OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM

info@sitename.com | 987654321

Design Makes A Better Life.

การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์

Creative Art and Sento ศิลปะสร้างสรรค์กับโรงอาบน้ำสาธารณะ

  • Creative Art and Sento ศิลปะสร้างสรรค์กับโรงอาบน้ำสาธารณะ

    Creative Art and Sento ศิลปะสร้างสรรค์กับโรงอาบน้ำสาธารณะ

    Creative Art and Sento ศิลปะสร้างสรรค์กับโรงอาบน้ำสาธารณะ ปัจจุบันนี้ “เซนโตะ” (銭湯 / Sento)” หรือ โรงอาบน้ำสาธารณะ ในญี่ปุ่นลดจำนวนลงจากเมื่อก่อนค่อนข้างมากตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง แต่ขณะเดียวกันก็กลับมีเซนโตะเก่าแก่หลายแห่งถูกปลุกให้มีชีวิตขึ้นใหม่ด้วยการรีโนเวทให้เข้ากับยุคสมัย ในอีกด้านก็มีเซนโตะเลือดใหม่ที่ชูความสร้างสรรค์และขายไอเดียดีไซน์ผุดขึ้นหลายแต่งหลายแห่งเช่นกัน เพราะวัฒนธรรมนี้ก็ยังได้รับความนิยมจากคนในชาติอยู่เสมอตลอดจนเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์ของญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบอีกด้วย Kuwamizu Public Bath House (神水公衆浴場) เป็นเซนโตะสไตล์โมเดิร์นที่กำลังได้รับความสนใจไปทั่วโลก โรงอาบน้ำสาธารณะแห่งนี้เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2020 ที่ผ่านมานี้เอง ไอเดียผุดโรงอาบน้ำนี้ขึ้นมาก็เนื่องจากช่วงปี 2016 ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเมืองคุมาโมโตะ (2016 Kumamoto earthquakes) ซึ่งหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบก็คือโรงอาบน้ำสาธารณะที่ต้องปิดตัวมากมายและหาแหล่งใช้บริการได้ยาก เจ้าของบ้านหลังนี้จึงต้องการผุดโรงอาบน้ำสาธารณะเพื่อรองรับคนในชุมชนย่านนี้ขึ้นมานั่นเอง การออกแบบเซนโตะคราวนี้ยังคงฟังก์ชั่นพื้นฐานของมาตรฐานโรงอาบน้ำแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมไว้ทุกประการ ตั้งแต่โซนอาบน้ำชำระล้างร่างกาย บ่อแช่ตัว ไปจนถึงการแบ่งโซนชายหญิงอย่างชัดเจน แต่มีการตกแต่งรายละเอียดภายในให้ออกมาเป็นสไตล์ Modern Minimal ตั้งแต่การฉาบพื้นและผนังหินขัดผสมทรายดำแทนการปูกระเบื้องตามสไตล์ที่คุ้นเคย การเลือกใช้ก๊อกน้ำและฝักบัวดีไซน์เท่ ไปจนถึงความเรียบง่ายแสนสะดุดตาอย่างราวจับทองเหลืองเส้นบางบริเวณบ่อแช่ตัวที่โดดเด่นในแบบน้อยแต่มาก แปลนแสดงพื้นที่ชั้น 1 แปลนแสดงพื้นที่บริเวณโรงอาบน้ำ เอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่แทรกตัวผสานลงไปในเซนโตะแห่งนี้อีกอย่างก็คือการเลือกใช้ไม้สนฮิโนกิที่เป็นไม้ประจำถิ่น นอกจากพื้นผิวไม้ที่สวยตามธรรมชาติแล้วยังมีการออกแบบโครงสร้างอาคารในส่วนต่างๆ ที่ปรับเอาภูมิปัญญาดั้งเดิมมาออกแบบให้ร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะโครงสร้างด้านหน้าอาคารไปจนถึงการวางตัวขัดกันอย่างเป็นระเบียบของท่อนซุงที่มีฟังก์ชั่นเป็นเพดานไปในตัว เหล่านี้ล้วนเป็นเสน่ห์แบบฉบับญี่ปุ่นที่ทรงคุณค่าได้ในทุกยุคทุกสมัย และสะท้อนจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่นที่ผูกพันกับธรรมชาติอย่างกลมกลืนเสมอมา เลือกใช้ไม้สนฮิโนกิที่เป็นไม้ประจำถิ่น อีกหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญที่อยู่ในเซนโตะแบบฉบับญี่ปุ่นดั้งเดิมก็คือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เรียกว่า “ペンキ絵 (Penkie…

