คำรน สุทธิ แห่ง Eco Architect กับความเชื่อว่าอาคารทุกหลังที่ออกแบบจะต้องอยู่สบายและหายใจร่วมกับธรรมชาติ

คำรน สุทธิ แห่ง Eco Architect กับความเชื่อว่าอาคารทุกหลังที่ออกแบบ
จะต้องอยู่สบายและหายใจร่วมกับธรรมชาติ

เพื่อสร้างภาวะน่าสบายให้การใช้งานอาคารหรือการอยู่อาศัย สถาปัตยกรรมและมนุษย์จึงจำเป็นต้องพึ่งพาธรรมชาติ สร้างความสัมพันธ์ร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเด็นดังกล่าวส่งต่อสู่แนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรมของ คุณแก้ว-คำรน สุทธิ สถาปนิกและผู้ก่อตั้งออฟฟิศ Eco Architect ด้วยเบื้องหลังความเชื่อว่า บ้านทุกหลังที่ออกแบบจะต้องอยู่สบายอย่างแท้จริง และต้องหายใจร่วมกับธรรมชาติ ไม่เพียงแค่มนุษย์และสถาปัตยกรรม แต่ธรรมชาติเองก็ต้องได้รับการดูแลให้เติบโตไปพร้อมๆ กัน

สถาปัตย์ กับจุดกึ่งกลางความพอดีระหว่าง วิทย์ และ ศิลป์

เชื่อว่าเหตุผลของหลายคนที่เลือกเรียนสถาปัตยกรรม ก็เพราะคณะนี้ถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของความมีเหตุผลในแบบวิทยาศาสตร์สอดแทรกด้วยสุนทรียศาสตร์แบบงานศิลป์ ซึ่งคุณแก้วเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

เมื่อย้อนกลับไปในสมัยเด็ก ด้วยความที่ได้มองเห็นคุณพ่อที่เป็นช่างไม้ ก่อสร้างบ้านด้วยทีมก่อสร้างเพียงไม่กี่คนและสามารถสร้างเสร็จโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน ประกอบกับพี่สาวที่เรียนวิศวกรรม สิ่งเหล่านี้ปลูกฝังให้คุณแก้วชื่นชอบ และอยากจะเป็นเหมือนคุณพ่อและพี่สาว แต่ด้วยความที่ตนเองไม่ได้ถนัดด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มากรัก แต่กลับรักในการจับดินสอ ขีดๆ เขียนๆ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จึงกลายเป็นคำตอบสุดท้ายที่สร้างจุดเริ่มต้นเส้นทางการเป็นสถาปนิกให้กับคุณแก้วในเวลานั้น

การเรียนสถาปัตย์ที่ทำให้ค้นพบการแข่งขันกับตนเอง

คุณแก้วเข้าไปเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยการเป็นเด็กโควต้าที่ผ่านการรับเลือก จังหวัดละ 1 คนในภาคอีสาน ด้วยความที่มีแต่คนเก่งๆ ในช่วงแรกของการเรียนคุณแก้วจึงรู้สึกว่าตัวเองอยู่ท้ายแถวของเพื่อนๆ ด้วยเกรดเฉลี่ย ด้วยฝีมือ หรือสกิล กลายเป็นความกดดันที่ทำให้ตนเองหันมาฝึกฝน  พยายามอยู่กับตนเองและฝึกขีด เขียน หัดสกิลไปเรื่อยๆ ค่อยๆไต่ระดับขึ้นมา จนในที่สุดที่มีเทอมหนึ่งที่คุณแก้วสามารถพิชิตเกรด 4.00 ได้สำเร็จ

ทำให้คุณแก้วค้นพบว่า จริงๆ แล้ว เราอาจไม่ต้องไปเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น เพียงแค่อยู่กับตนเอง มีสมาธิกับการเรียน เพียงเท่านั้นก็สามารถพัฒนาและพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ต้องการได้สำเร็จ “ช่วงปี1 เรามองว่าคนนู้นก็เก่ง คนนี้ก็เก่ง มันบั่นทอนเรามากเลย ทำไมเราไม่เก่งเหมือนเขา แต่พอเราเริ่มอยู่กับตัวเอง มันทำให้เราคิดได้ว่า ที่จริงเราแข่งกับตัวเองมากกว่าโดยไม่ต้องไปแข่งกับใครก็ได้ จนท้ายที่สุดเราได้เกียรตินิยม เลยมองว่า เราไม่ต้องไปแข่งกับใคร เราก็สามารถไปยืนในจุดที่เราคาดหวังได้” คุณแก้วเล่า

