Design Your Own Flow by TOSTEM Airflow System ดีไซน์บ้านให้น่าอยู่ ด้วยประตูหน้าต่างระบายอากาศได้

Design Your Own Flow by TOSTEM Airflow System
ดีไซน์บ้านให้น่าอยู่ ด้วยประตูหน้าต่างระบายอากาศได้

ไม่ว่าใครก็ฝันอยากมีบ้านที่ ‘น่าอยู่’ แต่นิยามคำว่าน่าอยู่ของแต่ละคน ย่อมแตกต่างกันออกไปจากหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นอากาศเย็นสบายที่ร่างกายสามารถสัมผัสได้ หรือแสงอุ่น ๆ จากธรรมชาติที่ทำให้บรรยากาศของบ้านดูละมุนตา รวมไปถึงความรู้สึกปลอดภัย เป็นส่วนตัว จนกระทั่งความสะดวกสบายในการดูแล ทำความสะอาด ทำให้บ้านน่าอยู่อยู่เสมอ ยิ่งสำหรับบ้านในเขตร้อนอย่างเมืองไทย การระบายอากาศที่มาพร้อมความปลอดภัย ย่อมเป็นปัจจัยที่หลาย ๆ คนต้องการ

แบรนด์ประตูหน้าต่างสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง TOSTEM จึงออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Airflow System ที่มาแก้ปัญหาเรื่องการระบายอากาศโดยเฉพาะ พร้อมฟีเจอร์ที่คงความปลอดภัยด้วยระบบล็อกที่แน่นหนา ที่สำคัญยังมีดีไซน์สวยงามผสมผสานความน้อยแต่มากในแบบฉบับญี่ปุ่นและองค์ประกอบไทย ๆ  ที่ช่วยตอบโจทย์ให้บ้านสมัยใหม่น่าอยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่ง TOSTEM ร่วมกับ Dsign Something จัดแคมเปญ Design Your Own Flow by TOSTEM Airflow System กิจกรรมเปลี่ยนประตู หน้าต่างที่เคยมีปัญหา แก้ไขให้บ้านน่าอยู่ด้วยผลิตภัณฑ์กลุ่ม Airflow System ให้กับผู้โชคดีจำนวน 2 รางวัล

“ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้หลายคนต้อง WFH เพราะฉะนั้นเราจะมีช่วงเวลาที่อยู่ในบ้านมากขึ้น ซึ่งการใช้งานพื้นที่ที่ดี ร่วมกับการระบายอากาศที่ดี ก็ทำให้ลูกบ้านสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข ประเด็นเหล่านี้เป็นสิ่งที่ TOSTEM เห็นความสำคัญ ประกอบกับเรื่องการดีไซน์ด้วยที่ไปด้วยกันได้ดีกับฟังก์ชันการใช้งาน อย่างเรื่อง Air Flow ที่เราพูดถึงก็เป็นการนำเสนอสิ่งที่ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องการระบายอากาศให้กับลูกบ้าน” คุณวิชา วรสายัณห์ Leader, Thailand, LHT Asia  

คุณเอกราช ลักษณสัมฤทธิ์ Managing Director จาก Dsign Something และ คุณวิชา วรสายัณห์ Leader, Thailand, LHT Asia

“จากประสบการณ์สื่อที่เราได้ไปเยี่ยมชมบ้าน ไปถ่ายบ้านต่าง ๆ จะพบว่า ทางเจ้าของบ้านและดีไซน์เนอร์เอง เขาจะคิดถึงเรื่องการระบายอากาศที่ดีเป็นหลักซะส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นการที่มีบ้านที่สวยอย่างเดียวมันไม่พอ บ้านที่ดีมันต้องมีการระบายอากาศที่ดีด้วย เราเลยร่วมมือกับ TOSTEM ทำแคมเปญนี้ขึ้น เป็นการเปิดรับผู้ที่สนใจและมีปัญหาเรื่องบ้านที่ระบายอากาศได้ไม่ดี และเข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้  ซึ่งจากแคมเปญนี้เราพบว่า บ้านที่มีการปรับปรุงเรื่องการระบายอากาศที่ดี มันทำให้บ้านธรรมดา ๆ กลายเป็นบ้านที่น่าอยู่ขึ้นมาก ๆ” คุณเอกราช ลักษณสัมฤทธิ์ Managing Director จาก Dsign Something กล่าวเสริม

Nonthaburi House
ระบายอากาศ พร้อมรักษาความเป็นส่วนตัว

สำหรับบ้านผู้โชคดีหลังแรก เราอยู่กันที่อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยมีเจ้าของบ้านเป็นคุณปุณณวิช พุทธิเบต บ้านทาวน์โฮมสองชั้นหันหน้าทางทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศลมดี หากเปิดคู่กับบานหน้าต่างที่อยู่บริเวณหลังบ้าน อากาศจะหมุนเวียน ถ่ายเทเย็นสบายตลอดวัน แต่น่าเสียดายที่เมื่อเปิดช่องเปิดเหล่านี้ ก็ต้องมาพร้อมการสูญเสียความเป็นส่วนตัว ด้วยความที่ประตูหน้าอยู่ติดกับถนนของหมู่บ้าน ทำให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปมาสามารถมองเห็นกิจกรรมภายในบ้านได้อย่างง่ายดาย ประกอบกับความที่มีลูกเล็ก ครอบครัวพุทธิเบตจึงกังวลเรื่องความปลอดภัยเป็นพิเศษ ทั้งจากมุมมอง รวมถึงฝุ่น และแมลงที่เข้ามารบกวนลูก และการอยู่อาศัย จนเลือกที่จะปิดบานประตู หน้าต่างเหล่านั้น ทำให้อากาศไม่ถ่ายเท

ภาพบ้านก่อนและหลังเปลี่ยนประตู

ประตูหน้าบ้านเจ้าปัญหา จึงได้รับการเปลี่ยนและแทนที่ด้วย GIESTA Airflow ประตูในกลุ่ม Airflow System จากแบรนด์ TOSTEM ที่มี จุดเด่น คือ ช่องเปิดนี้เพื่อให้อากาศธรรมชาติไหลเวียนเข้าภายในบ้านในขณะที่เรายังคงปิดบานประตู ล็อกอย่างแน่นหนาการดีไซน์ช่องเปิดทางสูงขนานไปกับบานประตู ที่เรียกว่าช่อง ‘Airflow Window’ ทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถเลือกเปิด-ปิด หรือปลดล็อกพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว ซึ่งช่องเปิด Airflow Window นี้ ยังมีเลเยอร์ผืนมุ้ง และกระจกลาย ช่วยพรางตา ลดปัญหาจากมุมมองภายนอก รวมถึงแมลง ฝุ่น ในขณะที่ยังเปิดรับแสงธรรมชาติได้บางส่วน อีกทั้งยังมีดีไซน์สวยงามคงความโมเดิร์นมินิมอล ด้วยโทนสีอบอุ่นที่เสมือนวัสดุไม้จริง 

ภาพประตูหน้าบ้านก่อนและหลังเปลี่ยน

เมื่อเข้าสู่ภายในบ้าน ถัดจากพื้นที่รับประทานอาหาร จะมีบานเลื่อนหน้าต่างกระจก ซึ่งในส่วนนี้มีการติดตั้ง Airflow Slot เพิ่มเติม โดยเป็นช่องหน้าต่างระบายอากาศขนาดพอเหมาะเสริมจากบานหน้าต่างหลัก เพื่อดึงลมให้ไหลเวียนภายในบ้าน สามารถเลือกเปิด-ปิดได้ตามเวลาที่เหมาะสม อีกทั้งยังมีเลเยอร์ป้องกันอันตรายที่แน่นหนาพร้อมมุ้งสแตนเลส สามารถเปิดค้างระบายอากาศได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของบ้านและสมาชิกครอบครัว

ภาพบานหน้าต่างบริเวณพื้นที่รับประทานอาหาร ก่อนและหลังเปลี่ยน

Airflow Slot ดึงลมให้ไหลเวียนภายในบ้าน

ถัดจากบริเวณนั้นไม่ไกล เป็นจุดของห้องครัวไทยที่มีประตูเปิดออกสู่ระเบียงหลังบ้าน ซึ่งเดิมเป็นประตูทึบและประตูมุ้งลวดที่ต้องเลือกเปิด-ปิดเต็มบาน ไม่พอดีกับความต้องการใช้งาน หากเปิดเพียงประตูมุ้งลวดก็แลกมาด้วยความรู้สึกไม่ปลอดภัย แต่หากจะปิดประตูทึบ บ้านก็ดูมืดและอากาศไม่ถ่ายเท TOSTEM จึงเปลี่ยนบานประตูนี้ด้วย Airflow Door ซึ่งออกแบบในลักษณะบานเปิดสไลด์ ที่ทำให้เกิดช่องว่างสองช่องแยกตัวออกจากกัน สร้างช่องรับลมเข้าและปล่อยลมออก เพื่อดึงอากาศร้อนที่อยู่ภายในออกสู่ภายนอก ในขณะที่พาลมเย็นจากธรรมชาติเข้าสู่ภายในแทนที่

ภาพบานประตูบริเวณครัวไทย ก่อนและหลังเปลี่ยน

TOSTEM เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ทั้งสาม โดยคำนึงจากทางเข้าและทางออกของลมเป็นหลัก เพื่อให้เกิดภาวะน่าสบายจากลมที่ไหลเข้าจากประตูหน้าบ้าน สู่ห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร และไหลออกไปผ่านประตูห้องครัว ทำให้ลมเย็นสบายถ่ายเทได้ทั่วทั้งบ้าน นอกจากนั้นสินค้าในกลุ่ม Airflow System นี้ ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และนิสัยส่วนตัวของครอบครัวพุทธิเบตที่ใส่ใจเรื่อง Safety & Security ได้อย่างลงตัว

“พอเปลี่ยนบานประตูหน้าต่าง มันส่งผลกับการอยู่อาศัยมากเลยครับ เพราะลมสามารถโฟลวได้ ทำให้บ้านเราไม่อับ อากาศก็ถ่ายเท ผมว่าการออกแบบอากาศที่ไหลเวียนเข้ามาในบ้านเป็นเรื่องที่สำคัญนะ มันทำให้บ้านร้อนน้อยลง และยังช่วยประหยัดพลังงานจากเครื่องปรับอากาศได้ด้วย ส่วนเรื่องของกลิ่น ถ้าเราทำอะไรในบ้านแล้วมีกลิ่น การที่เปิดให้ลมมันผ่านได้ก็ทำให้กลิ่นมันระบายไปได้รวดเร็วมากขึ้น ” คุณปุณณวิช พุทธิเบต เจ้าของบ้าน ทิ้งท้าย