  • Vitra Campus ดินแดนสวรรค์ของคนรักสถาปัตยกรรมและการออกแบบ

    Vitra Campus ดินแดนสวรรค์ของคนรักสถาปัตยกรรมและการออกแบบ

    Vitra Campus ดินแดนสวรรค์ของคนรักสถาปัตยกรรมและการออกแบบ หากมีโอกาสมาเยือนประเทศสวิสเซอร์แลนด์ในฐานะสถาปนิกหรือนักออกแบบ คงไม่พลาดที่จะมาเยือน Vitra Campus เมือง basel ที่ตั้งอยู่ในพรมแดนแดนใกล้กับเมือง Weil am Rhein ณ ประเทศเยอรมัน ซึ่งเป็นวิทยาเขตแสดงผลงานศิลปะและการออกแบบที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และยังประกอบไปด้วยพิพิธภัณฑ์จัดแสดงผลงานศิลปะ พื้นที่จัดงานนิทรรศการ ห้องแล็บวิจัยด้านนวัตกรรมการออกแบบ พื้นที่ workshop ร้านค้า และเป็นสำนักงานใหญ่ของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ “Vitra” ถึงแม้ว่า จริงๆ แล้ว Vitra Campus จะอยู่ในอาณาเขตประเทศเยอรมัน แต่กลับสามารถเดินทางด้วยการต่อรถไฟจาก Zurich – Basel และเข้าสู่โครงการได้เลย โดยหากผ่านเมือง Zurich อย่าลืมแวะ Freitag flagship store ที่โดดเด่นด้วยการใช้โครงสร้างตู้คอนเทนเนอร์มาเรียงต่อกันในแนวตั้งที่สูงที่สุดในโลก รวมถึง Le corbusier Pavillion ซึ่งเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของสถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลอย่าง Le Corbusier ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในปี 1965 สิ่งที่น่าสนใจของ Vitra Campus ก็คืออาคารทุกหลังได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง…

  • Architect’s House เมื่อสถาปนิกต้องมาออกแบบบ้านตัวเอง

    Architect’s House เมื่อสถาปนิกต้องมาออกแบบบ้านตัวเอง

    Architect’s House เมื่อสถาปนิกต้องมาออกแบบบ้านตัวเอง เคยคิดเล่น ๆ ไหมว่า บ้านของสถาปนิก ผู้ทำหน้าที่ออกแบบบ้านพักอาศัยให้ครอบครัวมากมายจำนวนหลายหลัง บ้านของพวกเขาเหล่านั้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร? หลายคนคิดว่าบ้านจะต้องโดดเด่น สุดเท่ในแบบไม่ธรรมดา หรือบ้างก็คิดว่าบ้านของสถาปนิกจะต้องซุกซ่อนรายละเอียดของการออกแบบมากมายไว้อย่างเนียบเนียน หลังจากที่หลาย ๆ ครั้ง เรานำเสนอ ‘สถาปนิก’ ในบทบาทของผู้ออกแบบเพียงเท่านั้น คอลัมน์ Dwell ครั้งนี้ Dsign Something จึงชวนทุกคนมามองสถาปนิกในบทบาทของทั้งผู้ออกแบบและผู้อยู่อาศัย ว่าแล้วลองไปเคาะประตูบ้านของ 7 สถาปนิกไทยกันดีกว่า แต่ละหลังมีเรื่องราวการออกแบบอะไรที่น่าสนใจซ่อนอยู่ 01 V House บ้านรักสงบของคุณวรุตม์ วรวรรณ สถาปนิกแห่ง VVA ที่หวนกลับสู่ความเรียบง่ายในแบบสามัญ “ผมชอบบ้านที่อยู่แล้วรู้สึกสงบ ไม่ต้องตื่นเต้น หรือไม่จำเป็นต้องว้าว นี่เป็นความรู้สึกแรกที่มีเลย” คุณวิน-วรุตม์ วรวรรณ สถาปนิกจาก Vin Varavarn Architects (VVA) กล่าว  คุณวินเริ่มต้นเล่าว่า เดิมทีครอบครัวอาศัยอยู่ภายในบ้านทาวน์เฮาส์ที่ชั้นล่างเปิดเป็นออฟฟิศเล็กๆ เมื่อลูก ๆ เริ่มโต ต้องการพื้นที่ส่วนตัวที่มากขึ้น ก็ถึงเวลาของการทำบ้านหลังใหม่ที่เพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้เพียงพอต่อภรรยาและลูกๆ…

