard Donmueang – Chaengwattana ซึ่งเป็นโครงการแรกกับแบบบ้านซีรีส์ใหม่สุดพิถีพิถันในชื่อ ‘LANAI (ลา-ไน)’ ที่นำบรรยากาศความเป็นธรรมชาติมาผสมผสานกับการจัดสรรสเปซภายในของการอยู่อาศัยอย่างลงตัว พร้อมยกระดับชีวิตที่เปลี่ยนไปในทุกบริบท 

(ต้นแบบของบ้านซีรีส์ใหม่ในชื่อ LANAI ลา-ไน)

นิยามของพื้นที่ธรรมชาติในแบบ LANAI

หากเราลองสังเกต บ้านโครงการส่วนมากมักให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยภายใน พื้นที่เอาท์ดอร์อย่างคลับเฮาส์และสวนส่วนกลาง แต่สิ่งที่ยังขาด คือ พื้นที่กึ่งเอาท์ดอร์ของบ้านที่เปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสอากาศหรือความเป็นธรรมชาติได้บางครั้งบางครา

ความเชื่อของ SC ASSET ที่มองว่าการอยู่อาศัยที่ดีจะต้องดีไซน์และตอบโจทย์การอยู่อาศัยให้ถึงแก่น จึงสะท้อนผ่านบ้านซีรีส์ใหม่ด้วยเรื่องราวความผ่อนคลายภายในพื้นที่ LANAI (ลา-ไน) ซึ่งเป็นลานระเบียงในร่มที่มีต้นกำเนิดจากบ้านบนเกาะเล็กๆ ในฮาวาย ประเทศสหรัฐอเมริกา หากอธิบายให้เห็นภาพและเข้าใจง่ายมากขึ้น ‘ลา-ไน’ ก็คือพื้นที่ Semi-Outdoor ที่มีบริเวณกว้างมากพอให้รังสรรค์เป็นมุมพักผ่อนส่วนตัวขนาดย่อม จะเป็นมุมนั่งอ่านหนังสือ มุมทำงานเล็กๆ ที่เชื่อมต่อสู่สวน หรือ มุมจิบกาแฟยามเช้า พื้นที่เหล่านี้จะช่วยเติมเต็มการอยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี โดยที่เราไม่จำเป็นต้องใช้เวลาอยู่ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งวัน ลดความอุดอู้ที่เกิดจากวิถีชีวิตการอยู่บ้านที่เปลี่ยนไปได้ไม่น้อย

(พื้นที่ ลา-ไน หรือระเบียงในร่มแบบ Semi-Outdoor)

LANAI บ้านซีรีส์ใหม่ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน

จุดเด่นแรกของแบบบ้านซีรีส์ ‘ลา-ไน’ คือการให้ความสำคัญกับพื้นที่กึ่งภายนอกบ้าน เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสกับลม แสงธรรมชาติและชื่นชมต้นไม้ พื้นที่สีเขียว ช่วยสร้างความผ่อนคลายเพราะบางครั้งการอยู่อาศัยก็ต้องพึ่งพาปัจจัยธรรมชาติเหล่านี้เช่นกัน ตัวบ้านออกแบบพื้นที่ระเบียงให้มีขนาดกว้างขวาง โดยจัดสรรให้มีพื้นที่ระเบียงในร่มทั้งบริเวณชั้น 1 และยาวตลอดแนวบริเวณชั้น 2 เสริมทัศนียภาพความเป็นส่วนตัวและป้องกันแสงแดดบางช่วงเวลาด้วย Dynamic Façade ที่ยืดหยุ่นและสามารถเปิด-ปิด ด้วยการพับได้อย่างสะดวก