Songkhla House
ปรับดีไซน์ให้เข้ากับบ้าน พร้อมการระบายอากาศที่ทำให้บ้านน่าอยู่

บ้านหลังที่สอง เราลงใต้ไปที่จังหวัดสงขลา กับบ้านของคุณภานุพงศ์ ชูสิงห์แค ซึ่งปัญหาหลักที่พบ คือ ประตูหน้าต่าง อะลูมิเนียมไม่เข้ากับดีไซน์ของบ้านในลักษณะโมเดิร์น อีกทั้งยังมีตัวล็อกที่ไม่แน่นหนา ประกอบกับความร้อนที่เข้าสู่ภายใน แถมยังระบายอากาศได้ไม่ดีเท่าที่ควร ฟังก์ชันใช้สอยบริเวณชั้น 1 ซึ่งไม่มีเครื่องปรับอากาศจึงไม่น่าใช้งาน และไม่คุ้มค่า สวนทางกับลักษณะนิสัยของทางเจ้าของซึ่งชื่นชอบอากาศเย็นสบาย ที่สามารถใช้งานพื้นที่ นั่งเล่นชิล ๆ ได้ตลอดวัน นอกจากนั้น ในวันฝนตก ยังมีคราบน้ำหรือแมลงตัวเล็กต่าง ๆ เล็ดลอดเข้ามาภายในบ้านผ่านทางช่องหน้าต่าง ซึ่งเป็นปัญหาจุกจิกที่รบกวนการอยู่อาศัยไม่น้อย

ภาพบ้านก่อนและหลังเปลี่ยนประตู

เริ่มต้นทีม TOSTEM ลงมือเปลี่ยนประตูหน้าบ้านจากบานเลื่อนกระจกธรรมดาที่เรารู้กันว่า นำความร้อนเข้าสู่ในบ้านได้ดี ให้เป็นผลิตภัณฑ์ GIESTA Airflow ประตูหน้าบ้านระบายอากาศได้ โดยเว้นบริเวณด้านข้างให้เป็นช่องหน้าต่างกระจก ผสมผสานดีไซน์มินิมอลและอบอุ่นของไม้ เข้ากับองค์ประกอบโมเดิร์นได้อย่างลงตัว สวยงามมากขึ้น ฟังก์ชันของบานประตูที่มีช่องเปิด-ปิด (Airflow window) ยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องการระบายอากาศ ซึ่งขนาดของช่องเปิดได้รับการออกแบบให้มีขนาดพอเหมาะพอดี ยากต่อการงัดแงะ และปลอดภัยสูง  GIESTA Airflow ยังดีไซน์ให้มีความมินิมอล โดยสามารถ Customize มือจับ ตัวล็อกและ Accessories อื่น ๆ ได้ตามความเหมาะสมในการใช้งานของแต่ละบ้าน

ภาพประตูหน้าบ้านก่อนและหลังเปลี่ยน

บานหน้าต่างห้องนั่งเล่นซึ่งอยู่ส่วนหน้าบ้าน และบานหน้าต่างห้องครัวหลังบ้าน ถูกเปลี่ยนเป็น  Airflow Slot เพื่อเพิ่มจุดที่ลมไหลเข้า และไหลออก โดยให้ลมหมุนเวียนภายในพื้นที่ชั้น 1 ทำให้รู้สึกถึงความเย็นสบายมากกว่าหน้าต่างแบบเดิมซึ่งไม่มีช่องเปิด อีกหนึ่งจุดเด่น คือระบบ Air Tightness หรือที่เราเรียกกันว่าระบบป้องกันอากาศรั่วไหล ปิดได้อย่างสนิท แน่นหนา สามารถป้องกันการรั่วไหลของน้ำ หรืออากาศจากภายในสู่ภายนอกผ่านช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างวงกบและตัวบานของหน้าต่างได้

ภาพบานหน้าต่างบริเวณหน้าบ้านและบริเวณครัว ก่อนและหลังเปลี่ยน

ส่วนประตูหลังบ้าน หรือห้องครัว ก็ถูกเปลี่ยนให้ตรงตามการใช้งานด้วย Airflow Door บานสไลด์ที่สามารถเปิดได้ 3 ระดับ ไม่ว่าจะเป็นการปิดล็อกทั้งหมดเพื่อสร้างความปลอดภัย หรือล็อกค้าง 2 ระดับ นั่นคือ เลือกเปิดทั้งหมดซึ่งจะทำให้เราได้ช่องเปิดบน-ล่างที่ใหญ่ขึ้น หรือหากต้องการแง้มไว้เพียงเล็กน้อยในยามที่ไม่อยู่บ้าน ก็สามารถเปิดช่องขนาดเล็กเพียง 35 มิลลิเมตรทั้งบนและล่างค้างไว้ได้ ช่วยให้บ้านอยู่สบายและยังคลายกังวลในเรื่องความปลอดภัยได้อีกด้วย

ภาพบานประตูหลังบ้าน ก่อนและหลังเปลี่ยน

“หลังจากการปรับเปลี่ยน สิ่งสำคัญที่ทำให้ผมภูมิใจมากเลย คือ มีคนชมว่าบ้านสวยขึ้น อาจด้วยเรื่องของสี เรื่องของลายไม้ที่ไม่เหมือนใคร และที่ประทับใจที่สุด คือ ระบบล็อกและระบบถ่ายเทอากาศที่เป็นนวัตกรรมเข้ากับตัวบ้านได้เป็นอย่างดีและยังช่วยให้เรารู้สึกปลอดภัย แถมช่างที่เข้ามาติดตั้งก็มีความเป็นมืออาชีพสูงมาก บ้านเราเปลี่ยน 4 จุด ใช้เวลาไปไม่เกิน 6 ชั่วโมง ตอนแรกเราก็กังวลว่าทำไมใช้เวลาน้อยจัง แต่ช่างก็เก็บงานให้เราเรียบร้อยเป็นอย่างดี”  คุณภานุพงศ์ ชูสิงห์แค เจ้าของบ้านเล่าถึงความประทับใจ

หากลองสังเกต เอกลักษณ์หนึ่งของบ้านชาวไทย คือการมีรั้วรอบขอบชิดเพื่อป้องกันขโมย การงัดแงะ หรือแม้แต่ฝุ่น แมลง ในขณะที่บ้านไทยตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันก็ยังคงรักษาองค์ประกอบอย่างช่องเปิดเพื่อรับแสงหรือลมธรรมชาติ เพื่อมาบรรเทาอากาศร้อนชื้นที่ทำให้บ้านไม่น่าอยู่ เพียงแต่สองประเด็นนี้ยังไม่ไปด้วยกันมากนัก Design Your Own Flow by TOSTEM Airflow System จึงเป็นแคมเปญดี ๆ ที่พยายามสื่อสารและบอกเล่าเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของชาวไทย จากบ้านธรรมดา ๆ ก็กลายเป็นบ้านที่น่าอยู่ได้ง่าย ๆ

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

สิ่งที่น่าสนใจใน ATIS ผลิตภัณฑ์ใหม่จาก TOSTEM ศิลปะของบานอลูมิเนียมบางเฉียบ มอบมุมมองเพิ่มสุนทรียะแห่งการอยู่อาศัย

สิ่งที่น่าสนใจใน ATIS ผลิตภัณฑ์ใหม่จาก TOSTEM
ศิลปะของบานอลูมิเนียมบางเฉียบ มอบมุมมองเพิ่มสุนทรียะแห่งการอยู่อาศัย

หากพูดถึงนวัตกรรมกรอบบานกระจกและอลูมิเนียมชั้นนำในท้องตลาด แน่นอนว่าแบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง TOSTEM จะต้องติดโผอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยฟังก์ชันที่รู้กันถึงความแข็งแรง ทนทาน ป้องกันเสียง และสร้างความปลอดภัยในแบบที่ประตูและหน้าต่างบ้านควรจะเป็น แต่ที่มากไปกว่านั้น TOSTEM เองยังใส่ใจในเรื่องของการดีไซน์เรื่อยมา ในแต่ละคอลเล็กชันเราจึงเห็นผลิตภัณฑ์ที่สวยงามเข้ากับบ้านสมัยใหม่ ใส่ใจรายละเอียดตามแบบฉบับงานดีไซน์ของประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งล่าสุด ได้มีการเปิดตัว ATIS’ คอลเล็กชันใหม่ที่เติมเต็มเรื่องสุนทรียะ ความสวยงาม ด้วยแนวคิด ‘Framing the Beauty of Living’ ที่มองว่าประตูหน้าต่างไม่ใช่เพียงผลิตภัณฑ์แต่เป็นศิลปะของการอยู่อาศัย สู่การดีไซน์กรอบบานอลูมิเนียมที่บางเฉียบ เพื่อเพิ่มมุมมองปราศจากสิ่งกีดขวาง รบกวนสายตาให้น้อยที่สุด พร้อมความเรียบง่ายแต่ซ่อนฟังก์ชันการใช้งานสุดพิถีพิถันเอาไว้ภายใน หลังจากที่ Dsign Something มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมสินค้าจริง ณ Flagship Showroom CDC เราขอมาสรุปสิ่งที่น่าสนใจให้ดูกัน!

ดีไซน์เพรียวบางกับการใช้งานที่ลงตัวมากขึ้น

จุดเด่นแรกที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ การดีไซน์กรอบบานที่เรียบ และเพรียวบางกว่ารุ่นอื่น ๆ ด้วยการออกแบบเส้นกรอบบานและพื้นผิวบานหน้าต่างที่ไร้รอยต่อ และสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างนุ่มนวล อีกทั้งยังออกแบบอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเช่น ระบบล็อกเสริมความปลอดภัย บานพับ หรือฝาปิดรูสกรู ให้ซ่อนอยู่ภายในกรอบ ไม่ให้มีชิ้นส่วนใด ๆ ยื่นออกมารบกวนสายตา ทำให้เราสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างไร้ขีดจำกัดถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับอาคารหรือบ้านที่รายล้อมไปด้วยบริบทอันสวยงาม ใครที่รักในความเรียบง่าย หรือมินิมอลคงจะถูกใจได้ไม่ยาก

นอกจากดีไซน์ที่มุ่งเน้นสุนทรียะ ในด้านการใช้งาน ATIS ก็ตอบโจทย์ด้วยการพัฒนามือจับ L-Fit ที่จับถนัดและเบามือมากขึ้น โดยสามารถนำไปใช้งานได้ทั้งผลิตภัณฑ์ประตูและหน้าต่าง ตามความเหมาะสมของผู้ใช้งาน

ไม่บดบังสายตา และไม่ปิดกั้นการระบายอากาศ

สิ่งหนึ่งที่เราชื่นชอบเป็นพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ TOSTEM คือ การคำนึงถึงการระบายอากาศ ซึ่งเป็นฟังก์ชันสำคัญที่บานหน้าต่างประตูบ้านแบบไทย ๆ ควรจะมี สำหรับรุ่น ATIS จึงมีการพัฒนาเทคโนโลยีมุ้งลวดขึ้นใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยการผลิตจากวัสดุที่มีน้ำหนักเบาและโปร่ง เส้นตาข่ายมีขนาดเล็กกว่าเส้นไนลอนทั่วไปถึง 40% รวมถึงมีช่องตาข่ายขนาดเล็กลง ป้องกันฝุ่นผงและแมลงตัวเล็ก ๆ ได้ดีขึ้น ในขณะที่ยังเปิดโอกาสให้ลมถ่ายเทเข้าสู่ภายในได้มากกว่ามุ้งลวดทั่วไปถึง 20% อีกทั้งยังแข็งแรง ทนทาน และสามารถถอดเข้า-ออก เพื่อทำความสะอาดได้ง่าย

