OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM
info@sitename.com | 987654321
การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์


Creative Art and Sento ศิลปะสร้างสรรค์กับโรงอาบน้ำสาธารณะ ปัจจุบันนี้ “เซนโตะ” (銭湯 / Sento)” หรือ โรงอาบน้ำสาธารณะ ในญี่ปุ่นลดจำนวนลงจากเมื่อก่อนค่อนข้างมากตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง แต่ขณะเดียวกันก็กลับมีเซนโตะเก่าแก่หลายแห่งถูกปลุกให้มีชีวิตขึ้นใหม่ด้วยการรีโนเวทให้เข้ากับยุคสมัย ในอีกด้านก็มีเซนโตะเลือดใหม่ที่ชูความสร้างสรรค์และขายไอเดียดีไซน์ผุดขึ้นหลายแต่งหลายแห่งเช่นกัน เพราะวัฒนธรรมนี้ก็ยังได้รับความนิยมจากคนในชาติอยู่เสมอตลอดจนเป็นหนึ่งในอัตลักษณ์ของญี่ปุ่นที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบอีกด้วย Kuwamizu Public Bath House (神水公衆浴場) เป็นเซนโตะสไตล์โมเดิร์นที่กำลังได้รับความสนใจไปทั่วโลก โรงอาบน้ำสาธารณะแห่งนี้เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2020 ที่ผ่านมานี้เอง ไอเดียผุดโรงอาบน้ำนี้ขึ้นมาก็เนื่องจากช่วงปี 2016 ได้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเมืองคุมาโมโตะ (2016 Kumamoto earthquakes) ซึ่งหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบก็คือโรงอาบน้ำสาธารณะที่ต้องปิดตัวมากมายและหาแหล่งใช้บริการได้ยาก เจ้าของบ้านหลังนี้จึงต้องการผุดโรงอาบน้ำสาธารณะเพื่อรองรับคนในชุมชนย่านนี้ขึ้นมานั่นเอง การออกแบบเซนโตะคราวนี้ยังคงฟังก์ชั่นพื้นฐานของมาตรฐานโรงอาบน้ำแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมไว้ทุกประการ ตั้งแต่โซนอาบน้ำชำระล้างร่างกาย บ่อแช่ตัว ไปจนถึงการแบ่งโซนชายหญิงอย่างชัดเจน แต่มีการตกแต่งรายละเอียดภายในให้ออกมาเป็นสไตล์ Modern Minimal ตั้งแต่การฉาบพื้นและผนังหินขัดผสมทรายดำแทนการปูกระเบื้องตามสไตล์ที่คุ้นเคย การเลือกใช้ก๊อกน้ำและฝักบัวดีไซน์เท่ ไปจนถึงความเรียบง่ายแสนสะดุดตาอย่างราวจับทองเหลืองเส้นบางบริเวณบ่อแช่ตัวที่โดดเด่นในแบบน้อยแต่มาก แปลนแสดงพื้นที่ชั้น 1 แปลนแสดงพื้นที่บริเวณโรงอาบน้ำ เอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นที่แทรกตัวผสานลงไปในเซนโตะแห่งนี้อีกอย่างก็คือการเลือกใช้ไม้สนฮิโนกิที่เป็นไม้ประจำถิ่น นอกจากพื้นผิวไม้ที่สวยตามธรรมชาติแล้วยังมีการออกแบบโครงสร้างอาคารในส่วนต่างๆ ที่ปรับเอาภูมิปัญญาดั้งเดิมมาออกแบบให้ร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะโครงสร้างด้านหน้าอาคารไปจนถึงการวางตัวขัดกันอย่างเป็นระเบียบของท่อนซุงที่มีฟังก์ชั่นเป็นเพดานไปในตัว เหล่านี้ล้วนเป็นเสน่ห์แบบฉบับญี่ปุ่นที่ทรงคุณค่าได้ในทุกยุคทุกสมัย และสะท้อนจิตวิญญาณของคนญี่ปุ่นที่ผูกพันกับธรรมชาติอย่างกลมกลืนเสมอมา เลือกใช้ไม้สนฮิโนกิที่เป็นไม้ประจำถิ่น อีกหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญที่อยู่ในเซนโตะแบบฉบับญี่ปุ่นดั้งเดิมก็คือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เรียกว่า “ペンキ絵 (Penkie…

