OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM
info@sitename.com | 987654321
การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์


FENG SHUI & ARCHITECTURE สร้างตามฮวงจุ้ยก็สวยได้ สำหรับคนที่เชื่อเรื่องฮวงจุ้ย การออกแบบให้ตรงตามหลักการจากซินแส อาจะสำคัญพอๆกัน หรือ มากกว่าความสวยงาม แต่ถ้าคน ๆ นั้น ก็เชื่อเรื่องความงามความลงตัวของการออกแบบด้วยล่ะ ทั้งสองอย่างจะไปด้วยกันได้ไหม อย่างเช่นความเชื่อในเรื่องฮวงจุ้ยนี้ – บ้านจะต้องมีส่วนที่โปร่งให้ลมผ่านได้ เปลี่ยนเหมือนให้เงินทองไหลผ่านมาได้ – บ้านต้องมีแสงสว่างจากธรรมชาติเข้าถึงทุกส่วนเป็นขับไล่พลังงานไม่ดีและรับพลังงานดีเข้าสู้ตัวบ้าน – มีสายน้ำที่เคลื่อนไหวในบริเวณบ้าน เชื่อว่าพลังงานน้ำจะนำพาความโชคดี ความมั่งคั่งสู่บ้าน สิ่งเหล่านี้ จะถูกออกแบบอย่างไรให้เข้ากับดีไซน์ที่สวยงาม จึงเป็นหน้าที่ของสถาปนิกที่ต้องทำให้ความต้องการของซินแซ และความสวยงามของการดีไซน์ อยู่ในงานชิ้นเดียวกันให้ได้ เราจึงขอยกตัวอย่างบ้านที่ที่มีการทำงานร่วมกันระหว่างซินแซและสถาปนิกอย่างลงตัว จนกลายเป็นสถาปัตยกรรมที่ทั้งสวยงามและถูกหลักฮวงจุ้ย Nature House Architects : Junsekino Architect and Design Area : 400 Sq.m. Year : 2010 Nature House บ้านพักอาศัยที่ออกแบบโดย บริษัท Junsekino มีการออกแบบโดยใช้การเข้าถึงของธรรมชาติเป็นแกนหลักในการออกแบบ เพราะอยากให้ User…

THE TOP NOTCH POOL VILLA KHAO YAI รีสอร์ทที่เคารพธรรมชาติ ธรรมชาติกับสิ่งก่อสร้างไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน และหากสิ่งไหนเกิดขึ้นก่อนอีกสิ่งที่มาทีหลังก็ควรเข้ากับสิ่งแรกนั้นได้ เหมือนอย่าง The Top Notch Pool Villa Khao Yai ไพรเวทรีสอร์ท ที่ออกแบบมาให้เป็นส่วนหนึ่งของบริบทและกลมกลืนสภาพแวดล้อมเดิมให้มากที่สุด รีสอร์ทที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม The Top Notch Pool Villa เป็น Private Resort ที่มีการออกแบบพื้นที่กิจกรรมรับรองแขกที่มาพักอาศัยอย่างครบครัน ท่ามกลางธรรมชาติที่เป็นภูเขา ด้วยความที่บริบทเดิมเป็นบริเวณตีนเขา ทางผู้ออกแบบ LIKHIT DESIGN STUDIO อยากที่จะเก็บพื้นที่ดินเดิมให้มากที่สุด และดัดแปลงสภาพแวดล้อมเดิมในน้อยที่สุด จึงออกแบบให้ลานจอดรถอยู่ด้านหน้าโครงการ เพื่อที่จะจำกัดพื้นที่ Hardscape ให้อยู่แค่บริเวณด้านหน้า และเพิ่มพื้นที่ Landscape ให้รีสอร์ท วัสดุเสมือนจริง สถาปนิกต้อนรับคนที่มาเยี่ยมชมโครงการด้วย ผนัง Rammed Earth หรือ ผนังดินอัด เพื่อสื่อถึงชั้นดินเดิมที่เป็นสภาพแวดล้อมก่อนหน้าที่จะสร้างรีสอร์ทขึ้น สำหรับวัสดุผิดผิวของตัวอาคารจะใช้เป็น ไม้เผาไฟ เพราะ Texture…