เทคโนโลยีมุ้งลวดนี้ยังเป็นการออกแบบลิขสิทธิ์เฉพาะของทางแบรนด์ ซึ่งจะมีการยึดเข้ากับกรอบบานราวกับเป็นส่วนประกอบชิ้นเดียวกัน ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน โดยที่เราสามารถเปิดหน้าต่างบานกระทุ้งและบานเปิดได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิด-ปิด มุ้งลวดก่อน

ฮาร์ดแวร์ที่ทำให้การเปิด-ปิด บานเป็นเรื่องง่ายขึ้น

สำหรับนวัตกรรมที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ตัวก่อน ๆ ไปอย่างสิ้นเชิงคงจะเป็นการพัฒนา PSS Balance Hardware ลิขสิทธ์เฉพาะที่ทำให้การเปิด ปิดหน้าต่างง่ายขึ้นทั้งการเลื่อนขึ้นและเลื่อนลง หรือที่เรียกว่าบาน Tilt & Slide โดยฮาร์ดแวร์จะทำหน้าที่รองรับน้ำหนักบานและคอยนำทิศทางในการเลื่อนบานหน้าต่าง ภายในวงกบหน้าต่างจะมีชิ้นส่วน กลไกและ Balancer ที่ทำงานร่วมกัน มาพร้อมการทำงาน 2 ขั้นตอนที่เลือกใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ทำให้เราสามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศทิ้งไว้ได้ แม้ในวันที่มีฝนตกปรอย ๆ

เพิ่มความปลอดภัย ใส่ใจทุกรายละเอียด

นอกจากฟังก์ชันและความสวยงาม สิ่งที่เรียกได้ว่าสำคัญที่สุดสำหรับการใช้งานอาคาร และการอยู่อาศัย คือความปลอดภัยที่ต้องมาคู่กัน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ATIS เองก็ใส่ใจประเด็นสำคัญนี้ จึงดีไซน์ผลิตภัณฑ์ที่มีดีเทลในเรื่องความปลอดภัย อย่างการออกแบบมือจับแบบหมุน (Operator) ติดตั้งบริเวณวงกบ ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเอนตัวออกไปนอกหน้าต่างเพื่อเปิด-ปิดบานหน้าต่าง ช่วยทุ่นแรงในการเปิด อีกทั้งยังเหมาะสำหรับการใช้งานอาคารสูงเพื่อลดความเสี่ยงที่คนจะผลัดตกจากอาคารได้อีกด้วย

ATIS ยังมีการออกแบบหน้าต่างบานยก Tilt & Slide ที่มาพร้อมตัวหยุดบานนิรภัย ป้องกันการหนีบ หรือกระแทกมือขณะปิด เหมาะสำหรับบ้านที่มีเด็กน้อย ลดอุบัติเหตุจากการเปิดปิดบาน การันตีด้วยรางวัล Kids Design Award จากประเทศญี่ปุ่น รวมถึงมีอุปกรณ์เสริมอย่างขาตบแบบถอดออกได้ที่สามารถติดตั้งบริเวณธรณีประตู ทำให้เรียบเป็นผืนเดียวกับพื้น รองรับการใช้งานวีลแชร์ หรือการเดินของเด็กเล็ก

สำหรับผู้ใดที่สนใจ ผลิตภัณฑ์ ATIS มีบานประตูและหน้าต่างให้เลือกหลายหลายรูปแบบตามความเหมาะสมในการใช้งาน อีกทั้งยังมีสีกรอบบานให้เลือกมากถึง 5 สี ได้แก่ Natural White, Natural Silver, Shine Grey, Autumn Brown และ Natural Black สามารถปรับแต่งให้เข้ากับดีไซน์บ้านได้ราวกับเป็นงานศิลปะแห่งการอยู่อาศัย ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวพร้อมวางจำหน่าย 1 มกราคม พ.ศ.2565 โดยสามารถเยี่ยมชมสินค้าจริงได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ Flagship Showroom CDC เวลา 10.00 น. – 19.00 น.

ATIS จาก TOSTEM ยังมีโปรเจกต์สำคัญที่ร่วมกับนักออกแบบและนักสร้างสรรค์ทั้ง 4 ท่าน คุณวสุ วิรัชศิลป์ สถาปนิกจาก Vaslab, คุณปอม-ธัชมาพรรณ ศิลปินนักวาดภาพประกอบ, คุณผ้าป่าน-สิริมา นักจัดการงานสร้างสรรค์และผู้ก่อตั้งบริษัท GroundControl และคุณพลอย-หฤษฎี อินทีเรียดีไซน์เนอร์จาก PHTAA Living Design ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งการเคลื่อนไหวในวงการดีไซน์เนอร์ที่น่าสนใจ ซึ่งเราอาจจะต้องรอติดตามกันต่อไปในอนาคต

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

ลดกระหน่ำรับหน้าฝน สูงสุด 20%* กับ Total Housing Solution จาก TOSTEM

ลดกระหน่ำรับหน้าฝน สูงสุด 20%* กับ
Total Housing Solution จาก TOSTEM

พบกับโปรสุดปัง! ลดกระหน่ำรับหน้าฝน ลดสูงสุด 20%* กับ Total Housing Solution จาก TOSTEM
รับสิทธิ์ลด 10% เมื่อมียอดสั่งซื้อ ตั้งแต่ 50,000 – 299,999 บาท*
รับสิทธิ์ลด 20% เมื่อมียอดสั่งซื้อ ตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไป*

ลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ทั้งออนไลน์และโชว์รูมที่ร่วมรายการ

  • Line @TOSTEMThailand
  • TOSTEM Flagship showroom crystal design center
  • TOSTEM บุญถาวร สาขาราชพฤกษ์
  • TOSTEM Demo room เชียงใหม่
  • TOSTEM Demo room ภูเก็ต

ขั้นตอนการรับสิทธิ์ผ่านช่องทางไลน์

1.เพิ่มเพื่อนในไลน์ @TOSTEMThailand หรือคลิก https://bit.ly/3vxHRfU เพื่อลงทะเบียนรับสิทธิ์และข้อมูลข่าวสารก่อนใคร! 

2.พิมพ์โค้ดลับ “รับสิทธิ์โปรสุดปัง” หาแอดมินหลังเพิ่มเพื่อน เพื่อลงทะเบียนรับสิทธิ์ส่วนลดสูงสุด 20%*

3. ลงทะเบียนรับสิทธิ์ในลิงก์ที่แอดมินส่งให้ กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนแคปหน้าจอส่งกลับในห้องแชทให้แอดมิน เท่านี้ก็ได้รับสิทธิ์ส่วนลดทันที

สำหรับผู้ที่สนใจ ลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2564 และสามารถใช้สิทธิ์สั่งซื้อได้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2564

เงื่อนไขการรับสิทธิ์ส่วนลด
۰ลูกค้าที่ประสงค์จะรับสิทธิ์โปรโมชั่นทุกรายการ ต้องติดต่อลงทะเบียนรับสิทธิ์ที่ TOSTEM Flagship Showroom สาขา Crystal Design Center, บุญถาวร สาขาราชพฤกษ์, Demo Room เชียงใหม่, Demo Room ภูเก็ต, และ LINE@ TOSTEM Thailand ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 – 15 สิงหาคม 2564 ทั้งนี้ไม่สามารถมอบสิทธิ์ให้ตัวแทนจำหน่ายทอสเท็ม หรือ บุคคลอื่นให้ดำเนินการแทน
۰สามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขรายละเอียดในใบเสนอราคาของตัวแทนจำหน่ายทอสเท็มอย่างเป็นทางการ โดยต้องลงนามในใบเสนอราคาภายในวันที่ 30 กันยายน 2564 เท่านั้น
۰ส่วนลดตามเงื่อนไขของโปรโมชั่นนี้ คำนวณเฉพาะราคาค่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่ร่วมรายการเท่านั้น ทั้งนี้ส่วนลดไม่รวมถึงค่าขนส่งและค่าแรงช่างในการติดตั้ง
۰พื้นที่ติดตั้งงานของลูกค้าที่รับสิทธิ์โปรโมชั่นฯ ครอบคลุมทั่วราชอาณาจักรไทย
۰บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณามอบสิทธิ์และยกเลิกสิทธิ์โปรโมชั่นฯ แก่ลูกค้าเป็นรายกรณี โครงการอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มลูกค้า VIP ไม่สามารถเข้าร่วมโปรโมชั่น
۰บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขของโปรโมชั่นฯ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และคำตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

รวม 10 บ้านที่ออกแบบประตูหน้าต่างได้อย่างน่าสนใจ

รวม 10 บ้านที่ออกแบบประตูหน้าต่างได้อย่างน่าสนใจ

‘ประตู และ หน้าต่าง’ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของสถาปัตยกรรมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าส่วนอื่นๆ เพราะนอกจากจะเป็นหนึ่งองค์ประกอบเพื่อสร้างความสวยงามและอัตลักษณ์ให้กับงานออกแบบแล้ว ประตูและหน้าต่างยังทำหน้าที่เชื่อมการรับรู้ระหว่างภายในและนอกอาคารอีกด้วย แน่นอนว่ายิ่งขนาดที่ใหญ่ขึ้นก็ยิ่งเปิดมุมมองได้มากและดียิ่งกว่าเดิม

บทความนี้เราจะพาไปชมงานออกแบบที่พักอาศัย 10 แห่งทั่วโลกที่ได้มีการออกแบบประตูและหน้าต่างขนาดใหญ่ที่ใช้กับบ้านทั่วไป ว่าแต่ละที่มีแนวความคิดในการออกแบบรวมไปถึงจุดประสงค์ในการเลือกประตู-หน้าต่างเพื่อส่งเสริมงานสถาปัตยกรรมในด้านใดบ้าง 

01 Castle Lane

ลอนดอน, สหราชอาณาจักร
Architects: DROO and NAME
Photography: NAARO
Cr. Dezeen

โครงการออกแบบอะพาร์ตเมนต์ระดับลักซ์ชัวรี่ที่ได้บริษัทออกแบบระดับโลกอย่าง DROO and NAME มารังสรรค์ เริ่มจากการออกแบบภายใต้ข้อจำกัดด้านทำเลที่ตั้งเป็นหลัก ด้วยตัวโครงการนั้นอยู่ในย่าน Birdcage Walk Conservation ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ทำให้นอกจากสถาปนิกต้องออกแบบให้ไปตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัดแล้ว การออกแบบเพื่อกลมกลืนกับบริษัทแต่ก็โดดเด่นในตัวเองก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ

ทางสถาปนิกจึงเลือกออกแบบหน้าต่างขึ้นภายใต้แนวความคิด ‘เคารพแต่ในขณะเดียวกันก็ท้าทายสภาพแวดล้อมทางประวัติศาสตร์’ ด้วยการ re-design หน้าต่างของอาคารขึ้นมาใหม่ โดยพัฒนารูปแบบมาจากหน้าต่างประเภท Bow window ซึ่งเป็นหน้าต่างที่มีรูปแบบอันเฉพาะตัวของบ้านที่อังกฤษมาปรับใหม่ให้ดูทันสมัย แต่ก็ยังสามารถสร้างความเชื่อมต่อระหว่างสถาปัตยกรรมสมัยใหม่และเก่าในย่านได้อย่างดี ตัววงกบหน้าต่างขึ้นรูปด้วยเหล็กและกรุกระจก รูปแบบหน้าต่างจะโค้งมนและยื่นออกมาจากตัวอาคารด้วยประโยชน์ทางด้านการใช้สอยที่สามารถเพิ่มพื้นที่ได้มากขึ้น และให้แง่ของการสร้างประสบการณ์การพิเศษแบบกึ่งภายนอกจากภายในอาคารที่น่าตื่นเต้นทั้งสำหรับผู้อาศัยและยังสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับย่านอนุรักษ์ได้อย่างน่าจดจำ