Architect’s House เมื่อสถาปนิกต้องมาออกแบบบ้านตัวเอง เคยคิดเล่น ๆ ไหมว่า บ้านของสถาปนิก ผู้ทำหน้าที่ออกแบบบ้านพักอาศัยให้ครอบครัวมากมายจำนวนหลายหลัง บ้านของพวกเขาเหล่านั้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร? หลายคนคิดว่าบ้านจะต้องโดดเด่น สุดเท่ในแบบไม่ธรรมดา หรือบ้างก็คิดว่าบ้านของสถาปนิกจะต้องซุกซ่อนรายละเอียดของการออกแบบมากมายไว้อย่างเนียบเนียน หลังจากที่หลาย ๆ ครั้ง เรานำเสนอ ‘สถาปนิก’ ในบทบาทของผู้ออกแบบเพียงเท่านั้น คอลัมน์ Dwell ครั้งนี้ Dsign Something จึงชวนทุกคนมามองสถาปนิกในบทบาทของทั้งผู้ออกแบบและผู้อยู่อาศัย ว่าแล้วลองไปเคาะประตูบ้านของ 7 สถาปนิกไทยกันดีกว่า แต่ละหลังมีเรื่องราวการออกแบบอะไรที่น่าสนใจซ่อนอยู่ 01 V House บ้านรักสงบของคุณวรุตม์ วรวรรณ สถาปนิกแห่ง VVA ที่หวนกลับสู่ความเรียบง่ายในแบบสามัญ “ผมชอบบ้านที่อยู่แล้วรู้สึกสงบ ไม่ต้องตื่นเต้น หรือไม่จำเป็นต้องว้าว นี่เป็นความรู้สึกแรกที่มีเลย” คุณวิน-วรุตม์ วรวรรณ สถาปนิกจาก Vin Varavarn Architects (VVA) กล่าว คุณวินเริ่มต้นเล่าว่า เดิมทีครอบครัวอาศัยอยู่ภายในบ้านทาวน์เฮาส์ที่ชั้นล่างเปิดเป็นออฟฟิศเล็กๆ เมื่อลูก ๆ เริ่มโต ต้องการพื้นที่ส่วนตัวที่มากขึ้น ก็ถึงเวลาของการทำบ้านหลังใหม่ที่เพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้เพียงพอต่อภรรยาและลูกๆ…

Escent Park Ville Chiangmai สถาปัตยกรรมคลาสสิคสไตล์โคโลเนียลใต้ร่มเงาจามจุรีที่เคารพบริบทเดิมในพื้นที่ แต่เดิมพื้นที่ตรงนี้เป็นที่ดินเปล่า และมีต้นไม้เดิมส่วนมากเป็นต้นจามจุรี แล้วยังติดกับล่มแม่น้ำคาวในทางตะวันตกของโครงการ จึงไม่มีสิ่งรบกวนจากรอบข้าง พื้นที่โดยรอบทั่วไปจะเป็นอาคารที่พักอาศัยและห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ ต้นจามจุรีเป็นต้นไม้เดิมที่ขึ้นอยู่ภายในโครงการและโดยรอบ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญในพื้นที่ การพัฒนาโครงการจึงเลือกที่จะรักษาต้นไม้เดิมไว้ ทีมออกแบบจึงพัฒนางานให้สามารถเก็บรักษาต้นจามจุรี ไม่ว่าจะเป็นการวางกลุ่มอาคาร สระว่ายน้ำ ที่หลีกเลี่ยงการกระทบต่อต้นไม้และราก การเลือกใช้พื้นแข็ง และงาน softscape ในตำแหน่งที่เหมาะสม การออกแบบระดับของทั้งโครงการให้สามารถรักษาระดับดินเดิมของพื้นที่ ช่วยให้ต้นจามจุรีเดิมสามารถอยู่ได้ และยังเชื่อมต่อไปยังกลุ่มอาคารใหม่ได้อย่างลงตัว ใช้ประโยชน์จากร่มเงาส่งเสริมให้พื้นที่ใหม่ยังคงได้บรรยากาศการอยู่ใต้ต้นจามจุรี คล้ายบรรยากาศเดิมก่อนการพัฒนาโครงการ แนวทางในการออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรม และองค์ประกอบอื่น ๆ ในงานภูมิทัศน์ มีการออกแบบประณีตในทุกรายละเอียดของงานดีไซน์ ด้วยการนำความคลาสสิคสไตล์ Colonial ที่สะท้อนความหรูหรา ในขณะเดียวกันก็ยังให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว ด้วยการดีไซน์ Courtyard ที่เน้นความร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่ เติมเต็มความสดชื่นในชั่วโมงแห่งการพักผ่อน ออกแบบให้พื้นที่ใช้งานต่าง ๆ ในแต่ละพื้นที่สามารถรับรู้ถึงกลิ่นอายดั้งเดิม และเสริมพื้นที่ที่ตอบรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตในยุคสมัยใหม่สอดแทรกเข้าไป ให้เกิดการพักผ่อนไปพร้อมกับสัมผัสบรรยากาศของธรรมชาติ รายล้อมไปด้วยต้นจามจุรีที่สูงใหญ่ เมื่อเริ่มเข้าสู่โครงการจะพบกับโถงต้อนรับสำหรับเดินเข้าสู่พื้นที่พักผ่อนส่วนกลาง ระหว่างเดินจะได้รับบรรยากาศของน้ำพุที่ไหลรินตลอดแนวทางเดิน เสียงของธารน้ำ จะให้ความรู้สึกสบายเหมาะแก่การพักผ่อนและชวนให้ดื่มด่ำกับการเดินชมสวน และสระว่ายน้ำ สระว่ายน้ำแทรกตัวอยู่ระหว่างท่ามกลางกลุ่มต้นจามจุรี ให้ความรู้สึกราวกับเป็นส่วนหนึ่งธรรมชาติดั้งเดิมของพื้นที่ ตัวสระว่ายน้ำสามารถเป็นมุมมองที่สวยงามให้ผู้พักอาศัยได้พบเห็น…

Goose Living สถาปัตยกรรมที่บอกเล่าความเรียบง่ายผ่านคาแร็คเตอร์และวิถีชีวิตของห่าน “Living a goose life Wild fresh and free” เมื่อคาแร็คเตอร์และวิถีแห่งความ Flexible ของ “ห่าน” ถูกตีความและถ่ายทอดผ่านผลงานออกแบบทางสถาปัตยกรรม ตึกเก่าหัวมุมบนถนนสุขุมวิท 71 จึงได้รับบทบาทใหม่ให้เป็น Goose Living โรงแรมและร้านอาหารขนาดเล็ก ที่ผู้ออกแบบอย่าง คุณปานะพันธ์ แซ่ซิ้ม จาก SIM Studio ได้ตั้งใจบอกเล่าความเรียบง่ายและความเป็นธรรมชาติของ “ห่าน” ให้แอบแฝงและชวนสัมผัสได้ในทุกๆ องค์ประกอบของการอยู่อาศัยภายในอาคาร โดยที่มาของแรงบันดาลใจจาก Goose หรือ ห่าน ในครั้งนี้ เกิดจากโมเมนต์ประทับใจในสวนสาธารณะกลางมหานครนิวยอร์ก ของคุณสราภา เวชภัทรสิริ เจ้าของโรงแรมและร้านอาหารแห่งนี้ ที่ไปสะดุดตาและให้ความสนใจเข้ากับเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครของห่าน ด้วยเฉดสีเขียว เทา ขาว ฉบับเฉพาะตัว รวมถึงความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบ หรือปรับตัวได้ในทุกสภาพแวดล้อม สู่การตีความออกมาเป็นสเปซของการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย พร้อมกับนำเสนอความสดชื่นผ่อนคลายให้กับคนเมืองได้ดื่มด่ำตลอดช่วงเวลาที่ได้พักกายและใจอยู่ใน Goose Living “เราให้ Goose เป็น…