การได้เกรดเฉลี่ย 4.00 ไม่ได้หมายความว่าระหว่างทางนั้นง่ายดาย เพราะคุณแก้วเล่าเสริมว่า ตอนเรียนสถาปัตย์ตนเองก็ยังคงงงๆ ไม่เข้าใจในสิ่งที่อาจารย์สอน อาจเพราะสมัยนั้นไม่มีสื่อที่บอกเล่าเรื่องราวของวิชาชีพมากมายเท่าในปัจจุบัน ทำให้การมองภาพวิชาชีพเป็นเรื่องที่ยาก กลายเป็นเรื่องหรือประเด็นที่อาจารย์สอนแยกกันเป็นส่วนๆ โดยไม่รู้จะนำเรื่องเหล่านั้นมาเรียงร้อยต่อกันให้เป็นภาพรวมของวิชาชีพได้อย่างไร ทำไมถึงต้องเข้าใจคน ทำไมถึงต้องเรียน Drawing และทำไมถึงต้องคำนวนโครงสร้าง

ปัญหาดังกล่าวได้รับการผ่อนคลายจากธรรมชาติ ทริปเล็กๆ หลังเลิกเรียนที่คุณแก้วมักจะเข้าป่า ไปอยู่กับธรรมชาติ และอยู่กับตัวเอง ช่วยกล่อมเกลาจิตใจ ทำให้สงบ มีสมาธิ เริ่มนำเรื่องราวเหล่านั้นมาปะติดปะต่อกัน และเข้าใจในความเป็นวิชาชีพสถาปนิกมากขึ้น

จุดเปลี่ยนและจุดเริ่มต้น บ้านหายใจได้ ของ Eco Architect

ความเป็นธรรมชาติเหล่านั้นถูกซึมซับอยู่ในวิถีชีวิตของคุณแก้วเรื่อยมา แต่จุดที่เรียกได้ว่าเปลี่ยนแนวทางการออกแบบจนเกิดเป็น Eco Architect คือช่วงที่คุณแก้วเรียนจบ และได้มีโอกาสออกแบบบ้านให้ลูกค้าท่าหนึ่งซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ภายในจังหวัดภูเก็ต ด้วยความที่การเรียนที่ผ่านมามักจะสอนจากตำราตะวันตก มีบ้านโมเดิร์นสวยงามให้เรียนรู้มากมาย คุณแก้วที่ยังไม่ได้มีประสบการณ์และเข้าใจในแก่นแท้ของการออกแบบจึงนำแนวคิดบ้านโมเดิร์นที่ตนเองชื่นชอบและเห็นว่าเท่มาใช้ในการออกแบบ

“มันเท่มาก เป็นกล่อง กระจกเยอะ ในตอนนั้นเราเองก็คิดว่ามันเท่สุดละ แต่พอมันสร้างเสร็จแล้ว กลายเป็นว่ามันอยู่ไม่ได้ มันร้อน เพราะวิวที่ดีที่สุดของภูเก็ตคือด้านทิศตะวันตก ก็ต้องเปิดทิศตะวันตกให้เห็นวิวมากที่สุด แต่กลายเป็นว่าพอเปิด ความร้อนจากดวงอาทิตย์เก็บสะสม เขาเลยต้องปิดม่าน เปิดแอร์ แทนที่จะเห็นวิวสวยๆ แทนที่จะได้ลมทะเลสบายๆ กลายเป็นบ้านอยู่ไม่ได้เลย”

การออกแบบที่เกิดปัญหาในครั้งนั้น ทำให้คุณแก้วต้องย้อนกลับมามองเรื่องแก่นของการออกแบบใหม่ทั้งหมด และตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการออกแบบนิเวศน์สถาปัตย์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเรียนจบจึงเริ่มเปิดออฟฟิศของตนเองในชื่อ Eco Architect ภายใต้ความตั้งใจที่ว่า “บ้านทุกหลังที่ออกแบบจะต้องอยู่สบายและต้องหายใจร่วมกับธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะอยู่สบายแล้ว ต้องดูแลธรรมชาติควบคู่ไปกับบ้านที่พร้อมจะเติบโตด้วยกัน”