02 Glebe House

ซิดนีย์, ออสเตรเลีย
Architects: Chenchow Little Architects
Photography: Peter Bennetts
Cr. Chenchow Little Architects

Glebe House เป็นโครงการรีโนเวตกระท่อมเก่าในย่านชานเมืองซิดนีย์และแทนที่ด้วยบ้าน 2 ชั้นขนาดกะทัดรัดสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกสุดอบอุ่นทั้ง 5 คน ด้วยข้อจำกัดด้านขนาดพื้นที่สถาปนิกจึงตั้งใจออกแบบให้บ้านมีพื้นที่ใช้สอยให้มากที่สุด โดยให้หน้าต่างทำหน้าที่สร้างความรู้สึกพิเศษขณะอยู่อาศัยรวมถึงสร้างความรู้สึกโปร่งโล่งโดยการออกแบบบ้านให้มีรูปทรงเรขาคณิตของบล็อกรูปสามเหลี่ยมที่เกิดจากข้อจำกัดทางด้านมุมมองจากบริบทโดยรอบ

ตัวบ้านมีการประกบด้วยช่องเปิดโค้ง ซึ่งพยายามให้ช่องเปิดโค้งและมุมทางเข้าของบ้านนั้นกลมกลืนกับระเบียงสไตล์วิกตอเรียที่พบเห็นได้ทั่วไปในบริเวณใกล้เคียง แต่ออกแบบให้พิเศษต่างจากบ้านสไตล์วิกตอเรียแบบดั้งเดิมด้วยเส้นโค้งของหน้าต่างจากภายในไปยังพื้นที่ใช้สอยอื่นให้บ้านด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อตั้งใจสร้างความเชื่อมต่อและบรรยากาศที่แสง-เงาลอดผ่านหน้าต่างทรงโค้งมนเข้ามายังทุกพื้นที่ภายในบ้าน นอกจากนั้นยังใช้แผ่นไม้ทาสีขาวมายึดระหว่างช่องหน้าต่างที่นอกจากจะช่วยพรางสายตาและเป็นองค์ประกอบทางด้านความงามที่สำคัญแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นโครงสร้างที่ช่วยรับน้ำหนักได้ในเวลาเดียวกัน

03 Deformed Roofs of Furano 

ฟุราโน่, ญี่ปุ่น
Architects: Yoshichika Takagi + Associates
Photography: Ikuya Sasaki
Cr. Dezeen

บ้านที่มีหลังคาแบบอสมมาตรสุดโดดเด่นบนเกาะฮอกไกโดของญี่ปุ่นเป็นโครงการรีโนเวตโดยสตูดิโอ Yoshichika Takagi + Associates ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการนำแสงธรรมชาติมาสร้างมิติให้กับพื้นที่ภายในอาคารได้อย่างชาญฉลาดในหลายๆ โครงการด้วยการ ‘เปิดเผยแบบปกปิด’

ซึ่งสำหรับบ้านหลังนี้นอกจากแนวความคิดในการออกแบบและการเลือกใช้วัสดุที่น่าสนใจแล้ว การเลือกใช้ประตู-หน้าต่าง รวมถึงการวางตำแหน่งเพื่อให้เข้ากับผนังโปร่งแสงซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญของบ้านก็น่าสนใจไม่แพ้กันด้วยการรื้อบ้านเดิมที่สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2517 ออกทั้งหมดเหลือเพียงโครงสร้างไม้ดั้งเดิมเอาไว้แล้วจึงกรุผนังทั้ง 3 ด้านด้วยเมทัลชีทสีดำและกรุแผ่นพลาสติกลอนลูกฟูกสีขาวขุ่นในด้านที่ 4 เพื่อให้แสงที่ลอดผ่านไปให้เด่นชัดให้ได้มากที่สุด ตัววงกบประตูและหน้าต่างถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษเพื่อให้สัดส่วนนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้านได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนั้นยังเลือกใช้เป็นประเภทบานเลื่อนและทำสีขาวเพื่อความสะดวกในการใช้งาน

04 VOM House

โฮจิมินห์, เวียดนาม
Architects: Sanuki Daisuke Architects
Photography: Hiroyuki Oki
Cr. Dezeen

ในภาษาเวียดนาม ‘VOM’ มีความหมายว่าทรงโค้ง ซึ่งสำหรับบ้านหลังนี้ ‘เส้นโค้ง’ เป็นสัญลักษณ์ของการส่งต่อพื้นที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง การออกแบบเริ่มจากทางเจ้าของบ้านต้องการให้รีโนเวตทาวน์เฮ้าส์เพื่อให้เป็นบ้านสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก แต่เนื่องด้วยลักษณะของบ้านอาคารเดิมรวมไปถึงที่ตั้งนั้นค่อนข้างที่จะอึดอัดเรื่องจากอยู่ใจกลางเมือง สถาปนิกจึงมีแนวความคิดในการออกแบบ ‘ห้องกลางแจ้ง’ เพื่อดึงธรรมชาติเข้ามาช่วยสร้างบรรยากาศที่เคยคับแคบใจกลางเมืองโฮจิมินห์นั้นน่าอยู่ยิ่งขึ้น

โดยพื้นที่บริเวณนี้สถาปนิกตั้งใจให้โดดเด่น ด้วยการเจาะช่องเปิดขนาดใหญ่ทรงโค้งที่มีประตูซึ่งเป็นทางเข้าหลักรวมอยู่ด้วย แต่พิเศษด้วยการกรุเหล็กดัดเต็มตลอดความกว้างและความสูงของช่องเปิด ซึ่งนอกจากจะเพื่อความสวยงามและช่วยในเรื่องของความปลอดภัยแล้ว ยังช่วยให้แสงและลมธรรมชาติผ่านเข้ามาได้อย่างเต็มที่เพื่อลดความร้อนและลดปัญหาความอับทึบของพื้นที่คับแคบได้อย่างยั่งยืน

05 DL1310

เม็กซิโก
Architects: Young & Ayata
Photography: Rafael Gamo, Young & Ayata and Michan Architecture
Cr. ArchDaily

DL1310 หนึ่งในอพาร์ตเมนต์ที่เม็กซิโกที่มีการออกแบบหน้าต่างที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ตัวอาคารเป็นอาคารคอนกรีตสูง 4 ชั้นที่ก่อสร้างด้วยวิธีหล่อในที่ทั้งอาคารด้วยการออกแบบและสร้างแม่พิมพ์จากไฟเบอร์กลาสเพื่อขึ้นรูปคอนกรีต 

โดยสาเหตุที่เลือกใช้คอนกรีตเนื่องจากที่เม็กซิโกคอนกรีตนั้นเป็นวัสดุที่หาได้ง่ายและช่างมีความชำนาญสูง ทำให้งบประมาณในการก่อสร้างนั้นไม่สูงจนเกินไป อีกทั้งงานยังออกมามีคุณภาพสูง ทางสถาปนิกจาก Young & Ayata จึงเลือกการ ‘บิดคอนกรีต’ บริเวณหน้าต่างทั้งหมด 22 ช่องของอาคารที่นอกจากต้องการรูปแบบหน้าต่างที่ต่างออกไป ยังต้องการเปิดมุมมองที่หลากหลายมากขึ้นทั้งจากทั้งภายในและภายนอก ตัวหน้าต่างเป็นการผสมผสานรูปแบบระหว่างหน้าต่างสี่เหลี่ยมที่เปิดได้และกระจกจากพื้นจรดเพดานทรงสี่เหลี่ยมคางหมูแบบยาว โดยเลือกกรุกระจกสีเทาในวงกบอลูมิเนียมที่ช่วยขับเน้นให้งานคอนกรีตภายนอกอาคารเด่นชัดมากขึ้น

06 Bay Window House

นอร์เวย์
Architects: Atelier Oslo
Photography: Kristoffer Wittrup
Cr. plainmagazine

Bay Window House ตั้งอยู่ที่เมือง Mosjøen ประเทศนอร์เวย์ ออกแบบโดย Atelier Oslo ตัวโครงการเป็นบ้านที่ถูกออกแบบและก่อสร้างให้แต่ละพื้นที่เป็นเสมือนอะพาร์ตเมนต์ส่วนตัวของแต่ละคนมีการกั้นผนังออกจากกันอย่างเด็ดขาดและเป็นสัดส่วน ส่วนการออกแบบภายนอกสถาปนิกตั้งใจให้อาคารมีภาพลักษณ์ที่สามารถสร้างที่จดจำได้ จึงออกแบบหน้าต่างขนาดใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่แคบสูงและบิดมุม 45 องศาเพื่อเปิดให้แสงเท่าอาคารเท่าที่จำเป็น มุมของหน้าต่างที่บิดนั้นก็เพื่อเบี่ยงมุมมองจากคนภายนอกไม่ให้ปะทะกับพื้นที่ด้านในได้โดยตรง ตรงกับความตั้งใจให้อะพาร์ตเมนต์นั้นมีความส่วนตัวเต็มที่นั่นเอง

07 HO-House

เฮียวโงะ, ญี่ปุ่น
Architects: Kubota Architect Atelier
Photography: Katsu Tanaka
Cr. Designboom

Ho-house ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ในเมืองทาคะราสุกะที่ประเทศญี่ปุ่น ออกแบบโดย Kubota Architect Atelier ที่ต้องการเชื่อมธรรมชาติเข้ามาในบ้านมากกว่าดึงประโยชน์มาเพื่อให้บ้านเย็นหรืออยู่สบาย แต่การที่ได้เห็นท้องฟ้าผ่านประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้อย่างตั้งใจจะเกิดเป็นแรงบัลดาลใจที่สร้างความหมายที่ดีในชีวิตในแต่ละวัน ส่วนของงานสถาปัตยกรรม ตัวบ้านผสมผสานคอนกรีตสีขาวเฉียบคมและกระจกฝ้าในการก่อสร้าง ด้านหน้าของบ้านจะก่อทึบเพื่อความเป็นส่วนตัวและเปิดลานส่วนตัวแบบเปิดโล่งที่อยู่ตรงกลางของที่ดินเพื่อนำแสงธรรมชาติและอากาศเข้ามาภายใน ภายในส่วนใหญ่กรุด้วยกระจกสูงจากพื้นจรดเพดานเพื่อให้เกิดการไหลต่อเนื่องระหว่างภายในและภายนอก

08 Haringey Glazed Extension

ลอนดอน, สหราชอาณาจักร
Architects: Satish Jassal Architects
Photography: Ben Pipe
Cr. Dezeen