บ้านครอบครัวขยาย แยกฟังก์ชันแต่รวมความอบอุ่นไว้ใต้หลังคาเดียว หากใครเคยอยู่อาศัยแบบครอบครัวขยายมาก่อน จะเข้าใจดีว่ามักจะเกิดปัญหาการใช้งานพื้นที่ร่วมกันอยู่บ่อยครั้ง เพราะแต่ละคนต่างก็มีไลฟ์สไตล์ ที่แตกต่างกันออกไป จนทำให้การพักผ่อน หรือการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่สามารถใช้งานได้เต็มที่ ด้วยเหตุนี้ สถาปนิกจาก ForX Design Studio จึงออกแบบ PINN’N PAN บ้านพักอาศัยครอบครัวขยายที่แบ่งพื้นที่ของแต่ละคนให้เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน แถมยังดึงพื้นที่เกษตรกรรม และฟาร์หมูหลุม กิจการของครอบครัวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้านอีกด้วย สเปซอบอุ่นของครอบครัวขยาย เดิมคุณแพนทำธุรกิจฟาร์มหมูหลุม และเกษตรกรรม หลังจากที่ได้พื้นที่ใหม่จึงต้องการสร้างบ้านที่ผนวกเข้าไปกับพื้นที่ทั้งสองธุรกิจนี้ด้วย โดยตัวบ้านมีโจทย์ว่าต้องสามารถอยู่อาศัยได้ทั้งคุณพ่อคุณแม่ ครอบครัวคุณแพน และครอบครัวพี่ชาย สเปซภายในบ้านต้องให้ความรู้สึกอบอุ่น และระบายอากาศได้ตลอดทั้งวัน สถาปนิกจึงตั้งใจให้ฟังก์ชันภายในบ้านแยกออกเป็น 4 โซน ได้แก่ พื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่ของพ่อแม่ พื้นที่ของครัวคุณแพน และครอบครัวของพี่ชาย โดยให้โถงทางเดินเป็นตัวเชื่อมโยงไปแต่ละพื้นที่ และทำหน้าที่เป็นตัวกั้นฟังก์ชันให้เกิดความชัดเจนอีกด้วย ทางเดินกากบาทแบ่งโซน ฟังก์ชันภายในชั้น 1 ประกอบไปด้วยพื้นที่แม่บ้าน พื้นที่ของคุณพ่อคุณแม่ และพื้นที่ส่วนกลาง ตามลำดับ โดยมีโถงทางเดินรูปกากบาทเป็นตัวเชื่อมโยงในแต่ละสเปซ แปลนชั้น 1 ด้วยลักษณะการอยู่อาศัยของคุณพ่อคุณแม่ที่มีความเป็นส่วนตัวสูง สถาปนิกจึงออกแบบให้ผนังห้องนอนด้านทางเดินถูกปิดทึบทั้งหมด และติดตั้งช่องเปิดบริเวณปลายทางเดินเพื่อชดเชยแสง ส่วนภายในห้องนอนได้ติดตั้งช่องเปิดไปทางบ่อน้ำ และเกษตรกรรม…

Baan Saikhoo บ้านครอบครัวขยายที่เกาะเกี่ยวการพักผ่อนไปกับต้นไทร ปัจจุบันหากจะสร้างบ้านอยู่อาศัยสักหลังหนึ่ง ความสวยงามของสถาปัตยกรรมเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ แต่จำเป็นจะต้องผูกธรรมชาติเข้ากับตัวสถาปัตยกรรมด้วย เพื่อให้การอยู่อาศัยรู้สึกถึงความร่มรื่น และเพิ่มความผ่อนคลายได้มากยิ่งขึ้น เหมือนกับบ้าน BAAN SAIKHOO ที่สถาปนิกจาก Anonym Studio ได้ออกแบบแมสฟอร์มอาคารให้โอบล้อมไปกับต้นไทรคู่ขนาดใหญ่ภายในพื้นที่ และหยิบแรงบันดาลใจจากธรรมชาตินี้มาใช้กับวัสดุของอาคารอีกด้วย ทำให้สเปซภายนอกหลอมรวมกับสเปซภายในได้อย่างลงตัว ฟังก์ชันแบบครอบครัวขยาย โจทย์ของเจ้าของบ้านเป็นไปอย่างเรียบง่าย เพียงแค่ต้องการพื้นที่อยู่อาศัยในรูปแบบครอบครัวขยาย และรองรับการเจริญเติบโตของเด็กๆ ให้สามารถวิ่งเล่น และซึมซับกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงยังต้องรองรับกิจกรรมการเรียนการสอนดำน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของครอบครัวอีกด้วย ต้นไทรคู่เกาะเกี่ยวไปกับตัวอาคาร ด้วยขนาดพื้นที่กว่า 3 ไร่ ที่มีต้นไทรคู่อยู่ตรงกลางพื้นที่ สถาปนิกจึงเลือกเก็บต้นไม้ให้เป็นไฮไลท์ของตัวบ้าน และวางผังอาคารส่วนกลางให้อยู่ทางทิศเหนือเป็นรูปตัว L ล้อมรอบต้นไทร เพื่อดึงมุมมอง และธรรรมชาติ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับตัวอาคาร ถัดมาทางด้านทิศเหนือที่อยู่ชิดกับริมขอบเขตพื้นที่ ยังเพิ่มเติมอาคารรองรับการพักอาศัยของคุณตา คุณยาย ทำให้เกิดคอร์ตยาร์ทขนาดเล็ก ระหว่างทั้ง 2 อาคาร ซึ่งช่วยเปิดสเปซให้เด็กๆ ได้ทำกิจกรรม และเปิดมุมมองให้เห็นกิจกรรมของทุกคนภายในบ้านได้ทั้งหมด นอกจากนี้พื้นคอนกรีตชั้น 2 ที่หนาถึง 40 เซนติเมตร ยังทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นห้องนอน ฝ้าเพดานชั้น 1…

ของจริงนะไม่ใช่ AI ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทำให้ระยะระหว่างความจริงและจินตนาการเริ่มสั้นลงไปทุกที เดิมเทคโนโลยีการเรนเดอร์ภาพเสมือนจริงจากคอมพิวเตอร์ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการออกแบบอยู่แล้ว แต่เมื่อคอมพิวเตอร์สามารถสร้างภาพเสมือนจริงโดยใช้คีย์เวิร์ดนั้นเรียกได้ว่าเป็นการปฏิรูปไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เราคงได้เห็นภาพที่ถูกสร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ที่บางครั้งทำให้ไม่แน่ใจว่านี่ผลงานของมนุษย์หรือคอมพิวเตอร์กันแน่ ในครั้งนี้เราจะเสนอมุมมองที่ต่างออกไปด้วยภาพถ่ายของอาคารซึ่งมีอยู่จริง แต่ดูเผินๆเหมือนใช้คอมพิวเตอร์ปัญญาประดิษฐ์สร้างขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น ห้องนกยูง ปราสาทซัมเมซซาโน ภาพจาก https://en.wikiarquitectura.com/building/sammezzano-castle/ ละลานตาในห้องนกยูงหลากสี ปราสาทซัมเมซซาโน (Castle of Sammezzano) ตั้งอยู่บนเทือกเขาแคว้นตอสกานา (Tuscany) ในประเทศอิตาลี ห่างจากเมืองฟลอเรนท์เพียงแค่ขับรถไม่ถึงชั่วโมง ปราสาทซัมเมซซาโนเป็นคฤหาสน์ขนาดใหญ่ สร้างช่วงต้นคริสศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้เป็นที่พักล่าสัตว์ ก่อนที่จะได้รับการบูรณะโดยขุนนาง เฟอร์ดีนันด์ ปันเจียตีจี ซีเมเนส (Marquis Ferdinando Panciatichi Ximenes d’Aragona) ร่วมสี่สิบปี (ค.