ถึงแม้บ้านจะถูกออกแบบให้มีรูปลักษณ์โมเดิร์น เรียบง่ายและทันสมัยในคอนเซ็ปต์ ‘Modern Elegant’ แต่ก็ใช่ว่าจะนำเสนอผ่านวัสดุปูน คอนกรีต หรือกระจกในแบบโมเดิร์นดั้งเดิมเสมอไป ตัวบ้านดีไซน์เติมโทนไม้สีน้ำตาล หรือสอดแทรกพื้นที่ตั้งกระถางต้นไม้เติมความมีชีวิตชีวาของสีเขียว เพื่อสร้างบรรยากาศผ่อนคลายให้กับบ้านได้มากที่สุด

(Dynamic Façade สามารถเปิดรับลมธรรมชาติหรือปิดเพื่อความเป็นส่วนตัวหรือป้องกันความร้อนได้)

LANAI เลย์เอาท์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัว

เมื่อก้าวเข้าสู่ภายใน ความรู้สึกโปร่ง โล่ง สบายทักทายเราผ่านการออกแบบระยะความสูงของฝ้ามากถึง 3.4 เมตร ทำให้บ้านขนาดใหญ่ดูไม่อึดอัดและกว้างขวางพร้อมรองรับทุกกิจกรรม ซึ่งเลย์เอาท์ภายในก็จัดสรรให้ผู้อยู่อาศัยสามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ โดยทุกฟังก์ชันเรียงรายเป็นสัดส่วน พื้นที่สำหรับแม่บ้าน ห้องครัวไทย และห้องน้ำถูกจัดสรรไว้ด้านหนึ่งของตัวบ้าน ในขณะที่อีกมุมหนึ่งเป็นพื้นที่รับประทานอาหารและห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ของครอบครัว แทรกตัวไปด้วยห้องนอนส่วนตัว 2 ห้องที่ถูกออกแบบให้เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ หรือจะปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นห้องทำงาน หรือห้องออกกำลังกายก็ช่วยให้ไลฟ์สไตล์การอยู่บ้านเป็นสัดส่วนมากขึ้นได้

(ห้องนั่งเล่นที่เชื่อมต่อสู่ห้องรับประทานอาหาร)

การใช้งานฟังก์ชันยังมีขนาดที่เพียงพอต่อการอยู่อาศัยเป็นครอบครัวใหญ่ อย่างเช่น การใช้งานห้องครัวที่ออกแบบในลักษณะตัว U ซึ่งสามารถใช้งานพื้นที่ทำอาหารได้อย่างเต็มที่เชื่อมต่อสู่ส่วนเคาน์เตอร์บาร์และแพนทรี่ หรือพื้นที่เอาท์ดอร์รอบตัวบ้านที่สามารถดีไซน์ให้เป็นมุมพักผ่อน ไลฟ์สไตล์สเปซที่เชื่อมความสัมพันธ์ของความเป็นครอบครัวและบ้านได้อย่างลงตัว

(ห้องครัว เคาน์เตอร์บาร์ที่ถูกแบ่งเป็นสัดส่วน และเชื่อมต่อสู่ห้องรับประทานอาหาร)
(พื้นที่เอาท์ดอร์รอบตัวบ้านที่สามารถดีไซน์ให้เป็นมุมพักผ่อนสุดร่มรื่น)

เลย์เอาท์บ้านออกแบบให้มีทั้งมุมพักผ่อนของครอบครัว รวมถึงมุมส่วนตัวอย่างเป็นระบบระเบียบ Family Room แทรกตัวกลายเป็นใจกลางของพื้นที่บริเวณชั้นสอง จะดีไซน์ให้เป็นมุมเล่นเกม มุมดูภาพยนตร์ หรือมุมร้องคาราโอเกะของครอบครัวก็สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการ โดยพื้นที่ในส่วนที่เหลือจะเป็นห้องนอนที่มาพร้อมห้องน้ำส่วนตัวและฟังก์ชันภายในที่ครบครัน และที่สำคัญยังเชื่อมต่อสู่ระเบียงกึ่งเอาท์ดอร์ที่ถูกเรียกว่า ‘ลา-ไน’ ให้ผู้อยู่อาศัยได้มีชั่วโมงของธรรมชาติเข้ามาเป็นตัวช่วยบำบัดและผ่อนคลาย    