โดยทั่วไปเรามักพบเห็นหน้าต่างหรือประตูโอเวอร์ไซส์มาจากการออกแบบอาคารสมัยใหม่ แต่สำหรับโครงการนี้เป็นการรีโนเวตและก่อสร้างเพิ่มเติมจากบ้านสไตล์วิกตอเรียในศตวรรษที่ 19 โดยพยายามที่จะรักษาเอกลักษณ์ของทาวน์เฮาส์เดิมเอาไว้ ซึ่งโจทย์จากเจ้าของบ้านที่นอกจากจะต้องการปรับปรุงบ้านเก่าเพื่ออยู่อาศัยแล้ว ยังต้องการพื้นที่บ้านเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากต้องการพื้นที่สำหรับการเปิดสำนักงานไอทีของตนเอง จากโจทย์ดังกล่าวสถาปนิกจาก Satish Jassal Architects จึงออกแบบโดยการเพิ่มส่วนขยายสองชั้นบริเวณสวนด้านหลัง ด้วยพื้นที่ที่มีอย่างจำกัด 

ทางสถาปนิกจึงเลือกใช้ประตูบานเลื่อนขนาดใหญ่เพื่อลดพื้นที่ในการเปิด-ปิดประตูให้ได้มากที่สุด อีกทั้งยังเลือกใช้วงกบไม้โอ๊คเพื่อให้เข้ากับโทนสีของงานก่ออิฐดั้งเดิม อีกทั้งสีของไม้โอ๊คยังให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมาะสำหรับการพักอาศัย รวมถึงไม้โอ๊คเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงและสามารถปรับเปลี่ยนได้ง่ายทำให้การก่อสร้างนั้นทำได้อย่างรวดเร็ว งานออกมาเรียบร้อย ส่วนต่อเติมดูกลายเป็นส่วนหนึ่งของบ้านอย่างกลมกลืน

 09 The Bolgoda House

ศรีลังกา
Architects: Lalin Design
Photography: Tristan Laurens Bernard
Cr. ArchDaily

The Bolgoda House เป็นอีกหนึ่งงานออกแบบประตู-หน้าต่างที่น่าสนใจโดยสถาปนิกชาวศรีลังกาอย่าง Lalin Jinasena ที่มีดีกรีใบปริญญาทั้งด้านการออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ดังนั้นงานออกแบบของเขาจึงกล้าที่จะเล่นกับสเปซและโครงสร้างได้อย่างท้าทายข้อจำกัด สำหรับโครงการนี้เป็นโครงการออกแบบ้านพักในประเทศศรีลังกา โดยได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากพัดลม นั่นจึงทำให้ที่นี่ใช้เส้นสายของเส้นโค้งผสานไปในทุกที่ และด้วยความที่เป็นบ้านพักอยู่ติดริมน้ำที่มีวิวธรรมชาติ ทางสถาปนิกจึงเปิดรับมุมมองด้านวิวแม่น้ำอย่างเต็มที่ ออกแบบประตู-หน้าต่างขนาดใหญ่และติดตั้งไว้รอบอาคาร ตัววงกบเลือกใช้อลูมิเนียมสีดำด้านสูงเต็มบานเปิดออกเพื่อสร้างพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์และยังให้ความเขียวขจี โดยมีหน้าต่างบานไฮไลท์อยู่บริเวณห้องนอนและห้องทำงานที่ออกแบบให้เป็นหน้าต่างทรงกลมขนาดใหญ่ พิเศษที่บริเวณวงกบที่ทำจากเหล็กสีดำนั้นสามารถนั่งพักผ่อนเพื่อชมทิวทัศน์ได้ สร้างความรู้สึกพิเศษและยังเป็นการเพิ่มฟังก์ชันให้กับหน้าต่างได้อย่างน่าสนใจ

10 Cirqua Apartments 

เมลเบิร์น, ออสเตรเลีย
Architects: BKK Architects
Photography: Peter Bennetts, Shannon McGrath
Cr. ArchDaily

โครงการ Cirqua เป็นอะพาร์ตเมนต์ที่ออกแบบโดยตั้งใจจะสร้างสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยใหม่สำหรับย่าน East Ivanhoe รูปทรงอาคารมีความหนักแน่นด้วยเส้นสายทางเลขาคณิตเพื่อให้ผู้เช่ารู้สึกถึงความมั่นคง แต่ในขณะเดียวกันก็ออกแบบโดยยังคงเว้นระยะจังหวะจากถนนเพื่อสร้างสเปซที่เป็นส่วนตัวให้กับผู้เช่าโดยไม่จำเป็นต้องมีกำแพงมากั้น

ทุกห้องของโครงการ Cirqua ได้รับการออกแบบให้คำนึงถึงความสามารถในการเข้าถึงของสิ่งแวดล้อมอย่างรอบคอบ พื้นที่ห้องนอนและพื้นที่นั่งเล่นอะพาร์ตเมนต์ที่ทุกห้องจะมีการเข้าถึงแสงธรรมชาติและการระบายอากาศโดยตรง นอกจากนั้นในด้านงานสถาปัตยกรรมยังมีหน้าต่างทรงกลมขนาดใหญ่ที่นอกจากจะสร้างเอกลักษณ์ให้กับอาคารแล้ว ยังทำหน้าที่เชื่อมกับสวนโดยรอบให้มากที่สุดเสมือนดึงความเป็นธรรมชาติของสวนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของห้อง ด้วยการออกแบบภายใต้แนวความคิดที่เหมือนการเจาะรูเข้าไปในอาคาร แต่เป็นการเจาะรูที่เว้นจังหวะและขนาดที่เหมาะสม นอกจากนั้นยังออกแบบโดยการตีความรูปแบบสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นอย่าง art deco และ federation era homes ที่เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมเฉพาะที่ออสเตรเลียเท่านั้น เป็นนัยยะที่แสดงถึงความเคารพต่องานออกแบบพื้นถิ่นแต่ก็พัฒนารูปแบบเพื่อให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันให้มากยิ่งขึ้นอีกทั้งสถาปนิกยังตั้งใจให้อะพาร์ตเมนต์แห่งนี้เป็นมาตรฐานการพักอาศัยรูปแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้นในเมลเบิร์นต่อไปในอนาคต

Writer
Ektida Nakkavech

Ektida Nakkavech

อดีตสถาปนิก ที่ตอนนี้มี Part time เป็นนักอ่าน, นักเขียน, นักท่องเที่ยว, นัก(ฝึก)ถ่ายรูป, (ว่าง)นัก(ก็)นอน และยังเป็นนักติ่งแบบ Full time

อยู่กับเพื่อนบ้านอย่างไรให้มีความสุขและพึ่งพากัน

อยู่กับเพื่อนบ้านอย่างไรให้มีความสุขและพึ่งพากัน

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ‘รั้วบ้านที่ดีที่สุดคือการมีเพื่อนบ้านที่ดี’ แต่วิธีการที่จะทำให้เราอยู่ร่วมได้อย่างมีความสุขในองค์รวมนั้นตัวเราเองก็ต้องเป็นเพื่อนบ้านที่ดีด้วย ซึ่งการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีสามารถเริ่มได้ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุไปจนถึงการนำกฎหมายควบคุมอาคารมาใช้ ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อให้เกิดเพียงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านด้วยกันเท่านั้น แต่ยังสร้างสังคมคุณภาพในแบบยั่งยืนด้วยเช่นกัน

(โครงการ Master Home)

รู้ก่อนสร้างกับกฎหมายควบคุมอาคาร

กฎหมายควบคุมอาคารก็เป็นเช่นเดียวกับกฎหมายอื่นๆ ที่ออกมาเพื่อกำหนดและสร้างมาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างอาคารในบ้านเราตั้งแต่อาคารขนาดใหญ่ไปจนถึงบ้านที่เป็นอาคารขนาดเล็ก โดยข้อกำหนดเบื้องต้นของกฎหมายควบคุมอาคารสำหรับบ้านเพื่อให้เราและเพื่อนบ้านอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเป็นหัวข้อในเรื่องของ ‘ระยะร่น’ ต่างๆ เช่น หากบ้านของคุณเป็นผนังทึบ (ไม่มีช่องเปิด) จะก่อสร้างห่างจากเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 50 ซม.หรือ ผนังบ้านที่มีประตูหน้าต่างต้องมีระยะห่างจากแนวรั้วอย่างน้อย 2 ม. ซึ่งหากเป็นการรีโนเวตเจ้าของบ้านต้องได้รับการยินยอมจากเพื่อนบ้านเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนทุกครั้งเพื่อเป็นการแจ้งให้ทราบเพื่อช่วยลดปัญหาตามมาภายหลัง

(โครงการ Life in the Garden)

รู้ก่อนทำรั้วบ้าน

เรื่องปัญหากับเพื่อนบ้านเนื่องจากรั้วบ้านนั้นมีมาให้เห็นเสมอ โดยเฉพาะกับรั้วบ้านในโครงการบ้านจัดสรรที่ส่วนใหญ่จะไม่สูงพอจะให้ความส่วนตัวได้จึงทำให้แต่ละบ้านจะต่อเติมรั้วบ้านสูงขึ้นไปซึ่งอาจไปบังทิศทางลมหรือล่วงล้ำเข้าไปในเขตของเพื่อนได้ ดังนั้นก่อนจะต่อเติมควรทำการตกลงกันก่อนซึ่งสามารถต่อเติมตรงตำแหน่งกลางรั้ว หรือบนที่ดินของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและร่วมกันออกค่าใช้จ่ายกันคนละครึ่งเนื่องจากเป็นการก่อสร้างที่ได้ประโยชน์ร่วมกันนั่นเอง โดยหลังจากสร้างรั้วแล้วแต่ละบ้านอาจปลูกไม้รั้วอย่าง ไทรเกาหลี ต้นโมกหรือต้นคริสติน่าให้เป็นไม้รั้วเพื่อความสวยงามก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี

(โครงการ Baan 362)

รู้ก่อนทำช่องเปิด

ในทางสถาปัตยกรรม ‘ช่องเปิด’ นั้นเป็นการจำกัดความของช่องว่างที่เชื่อมระหว่างภายในและภายนอกอาคาร ซึ่งกล่าวรวมครอบคลุมถึงประตูและหน้าต่างด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าการมีช่องเปิดนั้นจะทำให้ความส่วนตัวของเราลดน้อยลง ในเบื้องต้นหากจำเป็นต้องทำช่องเปิดในบริเวณใกล้กับรั้วเพื่อนบ้านควรเลือกหน้าต่างให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน เช่น เลือกหน้าต่างบานเลื่อนขนาดเล็กสำหรับติดตั้งในห้องครัว หรือการพรางสายตาเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยการติดม่านและหน้าต่างที่สามารถหมุนปรับองศาได้ตามต้องการ

(โครงการ Baan Nawathani)

รู้ก่อนเผลอรุกล้ำเขตเพื่อนบ้านโดยไม่ตั้งใจ

การรุกล้ำดังหัวข้อไม่ได้หมายถึงการบุกรุกแต่อย่างใด แต่หมายถึงอาจมีบางส่วนของบ้านอย่างชายคาหรือต้นไม้ในบ้านเรานั้นยื่นเข้าในเขตเพื่อนบ้านโดยไม่ตั้งใจ ดังนั้นก่อนการรีโนเวตอย่าลืมตรวจดูแบบอย่างละเอียดและคอยตัดแต่งต้นไม้ในรั้วให้เป็นระเบียบอยู่เสมอ

(โครงการ De Vielle)