ศ.1853-1889) ในสไตล์มัวร์ฟื้นฟู (Moorish Revival) ห้องภายในปราสาทกว่า 365 ห้องมีการตกแต่งด้วยลดลายอ่อนช้อยและสีสันฉูดฉาด โดยแต่ละห้องมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองไม่ซ้ำกันเลยสักห้องเดียว ห้องนกยูง (Peacock Room) หนึ่งในห้องที่มีชื่อเสียงที่สุด ตกแต่งด้วยกระเบื้องหลากสีกว่า 4,000 ชิ้นร่วมกับลวดลายเรขาคณิตที่ซับซ้อน หลังสงครามโลกครั้งที่สองคฤหาสน์หลังนี้เคยเปิดบริการเป็นโรงแรมหรูอยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะปิดตัวลง เพดานช่องอธิษฐาน มัสยิดท่านหญิงฟาติมะฮ์ มะอ์ซูมะฮ์…

บ้านสงบ เรียนรู้ด้วยการอยู่อาศัยผ่านสเปซคอร์ตยาร์ท สิ่งสำคัญที่ทำให้เด็กๆ เจริญเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ นั่นก็คือสภาพแวดล้อมที่มอบการเรียนรู้ และอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติได้ตลอดเวลา คงจะดีไม่น้อยหากคุณพ่อคุณแม่มีสเปซของบ้านพักอาศัยที่คอยเอื้ออำนวยให้เด็กๆ ได้ซึมซับบรรยากาศเหล่านี้ได้อย่างสม่ำเสมอ ด้วยเหตุนี้สถาปนิกจากสตูดิโอ INchan atelier จึงออกแบบบ้าน ‘สงบ’ ให้ตอบโจทย์กับครอบครัวที่กำลังก้าวสู่การมีลูกโดยเฉพาะบ้านที่มีลูกแฝด ด้วยการสร้างสเปซแห่งการเรียนรู้ ทั้งด้านการอ่าน ศิลปะ และธรรมชาติให้เชื่อมต่อกัน ผนวกกับว่าบริบทของบ้านหลังนี้อยู่ย่านใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ที่มีความพลุกพล่าน พื้นที่ทั้งหมดจึงถูกปิดล้อมเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว และความสงบ ไปพร้อมกันด้วย พื้นที่ที่มีบริบทพลุกพล่าน ที่ดินของบ้านหลังนี้มีขนาด 200 ตารางวา ตั้งอยู่ในบริเวณขอบของกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก และอยู่ลึกจากถนนใหญ่เข้ามาในซอย มีบริบทโดยรอบเป็น ชุมชน อพาร์ทเม้นท์ 5-6 ชั้น และโรงงานขนาดเล็ก วิถีชีวิตในย่านนี้จึงค่อนข้างพลุกพล่านอยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามแม้ว่าบริบทจะมีผลต่อความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย แต่เจ้าของก็มีความตั้งใจที่จะสร้างบ้านบนพื้นที่แห่งนี้เพราะเป็นพื้นที่ที่ได้รับมรดกมาจากบรรพบุรุษ แถมยังใกล้เคียงกับบ้านของคุณพ่อคุณแม่อีกด้วย