  • Escent Park Ville Chiangmai สถาปัตยกรรมคลาสสิคสไตล์โคโลเนียลใต้ร่มเงาจามจุรีที่เคารพบริบทเดิมในพื้นที่

    Escent Park Ville Chiangmai สถาปัตยกรรมคลาสสิคสไตล์โคโลเนียลใต้ร่มเงาจามจุรีที่เคารพบริบทเดิมในพื้นที่

    Escent Park Ville Chiangmai สถาปัตยกรรมคลาสสิคสไตล์โคโลเนียลใต้ร่มเงาจามจุรีที่เคารพบริบทเดิมในพื้นที่ แต่เดิมพื้นที่ตรงนี้เป็นที่ดินเปล่า และมีต้นไม้เดิมส่วนมากเป็นต้นจามจุรี แล้วยังติดกับล่มแม่น้ำคาวในทางตะวันตกของโครงการ จึงไม่มีสิ่งรบกวนจากรอบข้าง พื้นที่โดยรอบทั่วไปจะเป็นอาคารที่พักอาศัยและห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ ต้นจามจุรีเป็นต้นไม้เดิมที่ขึ้นอยู่ภายในโครงการและโดยรอบ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญในพื้นที่ การพัฒนาโครงการจึงเลือกที่จะรักษาต้นไม้เดิมไว้ ทีมออกแบบจึงพัฒนางานให้สามารถเก็บรักษาต้นจามจุรี ไม่ว่าจะเป็นการวางกลุ่มอาคาร สระว่ายน้ำ ที่หลีกเลี่ยงการกระทบต่อต้นไม้และราก การเลือกใช้พื้นแข็ง และงาน softscape ในตำแหน่งที่เหมาะสม การออกแบบระดับของทั้งโครงการให้สามารถรักษาระดับดินเดิมของพื้นที่ ช่วยให้ต้นจามจุรีเดิมสามารถอยู่ได้ และยังเชื่อมต่อไปยังกลุ่มอาคารใหม่ได้อย่างลงตัว ใช้ประโยชน์จากร่มเงาส่งเสริมให้พื้นที่ใหม่ยังคงได้บรรยากาศการอยู่ใต้ต้นจามจุรี คล้ายบรรยากาศเดิมก่อนการพัฒนาโครงการ แนวทางในการออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรม และองค์ประกอบอื่น ๆ ในงานภูมิทัศน์ มีการออกแบบประณีตในทุกรายละเอียดของงานดีไซน์ ด้วยการนำความคลาสสิคสไตล์ Colonial ที่สะท้อนความหรูหรา ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว ด้วยการดีไซน์ Courtyard ที่เน้นความร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่ เติมเต็มความสดชื่นในชั่วโมงแห่งการพักผ่อน ออกแบบให้พื้นที่ใช้งานต่าง ๆ ในแต่ละพื้นที่สามารถรับรู้ถึงกลิ่นอายดั้งเดิม และเสริมพื้นที่ที่ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตในยุคสมัยใหม่สอดแทรกเข้าไป ให้เกิดการพักผ่อนไปพร้อมกับสัมผัสบรรยากาศของธรรมชาติ รายล้อมไปด้วยต้นจามจุรีที่สูงใหญ่ เมื่อเริ่มเข้าสู่โครงการจะพบกับโถงต้อนรับสำหรับเดินเข้าสู่พื้นที่พักผ่อนส่วนกลาง ระหว่างเดินจะได้รับบรรยากาศของน้ำพุที่ไหลรินตลอดแนวทางเดิน เสียงของธารน้ำ จะให้ความรู้สึกสบายเหมาะแก่การพักผ่อนและชวนให้ดื่มด่ำกับการเดินชมสวน และสระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำแทรกตัวอยู่ระหว่างท่ามกลางกลุ่มต้นจามจุรี ให้ความรู้สึกราวกับเป็นส่วนหนึ่งธรรมชาติดั้งเดิมของพื้นที่  ตัวสระว่ายน้ำสามารถเป็นมุมมองที่สวยงามให้ผู้พักอาศัยได้พบเห็น…