รู้ก่อนเลือกวัสดุกรุผนัง

วัสดุกรุผนังบางชนิดอาจทำให้บ้านเราสวยงามแต่กลับไปรบกวนการอยู่อาศัยของเพื่อนบ้านได้ในเวลาเดียวกัน อาทิเช่น การเลือกใช้กระเบื้องที่มีความเงาที่สะท้อนแสงสูง หรือการเลือกใช้หน้าต่างที่ติดฟิล์มที่มีค่าสะท้อนสูงและไม่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงบ้านที่มีช่องเปิดและกรุกระจกมากจนเกินพอดี ซึ่งแสงที่ตกกระทบกระเบื้องจะสะท้อนเข้าไปในเขตเพื่อนบ้านได้ ทั้งนี้หากต้องการกรุวัสดุที่มีค่าการสะท้อนแสงสูงอาจเลือกเพียงบางส่วนไม่ติดทั้งผนังเพื่อไม่ให้แสงไปรบกวนเพื่อนบ้าน และเลือกหน้าต่างและประตูที่ติดตั้งกระจกคุณภาพสูงมาใช้ที่ลดการรบกวนเพื่อนบ้านและในขณะเดียวกันก็ช่วยให้องค์ประกอบรวมของบ้านนั้นสวยงามได้อย่างเหมาะสมลงตัว

การก่อสร้างบ้านนั้นไม่ว่าจะเป็นการสร้างใหม่หรือเป็นการรีโนเวต แน่นอนว่าจำเป็นต้องทำภายใต้กฎหมายควบคุมอาคารโดยมีเรื่องของความปลอดภัยเป็นหัวใจหลัก แต่สุดท้ายการผูกมิตรกับเพื่อนบ้านก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะนอกจากจะเกิดเป็นมิตรภาพและความเอื้ออาทรระหว่างเพื่อนบ้านแล้วในระยะยาวยังเป็นการสร้างบรรยากาศการอยู่อาศัยอย่างมีความสุขให้กับชุมชนด้วยเช่นกัน

Writer

คำรน สุทธิ แห่ง Eco Architect กับความเชื่อว่าอาคารทุกหลังที่ออกแบบจะต้องอยู่สบายและหายใจร่วมกับธรรมชาติ

คำรน สุทธิ แห่ง Eco Architect กับความเชื่อว่าอาคารทุกหลังที่ออกแบบ
จะต้องอยู่สบายและหายใจร่วมกับธรรมชาติ

เพื่อสร้างภาวะน่าสบายให้การใช้งานอาคารหรือการอยู่อาศัย สถาปัตยกรรมและมนุษย์จึงจำเป็นต้องพึ่งพาธรรมชาติ สร้างความสัมพันธ์ร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประเด็นดังกล่าวส่งต่อสู่แนวคิดการออกแบบสถาปัตยกรรมของ คุณแก้ว-คำรน สุทธิ สถาปนิกและผู้ก่อตั้งออฟฟิศ Eco Architect ด้วยเบื้องหลังความเชื่อว่า บ้านทุกหลังที่ออกแบบจะต้องอยู่สบายอย่างแท้จริง และต้องหายใจร่วมกับธรรมชาติ ไม่เพียงแค่มนุษย์และสถาปัตยกรรม แต่ธรรมชาติเองก็ต้องได้รับการดูแลให้เติบโตไปพร้อมๆ กัน

สถาปัตย์ กับจุดกึ่งกลางความพอดีระหว่าง วิทย์ และ ศิลป์

เชื่อว่าเหตุผลของหลายคนที่เลือกเรียนสถาปัตยกรรม ก็เพราะคณะนี้ถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของความมีเหตุผลในแบบวิทยาศาสตร์สอดแทรกด้วยสุนทรียศาสตร์แบบงานศิลป์ ซึ่งคุณแก้วเองก็เป็นหนึ่งในนั้น

เมื่อย้อนกลับไปในสมัยเด็ก ด้วยความที่ได้มองเห็นคุณพ่อที่เป็นช่างไม้ ก่อสร้างบ้านด้วยทีมก่อสร้างเพียงไม่กี่คนและสามารถสร้างเสร็จโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน ประกอบกับพี่สาวที่เรียนวิศวกรรม สิ่งเหล่านี้ปลูกฝังให้คุณแก้วชื่นชอบ และอยากจะเป็นเหมือนคุณพ่อและพี่สาว แต่ด้วยความที่ตนเองไม่ได้ถนัดด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์มากรัก แต่กลับรักในการจับดินสอ ขีดๆ เขียนๆ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จึงกลายเป็นคำตอบสุดท้ายที่สร้างจุดเริ่มต้นเส้นทางการเป็นสถาปนิกให้กับคุณแก้วในเวลานั้น

การเรียนสถาปัตย์ที่ทำให้ค้นพบการแข่งขันกับตนเอง

คุณแก้วเข้าไปเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ด้วยการเป็นเด็กโควต้าที่ผ่านการรับเลือก จังหวัดละ 1 คนในภาคอีสาน ด้วยความที่มีแต่คนเก่งๆ ในช่วงแรกของการเรียนคุณแก้วจึงรู้สึกว่าตัวเองอยู่ท้ายแถวของเพื่อนๆ ด้วยเกรดเฉลี่ย ด้วยฝีมือ หรือสกิล กลายเป็นความกดดันที่ทำให้ตนเองหันมาฝึกฝน  พยายามอยู่กับตนเองและฝึกขีด เขียน หัดสกิลไปเรื่อยๆ ค่อยๆไต่ระดับขึ้นมา จนในที่สุดที่มีเทอมหนึ่งที่คุณแก้วสามารถพิชิตเกรด 4.00 ได้สำเร็จ

ทำให้คุณแก้วค้นพบว่า จริงๆ แล้ว เราอาจไม่ต้องไปเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น เพียงแค่อยู่กับตนเอง มีสมาธิกับการเรียน เพียงเท่านั้นก็สามารถพัฒนาและพาตัวเองไปอยู่ในจุดที่ต้องการได้สำเร็จ “ช่วงปี1 เรามองว่าคนนู้นก็เก่ง คนนี้ก็เก่ง มันบั่นทอนเรามากเลย ทำไมเราไม่เก่งเหมือนเขา แต่พอเราเริ่มอยู่กับตัวเอง มันทำให้เราคิดได้ว่า ที่จริงเราแข่งกับตัวเองมากกว่าโดยไม่ต้องไปแข่งกับใครก็ได้ จนท้ายที่สุดเราได้เกียรตินิยม เลยมองว่า เราไม่ต้องไปแข่งกับใคร เราก็สามารถไปยืนในจุดที่เราคาดหวังได้” คุณแก้วเล่า

การได้เกรดเฉลี่ย 4.00 ไม่ได้หมายความว่าระหว่างทางนั้นง่ายดาย เพราะคุณแก้วเล่าเสริมว่า ตอนเรียนสถาปัตย์ตนเองก็ยังคงงงๆ ไม่เข้าใจในสิ่งที่อาจารย์สอน อาจเพราะสมัยนั้นไม่มีสื่อที่บอกเล่าเรื่องราวของวิชาชีพมากมายเท่าในปัจจุบัน ทำให้การมองภาพวิชาชีพเป็นเรื่องที่ยาก กลายเป็นเรื่องหรือประเด็นที่อาจารย์สอนแยกกันเป็นส่วนๆ โดยไม่รู้จะนำเรื่องเหล่านั้นมาเรียงร้อยต่อกันให้เป็นภาพรวมของวิชาชีพได้อย่างไร ทำไมถึงต้องเข้าใจคน ทำไมถึงต้องเรียน Drawing และทำไมถึงต้องคำนวนโครงสร้าง

ปัญหาดังกล่าวได้รับการผ่อนคลายจากธรรมชาติ ทริปเล็กๆ หลังเลิกเรียนที่คุณแก้วมักจะเข้าป่า ไปอยู่กับธรรมชาติ และอยู่กับตัวเอง ช่วยกล่อมเกลาจิตใจ ทำให้สงบ มีสมาธิ เริ่มนำเรื่องราวเหล่านั้นมาปะติดปะต่อกัน และเข้าใจในความเป็นวิชาชีพสถาปนิกมากขึ้น

จุดเปลี่ยนและจุดเริ่มต้น บ้านหายใจได้ ของ Eco Architect

ความเป็นธรรมชาติเหล่านั้นถูกซึมซับอยู่ในวิถีชีวิตของคุณแก้วเรื่อยมา แต่จุดที่เรียกได้ว่าเปลี่ยนแนวทางการออกแบบจนเกิดเป็น Eco Architect คือช่วงที่คุณแก้วเรียนจบ และได้มีโอกาสออกแบบบ้านให้ลูกค้าท่าหนึ่งซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ภายในจังหวัดภูเก็ต ด้วยความที่การเรียนที่ผ่านมามักจะสอนจากตำราตะวันตก มีบ้านโมเดิร์นสวยงามให้เรียนรู้มากมาย คุณแก้วที่ยังไม่ได้มีประสบการณ์และเข้าใจในแก่นแท้ของการออกแบบจึงนำแนวคิดบ้านโมเดิร์นที่ตนเองชื่นชอบและเห็นว่าเท่มาใช้ในการออกแบบ

“มันเท่มาก เป็นกล่อง กระจกเยอะ ในตอนนั้นเราเองก็คิดว่ามันเท่สุดละ แต่พอมันสร้างเสร็จแล้ว กลายเป็นว่ามันอยู่ไม่ได้ มันร้อน เพราะวิวที่ดีที่สุดของภูเก็ตคือด้านทิศตะวันตก ก็ต้องเปิดทิศตะวันตกให้เห็นวิวมากที่สุด แต่กลายเป็นว่าพอเปิด ความร้อนจากดวงอาทิตย์เก็บสะสม เขาเลยต้องปิดม่าน เปิดแอร์ แทนที่จะเห็นวิวสวยๆ แทนที่จะได้ลมทะเลสบายๆ กลายเป็นบ้านอยู่ไม่ได้เลย”

การออกแบบที่เกิดปัญหาในครั้งนั้น ทำให้คุณแก้วต้องย้อนกลับมามองเรื่องแก่นของการออกแบบใหม่ทั้งหมด และตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการออกแบบนิเวศน์สถาปัตย์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเรียนจบจึงเริ่มเปิดออฟฟิศของตนเองในชื่อ Eco Architect ภายใต้ความตั้งใจที่ว่า “บ้านทุกหลังที่ออกแบบจะต้องอยู่สบายและต้องหายใจร่วมกับธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะอยู่สบายแล้ว ต้องดูแลธรรมชาติควบคู่ไปกับบ้านที่พร้อมจะเติบโตด้วยกัน”