เสาไฟขวางทางเข้าออกบ้าน ต้องทำอย่างไร ย้ายได้ไหม? กรณีที่มีเสาไฟอยู่ในตำแหน่งที่ขวางทางเข้าบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเสาไฟฟ้าแรงสูง หรือ เสาไฟฟ้าแรงต่ำ ท่านสามารถติดต่อการไฟฟ้ามหานคร เพื่อให้ทำการย้ายเสาได้ โดยติดต่อในพื้นที่ที่ท่านอยู่ได้โดยตรง กรณีเสาไฟฟ้าแรงต่ำ และมีมิเตอร์ไฟฟ้าอยู่ด้วย ต้องทำการขอย้ายมิเตอร์และเสาไฟฟ้าไปพร้อมกัน โดยมีเอกสารที่ต้องใช้คือ 1. ใบเสร็จค่าไฟฟ้าเดือนสุดท้าย 2. สำเนาบัตรประชาชน 3. สำเนาทะเบียนบ้าน กรณีมีการมอบอำนาจต้องใช้เอกสารของผู้รับมอบอำนาจพร้อมปิดอากรแสตมป์ด้วยครับ หากมีแผนผังสถานที่ตั้งเสาใหม่ หรืออาจมีแผนที่บ้าน ก็จะช่วยอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปสำรวจได้มาก ทั้งนี้อาจมีค่าใช้จ่ายดังนี้ 1. ค่าย้ายมิเตอร์ ตามที่การไฟฟ้ากำหนดไว้สำหรับมิเตอร์ขนาดต่าง ๆ ใช้เวลาประมาณ 2 – 5 วันทำการ นับจากวันที่ได้ชำระเงิน 2. ค่าย้ายเสาไฟฟ้า เจ้าหน้าที่จะมาสำรวจพร้อมประมาณการค่าใช้จ่าย จึงจะแจ้งค่าใช้จ่ายให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทราบ ใช้เวลาประมาณ 15 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ได้ชำระเงิน แต่หากเสาไฟฟ้าที่ท่านต้องการย้ายเป็นเสาไฟฟ้าแสงสว่าง (ไฟฟ้าส่องถนน) ท่านสามารถติดต่อไปที่องค์กรท้องถิ่นที่ท่านอาศัยอยู่ อาจเป็นสำนักงานเขตอบต. หรือเทศบาล ที่ดูแลพื้นที่นั้นๆ ครับ ขอบคุณข้อมูลจาก บริษัท ออลเฮ้าส์ จำกัด Writer

BANGKOK CITY LIBRARY ส่งต่อความรู้จากอดีตสู่ปัจจุบัน ภายในห้องสมุดศูนย์รวมวัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจ และศิลปะ BANGKOK CITY LIBRARY หรือ อาคารหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์ ศูนย์รวมวัฒนธรรม การเมือง เศรษฐกิจและศิลปะมายาวนาน หอสมุดเมืองกรุงเทพมหานครแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนสถานที่ที่พร้อมจะส่งต่อความรู้จากอดีตสู่ปัจจุบัน แสงธรรมชาติที่ส่องสว่างเข้ามายังอาคารสถาปัตยกรรมบนถนนราชดาเนินนี้ เปรียบเสมือนแสงที่จุดประกายการเรียนรู้สิ่งใหม่อย่างไร้ขีดจากัด ก่อเกิดเป็น “ปัญญา” ท่ามกลางคลังหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ศิลปะวัฒนธรรม และมรดกอันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพมหานครไว้อย่างครบถ้วน เนื่องจากอาคารหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานครถูกก่อสร้างขึ้นในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (พ.ศ. 2475) จนถึงช่วงสงคราม (พ.ศ.2482 – 2488) เป็นช่วงการออกแบบที่ยังยึดแนวสถาปัตยกรรมแนวอาร์เดคอร์ การออกแบบหอสมุดเมืองกรุงเทพมหานคร จึงเป็นการผสมผสานระหว่างโครงสร้างอาคารแบบตะวันตกกับศิลปะไทยเข้าด้วยกัน โดยการออกแบบตกแต่งภายในยังคงเคารพรูปลักษณ์ของอาคารไว้ให้ได้สมบูรณ์ที่สุดและใช้ลวดลายสี และวัสดุที่มีความเป็นไทยซึ่งอยู่ในยุคเดียวกับอาร์ทเดคอร์เติมลงไปในงานดีไซนด์การส่งต่อความรู้เปรียบเสมือนการส่องทางสว่าง การออกแบบแสงสว่างในอาคารจึงเป็นสิ่งที่ผู้ออกแบบต้องการเน้นโดยเฉพาะบริเวณที่มีการอ่านหนังสือและการทำงาน ส่วนบริเวณอื่นๆจะมีการคุมแสงให้อยู่ในระดับสบายตา ให้อยู่ในโทนสีที่ดูร่วมสมัย *คำอธิบายทั้งหมดโดยผู้ออกแบบ (Text description by the architects) Location : 9 ถนน ราชดำเนินกลาง แขวง ตลาดยอด เขตพระนคร…