  • Goose Living สถาปัตยกรรมที่บอกเล่าความเรียบง่าย ผ่านคาแร็คเตอร์และวิถีชีวิตของห่าน

    Goose Living สถาปัตยกรรมที่บอกเล่าความเรียบง่าย ผ่านคาแร็คเตอร์และวิถีชีวิตของห่าน

    Goose Living สถาปัตยกรรมที่บอกเล่าความเรียบง่ายผ่านคาแร็คเตอร์และวิถีชีวิตของห่าน “Living a goose life Wild fresh and free” เมื่อคาแร็คเตอร์และวิถีแห่งความ Flexible ของ “ห่าน” ถูกตีความและถ่ายทอดผ่านผลงานออกแบบทางสถาปัตยกรรม ตึกเก่าหัวมุมบนถนนสุขุมวิท 71 จึงได้รับบทบาทใหม่ให้เป็น Goose Living โรงแรมและร้านอาหารขนาดเล็ก ที่ผู้ออกแบบอย่าง คุณปานะพันธ์ แซ่ซิ้ม จาก SIM Studio ได้ตั้งใจบอกเล่าความเรียบง่ายและความเป็นธรรมชาติของ “ห่าน” ให้แอบแฝงและชวนสัมผัสได้ในทุกๆ องค์ประกอบของการอยู่อาศัยภายในอาคาร โดยที่มาของแรงบันดาลใจจาก Goose หรือ ห่าน ในครั้งนี้ เกิดจากโมเมนต์ประทับใจในสวนสาธารณะกลางมหานครนิวยอร์ก ของคุณสราภา เวชภัทรสิริ เจ้าของโรงแรมและร้านอาหารแห่งนี้ ที่ไปสะดุดตาและให้ความสนใจเข้ากับเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครของห่าน ด้วยเฉดสีเขียว เทา ขาว ฉบับเฉพาะตัว รวมถึงความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบ หรือปรับตัวได้ในทุกสภาพแวดล้อม สู่การตีความออกมาเป็นสเปซของการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย พร้อมกับนำเสนอความสดชื่นผ่อนคลายให้กับคนเมืองได้ดื่มด่ำตลอดช่วงเวลาที่ได้พักกายและใจอยู่ใน Goose Living “เราให้ Goose เป็น…

  • เสาไฟขวางทางเข้าออกบ้าน ต้องทำอย่างไร ย้ายได้ไหม?

    เสาไฟขวางทางเข้าออกบ้าน ต้องทำอย่างไร ย้ายได้ไหม?