สถาปัตยกรรมที่ประนีประนอมกับธรรมชาติ

เมื่อความตั้งใจ คือการออกแบบสถาปัตยกรรมที่อยู่สบาย การออกแบบอาคารของ Eco Architect จึงต้องเข้าใจสภาพอากาศ หรือการ ‘Design by Climate’ เป็นสำคัญ ขั้นตอนแรกจึงเป็นการสำรวจ เก็บข้อมูลรอบๆ พื้นที่โครงการ เพื่อให้เข้าใจสภาพแวดล้อมในบริเวณนั้น การจัดการกับกระแสลม แสงแดดจากธรรมชาติ ต้นไม้เดิมในพื้นที่ บ่อน้ำ หรือแม้กระทั่งสภาพดิน “เราต้องเรียนรู้ทุกอย่างที่อยู่โดยรอบว่าเขาให้ประโยชน์อะไรกับเราบ้าง ให้โทษอะไรบ้าง เราจะเลือกอยู่กับเขาอย่างไร จะประนีประนอมกันอย่างไรให้ธรรมชาติก็อยู่ได้ และเราก็อยู่ได้ อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการออกแบบ” คุณแก้วเล่า

นอกจากจะเข้าใจธรรมชาติแล้ว ยังต้องทำความเข้าใจลูกค้า หรือที่เราเรียกว่า ‘Human Centric’ โดยแต่ละบุคคลก็จะมีภาวะน่าสบายหรือความสบายที่แตกต่างกัน หลังจากนั้นจึงมาดูบริบทบริเวณนั้น ซึ่งคุณแก้วใช้คำว่า ‘Vernacular Architecture’ เพราะแต่ละที่จะมีความเป็นเอกลักษณ์ของงานสถาปัตยกรรม องค์ความรู้ หรือภูมิปัญญาท้องถิ่นในบริเวณนั้น เมื่อนำทั้งสามประเด็นมาผสมผสานกัน จึงเกิดเป็นกระบวนการออกแบบสถาปัตยกรรมของ Eco Architecture

“ด้วยแนวทางที่เราพยายามวางมันค่อนข้างชัด แม้กระทั่งชื่อออฟฟิศ ลูกค้าเลยมักจะมาในโจทย์ที่อยากได้บ้านแบบไม่ต้องเปิดแอร์ เลยกลายเป็นว่าลูกค้าเลือกเราจากชื่อและแนวทางของออฟฟิศ เราก็พยายามสร้างงานที่มีคุณภาพไปเรื่อยๆ เพื่อให้ลูกค้าอิน และอยากให้ทุกคนอินกับเรื่องพวกนี้ไปด้วย อย่างน้อยๆ คือ เราได้เป็นจุดเล็กๆ ที่จุดประกายให้คนค่อยๆ ตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติ”

การเป็นสถาปนิก กับบทบาทของน้ำที่ไม่เต็มแก้ว

“จริงๆ เรารู้สึกว่าสถาปนิก เป็นอาชีพที่วิเศษมาก เรามีความสุขที่เราได้นั่งขีดๆ เขียนๆ เรามีความสุขที่เราได้คุยกับลูกค้า ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ละคนก็จะมีความคิดเห็นที่หลากหลาย มันทำให้เรากลายเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้ว ลูกค้าก็คอยเติมให้เราตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้มันทำให้เราก้าวหน้าต่อไปได้เรื่อยๆ” คุนแก้วเล่าว่าการเป็นสถาปนิกสอนให้ฟัง ฟังให้เยอะและคิดตาม ซึ่งเปิดโอกาสให้ทำความรู้จักกับตัวเองมากขึ้น เราชอบอะไรหรืออยากจะมีความสุขแค่ไหน

ซึ่งสำหรับคุณแก้ว ความชื่นชอบ แพสชันและแนวทางชัดเจนที่ว่านี้ สะท้อนให้เห็นผ่านผลงานออกแบบสถาปัตยกรรมของ Eco Architect ที่กลายเป็นสถาปัตยกรรมอ่อนน้อมถ่อมตน ที่หวังดีต่อทั้งเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติ  

“เราแค่อยากเห็น เรื่องสภาวะน่าสบาย การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ การใช้ประโยชน์จากธรรมชาติในแนวทางของ Passive กลายเป็นพื้นฐานที่ทุกออฟฟิศจะใช้ เราไม่ได้มองเรื่องอื่นไกลไปกว่านี้ คือ ถ้าเราช่วยกันในเรื่องประมาณนี้ ผมมองว่าวิชาชีพสถาปนิกจะจับต้องได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่าง ถ้าทุกออฟฟิศออกแบบแล้วบ้านอยู่สบายมากๆ คนที่เข้าไปใช้งานจริงจะสัมผัสได้ง่าย และมันจะทำให้เขาเข้าใจสถาปนิกมากขึ้น เราอยากให้เรื่องแก่นพวกนี้กลายเป็นพื้นฐานหรือทฤษฎีของการออกแบบ และมันจะช่วยขับเคลื่อนให้โลกเราน่าอยู่ขึ้น” คุณแก้วเสริม

Passion กับการเป็นสถาปนิก

แน่นอนว่าหากจะดำเนินชีวิตให้มีความสุขและสนุกกับทุกช่วงเวลา ย่อมจำเป็นต้องอาศัย Passion หรือความหลงใหล จนกลายเป็นสิ่งที่คนส่วนมากในยุคปัจจุบันให้ความสำคัญ ซึ่งคุณแก้วเองมองว่า Passion ในสายอาชีพนี้เป็นสิ่งที่ดี ซึ่งจะเป็นพลังขับเคลื่อนให้ตัวเองพยายามพัฒนาให้เก่งขึ้น ไล่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ แต่บางครั้งหากฝันไว้สูง ย่อมแลกด้วยความเหนื่อย จึงไม่แปลกที่เราจะหยุดพักเสียบ้าง เพียงแค่ไม่ลืมความฝันหรือ Passion ที่มี

ในฐานะที่เป็นสถาปนิกรุ่นพี่ ผู้ผ่านประสบการณ์หลากหลายรูปแบบในเส้นทางการเป็นสถาปนิก คุณแก้วฝากถึงน้องๆ เอาไว้ว่า “อย่างที่บอกแหละ เวลาเรียนเราไม่จำเป็นต้องไปเปรียบเทียบตัวเองกับใคร สู้กับตัวเองให้มาก มีวินัยให้มาก ไม่ต้องมองว่าคนนี้เก่งมาก แล้วมาเปรียบเทียบเก็บไปบั่นทอนจิตใจ สู้เราแข่งกับตัวเองทุกวัน เข้าใจตัวเองให้ได้ ว่าแท้จริงแล้วเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เราก็จะมีแนวทางของตัวเอง แต่ถ้าเรามัวแต่เปรียบเทียบ เราจะไม่มีทางเข้าใจตัวเอง”

ตลอดเส้นทางสถาปนิกของคุณแก้ว ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ถึงแม้ในวันนี้ Eco Architect จะมีชื่อเสียง แต่คุณแก้วยังคงเรียนรู้ ทดลอง ราวกับน้ำที่ไม่เต็มแก้วอย่างที่ได้กล่าวไว้ สิ่งหนึ่งที่เป็นแนวทางอันชัดเจน คือความตั้งใจมอบสถาปัตยกรรมที่หวังดีต่อทั้งผู้ใช้งาน และธรรมชาติ เพื่อให้ทั้งสามสิ่งที่จำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างประนีประนอม

“การอยู่ในสายอาชีพนี้มันมาไกลเกินกว่าที่เราคิดเยอะมาก จริงๆ เราแค่อยากสร้างบ้านสักหลังหนึ่งที่ลูกค้าให้เราออกแบบ ให้มันอยู่สบาย ตอบรับกับพฤติกรรมของเขา และเข้ากับสภาพแวดล้อมตรงนั้นจริงๆ ถ้ามันเกิดขึ้นหลายๆหลัง ผมมองว่า มันจะช่วยโลกได้เยอะมาก เราไม่เคยคิดว่าจะต้องดัง มีชื่อเสียง หรือเป็น Great Architects อะไร แต่แค่มีความสุขกับจุดนี้แค่นั้นเอง ได้เห็นงานที่เราเริ่มออกแบบสร้างเสร็จแต่ละหลังๆ เห็นรอยยิ้มลูกค้า แค่นี้เราก็แฮปปี้แล้ว” คุณแก้วทิ้งท้าย

คุณคำรน สุทธิ สถาปนิกและผู้ก่อตั้ง Eco Architect
ปริญญาตรี : สถาปัตยกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น (เกียรตินิยมอันดับสอง)
ปริญญาโท : สถาปัตยกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต สาขานวัตกรรมการออกแบบนิเวศน์สถาปัตย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

(ภาพผลงานประกอบบทความจาก Eco Architect)

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

กึ๋น-กศินร์ ศรศรี นักออกแบบผู้ค้นหาความหมายของการเป็นสถาปนิก ผ่านการเดินทางและปรัชญาการออกแบบ

“สุดท้ายแล้วมันก็ย้อนกลับมาเป็นเรื่องของวิถีชีวิตมากกว่า ว่าเราอยากจะมีกลุ่มคนหรือมีวิถีชีวิตในแต่ละวันเป็นแบบไหน?”

คุณกึ๋น-กศินร์ ศรศรี สถาปนิกแห่ง Volume Matrix Studio เอ่ยระหว่างการสัมภาษณ์เรื่องแนวคิดการทำงานด้านสถาปัตยกรรมและจุดเริ่มต้นของการเป็นสถาปนิก ท่ามกลางร่มเงาไม้ใหญ่รอบด้าน และลมพัดเบาๆ คลายร้อน

Continue reading "กึ๋น-กศินร์ ศรศรี นักออกแบบผู้ค้นหาความหมายของการเป็นสถาปนิก ผ่านการเดินทางและปรัชญาการออกแบบ"

TOSTEM ประตูหน้าต่างแบรนด์ญี่ปุ่นที่เข้าใจผู้ใช้งานและโลก

ถ้าพูดถึงงานออกแบบผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่น สิ่งแรกที่ทุกคนคิดถึงนั่นก็คือ ความใส่ใจในรายละเอียดแม้จะเป็นจุดเล็กจุดน้อย รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเรียบง่ายและงดงาม แต่ภายในซ่อนดีเทลที่ผ่านการออกแบบมาอย่างดีเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายที่สุด และเมื่อทุกคนรู้เบื้องหลังแล้ว จะต้องร้องว้าวอย่างแน่นอน

กับทอสเท็มก็เช่นเดียวกัน อย่างที่หลายคนรู้จักกันดีจากการเป็นแบรนด์กรอบบานประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมที่ได้รับการยอมรับ ตั้งแต่เรื่องความงามอย่างเรียบง่ายในแบบฉบับญี่ปุ่น การจัดเรียงหมวดหมู่ของรุ่นและการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอเพื่อตอบความต้องการที่แตกต่าง ไปจนถึงดีเทลที่ผ่านการออกแบบมาอย่างดีเพื่อความแข็งแรงจากโครงสร้างภายใน และความสะดวกสบายจากการใช้งานภายนอก ทั้งหมดนี้คือแนวคิดแบบญี่ปุ่นที่ผสานอยู่ภายในผลิตภัณฑ์ที่เราสัมผัสได้ผ่านการทดลองใช้งานจริงด้วยตัวเอง

เข้าใจผู้ใช้งาน

เพราะงานออกแบบผลิตภัณฑ์คือการคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นสำคัญ ทุกมิติรอบตัวจึงถูกนำมาเป็นปัจจัยในการออกแบบกรอบบานประตูหน้าต่างทุกรุ่น