วัสดุตกแต่งใหม่ ! พื้นตกแต่งเอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ที-คลิปชิลด์ พื้นสวยกันลื่น ด้วยนวัตกรรม COLOR LOC SHIELD ล็อก 5 ชั้น บ้านไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นสถานที่รวมไลฟ์สไตล์ทั้งการทำงาน การเรียน การออกกำลังกาย ทุก ๆ คนต่างใช้ทุกพื้นที่ของบ้านไม่ว่าจะภายนอกหรือภายในเพื่อทำกิจกรรม “พื้นบ้าน” ที่รองรับทุกชีวิตจึงจำเป็นต้องตอบโจทย์ทั้งการใช้งาน ความสวยงาม และความคงทน วันนี้เราจึงพาทุกคนมารู้จักกับ “พื้นตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ที-คลิปชิลด์” อีกระดับของพื้นไม้ ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ล่าสุด “Color Loc Shield” ล็อก 5 ชั้น เสริมสร้างความทนทาน สวยงามและกันลื่น ตอบโจทย์ด้วยสีโทนใหม่สไตล์มินิมอล และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้คุณใช้ชีวิตบริเวณบ้านอย่างมีความสุข นวัตกรรมใหม่ให้สีทนทานทุกสภาพอากาศ พบนวัตกรรมใหม่กับ “Color Loc Shield” ล็อก 5 ชั้นกับ “พื้นตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์…

Japanese Deconstructivism สถาปัตยกรรมนอกกรอบแบบฉบับญี่ปุ่น ถ้าพูดถึงสถาปัตยกรรมคตินิยมเปลี่ยนแนวหรือที่รู้จักกันในสากลว่า Deconstructivism นั้น ชื่อสถาปนิกซึ่งมีงานโดดเด่นในแนวนี้ที่จะผุดมาเป็นอันดับแรกๆ เลยก็คือ Frank Gehry หรือไม่ก็ Zaha Hadid ซึ่งเคยสร้างสรรค์ผลงานล้ำจินตนาการไว้มากมาย ไอเดียสถาปัตยกรรมไร้รูปแบบนี้มักจะเห็นกันได้ในหมู่สถาปนิกฝั่งตะวันตกมากกว่าสถาปนิกฝั่งตะวันออก แต่วันนี้เราหยิบเอาผลงานน่าสนใจในแนว Deconstructivism ฝั่งเอเชียเอามาฝากกันบ้าง ที่สำคัญเป็นผลงานของสถาปนิกชาวญี่ปุ่นชื่อดังที่ผลงานส่วนใหญ่ของเขาห่างไกลจากแนว Deconstructivism โดยสิ้นเชิง ความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมฝั่งญี่ปุ่นมักเป็นเรื่องของความเรียบง่ายและเส้นสายที่เป็นระเบียบ น้อยโอกาสนักที่จะได้เห็นงานไอเดียสถาปัตยกรรมไร้รูปแบบตลอดจนมีโครงสร้างแปลกตาไม่คุ้นเคย เหมือนกับสถาปัตยกรรมที่เปิดกรอบจินตนาการนี้อย่าง Kadokawa Culture Museum (角川武蔵野ミュージアム) ที่มีรูปทรงประหลาดตาแตกต่างจากสไตล์งานที่เราพบเห็นในญี่ปุ่น และที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าเมื่อได้รู้ว่ามันเป็นผลงานการออกแบบของ Kengo Kuma สถาปนิกชาวญี่ปุ่นผู้โด่งดังที่เราไม่เคยเห็นเขาสร้างสรรค์ผลงานในลักษณะนี้มาก่อนเลยนั่นเอง Kadokawa Culture Museum เป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมร่วมสมัยนี้ตั้งอยู่ในโครงการ Tokorozawa