    เสาไฟขวางทางเข้าออกบ้าน ต้องทำอย่างไร ย้ายได้ไหม? กรณีที่มีเสาไฟอยู่ในตำแหน่งที่ขวางทางเข้าบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเสาไฟฟ้าแรงสูง หรือ เสาไฟฟ้าแรงต่ำ ท่านสามารถติดต่อการไฟฟ้ามหานคร เพื่อให้ทำการย้ายเสาได้ โดยติดต่อในพื้นที่ที่ท่านอยู่ได้โดยตรง กรณีเสาไฟฟ้าแรงต่ำ และมีมิเตอร์ไฟฟ้าอยู่ด้วย ต้องทำการขอย้ายมิเตอร์และเสาไฟฟ้าไปพร้อมกัน โดยมีเอกสารที่ต้องใช้คือ  1. ใบเสร็จค่าไฟฟ้าเดือนสุดท้าย 2. สำเนาบัตรประชาชน 3. สำเนาทะเบียนบ้าน  กรณีมีการมอบอำนาจต้องใช้เอกสารของผู้รับมอบอำนาจพร้อมปิดอากรแสตมป์ด้วยครับ หากมีแผนผังสถานที่ตั้งเสาใหม่ หรืออาจมีแผนที่บ้าน ก็จะช่วยอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปสำรวจได้มาก ทั้งนี้อาจมีค่าใช้จ่ายดังนี้ 1. ค่าย้ายมิเตอร์ ตามที่การไฟฟ้ากำหนดไว้สำหรับมิเตอร์ขนาดต่าง ๆ ใช้เวลาประมาณ 2 – 5 วันทำการ นับจากวันที่ได้ชำระเงิน 2. ค่าย้ายเสาไฟฟ้า เจ้าหน้าที่จะมาสำรวจพร้อมประมาณการค่าใช้จ่าย จึงจะแจ้งค่าใช้จ่ายให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทราบ ใช้เวลาประมาณ 15 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ได้ชำระเงิน แต่หากเสาไฟฟ้าที่ท่านต้องการย้ายเป็นเสาไฟฟ้าแสงสว่าง (ไฟฟ้าส่องถนน) ท่านสามารถติดต่อไปที่องค์กรท้องถิ่นที่ท่านอาศัยอยู่ อาจเป็นสำนักงานเขตอบต. หรือเทศบาล ที่ดูแลพื้นที่นั้นๆ ครับ ขอบคุณข้อมูลจาก บริษัท ออลเฮ้าส์ จำกัด Writer

  • BANGKOK CITY LIBRARY ส่งต่อความรู้จากอดีตสู่ปัจจุบัน ภายในห้องสมุดศูนย์รวมวัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจ และศิลปะ

    BANGKOK CITY LIBRARY ส่งต่อความรู้จากอดีตสู่ปัจจุบัน ภายในห้องสมุดศูนย์รวมวัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจ และศิลปะ

    BANGKOK CITY LIBRARY ส่งต่อความรู้จากอดีตสู่ปัจจุบัน ภายในห้องสมุดศูนย์รวมวัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจ และศิลปะ BANGKOK CITY LIBRARY หรือ อาคารหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์ ศูนย์รวมวัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจและศิลปะมายาวนาน หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานครแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนสถานที่ที่พร้อมจะส่งต่อความรู้จากอดีตสู่ปัจจุบัน แสงธรรมชาติที่ส่องสว่างเข้ามายังอาคารสถาปัตยกรรมบนถนนราชดาเนินนี้ เปรียบเสมือนแสงที่จุดประกายการเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างไร้ขีดจากัด ก่อเกิดเป็น “ปัญญา” ท่ามกลางคลังหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศิลปะวัฒนธรรม และมรดกอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพมหานครไว้อย่างครบถ้วน เนื่องจากอาคารหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานครถูกก่อสร้างขึ้นในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (พ.ศ. 2475) จนถึงช่วงสงคราม (พ.ศ.2482 – 2488) เป็นช่วงการออกแบบที่ยังยึดแนวสถาปัตยกรรมแนวอาร์เดคอร์ การออกแบบหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร จึงเป็นการผสมผสานระหว่างโครงสร้างอาคารแบบตะวันตกกับศิลปะไทยเข้าด้วยกัน โดยการออกแบบตกแต่งภายในยังคงเคารพรูปลักษณ์ของอาคารไว้ให้ได้สมบูรณ์ที่สุดและใช้ลวดลายสี และวัสดุที่มีความเป็นไทยซึ่งอยู่ในยุคเดียวกับอาร์ทเดคอร์เติมลงไปในงานดีไซนด์การส่งต่อความรู้เปรียบเสมือนการส่องทางสว่าง การออกแบบแสงสว่างในอาคารจึงเป็นสิ่งที่ผู้ออกแบบต้องการเน้นโดยเฉพาะบริเวณที่มีการอ่านหนังสือและการทำงาน ส่วนบริเวณอื่นๆจะมีการคุมแสงให้อยู่ในระดับสบายตา ให้อยู่ในโทนสีที่ดูร่วมสมัย   *คำอธิบายทั้งหมดโดยผู้ออกแบบ (Text description by the architects) Location : 9 ถนน ราชดำเนินกลาง แขวง ตลาดยอด เขตพระนคร…

  • วัสดุตกแต่งใหม่ ! พื้นตกแต่งเอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ที-คลิปชิลด์ พื้นสวยกันลื่น ด้วยนวัตกรรม COLOR LOC SHIELD ล็อก 5 ชั้น