สถาปัตยกรรมที่ประนีประนอมกับธรรมชาติ

เมื่อความตั้งใจ คือการออกแบบสถาปัตยกรรมที่อยู่สบาย การออกแบบอาคารของ Eco Architect จึงต้องเข้าใจสภาพอากาศ หรือการ ‘Design by Climate’ เป็นสำคัญ ขั้นตอนแรกจึงเป็นการสำรวจ เก็บข้อมูลรอบๆ พื้นที่โครงการ เพื่อให้เข้าใจสภาพแวดล้อมในบริเวณนั้น การจัดการกับกระแสลม แสงแดดจากธรรมชาติ ต้นไม้เดิมในพื้นที่ บ่อน้ำ หรือแม้กระทั่งสภาพดิน “เราต้องเรียนรู้ทุกอย่างที่อยู่โดยรอบว่าเขาให้ประโยชน์อะไรกับเราบ้าง ให้โทษอะไรบ้าง เราจะเลือกอยู่กับเขาอย่างไร จะประนีประนอมกันอย่างไรให้ธรรมชาติก็อยู่ได้ และเราก็อยู่ได้ อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการออกแบบ” คุณแก้วเล่า

นอกจากจะเข้าใจธรรมชาติแล้ว ยังต้องทำความเข้าใจลูกค้า หรือที่เราเรียกว่า ‘Human Centric’ โดยแต่ละบุคคลก็จะมีภาวะน่าสบายหรือความสบายที่แตกต่างกัน หลังจากนั้นจึงมาดูบริบทบริเวณนั้น ซึ่งคุณแก้วใช้คำว่า ‘Vernacular Architecture’ เพราะแต่ละที่จะมีความเป็นเอกลักษณ์ของงานสถาปัตยกรรม องค์ความรู้ หรือภูมิปัญญาท้องถิ่นในบริเวณนั้น เมื่อนำทั้งสามประเด็นมาผสมผสานกัน จึงเกิดเป็นกระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรมของ Eco Architecture

“ด้วยแนวทางที่เราพยายามวางมันค่อนข้างชัด แม้กระทั่งชื่อออฟฟิศ ลูกค้าเลยมักจะมาในโจทย์ที่อยากได้บ้านแบบไม่ต้องเปิดแอร์ เลยกลายเป็นว่าลูกค้าเลือกเราจากชื่อและแนวทางของออฟฟิศ เราก็พยายามสร้างงานที่มีคุณภาพไปเรื่อยๆ เพื่อให้ลูกค้าอิน และอยากให้ทุกคนอินกับเรื่องพวกนี้ไปด้วย อย่างน้อยๆ คือ เราได้เป็นจุดเล็กๆ ที่จุดประกายให้คนค่อยๆ ตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติ”

การเป็นสถาปนิก กับบทบาทของน้ำที่ไม่เต็มแก้ว

“จริงๆ เรารู้สึกว่าสถาปนิก เป็นอาชีพที่วิเศษมาก เรามีความสุขที่เราได้นั่งขีดๆ เขียนๆ เรามีความสุขที่เราได้คุยกับลูกค้า ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ละคนก็จะมีความคิดเห็นที่หลากหลาย มันทำให้เรากลายเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้ว ลูกค้าก็คอยเติมให้เราตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้มันทำให้เราก้าวหน้าต่อไปได้เรื่อยๆ” คุนแก้วเล่าว่าการเป็นสถาปนิกสอนให้ฟัง ฟังให้เยอะและคิดตาม ซึ่งเปิดโอกาสให้ทำความรู้จักกับตัวเองมากขึ้น เราชอบอะไรหรืออยากจะมีความสุขแค่ไหน

ซึ่งสำหรับคุณแก้ว ความชื่นชอบ แพสชันและแนวทางชัดเจนที่ว่านี้ สะท้อนให้เห็นผ่านผลงานออกแบบสถาปัตยกรรมของ Eco Architect ที่กลายเป็นสถาปัตยกรรมอ่อนน้อมถ่อมตน ที่หวังดีต่อทั้งเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติ  