เจ้าของต้องการให้บ้านหลังนี้มีฟังก์ชันที่เอื้ออำนวยต่อการเจริญเติบโตของลูกชายฝาแฝด ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมด้านการอ่านหนังสือ การเรียนรู้ทางศิลปะทุกยุคสมัย และการใกล้ชิดกับพื้นที่สีเขียวกลางแจ้ง ส่วนในแง่มุมอื่นสามีและภรรยาเป็นทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย และนักผลิตภาพยนตร์ ส่วนหนึ่งของบ้านจึงต้องใช้ทำงาน และประชุมได้โดยไม่รบกวนฟังก์ชันอื่นของตัวบ้าน แปลนชั้น 1 แปลนชั้น 2 เริ่มต้นจากคำว่า ‘สงบ’ สถาปนิกเริ่มต้นการแก้ปัญหาที่ดินให้มีความเป็นส่วนตัวก่อน โดยตั้งหลักจากคำว่า”สงบ”…

Khnan House บ้านแคบ-ลึก ที่สูดอากาศเข้ามาสร้างสเปซให้ภายใน ปัญหาของบ้านพื้นที่หน้าแคบ และลึกจะทำอย่างไร? ให้บ้านไม่รู้สึกทึบตัน มีลมพัดผ่าน และตอบโจทย์การใช้งานได้ตลอด สำหรับคำถามนี้ INchan atelier สตูดิโอออกแบบตอบคำถามข้างต้น ด้วยการสร้างบ้านให้สูงถึง 4 ชั้นรายล้อมไปด้วยช่องเปิด และระเบียงให้ล้อไปกับฟังก์ชันต่างๆ ภายในบ้าน รวมทั้งออกแบบรูปแบบอาคารยังถูกเซาะร่องให้ดูมิติ และลดทอนความสูงชะลูดได้อย่างน่าสนใจ พื้นที่แคบ-ยาว ของครอบครัว 5 คน เจ้าของต้องการสร้างบ้านบนพื้นที่หน้าแคบ 8 เมตร และลึกสอบ 26 เมตร ใจกลางสาทร จากโจทย์ที่ว่าจะทำอย่างไรให้พื้นที่ขนาดเล็กนี้สามารถสร้างบ้านที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของครอบครัว 5 คน ประกอบไปด้วยคุณยาย พ่อ แม่ ลูก 2 คน และสัตว์เลี้ยงอย่างนกแก้วอีก 2 ตัว การออกแบบบ้านหลังนี้จำเป็นต้องร่นระยะจากกำแพงกว่า 2 เมตร ตามกฎหมาย ทำให้ตัวบ้านมีลักษณะหน้าแคบเพียง 5เมตร อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สถาปนิกพยายามใส่เรื่องราวให้กับรูปด้านของอาคารดูมีมิติไม่ทึบตัน รวมไปถึงภายในอาคารต้องรู้สึกโปร่งโล่งสบาย มีแสง และลมธรรมชาติอย่างเพียงพอ แปลนชั้น…

Jasmine Life Space ห้องนั่งเล่นใหม่ของย่านอิสรภาพที่เปลี่ยนการนั่งทำงานให้เป็นเรื่องสบายๆ ยุคหลัง Co-working Space เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ผุดขึ้นไวพอๆ กับคาเฟ่ แต่ Co-working Space แบบไหนที่จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้มากที่สุด พื้นที่ทำงานที่มีอาหารพร้อม? พื้นที่ที่มีโซนพักผ่อน? หรือพื้นที่เงียบสงบที่เพิ่มสมาธิ? ตื่น ดีไซน์ สตูดิโอ ชวนมาหาคำตอบผ่านงานดีไซน์พื้นที่ภายใน Jasmine Life Space ที่เกิดจากการรีเสิร์ชและพูดคุยกับ Users โดยตรง ก่อนเป็นที่มาของห้องนั่งเล่นในย่านอิสรภาพที่เปรียบเสมือน Third Place กบดานสำหรับคนที่อยาก Work