(Family Room ที่ออกแบบให้เป็นมุมพิเศษของครอบครัว)

(ห้องนอนที่ดีไซน์ให้มีฟังก์ชันภายในครบครันทั้งมุมทำงาน ห้องน้ำส่วนตัวรวม Walk-in Closet และพื้นที่ส่วนนอน)

(ห้องนอนที่ดีไซน์ให้มีฟังก์ชันภายในครบครัน เชื่อมออกสู่ ‘ลา-ไน’ หรือ ระเบียงยาวในร่มตลอดแนว)

(ห้องนอนมาสเตอร์ที่ดีไซน์ให้มีฟังก์ชันภายในครบครัน เชื่อมออกสู่ ‘ลา-ไน’ หรือ ระเบียงในร่ม)

บ้าน 3 รูปแบบของ LANAI ที่ดีไซน์พื้นที่ใช้สอยแตกต่าง

สำหรับครอบครัวขยายที่มีจำนวนสมาชิกและไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านก็ย่อมต้องมีขนาดและการใช้งานที่แตกต่างกันตามไปด้วย ‘ลา-ไน’ บ้านซีรีส์ใหม่จึงออกแบบให้มี 3 รูปแบบเป็นทางเลือกสำหรับการอยู่อาศัย ซึ่งทุกรูปแบบยังคงคอนเซ็ปต์การแบ่งพื้นที่และการให้ความสำคัญของพื้นที่กึ่งเอาท์ดอร์เช่นเดียวกัน เพียงแต่แตกต่างกันด้วยขนาดพื้นที่ใช้สอย

Captivate แบบบ้านขนาดใหญ่ที่สุด มีฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ ห้องรับแขก  ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร ห้อง Family Room ห้องแม่บ้าน และที่จอดรถ 3 คัน บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 360 ตารางเมตร

(แบบบ้าน Captivate)
(แปลนบ้าน Captivate ชั้น 1)
(แปลนบ้าน Captivate ชั้น 2)

Shade บ้านขนาดกลางที่มีฟังก์ชัน 5 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ห้องรับแขก ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร ห้อง Family Room และที่จอดรถ 2 คัน บนพื้นที่ใช้สอย 279 ตารางเมตร

(แบบบ้าน Shade)
(แปลนบ้าน Shade ชั้น 1)
(แปลนบ้าน Shade ชั้น 2)

Calm บ้านขนาดกระทัดรัดที่มีฟังก์ชันมากถึง 4 ห้องนอน 4 ห้องน้ำ ห้องรับแขก ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร ห้อง Family Room และที่จอดรถ 2 คัน บนพื้นที่ใช้สอย 231 ตารางเมตร

(แบบบ้าน Calm)
(แปลนบ้าน Calm ชั้น 1)
(แปลนบ้าน Calm ชั้น 2)

ฟังก์ชันส่วนกลางที่พร้อมยกระดับทุกการอยู่อาศัย

ไม่เพียงตัวบ้านที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ แต่ฟังก์ชันที่พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตยังส่งต่อสู่การดีไซน์พื้นที่ส่วนกลางเพื่อรองรับทุกกิจกรรมของผู้อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ Club House  Fitness  Kid’s room  Co-working Space สระว่ายน้ำ พื้นที่สีเขียวส่วนกลางตลอดจนซุ้มประตูทางเข้า โดยทั้งหมดออกแบบภายใต้แนวคิด ‘Futuristic’ ที่นำเส้นสายลื่นไหล ลบเหลี่ยมมุม มาสร้างความโดดเด่นให้กับพื้นที่โครงการได้เป็นอย่างดี สภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่เป็นมิตร จึงพร้อมยกระดับการใช้ชีวิตของสมาชิกครอบครัว