“เราแค่อยากเห็น เรื่องสภาวะน่าสบาย การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ การใช้ประโยชน์จากธรรมชาติในแนวทางของ Passive กลายเป็นพื้นฐานที่ทุกออฟฟิศจะใช้ เราไม่ได้มองเรื่องอื่นไกลไปกว่านี้ คือ ถ้าเราช่วยกันในเรื่องประมาณนี้ ผมมองว่าวิชาชีพสถาปนิกจะจับต้องได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าทุกออฟฟิศออกแบบแล้วบ้านอยู่สบายมากๆ คนที่เข้าไปใช้งานจริงจะสัมผัสได้ง่าย และมันจะทำให้เขาเข้าใจสถาปนิกมากขึ้น เราอยากให้เรื่องแก่นพวกนี้กลายเป็นพื้นฐานหรือทฤษฎีของการออกแบบ และมันจะช่วยขับเคลื่อนให้โลกเราน่าอยู่ขึ้น” คุณแก้วเสริม

Passion กับการเป็นสถาปนิก

แน่นอนว่าหากจะดำเนินชีวิตให้มีความสุขและสนุกกับทุกช่วงเวลา ย่อมจำเป็นต้องอาศัย Passion หรือความหลงใหล จนกลายเป็นสิ่งที่คนส่วนมากในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญ ซึ่งคุณแก้วเองมองว่า Passion ในสายอาชีพนี้เป็นสิ่งที่ดี ซึ่งจะเป็นพลังขับเคลื่อนให้ตัวเองพยายามพัฒนาให้เก่งขึ้น ไล่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ แต่บางครั้งหากฝันไว้สูง ย่อมแลกด้วยความเหนื่อย จึงไม่แปลกที่เราจะหยุดพักเสียบ้าง เพียงแค่ไม่ลืมความฝันหรือ Passion ที่มี

ในฐานะที่เป็นสถาปนิกรุ่นพี่ ผู้ผ่านประสบการณ์หลากหลายรูปแบบในเส้นทางการเป็นสถาปนิก คุณแก้วฝากถึงน้องๆ เอาไว้ว่า “อย่างที่บอกแหละ เวลาเรียนเราไม่จำเป็นต้องไปเปรียบเทียบตัวเองกับใคร สู้กับตัวเองให้มาก มีวินัยให้มาก ไม่ต้องมองว่าคนนี้เก่งมาก แล้วมาเปรียบเทียบเก็บไปบั่นทอนจิตใจ สู้เราแข่งกับตัวเองทุกวัน เข้าใจตัวเองให้ได้ ว่าแท้จริงแล้วเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เราก็จะมีแนวทางของตัวเอง แต่ถ้าเรามัวแต่เปรียบเทียบ เราจะไม่มีทางเข้าใจตัวเอง”

ตลอดเส้นทางสถาปนิกของคุณแก้ว ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ถึงแม้ในวันนี้ Eco Architect จะมีชื่อเสียง แต่คุณแก้วยังคงเรียนรู้ ทดลอง ราวกับน้ำที่ไม่เต็มแก้วอย่างที่ได้กล่าวไว้ สิ่งหนึ่งที่เป็นแนวทางอันชัดเจน คือความตั้งใจมอบสถาปัตยกรรมที่หวังดีต่อทั้งผู้ใช้งาน และธรรมชาติ เพื่อให้ทั้งสามสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างประนีประนอม

“การอยู่ในสายอาชีพนี้มันมาไกลเกินกว่าที่เราคิดเยอะมาก จริงๆ เราแค่อยากสร้างบ้านสักหลังหนึ่งที่ลูกค้าให้เราออกแบบ ให้มันอยู่สบาย ตอบรับกับพฤติกรรมของเขา และเข้ากับสภาพแวดล้อมตรงนั้นจริงๆ ถ้ามันเกิดขึ้นหลายๆหลัง ผมมองว่า มันจะช่วยโลกได้เยอะมาก เราไม่เคยคิดว่าจะต้องดัง มีชื่อเสียง หรือเป็น Great Architects อะไร แต่แค่มีความสุขกับจุดนี้แค่นั้นเอง ได้เห็นงานที่เราเริ่มออกแบบสร้างเสร็จแต่ละหลังๆ เห็นรอยยิ้มลูกค้า แค่นี้เราก็แฮปปี้แล้ว” คุณแก้วทิ้งท้าย

คุณคำรน สุทธิ สถาปนิกและผู้ก่อตั้ง Eco Architect
ปริญญาตรี : สถาปัตยกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น (เกียรตินิยมอันดับสอง)
ปริญญาโท : สถาปัตยกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต สาขานวัตกรรมการออกแบบนิเวศน์สถาปัตย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

(ภาพผลงานประกอบบทความจาก Eco Architect)

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

กึ๋น-กศินร์ ศรศรี นักออกแบบผู้ค้นหาความหมายของการเป็นสถาปนิก ผ่านการเดินทางและปรัชญาการออกแบบ

“สุดท้ายแล้วมันก็ย้อนกลับมาเป็นเรื่องของวิถีชีวิตมากกว่า ว่าเราอยากจะมีกลุ่มคนหรือมีวิถีชีวิตในแต่ละวันเป็นแบบไหน?”