    วัสดุตกแต่งใหม่ ! พื้นตกแต่งเอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ที-คลิปชิลด์ พื้นสวยกันลื่น ด้วยนวัตกรรม COLOR LOC SHIELD ล็อก 5 ชั้น

    วัสดุตกแต่งใหม่ ! พื้นตกแต่งเอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ที-คลิปชิลด์ พื้นสวยกันลื่น ด้วยนวัตกรรม COLOR LOC SHIELD ล็อก 5 ชั้น บ้านไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นสถานที่รวมไลฟ์สไตล์ทั้งการทำงาน การเรียน การออกกำลังกาย ทุก ๆ คนต่างใช้ทุกพื้นที่ของบ้านไม่ว่าจะภายนอกหรือภายในเพื่อทำกิจกรรม “พื้นบ้าน” ที่รองรับทุกชีวิตจึงจำเป็นต้องตอบโจทย์ทั้งการใช้งาน ความสวยงาม และความคงทน วันนี้เราจึงพาทุกคนมารู้จักกับ “พื้นตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ที-คลิปชิลด์” อีกระดับของพื้นไม้ ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ล่าสุด “Color Loc Shield” ล็อก 5 ชั้น เสริมสร้างความทนทาน สวยงามและกันลื่น ตอบโจทย์ด้วยสีโทนใหม่สไตล์มินิมอล และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้คุณใช้ชีวิตบริเวณบ้านอย่างมีความสุข นวัตกรรมใหม่ให้สีทนทานทุกสภาพอากาศ พบนวัตกรรมใหม่กับ “Color Loc Shield” ล็อก 5 ชั้นกับ “พื้นตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์…

  • Japanese Deconstructivism สถาปัตยกรรมนอกกรอบแบบฉบับญี่ปุ่น

    Japanese Deconstructivism สถาปัตยกรรมนอกกรอบแบบฉบับญี่ปุ่น

    Japanese Deconstructivism สถาปัตยกรรมนอกกรอบแบบฉบับญี่ปุ่น ถ้าพูดถึงสถาปัตยกรรมคตินิยมเปลี่ยนแนวหรือที่รู้จักกันในสากลว่า Deconstructivism นั้น ชื่อสถาปนิกซึ่งมีงานโดดเด่นในแนวนี้ที่จะผุดมาเป็นอันดับแรกๆ เลยก็คือ Frank Gehry หรือไม่ก็ Zaha Hadid ซึ่งเคยสร้างสรรค์ผลงานล้ำจินตนาการไว้มากมาย ไอเดียสถาปัตยกรรมไร้รูปแบบนี้มักจะเห็นกันได้ในหมู่สถาปนิกฝั่งตะวันตกมากกว่าสถาปนิกฝั่งตะวันออก แต่วันนี้เราหยิบเอาผลงานน่าสนใจในแนว Deconstructivism ฝั่งเอเชียเอามาฝากกันบ้าง ที่สำคัญเป็นผลงานของสถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อดังที่ผลงานส่วนใหญ่ของเขาห่างไกลจากแนว Deconstructivism โดยสิ้นเชิง ความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมฝั่งญี่ปุ่นมักเป็นเรื่องของความเรียบง่ายและเส้นสายที่เป็นระเบียบ น้อยโอกาสนักที่จะได้เห็นงานไอเดียสถาปัตยกรรมไร้รูปแบบตลอดจนมีโครงสร้างแปลกตาไม่คุ้นเคย เหมือนกับสถาปัตยกรรมที่เปิดกรอบจินตนาการนี้อย่าง Kadokawa Culture Museum (角川武蔵野ミュージアム) ที่มีรูปทรงประหลาดตาแตกต่างจากสไตล์งานที่เราพบเห็นในญี่ปุ่น และที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเมื่อได้รู้ว่ามันเป็นผลงานการออกแบบของ Kengo Kuma สถาปนิกชาวญี่ปุ่นผู้โด่งดังที่เราไม่เคยเห็นเขาสร้างสรรค์ผลงานในลักษณะนี้มาก่อนเลยนั่นเอง Kadokawa Culture Museum เป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมร่วมสมัยนี้ตั้งอยู่ในโครงการ Tokorozawa Sakura Town ซึ่งเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรม Pop Culture แห่งใหม่ของญี่ปุ่นที่สร้างสรรค์ขึ้นภายในคอนเซ็ปต์ Cool Japan Forest รายรอบไปด้วยสิ่งน่าสนใจมากมาย หัวใจสำคัญที่กลายมาเป็นจุดเด่นนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมรูปทรงแปลกตาที่เรียกความสนใจจากทุกคนได้ตั้งแต่แรกเห็น นอกจากรูปทรงอาคารดีไซน์ล้ำจินตนาการแล้ว สิ่งที่โดดเด่นอันดับแรกเลยก็คือฟาซาดของอาคารที่สร้างสรรค์ขึ้นนั่นเอง เริ่มจากตัวอาคารที่ไม่ใช่แนวผิวผนังเรียบเสมอกันแต่เป็นการเล่นระดับกับเหลี่ยมและมุมจนทำให้เกิดลูกเล่นบนพื้นผิวอาคารที่น่าสนใจ สำหรับวัสดุที่นำมาใช้ทำฟาซาดนั้นเกิดจากการเรียงแผ่นหินแกรนิตโดยรอบกว่า 20,000…