(ภาพ Club House ออกแบบด้วยแนวคิด Futuristic เส้นสายล้ำสมัย)
(ภาพซุ้มทางเข้าโครงการ Bangkok Boulevard Donmueang–Chaengwattana)

Live – Work – Play ลงตัวในทุกบทบาทของชีวิต

ถึงแม้สถานการณ์ Covid-19 จะลดชั่วโมงและจำกัดชีวิตของเราให้แคบลง แต่แน่นอนว่าสุดท้ายแล้วบทบาทของชีวิตก็ไม่ได้มีเพียงการอยู่อาศัยภายในบ้านเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพบปะเพื่อนฝูง สังสรรค์ สนุกกับการเดินทางและการทำงาน การจะเลือกบ้านสักหลัง ลงหลักปักฐานเป็นที่อยู่อาศัยจึงจำเป็นต้องใส่ใจบทบาทของชีวิตในทุกแง่มุม

(พื้นที่รับประทานอาหารภายในบ้านรูปแบบ Shade)
(ห้องนอนมาสเตอร์ภายในบ้านรูปแบบ Shade)

Bangkok Boulevard Donmueang–Chaengwattana พร้อมตอบโจทย์ดังกล่าว ด้วยทำเลที่ตั้งแถบชานเมืองติดถนนนาวงศ์– สรงประภาในย่านดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ ซึ่งใกล้ทางด่วนเพียง 5 นาที อีกทั้งยังใกล้แลนด์มาร์ค โรงพยาบาล สถานศึกษา หรือแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ที่ครบครัน ทำให้เราสามารถอยู่อาศัยได้อย่างเงียบสงบ ห่างไกลความวุ่นวาย ในขณะที่ยังคงเดินทางสะดวก ไม่จำเป็นต้องละทิ้งไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในแบบ Live-Work-Play ที่ยังเดินทางเข้าสู่ภายในเมืองได้ง่ายดาย

(ภาพที่ตั้งโครงการ Bangkok Boulevard Donmueang–Chaengwattana)

ฟังก์ชันการอยู่อาศัยที่ครอบคลุมทุกบริบทและความต้องการจึงทำให้โครงการ Bangkok Boulevard Donmueang–Chaengwattana กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจซึ่งสามารถตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตของสมาชิกครอบครัวในยุคปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยราคาเริ่มต้นโครงการอยู่ที่ 10 – 20 ล้านบาท ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมทาง 065-505-8555 หรือ Line @BBDJ

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

จากแรงบันดาลใจของหมู่บ้านแห่งสายน้ำสู่ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao สถาปัตยกรรมน่าอยู่ที่ลงตัวกับทุกบริบทของชีวิต

Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao
จากแรงบันดาลใจของหมู่บ้านแห่งสายน้ำสู่ สถาปัตยกรรมน่าอยู่ที่ลงตัวกับทุกบริบทของชีวิต

เมื่อกล่าวถึงวิถีการเลือกซื้อบ้านในฉบับคนเมืองกรุง หากไม่กล่าวถึงพื้นที่ที่ไร้ซึ่งความแอดอัด หรือหมู่บ้านที่เงียบสงบด้วยบริบทที่ตั้งเห็นจะไม่ได้ เพราะนอกจากสถาปัตยกรรมภายนอกและภายในที่สวยงามแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เชื่อว่าผู้อยู่อาศัยหลายๆ คนยังคงมองหาอยู่เสมอนั่นคือ ‘สถาปัตยกรรมที่น่าอยู่’

              Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao คือหมู่บ้านขนาดพอดีที่มี Modern Luxury Home เพียง 59 หลัง บนพื้นที่กว่า 30-3-84 ไร่ ในย่านบางแค – เพชรเกษม หรือแถบปริมณฑลที่โปร่งเบาด้วยจำนวนผู้อยู่อาศัย มีความแออัดหนาแน่นน้อย และมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อคุณภาพชีวิตอันเงียบสงบ ภายใต้แนวคิดที่ SC ASSET ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบริบทของหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อเรื่องของความเรียบง่ายและมีวิถีการดำเนินชีวิตใกล้ชิดกับสายน้ำ อย่างหมู่บ้าน GIETHOORN ประเทศเนเธอร์แลนด์มาเป็นส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจในการออกแบบผังหมู่บ้านตลอดทั้งโครงการ เพื่อให้บ้านทุกหลังเป็นสถาปัตยกรรมที่น่าอยู่และลงตัวกับทุกช่วงเวลาของการพักผ่อนได้อย่างแท้จริง

สวนหย่อมพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao
สวนหย่อมพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao

บ้านในฝันท่ามกลางบรรยากาศดั่งภาพวาด

              จากแนวคิดที่ต้องการให้บ้านทุกหลังและบริบทภายในโครงการเป็นพื้นที่ที่มีความเป็นส่วนตัวต่อการพักอาศัย และเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน หมู่บ้านเล็กๆ ที่ได้ถูกขนานนามว่าเป็นเวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์ อย่างหมู่บ้าน GIETHOORN จึงได้ถูกหยิบนำเอกลักษณ์ที่งดงามของบรรยากาศที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาตินานาพันธุ์ และความรื่นรมย์ของคูคลองเล็กๆ รอบหมู่บ้านเข้ามาเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจในการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางและผังโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao ที่ยังชวนให้หวนจินตนาการถึงภาพวาดติดฝาผนังในบ้านยุคก่อนๆ ซึ่งเชื่อว่าคงเป็นรูปแบบของบ้านในฝันที่ใครหลายคนปรารถนาเป็นแน่

สระว่ายน้ำระบบเกลือบนพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao
สวนหย่อมพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao

แมกไม้หลากพันธุ์ สีสันแห่งแรงบันดาลใจจากเมืองตะวันตก

              นอกจากแนวคิดในแง่ของการออกแบบสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบภายในโครงการแล้ว รูปทรงของสถาปัตยกรรมหลังคาจั่วสไตล์ตะวันตกและการตกแต่งทิวทัศน์ด้วยพันธุ์ไม้ประดับหลากสีชวนผ่อนคลายสายตาในบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง ก็ยังเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมู่บ้าน GIETHOORN เพื่อให้ผู้อาศัยภายในโครงการได้เพลิดเพลินไปกับบริบทที่งดงามคล้ายกับกำลังได้พักผ่อนท่องเที่ยวในทวีปยุโรป และใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติที่น่าหลงใหลจนลืมความวุ่นวายของการใช้ชีวิตกลางเมือง

สระว่ายน้ำระบบเกลือบนพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao

ดื่มด่ำไปกับบริบทที่ถูกคิดมาเพื่อวีถีของการพักผ่อน

              ด้วยที่ SC ASSET ได้ตั้งใจรังสรรค์ให้โครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao แห่งนี้เป็นดั่งพื้นที่ที่ตอบโจทย์การดำเนินชีวิตอันสงบเงียบและช่วงเวลาของการพักผ่อนได้อย่างลงตัว พื้นที่ส่วนกลางของโครงการจึงเพรียกพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ตั้งแต่ Clubhouse, สระว่ายน้ำระบบเกลือ, ห้องออกกำลังกาย และสวนสาธารณะบรรยากาศร่มรื่น พร้อมทั้งระบบรักษาความปลอดภัยแบบ  Triple Security และบริการพิเศษจาก RueJai Club มาตรฐานจาก SC ASSET ที่ช่วยให้ผู้อาศัยภายในโครงการสามารถดื่มด่ำไปกับบริบทที่ถูกคิดมาเพื่อวิถีของการพักผ่อนได้ตลอดทั้งวันอย่าง Exclusive