คุณกึ๋น-กศินร์ ศรศรี สถาปนิกแห่ง Volume Matrix Studio เอ่ยระหว่างการสัมภาษณ์เรื่องแนวคิดการทำงานด้านสถาปัตยกรรมและจุดเริ่มต้นของการเป็นสถาปนิก ท่ามกลางร่มเงาไม้ใหญ่รอบด้าน และลมพัดเบาๆ คลายร้อน

Continue reading "กึ๋น-กศินร์ ศรศรี นักออกแบบผู้ค้นหาความหมายของการเป็นสถาปนิก ผ่านการเดินทางและปรัชญาการออกแบบ"

TOSTEM ประตูหน้าต่างแบรนด์ญี่ปุ่นที่เข้าใจผู้ใช้งานและโลก

ถ้าพูดถึงงานออกแบบผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่น สิ่งแรกที่ทุกคนคิดถึงนั่นก็คือ ความใส่ใจในรายละเอียดแม้จะเป็นจุดเล็กจุดน้อย รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเรียบง่ายและงดงาม แต่ภายในซ่อนดีเทลที่ผ่านการออกแบบมาอย่างดีเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายที่สุด และเมื่อทุกคนรู้เบื้องหลังแล้ว จะต้องร้องว้าวอย่างแน่นอน

กับทอสเท็มก็เช่นเดียวกัน อย่างที่หลายคนรู้จักกันดีจากการเป็นแบรนด์กรอบบานประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมที่ได้รับการยอมรับ ตั้งแต่เรื่องความงามอย่างเรียบง่ายในแบบฉบับญี่ปุ่น การจัดเรียงหมวดหมู่ของรุ่นและการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอเพื่อตอบความต้องการที่แตกต่าง ไปจนถึงดีเทลที่ผ่านการออกแบบมาอย่างดีเพื่อความแข็งแรงจากโครงสร้างภายใน และความสะดวกสบายจากการใช้งานภายนอก ทั้งหมดนี้คือแนวคิดแบบญี่ปุ่นที่ผสานอยู่ภายในผลิตภัณฑ์ที่เราสัมผัสได้ผ่านการทดลองใช้งานจริงด้วยตัวเอง

เข้าใจผู้ใช้งาน

เพราะงานออกแบบผลิตภัณฑ์คือการคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นสำคัญ ทุกมิติรอบตัวจึงถูกนำมาเป็นปัจจัยในการออกแบบกรอบบานประตูหน้าต่างทุกรุ่น

ความเป็นอยู่ที่สบายเริ่มจากการทำความเข้าใจการระบายอากาศ ในหัวเรื่องนี้ซ่อนอยู่ภายในการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างในรุ่น GRANTS ที่เหมาะสำหรับการติดตั้งในอาคารสูงที่กรอบบานระบายอากาศได้ หรือการพัฒนาบานประตูรุ่น Ventilation Series รวมทั้งความเข้าใจคนไทยด้วยการเสริมฟังก์ชั่นการติดตั้งมุ้งลวด ที่คิดไปถึงตำแหน่งการติดตั้งภายนอก เพื่อป้องกันฝุ่นตีกลับเข้าภายในบ้าน

หรือปัญหาที่พบบ่อยก็ถูกนำมาคิดกับงานดีไซน์เพื่อแก้ไขปัญหาในการใช้งานกรอบบานอย่างยั่งยืน อย่างปัญหาน้ำฝนท่วมขังรางล่างจนอาจล้นเข้ามาทำความเสียหายให้ภายในบ้าน ก็ใช้การออกแบบส่วนของกรอบบานล่างที่มีระบบป้องกันน้ำ 2 ชั้น และรางล่างที่สามารถระบายน้ำได้ นับเป็นงานดีไซน์ดีเทลผลิตภัณฑ์เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด

เข้าใจครอบครัว

ทุกเพศวัยทุกคนในครอบครัวสามารถใช้งานกรอบบานประตูหน้าต่างของทอสเท็มได้อย่างสะดวกสบาย ยกตัวอย่างการออกแบบมือจับที่กระชับแน่นมือทั้งในแบบรางเลื่อน มือจับแบบมัลติล็อก และ L-Fit มือจับที่พอดีกระชับมือและปรับการใช้งานได้หลายรูปแบบ รวมทั้งระบบล็อกที่สามารถเปิดได้ง่ายและปิดสนิทเพียงบิดก้านโยกตรงกลาง

นอกจากการใช้งานที่สะดวกสบายแล้ว ความปลอดภัยยังเป็นเรื่องหลักที่ทอสเท็มคำนึงถึงการใช้งานสำหรับครอบครัว อย่างการใช้รางล่างแบบฝังพื้น ทำให้พื้นทั้งสองฝั่งของประตูราบเรียบเสมอกัน ป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดกับทุกคน และเหมาะกับบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ใช้งานวีลแชร์ หรือประตูบานเฟี้ยมสมาร์ทดีไซน์ ที่มีการเสริมยางป้องกันอุบัติเหตุจากการถูกประตูหนีบ ซึ่งเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ของการใช้บานประตูแบบบานเฟี้ยมขนาดใหญ่

เข้าใจนักออกแบบ

สำหรับนักออกแบบแล้ว ความงามของสถาปัตยกรรมจำเป็นต้องมาพร้อมกับฟังก์ชั่นเสมอ งานดีไซน์กรอบบานประตูหน้าต่างของทอสเท็มตอบโจทย์ของนักออกแบบตั้งแต่สีสันที่มีให้เลือกเหมาะกับสไตล์ที่แตกต่าง รูปลักษณ์การเปิดปิดที่ตอบงานดีไซน์ได้ตามต้องการ โดยเฉพาะกับเรื่องการคัสตอมขนาดที่ใช้ระบบการเลือกสั่งทำได้ตามขนาดของช่องเปิดที่ออกแบบเอาไว้แล้ว

ด้านงานออกแบบผลิตภัณฑ์ของทอสเท็มมีส่วนอย่างมากที่ช่วยให้งานดีไซน์ของนักออกแบบเล่าเรื่องได้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างรุ่น GRANTS กับกลไกการซ้อนกันของคู่ชนกลางซ้อนตัวแบบสลิม ช่วยให้งานออกแบบดูบางเบา ไม่เทอะทะเหมือนกรอบหน้าต่างอาคารสูงอย่างที่คุ้นเคย หรือประตูบานเฟี้ยมในรุ่น WE70 ที่โปรไฟล์ออกแบบโดยเฉพาะ ไม่มีบานพับเกะกะสายตา ดีไซน์จีงตอบความเรียบง่าย และเน้นให้งานออกแบบสถาปัตยกรรมได้แสดงความเป็นตัวเองออกมา

เข้าใจสิ่งแวดล้อม

หัวใจสำคัญในการอยู่อาศัยเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีคือการดึงเอาสิ่งแวดล้อมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิต เช่นเดียวกันกับจุดประสงค์ของกรอบบานประตูหน้าต่างทอสเท็มที่เกิดขึ้นเพื่อให้เกิดการใช้งานสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้อย่างเต็มที่

ดีไซน์ในจุดเล็กจุดน้อยยังซ่อนประสิทธิภาพที่เข้าใจสิ่งแวดล้อมและเข้าใจความเป็นอยู่ อย่างการออกแบบโปรไฟล์เสาบานเลื่อนที่รองรับแรงลมเพื่อความแข็งแรง หรือการต่อบานช่องแสงแบบไม่ใช้แกนต่อของกรอบบานรุ่น WE70 รวมทั้งประสิทธิภาพในการรองรับแรงลม น้ำฝน อากาศ และเสียง ที่ควบคุมเพื่อให้เหมาะสมกับความเป็นอยู่ของผู้คน โดยยังคงคุณสมบัติของกรอบบานประตูหน้าต่างเอาไว้ได้อย่างดี

เข้าใจโลก

โลกของงานดีไซน์ก้าวไกลไปทุกวัน เช่นเดียวกันกับโลกแห่งงานออกแบบผลิตภัณฑ์ของทอสเท็มที่ยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแต่ละรุ่นให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น พร้อมกับส่งต่อโปรดักต์ชิ้นใหม่ที่น่าสนใจออกมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานอยู่เสมอ