  • URBAN PRIVACY EXCLUSIVE RESIDENCE สัมผัสวิถีความเป็น Modern British ทุกตารางเมตร ที่ BELGRAVIA BANGNA-RAMA 9

    URBAN PRIVACY EXCLUSIVE RESIDENCE สัมผัสวิถีความเป็น Modern British ทุกตารางเมตร ที่ BELGRAVIA BANGNA-RAMA 9

    ÖKO Automobile ยานพาหนะรักษ์โลกแห่งอนาคต การเปลี่ยนผ่านของแต่ละศตวรรษนั้นมักแสดงถึงความสำคัญถึงเหตุการณ์ของโลกในยุคๆ นั้น เช่นเดียวกับในปัจจุบันที่กระแสการรักษ์โลกกลายเป็นเรื่องที่ในทุกแวดวงธุรกิจให้ความสำคัญ โดยธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างธุรกิจยานยนต์ที่การออกแบบและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นประเด็นที่ได้หลอมรวมไลฟ์สไตล์ไปพร้อมกับการรักษ์โลกได้อย่างน่าสนใจในหลายๆ มิติ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บริษัท เออร์โก้ ออโตโมบิล (ÖKO Automobile) ที่เชื่อมั่นในธุรกิจที่ไม่สร้างมลภาวะแก่โลก ได้นำเข้ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่าง Wuling Hongguang Mini EV (วู่หลิง ฮงกวง มินิ อีวี) รถไฟฟ้าไซส์เล็กที่สามารถจดทะเบียนได้ตามกฎหมายในประเทศไทย อีกทั้งยังผลิตภายใต้เครือบริษัท SAIC ตัวรถจึงถูกประกอบและนำเข้ามาจากประเทศจีน 100% จึงการันตีได้ถึงคุณภาพและบริการหลังการขายให้ลูกค้าได้มั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม เมื่อไลฟ์สไตล์และการรักษ์โลกเป็นเรื่องเดียวกัน Wuling Hongguang Mini EV คือรถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกออกแบบและพัฒนาอย่างตั้งใจเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมือง (Urban Lifestyle) อย่างแท้จริง ตัวรถภายนอกผ่านการดีไซน์ด้วยเส้นสายตรงไปตรงมาดูโมเดิร์น และส่งต่อไปยังห้องโดยสารที่เรียบง่ายเป็นกันเอง ภายในติดตั้งด้วยเบาะผ้าแบบสี่ที่นั่ง โดยเบาะหลังจะมีจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX เตรียมไว้เพื่อความปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก ส่วนพื้นที่ขับขี่นั้นมาพร้อมกับพวงมาลัยซ้ายและชุดอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ อย่างครบครัน ทั้งแอร์ วิทยุ ช่องเสียบยูเอสบี กระจกไฟฟ้าทั้ง 2 ฝั่งที่นั่ง และเกียร์แบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้วิธีแบบหมุนในการเปลี่ยนคำสั่งใช้งาน ส่วนตัวรถนั้นมีความกว้าง 1.493…