ห้องฟิตเนสบนพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao

อีกทั้งอาคารพื้นที่ส่วนกลางยังได้รับการออกแบบภายในให้มีความโมเดิร์นหรูหราและสร้างความรู้สึกที่โปร่งโล่งด้วยการยกเพดานสูงให้ล้อเอียงไปตามองศาของโครงสร้างหลังคาที่เป็นอาคารทรงจั่วสไตล์ตะวันตก เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาใช้งานในพื้นที่ส่วนนี้ได้สัมผัสกับความรู้สึกที่ผ่อนคลายและไม่อึดอัดจนเกินไป ขณะเดียวกันก็ยังสามารถกวาดสายตาออกไปชื่นชมทิวทัศน์ภายนอกอาคารได้อย่างเปิดกว้าง ด้วยมุมมองจากบานหน้าต่างที่ถูกออกแบบตำแหน่งทิศทางให้เหมาะสมกับบริบทไว้อย่างลงตัว

สวนหย่อมพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao
แบบบ้าน GIETHOORN ขนาดที่ดินเริ่มต้นที่ 120 – 162 ตารางวา

ความหรูหราสไตล์โมเดิร์นที่แฝงไปด้วยวิถีชีวิตสุด Exclusive

              หลายครั้งที่ความหรูหรามักถูกตีความขึ้นเพียงแค่ภาพลักษณ์ของสไตล์การออกแบบและวัสดุสิ่งของตกแต่งเท่านั้น ทว่า SC ASSET กลับตีความคำว่าหรูหรา หรือ Luxury ในรูปแบบของวิถีชีวิตที่ Exclusive ผ่านการสร้างบรรยากาศที่น่าอยู่ให้กับบริบทภายในโครงการ และมอบบริการที่เหนือกว่าให้กับผู้อยู่อาศัยทุกครอบครัว ไปพร้อมๆ กับฟังก์ชันภายในตัวบ้านที่ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อรองรับคุณภาพชีวิตที่ดีและตอบโจทย์ทุกกิจวัตรประจำวันได้อย่าง Premium ที่สุด

ด้วยแบบบ้านที่มีให้เลือกถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ แบบบ้าน WIEDEN 4 ห้องนอน, 5 ห้องน้ำ, Double Living Room Family, 1 ห้องแม่บ้าน,  4 ที่จอดรถ บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 351 ตารางเมตร และขนาดที่ดินเริ่มต้นที่ 100  – 132 ตารางวา

 แบบบ้าน MOLENGANT 4 ห้องนอน, 5 ห้องน้ำ, Double Living  Room Family,  1 ห้องแม่บ้าน, 4 ที่จอดรถ บนพื้นที่ใช้สอย 442 ตารางเมตร และขนาดที่ดินเริ่มต้นที่ 104 – 133 ตารางวา

และแบบบ้าน GIETHOORN หรือแบบบ้านไซส์ใหญ่สุดของโครงการ ที่ประกอบไปด้วย 4 ห้องนอน, 5 ห้องน้ำ, Double Living  Room Family,  1 ห้องพระ, 1 ห้องแม่บ้าน และ 4 ที่จอดรถ บนพื้นที่ใช้สอยกว่า 521 ตารางเมตร และขนาดที่ดินเริ่มต้นที่ 120 – 162 ตารางวา

แปลนบ้าน GIETHOORN ชั้น 1
แปลนบ้าน GIETHOORN ชั้น 2

อีกทั้งนอกจากบ้านแต่ละหลังจะถูกวางให้มีขนาดที่ดินอย่างต่ำอยู่ที่ 100 ตารางวาแล้ว การออกแบบผังของโครงการให้บ้านทุกหลังอยู่ในตำแหน่งของแปลงหัวมุมเสมอ เพื่อให้รอบตัวบ้านสามารถมีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางได้มากกว่าและให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นด้วยในคราวเดียวกัน