Sakura Town ซึ่งเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรม Pop Culture แห่งใหม่ของญี่ปุ่นที่สร้างสรรค์ขึ้นภายในคอนเซ็ปต์ Cool Japan Forest รายรอบไปด้วยสิ่งน่าสนใจมากมาย หัวใจสำคัญที่กลายมาเป็นจุดเด่นนี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมรูปทรงแปลกตาที่เรียกความสนใจจากทุกคนได้ตั้งแต่แรกเห็น นอกจากรูปทรงอาคารดีไซน์ล้ำจินตนาการแล้ว สิ่งที่โดดเด่นอันดับแรกเลยก็คือฟาซาดของอาคารที่สร้างสรรค์ขึ้นนั่นเอง เริ่มจากตัวอาคารที่ไม่ใช่แนวผิวผนังเรียบเสมอกันแต่เป็นการเล่นระดับกับเหลี่ยมและมุมจนทำให้เกิดลูกเล่นบนพื้นผิวอาคารที่น่าสนใจ สำหรับวัสดุที่นำมาใช้ทำฟาซาดนั้นเกิดจากการเรียงแผ่นหินแกรนิตโดยรอบกว่า 20,000…

ÖKO Automobile ยานพาหนะรักษ์โลกแห่งอนาคต การเปลี่ยนผ่านของแต่ละศตวรรษนั้นมักแสดงถึงความสำคัญถึงเหตุการณ์ของโลกในยุคๆ นั้น เช่นเดียวกับในปัจจุบันที่กระแสการรักษ์โลกกลายเป็นเรื่องที่ในทุกแวดวงธุรกิจให้ความสำคัญ โดยธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างธุรกิจยานยนต์ที่การออกแบบและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ากลายเป็นประเด็นที่ได้หลอมรวมไลฟ์สไตล์ไปพร้อมกับการรักษ์โลกได้อย่างน่าสนใจในหลายๆ มิติ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บริษัท เออร์โก้ ออโตโมบิล (ÖKO Automobile) ที่เชื่อมั่นในธุรกิจที่ไม่สร้างมลภาวะแก่โลก ได้นำเข้ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่าง Wuling Hongguang Mini EV (วู่หลิง ฮงกวง มินิ อีวี) รถไฟฟ้าไซส์เล็กที่สามารถจดทะเบียนได้ตามกฎหมายในประเทศไทย อีกทั้งยังผลิตภายใต้เครือบริษัท SAIC ตัวรถจึงถูกประกอบและนำเข้ามาจากประเทศจีน 100% จึงการันตีได้ถึงคุณภาพและบริการหลังการขายให้ลูกค้าได้มั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม เมื่อไลฟ์สไตล์และการรักษ์โลกเป็นเรื่องเดียวกัน Wuling Hongguang Mini EV คือรถยนต์ไฟฟ้าที่ถูกออกแบบและพัฒนาอย่างตั้งใจเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมือง (Urban Lifestyle) อย่างแท้จริง ตัวรถภายนอกผ่านการดีไซน์ด้วยเส้นสายตรงไปตรงมาดูโมเดิร์น และส่งต่อไปยังห้องโดยสารที่เรียบง่ายเป็นกันเอง ภายในติดตั้งด้วยเบาะผ้าแบบสี่ที่นั่ง โดยเบาะหลังจะมีจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX เตรียมไว้เพื่อความปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก ส่วนพื้นที่ขับขี่นั้นมาพร้อมกับพวงมาลัยซ้ายและชุดอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ อย่างครบครัน ทั้งแอร์ วิทยุ ช่องเสียบยูเอสบี กระจกไฟฟ้าทั้ง 2 ฝั่งที่นั่ง และเกียร์แบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้วิธีแบบหมุนในการเปลี่ยนคำสั่งใช้งาน ส่วนตัวรถนั้นมีความกว้าง 1.493…