เช่นเดียวกันกับโลกใบใหญ่ที่เราอาศัยอยู่ งานดีไซน์ที่คำนึงถึงทุกรายละเอียด โดยเฉพาะกับความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนานคุ้มค่า ร่วมกันกับระบบหลังบ้านอย่างเรื่องกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและเป็นระบบส่งตรงจากโรงงานของทอสเท็มช่วยให้ใช้งานวัสดุทุกชิ้นอย่างคุ้มค่า ลดการเกิดขยะจากบานประตูที่เสื่อมสภาพ หรือวัสดุเหลือเศษจากการติดตั้งแบบดั้งเดิม

เมื่อขยะลดลง กระบวนการผลิตมีมาตรฐาน ก็ช่วยในเรื่องการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์และคุณค่าสูงสุด พร้อมไปกับการรักษาโลกใบนี้ให้คงอยู่กับเราต่อไปได้อีกยาวนาน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.tostemthailand.com

7 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมที่คุณเองอาจจะยังไม่รู้!

บ้านไม่ตรงบรีฟ เป็นปัญหาที่คนทำบ้านไม่อยากพบเจอมากที่สุด เพราะถ้าจะต้องลงมือทำบ้านหลังใหม่หรือรีโนเวตปรับปรุงทั้งที ก็ต้องอยากได้สิ่งที่ดีที่สุด และยังคงอยู่สวยงามตรงกับใจคิดฝันได้อย่างยาวนานโดยไม่ต้องปรับแก้หรือตามซ่อมบำรุงกันภายหลัง

Continue reading “7 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมที่คุณเองอาจจะยังไม่รู้!”

กำลังสร้างบ้าน… ควรเลือกประตูหน้าต่างตอนไหน?

การจะมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลังหนึ่งนอกจากจะต้องมีความพร้อมเรื่องงบประมาณแล้ว ขั้นตอนต่าง ๆ ในการสร้างบ้านก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทางเจ้าของบ้านไม่ควรละเลยเพื่อป้องกันการถูกเอาเปรียบจากผู้รับเหมา การเลือกประตูและหน้าต่างก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่เจ้าของบ้านก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกใช้วัสดุ สี หรือลักษณะต่าง ๆ ของประตูและหน้าต่างให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้อยู่อาศัยภายในบ้านได้

โดยความจริงแล้วการเลือกประตูหน้าต่างไม่ได้มีขั้นตอนที่ตายตัวเจ้าของบ้านสามารถเลือกประตูหน้าต่างได้ตั้งแต่ขั้นตอนไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่มีแพลนว่ากำลังจะสร้างบ้าน ตอนออกแบบ หรือจะเป็นตอนที่โครงสร้างบ้านเสร็จเกือบหมดแล้วก็สามารถเลือกได้แล้วแต่ความสะดวกของเจ้าของบ้าน โดยแต่ละขั้นตอนจะมีข้อดีและข้อควรพิจารณาที่ต่างกันไป

เลือกระหว่างออกแบบ

การเลือกประตูและหน้าต่างระหว่างการออกแบบบ้านคือการเลือกขนาดประตูหน้าต่างให้มีความเหมาะสมหรือให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ เพื่อให้ช่างหรือผู้รับเหมาสามารถเว้นช่องเปิดเพื่อติดวงกบได้ตามขนาดที่กำหนดไว้ โดยขนาดประตูบานเดี่ยวตามมาตรฐานจะมีความสูง 200 cm. และความกว้างอยู่ที่ 80 , 90 cm. และหน้าต่างจะมีขนาดบานคู่ตามตราฐานอยู่ที่ความสูง 100 cm. และความกว้างอยู่ที่ 60 cm.

Photo by Sven Mieke on Unsplash

เมื่อโครงสร้างบ้านเสร็จและเว้นช่องเปิดไว้

ในกรณีนี้สำหรับบานประตูหน้าต่างที่เป็นอะลูมิเนียม อย่างบานประตูหน้าต่างของ Tostem ที่เป็นระบบ Prefabrication คือทำเสร็จจากโรงงาน พร้อมนำมาประกอบที่หน้างานได้เลย  โดยเมื่อวัดขนาดพื้นที่เสร็จและเจ้าของบ้านก็ทำการเลือกรูปแบบการใช้งานว่าจะเป็นบานเลื่อน บานเปิด หรือบานกระทุ้งรวมไปถึงการเลือกรุ่นให้เหมาะสมกับการใช้งานและงบประมาณ  เมื่อเลือกครบแล้วผู้แทนจำหน่ายก็จะส่งข้อมูลไปที่โรงงานให้ทำการผลิตเป็นเวลา 30-45 วัน และพร้อมติดตั้งหน้างานได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ติดตั้งวงกบเสร็จ