ส่งตรงคุณภาพชีวิตที่ลงตัว ผ่านการออกแบบเส้นสายที่พิถีพิถัน

ไม่ว่าวิถีชีวิตของแต่ละครอบครัวจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างไร Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao ก็สามารถตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ผ่านการออกแบบเส้นสายที่พิถีพิถันถึง 3 รูปแบบบ้าน ซึ่งรูปแบบของบ้าน GIETHOORN นับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่น่าสนใจ ด้วยฟังก์ชันและเลย์เอาท์ภายในบ้านที่พร้อมรองรับกับสมาชิกภายในครอบครัวได้หลากหลายขนาด อีกทั้งยังตอบโจทย์การใช้งานของสมาชิกทุกคนได้อย่างครบครัน

ตั้งแต่การจัดวางพื้นที่ในส่วนของชั้น 1 ให้เหมาะกับการเป็นห้องทำงาน หรือห้องนั่งเล่น, ปรับเปลี่ยนพื้นที่บริเวณโต๊ะรับประทานอาหารให้เป็นโซนแพนทรี่สำหรับตระเตรียมอาหารง่ายๆ แยกขยายออกมาจากส่วนครัวหลัก ไปจนถึงการจัดวางพื้นที่ห้องนั่งเล่นรอง ห้องพระ และส่วนออกกำลังกายบริเวณหัวมุมบันไดชั้น 2 ก็สามารถจัดวางได้อย่างลงตัวด้วยพื้นที่ใช้สอยที่ค่อนข้างตอบโจทย์

ห้องรับประทานอาหาร และโซนแพนทรี่

อีกทั้งพื้นที่ชั้น 1 ยังได้ถูกจัดวางให้มีห้องนอนสำหรับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุเสริมเข้ามาอีก 1 ห้อง ด้วยการดีไซน์ฟังก์ชันที่ถูกคิดมาในรูปแบบของ Universal Design โดยเฉพาะ เพื่อรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุหรือผู้พิการที่ต้องใช้อุปกรณ์เครื่องมือช่วยพยุง อย่าง ไม้เท้า รถเข็น รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ผ่านการปรับระดับพื้นให้ไร้รอยต่อ ติดตั้งราวจับช่วยพยุงเสริมในห้องน้ำ ไปจนถึงการเลือกใช้วัสดุปูพื้นแบบ Soft Floor เพื่อลดแรงกระแทกและลดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่ไม่อาจคาดคิด

Master Bedroom เพดานสูง 7 เมตร
พื้นที่นั่งเล่นและ Walk-in Closet ของ Master Bedroom

สำหรับอีก 3 ห้องนอนในส่วนของพื้นที่ชั้น 2 แต่ละสัดส่วนได้ถูกออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยที่เพียงพอต่อการจัดวางให้แต่ละห้องสามารถมี Walk-in Closet เป็นของตนเองได้อย่างลงตัว ขณะเดียวกันดีไซน์ของฝ้าเพดานสูง 7 เมตร ที่ล้อไปกับองศาของหลังคาภายในห้อง Master Bedroom ก็ยังช่วยสร้างมุมมองที่โดดเด่นและมีบรรยากาศที่ชวนผ่อนคลายจนสามารถปรับเปลี่ยนให้พื้นที่ภายในห้องนอนกลายเป็นอีกหนึ่งห้องนั่งเล่นระหว่างวันไปในตัวเลยก็ว่าได้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งคุณภาพชีวิตที่ลื่นไหลในอีกมิติ ภายใต้ชายคาของแบบบ้าน GIETHOORN หลังนี้

คัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อศักยภาพการดำเนินชีวิตที่สมบูรณ์แบบ

              นอกจากในส่วนของดีไซน์เลย์เอาท์ตัวบ้านที่ตอบโจทย์กับทุกกิจกรรมการอยู่อาศัยแล้ว บ้านทุกหลังภายในโครงการยังได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมและคัดสรรวัสดุต่างๆ มาอย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบความรู้สึกถึงสถาปัตยกรรมที่น่าอยู่และคุณภาพชีวิตที่เหนือกว่าให้กับผู้อยู่ศัยได้วางใจในทุกๆ ช่วงเวลาของการพักผ่อน