ความเป็นอยู่ที่สบายเริ่มจากการทำความเข้าใจการระบายอากาศ ในหัวเรื่องนี้ซ่อนอยู่ภายในการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างในรุ่น GRANTS ที่เหมาะสำหรับการติดตั้งในอาคารสูงที่กรอบบานระบายอากาศได้ หรือการพัฒนาบานประตูรุ่น Ventilation Series รวมทั้งความเข้าใจคนไทยด้วยการเสริมฟังก์ชั่นการติดตั้งมุ้งลวด ที่คิดไปถึงตำแหน่งการติดตั้งภายนอก เพื่อป้องกันฝุ่นตีกลับเข้าภายในบ้าน

หรือปัญหาที่พบบ่อยก็ถูกนำมาคิดกับงานดีไซน์เพื่อแก้ไขปัญหาในการใช้งานกรอบบานอย่างยั่งยืน อย่างปัญหาน้ำฝนท่วมขังรางล่างจนอาจล้นเข้ามาทำความเสียหายให้ภายในบ้าน ก็ใช้การออกแบบส่วนของกรอบบานล่างที่มีระบบป้องกันน้ำ 2 ชั้น และรางล่างที่สามารถระบายน้ำได้ นับเป็นงานดีไซน์ดีเทลผลิตภัณฑ์เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด

เข้าใจครอบครัว

ทุกเพศวัยทุกคนในครอบครัวสามารถใช้งานกรอบบานประตูหน้าต่างของทอสเท็มได้อย่างสะดวกสบาย ยกตัวอย่างการออกแบบมือจับที่กระชับแน่นมือทั้งในแบบรางเลื่อน มือจับแบบมัลติล็อก และ L-Fit มือจับที่พอดีกระชับมือและปรับการใช้งานได้หลายรูปแบบ รวมทั้งระบบล็อกที่สามารถเปิดได้ง่ายและปิดสนิทเพียงบิดก้านโยกตรงกลาง

นอกจากการใช้งานที่สะดวกสบายแล้ว ความปลอดภัยยังเป็นเรื่องหลักที่ทอสเท็มคำนึงถึงการใช้งานสำหรับครอบครัว อย่างการใช้รางล่างแบบฝังพื้น ทำให้พื้นทั้งสองฝั่งของประตูราบเรียบเสมอกัน ป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดกับทุกคน และเหมาะกับบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ใช้งานวีลแชร์ หรือประตูบานเฟี้ยมสมาร์ทดีไซน์ ที่มีการเสริมยางป้องกันอุบัติเหตุจากการถูกประตูหนีบ ซึ่งเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ของการใช้บานประตูแบบบานเฟี้ยมขนาดใหญ่

เข้าใจนักออกแบบ

สำหรับนักออกแบบแล้ว ความงามของสถาปัตยกรรมจำเป็นต้องมาพร้อมกับฟังก์ชั่นเสมอ งานดีไซน์กรอบบานประตูหน้าต่างของทอสเท็มตอบโจทย์ของนักออกแบบตั้งแต่สีสันที่มีให้เลือกเหมาะกับสไตล์ที่แตกต่าง รูปลักษณ์การเปิดปิดที่ตอบงานดีไซน์ได้ตามต้องการ โดยเฉพาะกับเรื่องการคัสตอมขนาดที่ใช้ระบบการเลือกสั่งทำได้ตามขนาดของช่องเปิดที่ออกแบบเอาไว้แล้ว

ด้านงานออกแบบผลิตภัณฑ์ของทอสเท็มมีส่วนอย่างมากที่ช่วยให้งานดีไซน์ของนักออกแบบเล่าเรื่องได้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างรุ่น GRANTS กับกลไกการซ้อนกันของคู่ชนกลางซ้อนตัวแบบสลิม ช่วยให้งานออกแบบดูบางเบา ไม่เทอะทะเหมือนกรอบหน้าต่างอาคารสูงอย่างที่คุ้นเคย หรือประตูบานเฟี้ยมในรุ่น WE70 ที่โปรไฟล์ออกแบบโดยเฉพาะ ไม่มีบานพับเกะกะสายตา ดีไซน์จีงตอบความเรียบง่าย และเน้นให้งานออกแบบสถาปัตยกรรมได้แสดงความเป็นตัวเองออกมา

เข้าใจสิ่งแวดล้อม

หัวใจสำคัญในการอยู่อาศัยเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีคือการดึงเอาสิ่งแวดล้อมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิต เช่นเดียวกันกับจุดประสงค์ของกรอบบานประตูหน้าต่างทอสเท็มที่เกิดขึ้นเพื่อให้เกิดการใช้งานสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้อย่างเต็มที่

ดีไซน์ในจุดเล็กจุดน้อยยังซ่อนประสิทธิภาพที่เข้าใจสิ่งแวดล้อมและเข้าใจความเป็นอยู่ อย่างการออกแบบโปรไฟล์เสาบานเลื่อนที่รองรับแรงลมเพื่อความแข็งแรง หรือการต่อบานช่องแสงแบบไม่ใช้แกนต่อของกรอบบานรุ่น WE70 รวมทั้งประสิทธิภาพในการรองรับแรงลม น้ำฝน อากาศ และเสียง ที่ควบคุมเพื่อให้เหมาะสมกับความเป็นอยู่ของผู้คน โดยยังคงคุณสมบัติของกรอบบานประตูหน้าต่างเอาไว้ได้อย่างดี

เข้าใจโลก

โลกของงานดีไซน์ก้าวไกลไปทุกวัน เช่นเดียวกันกับโลกแห่งงานออกแบบผลิตภัณฑ์ของทอสเท็มที่ยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ในแต่ละรุ่นให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น พร้อมกับส่งต่อโปรดักต์ชิ้นใหม่ที่น่าสนใจออกมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานอยู่เสมอ

เช่นเดียวกันกับโลกใบใหญ่ที่เราอาศัยอยู่ งานดีไซน์ที่คำนึงถึงทุกรายละเอียด โดยเฉพาะกับความทนทานและอายุการใช้งานที่ยาวนานคุ้มค่า ร่วมกันกับระบบหลังบ้านอย่างเรื่องกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและเป็นระบบส่งตรงจากโรงงานของทอสเท็มช่วยให้ใช้งานวัสดุทุกชิ้นอย่างคุ้มค่า ลดการเกิดขยะจากบานประตูที่เสื่อมสภาพ หรือวัสดุเหลือเศษจากการติดตั้งแบบดั้งเดิม

เมื่อขยะลดลง กระบวนการผลิตมีมาตรฐาน ก็ช่วยในเรื่องการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์และคุณค่าสูงสุด พร้อมไปกับการรักษาโลกใบนี้ให้คงอยู่กับเราต่อไปได้อีกยาวนาน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.tostemthailand.com

7 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมที่คุณเองอาจจะยังไม่รู้!

บ้านไม่ตรงบรีฟ เป็นปัญหาที่คนทำบ้านไม่อยากพบเจอมากที่สุด เพราะถ้าจะต้องลงมือทำบ้านหลังใหม่หรือรีโนเวตปรับปรุงทั้งที ก็ต้องอยากได้สิ่งที่ดีที่สุด และยังคงอยู่สวยงามตรงกับใจคิดฝันได้อย่างยาวนานโดยไม่ต้องปรับแก้หรือตามซ่อมบำรุงกันภายหลัง

Continue reading “7 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมที่คุณเองอาจจะยังไม่รู้!”

กำลังสร้างบ้าน… ควรเลือกประตูหน้าต่างตอนไหน?

การจะมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลังหนึ่งนอกจากจะต้องมีความพร้อมเรื่องงบประมาณแล้ว ขั้นตอนต่าง ๆ ในการสร้างบ้านก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทางเจ้าของบ้านไม่ควรละเลยเพื่อป้องกันการถูกเอาเปรียบจากผู้รับเหมา การเลือกประตูและหน้าต่างก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่เจ้าของบ้านก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกใช้วัสดุ สี หรือลักษณะต่าง ๆ ของประตูและหน้าต่างให้เหมาะสมกับการใช้งานของผู้อยู่อาศัยภายในบ้านได้

โดยความจริงแล้วการเลือกประตูหน้าต่างไม่ได้มีขั้นตอนที่ตายตัวเจ้าของบ้านสามารถเลือกประตูหน้าต่างได้ตั้งแต่ขั้นตอนไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่มีแพลนว่ากำลังจะสร้างบ้าน ตอนออกแบบ หรือจะเป็นตอนที่โครงสร้างบ้านเสร็จเกือบหมดแล้วก็สามารถเลือกได้แล้วแต่ความสะดวกของเจ้าของบ้าน โดยแต่ละขั้นตอนจะมีข้อดีและข้อควรพิจารณาที่ต่างกันไป

เลือกระหว่างออกแบบ

การเลือกประตูและหน้าต่างระหว่างการออกแบบบ้านคือการเลือกขนาดประตูหน้าต่างให้มีความเหมาะสมหรือให้ได้ขนาดตามที่ต้องการ เพื่อให้ช่างหรือผู้รับเหมาสามารถเว้นช่องเปิดเพื่อติดวงกบได้ตามขนาดที่กำหนดไว้ โดยขนาดประตูบานเดี่ยวตามมาตรฐานจะมีความสูง 200 cm. และความกว้างอยู่ที่ 80 , 90 cm. และหน้าต่างจะมีขนาดบานคู่ตามตราฐานอยู่ที่ความสูง 100 cm. และความกว้างอยู่ที่ 60 cm.

Photo by Sven Mieke on Unsplash

เมื่อโครงสร้างบ้านเสร็จและเว้นช่องเปิดไว้

ในกรณีนี้สำหรับบานประตูหน้าต่างที่เป็นอะลูมิเนียม อย่างบานประตูหน้าต่างของ Tostem ที่เป็นระบบ Prefabrication คือทำเสร็จจากโรงงาน พร้อมนำมาประกอบที่หน้างานได้เลย  โดยเมื่อวัดขนาดพื้นที่เสร็จและเจ้าของบ้านก็ทำการเลือกรูปแบบการใช้งานว่าจะเป็นบานเลื่อน บานเปิด หรือบานกระทุ้งรวมไปถึงการเลือกรุ่นให้เหมาะสมกับการใช้งานและงบประมาณ  เมื่อเลือกครบแล้วผู้แทนจำหน่ายก็จะส่งข้อมูลไปที่โรงงานให้ทำการผลิตเป็นเวลา 30-45 วัน และพร้อมติดตั้งหน้างานได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ติดตั้งวงกบเสร็จ

เมื่อมีแพลนจะสร้างบ้าน

การเลือกประตูหน้าต่างสามารถเลือกได้ตั้งแต่ตอนที่มีแพลนที่สร้างบ้านได้เลยโดยสามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลของแบบประตูหน้าต่างได้ที่โชว์รูม ข้อดีของการไปที่โชว์รูมนอกจากจะมีรูปแบบที่หลากหลายให้เลือกแล้ว เรายังได้เห็นและสัมผัสกับวัสดุจริงที่นำมาทำเป็นประตูหน้าต่างช่วยเพิ่มจินตนาการให้เจ้าของบ้านได้ว่าประตูแบบนี้ทำจากวัสดุนี้จะเหมาะกับบ้านท่านไหม นอกจากนั้นยังมีเวลาในการศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบราคาของประตูหน้าต่างแต่ละรุ่นได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.TOSTEMTHAILAND.com