Life Balance ไปพร้อมๆ กัน Research ก่อน Design จนได้ความต้องการจริงของ Users หลังจากที่ได้พูดคุยกับทางเจ้าของ (น้ามอญและพี่โอ๊ต) ผู้ทำธุรกิจอพาร์ทเมนท์ในย่านอิสรภาพแห่งนี้โดยมีทั้งร้านกาแฟ พื้นที่ให้เช่าขายอาหารเป็นทุนเดิม ทางดีไซน์เนอร์ก็ได้รับโจทย์ให้มาออกแบบพื้นที่ส่วนกลางที่อยู่ภายในอพาร์ทเมนท์ยูนิตใหม่ให้กลายเป็น Co-Working Space เพื่อรองรับนักเรียน นักศึกษาในย่านนี้ “พอเราฟังคำนี้ก็ยังไม่ได้มีภาพในหัวชัดเจนว่าจะเป็น Co-Working Space ยังไงดี ซึ่งเราก็คุยกันในทีมว่าจะต้องมีกระบวนการรีเสิร์ช เพราะทีมตื่นของเราเองก็เน้นเรื่องการรีเสิร์ชก่อนดีไซน์อยู่แล้ว”…

BLOQyard การฝั่งเข็มรักษาจุดบอดของเมืองด้วยสถาปัตยกรรม (Urban Acupuncture) ประชากรยิ่งเพิ่ม พื้นที่ยิ่งว่าง เมื่อจำนวนประชากรมีเพิ่มมากขึ้นการขยายตัวของเมืองก็เป็นไปอย่างรวดเร็วในการสร้างพื้นที่รองรับต่อความต้องการของจำนวนประชากรที่มี อาจส่งผลให้เกิดพื้นที่ว่างที่ไม่ถูกใช้งานในขณะที่เมืองกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว BLOQyard คอมมูนิตี้เอาท์ดอร์ใจกลางเมืองบนพื้นที่กว่า 500 ตรางเมตรแหล่งรวมกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิเช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ และพื้นที่พักผ่อนส่วนกลางที่ถูกออกแบบขึ้นโดย Sixseven Studiooo ภายใต้แนวคิดการแทนที่กิจกรรมใหม่ลงในพื้นที่ว่างของเมืองที่ถูกปล่อยว่าง คอนเซ็ปต์การใช้พื้นที่ให้กลายเป็นเพื่อนในทุกเวลา BLOQyard ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่รองรับต่อกิจกรรมของผู้ใช้งานในย่านสาทรในการเป็นพื้นที่นัดหมายพบปะ หรือ ในส่วนของพื้นที่ร้านอาหารให้ผู้เข้าใช้บริการสามารถเดินเลือกสรรค์ได้ โครงการ BLOQyard ยังเป็นความพยายามในการฟื้นฟูเมืองขนาดเล็กโดยการเปลี่ยนลักษณะรูปแบบของกิจกรรมในพื้นที่เดิม ที่แต่เดิมเป็นพื้นที่มีประสิทธิภาพแต่ขาดการดูแลให้กลายมาเป็นพื้นที่ของชุมชนที่มีชีวิตชีวา ในคอนเซ็ปต์ของสมาชิกเพื่อนทั้ง 7 คนที่อยู่เป็นเพื่อนคุณในทุกช่วงเวลา เช่นเวลาก่อนไปทำงาน ช่วงพักเบรกในตอนกลางวัน และ จนถึงช่วงเวลาสังสรรค์ในมื้อเย็นหลังเลิกงานออกมาในรูปแบบของร้านอาหารทั้ง 7 วัสดุสุดแมส สู่ ผนังสุดชิค รูปแบบการจัดวาง Lay out ของโครงการ BLOQyard เป็นการจัดวางโครงสร้างของอาคารล้อมพื้นที่เพื่อให้เกิดลานกิจกรรม ตัวอาคารเป็นการก่อรูปขึ้นจากโครงสร้างเหล็กที่ไม่ซับซ้อนเพื่อเป็นการลดต้นทุนการก่อสร้างและในขณะเดียวกันอาคารแต่ละส่วนได้ถูกออกแบบและสร้างในลักษณะของโมดูลาร์ ( Modular ) ที่สามารถนำมาวางต่อกันเพื่ออำนวยความสะดวกในการลดระยะเวลาการก่อสร้าง และในพื้นที่คอร์ตยาร์ด ( Courtyard ) แต่ละส่วนมีความโดดเด่นด้วยการจัดเรียงบล็อกหินเป็นรูปแบบเฉพาะ และ ยังทำหน้าที่เป็นผนังบังสายตาเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวจากภายนอกให้กับผู้ที่เข้าใช้งานภายในโครงการ สร้างความยืดหยุ่นของพื้นที่ให้ตอบโจทย์ทุกกิจกรรม…

MEYA PHARMACY ร้านที่มีทั้งยา และ สไตล์ MEYA PHARMACY (มียา) และ มีสไตล์ ทุกคนที่เคยเข้าใช้บริการร้านขายยาอาจพบว่าสภาพแวดล้อมของร้านขายยาที่เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในพื้นที่ของ Self service ของร้านขายยาอาจทำให้เกิดความสับสนจนลายตา ร้านขายยา “ มียา ” เดิมทีเป็นร้านขายยาภายในอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 2 คูหาตั้งอยู่บริเวณริมถนนเส้นคลองชลประทาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการออกแบบแปลงโฉมใหม่เพื่อให้ได้กลายมาเป็นร้านขายยาสไตล์โมเดิร์นสุดมินิมอลที่ออกแบบโดย PAOWAN.studio ซึ่งได้รับโจทย์การออกแบบในการพลิกโฉมร้านขายยาทั่วไปให้ดูมีความทันสมัยจากเดิมและทำให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการเข้าถึงได้ง่าย รู้สึกถึงความสบายใจไม่อึดอัดต่อการใช้งานพื้นที่ สีขาวสะอาดตา คนใช้สบายใจ PAOWAN.studio ผู้ออกแบบ MEYA PHARMACY มีแนวคิดที่ต้องการนำเสนอความเรียบง่ายของร้านขายยาที่แฝงไปด้วยดีเทลงานออกแบบที่มีลูกเล่นของเส้นโค้งในทุกมุมของร้านขายยา เพื่อเพิ่มความเฟรนลี่ให้กับบรรยากาศภายในร้าน ให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการรู้สึกเข้าถึงได้ง่ายและให้ความรู้สึกของสถานที่บริการด้านสุภาพที่เป็นมากกว่าการเป็นร้านขายยา พื้นที่ภายในประกอบไปด้วยสีขาวเป็นส่วนใหญ่ประมาณ 70% ของพื้นที่ด้วยสีขาวที่ให้ Perception (การรับรู้) และเป็นสัญลักษณ์ของความสะอาด บริสุทธ์ซึ่งช่วยทำให้บรรยากาศภายในของร้านดูผ่อนคลายและยังช่วยให้ผลิตภัณฑ์ยาดูโดดเด่นสะดวกต่อเลือกซื้อของผู้เข้าใช้บริการภายในร้าน และในอีก 30% ของการเลือกใช้วัสดุได้มีการเลือกใช้วัสดุเป็นไม้สีวอลนัทมาเป็นแนวเส้นนำสายตาในการแบ่งโซนการขายตามประเภทของสินค้าและบริการได้อย่างลงตัว รูปทรงของพื้นที่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเม็ดยา ในบริเวณพื้นที่ให้บริการของเภสัชกร พื้นที่จุดนี้ได้รับการออกแบบผสมแนวคิด ( Intersect ) การตัดกันแบบในคณิตศาสตร์มาใช้เพื่อเป็นการก่อรูปทรงใหม่ ๆ…