เมื่อมีแพลนจะสร้างบ้าน

การเลือกประตูหน้าต่างสามารถเลือกได้ตั้งแต่ตอนที่มีแพลนที่สร้างบ้านได้เลยโดยสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลของแบบประตูหน้าต่างได้ที่โชว์รูม ข้อดีของการไปที่โชว์รูมนอกจากจะมีรูปแบบที่หลากหลายให้เลือกแล้ว เรายังได้เห็นและสัมผัสกับวัสดุจริงที่นำมาทำเป็นประตูหน้าต่างช่วยเพิ่มจินตนาการให้เจ้าของบ้านได้ว่าประตูแบบนี้ทำจากวัสดุนี้จะเหมาะกับบ้านท่านไหม นอกจากนั้นยังมีเวลาในการศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบราคาของประตูหน้าต่างแต่ละรุ่นได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.TOSTEMTHAILAND.com

5 INTERIOR DOOR TIPS ข้อควรรู้ก่อนกั้นห้องใหม่

หลากหลายเหตุผลที่ทำให้คนเราอยากปรับเปลี่ยนพื้นที่ภายในบ้านไม่ว่าจะเป็นความต้องการที่จะเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งาน การมีจำนวนสมาชิกในครอบครัวเพิ่มมากขึ้น

Continue reading “5 INTERIOR DOOR TIPS ข้อควรรู้ก่อนกั้นห้องใหม่”

วิน-ธาวิน หาญบุญเศรษฐ WARchitect สถาปนิกที่ยังคงแข่งกับตัวเองในทุกวันเพื่อให้งานเป็นหลักฐานของความตั้งใจ

แม้วันนี้ WARchitect ที่นำทีมโดย คุณวินธาวิน หาญบุญเศรษฐ จะกลายเป็นหนึ่งในสตูดิโอออกแบบที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับทั้งจากแวดวงนักออกแบบและเหล่าเจ้าของโครงการ

Continue reading “วิน-ธาวิน หาญบุญเศรษฐ WARchitect สถาปนิกที่ยังคงแข่งกับตัวเองในทุกวันเพื่อให้งานเป็นหลักฐานของความตั้งใจ”

หนึ่ง-เอกภาพ ดวงแก้ว หรือการมี “แนวทางในการออกแบบ” อาจเป็นความล้มเหลวในวิชาชีพสถาปนิก

หลังจากผ่านประสบการณ์การทำงานในวิชาชีพสถาปัตยกรรมมามากกว่า 10 ปี อันที่จริงต้องกล่าวว่าตั้งแต่เริ่มเรียนในคณะสถาปัตยกรรมแล้วด้วยซ้ำที่ คุณหนึ่งเอกภาพ ดวงแก้ว จาก EKAR

Continue reading “หนึ่ง-เอกภาพ ดวงแก้ว หรือการมี “แนวทางในการออกแบบ” อาจเป็นความล้มเหลวในวิชาชีพสถาปนิก”

ฮวงจุ้ยกับหน้าต่าง เรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

สำหรับการออกแบบทางสถาปัตยกรรมแล้ว ‘หน้าต่าง’ ทำหน้าที่เป็นช่องเปิดเพื่อให้อากาศไหลเวียน รวมถึงเปิดมุมมองเพื่อรับวิวภายนอกอาคาร ซึ่งในทางฮวงจุ้ยนอกจากหน้าต่างจะทำหน้าที่ดังกล่าวแล้ว

Continue reading “ฮวงจุ้ยกับหน้าต่าง เรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม”

หลากไอเดียบานหน้าต่างในห้องครัว เพื่อการระบายอากาศที่ดี

ห้องครัวเป็นอีกหนึ่งห้องที่สำคัญของบ้าน เพราะเป็นห้องที่เกี่ยวข้องกับหลายฟังก์ชัน ตั้งแต่ความปลอดภัย การใช้แสงสว่าง และที่สำคัญที่สุด คือ การระบายอากาศ โดยเฉพาะครัวไทยที่เต็มไปด้วยกลิ่น ควัน และความร้อน

Continue reading “หลากไอเดียบานหน้าต่างในห้องครัว เพื่อการระบายอากาศที่ดี”