สวนหย่อมนั่งเล่นบริเวณหน้าบ้าน

ไม่ว่าจะเป็น ระบบสัญญาณกันขโมย Magnetic sensor & Shock Sensor, ระบบไฟฉุกเฉิน, ระบบควบคุมอัจฉริยะ Home Automation, ฉนวนกันความร้อน Stay Cool ใต้หลังคา, กระจกป้องกันรังสี UV, ประตูบานไม้สัก, บานหน้าต่างอะลูมิเนียมจากแบรนด์อันดับ 1 ของญี่ปุ่น, สุขภัณจากแบรนด์ระดับพรีเมี่ยม, และอื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างง่ายดายและสมบูรณ์แบบ

แผนที่การเดินทางไปยังโครงการ Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao

พร้อมด้วยการคัดสรรทำเลศักยภาพติดถนนกาญจนาภิเษก ให้ผู้อยู่อาศัยภายในโครงการสามารถเดินทางเข้า-ออกตัวเมืองกรุงเทพได้โดยสะดวกสบาย และเข้าถึงสถานที่สำคัญต่างๆ ไปจนถึงแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ได้ในเพียงในไม่กี่กิโลเมตร ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลเกษมราฎร์บางแค 3.3 กม., ห้าง The Mall บางแค 2.9 กม. และห้างสรรพสินค้าชั้นน้ำอื่นๆ อีกมากมาย, โรงเรียนเด่นหล้า 5 กม., หรือแม้แต่การคมนาคมด้วยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินสถานีหลักสองและรถไฟฟ้าสายสีเขียวสถานีบางหว้าที่ห่างจากตัวโครงการเพียง 3- 8 กม.

ตอบโจทย์การเดินทางสัญจรจาก Bangkok Boulevard Signature Petchkasem- Pinklao ไปยังจุดแลนด์มาร์คต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ขณะเดียวกันก็ยังคงมีพื้นที่ที่สามารถกลับมาดื่มด่ำกับช่วงเวลาของการพักผ่อนได้อย่างสงบเงียบภายในโครงที่ถูกรังสรรค์มาเพื่อความลงตัวกับทุกบริบทของชีวิตโดยเฉพาะ ในราคาเริ่มต้นที่ 20 – 30 ล้านบาท โดยสามารถเข้าชมและสอบถามสิทธิพิเศษได้ที่โครงการระหว่างวันที่ 6 มิ.ย. 64 เป็นต้นไป ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษที่ www.scasset.com

Writer
Pichapohn Singnimittrakul

Pichapohn Singnimittrakul

Copy writer ผู้มีความสนใจในงานจิตอาสา และ Eco-Living ที่เชื่อว่างานออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถเปลี่ยนโลกให้น่าอยู่ขึ้นได้

‘The Luxury Nordic Design’ Bangkok Boulevard พระราม 9 ใช้ชีวิตติดธรรมชาติ ภายใต้สถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นนอร์ดิก

ปัจจุบันนี้ “โครงการบ้านจัดสรร” เริ่มเป็นที่สนใจในแวดวงสถาปัตยกรรมมากขึ้น เพราะด้วยการออกแบบที่ดูดีมีดีไซน์ มีฟังก์ชันที่ครอบคลุม มีระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา บวกกับทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง จึงไม่ยากหากใครหลายๆคนจะเลือกซื้อบ้านจัดสรรดีๆสักหลังเพื่อความสะดวกสบายของอยู่อาศัย

Continue reading “‘The Luxury Nordic Design’ Bangkok Boulevard พระราม 9 ใช้ชีวิตติดธรรมชาติ ภายใต้สถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นนอร์ดิก”