SCG Roof Installation เพราะความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของช่างเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้แบบบ้านในฝันเป็นจริง

SCG Roof Installation
เพราะความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของช่างเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้แบบบ้านในฝันเป็นจริง

ใครที่คิดจะมีบ้านในฝัน ย่อมมาพร้อมความคาดหวังที่เต็มเปี่ยม แต่ในบางครั้ง เมื่อออกแบบหรือก่อสร้างไปแล้ว พอเข้าอยู่จริงกลับเกิดปัญหาอย่างหลังคารั่ว ซึ่งอาจเกิดมาจากการที่หลายคนยังมองข้าม หรือรู้ไม่เท่าทันว่า งานหลังคาจะออกมาดีได้นั้นต้องอาศัยฝีมือที่เชี่ยวชาญของช่างเฉพาะทางหลังคา ไม่ใช่เพียงช่างก่อสร้างเสมือนงานโครงสร้างทั่วไป

SCG Roof Installation หนึ่งในทีมที่เชี่ยวชาญเรื่องหลังคา เสนอแพ็คเกจครบวงจรสำหรับใครที่กำลังสร้างบ้านและกังวลถึงปัญหาของหลังคาเหล่านั้น หรือกำลังมองหาความคุ้มค่าระยะยาว ด้วยบริการ ดูแล ให้คำปรึกษาครบวงจร โดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านหลังคาโดยเฉพาะ สามารถให้คำปรึกษา แนะนำวิธีการแก้ไขที่ทำได้จริง และสามารถทำให้สำเร็จในรูปแบบที่อยู่ในความต้องการของลูกค้าได้

มั่นใจทีมช่างเฉพาะทางหลังคา ประสบการณ์ที่มากกว่า

ด้วยความที่งานมุงหลังคามีความซับซ้อน ต้องการมาตรฐาน จากประสบการณ์สร้างบ้านใหม่ที่ใช้ช่างไม่เชี่ยวชาญ สิ่งที่ตามมาคือหลังคารั่ว หรือแอ่น เสียหายภายหลัง ทำให้ต้องเสียเงิน และเสียเวลาซ้ำซ้อน หากเราไม่วางแผนเรื่องหลังคาให้ดีตั้งแต่เริ่มต้นบ้านในฝันอาจกลายเป็นฝันร้ายมาเยือนในอนาคต

การเลือกมุงหลังคากับช่างที่ชำนาญโดยเฉพาะจึงเป็นวิธีที่ง่ายและคุ้มค่าในระยะยาว ยิ่งทีมช่างที่มีบริการรับประกันหลังจบงาน ก็จะยิ่งมั่นใจได้มากขึ้น ซึ่งสำหรับทีมช่างจาก SCG Roof Installation หายห่วงด้วยประสบการณ์มุงหลังคาเฉพาะทางมากกว่า 80 ปีที่มีการฝึกอบรม พัฒนาความรู้ และฝืมือตลอดการทำงาน พร้อมเครื่องมือทันสมัย ทำให้งานสวยแข็งแรง ปลอดภัย และเสร็จตามเวลา เพื่อให้เจ้าของบ้านได้ทั้งงานที่สวย ถูกใจ และลดปัญหาหลังคาที่อาจตามมาภายหลัง

SCG Roof Installation กับบริการแบบครบวงจร

เพราะกว่าจะออกมาเป็นบ้านสักหลัง มีขั้นตอนต่าง ๆ นา ๆ ที่ยากจะจัดการด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามกำหนด หน้างานไม่เรียบร้อย จุดเด่นแรกที่น่าสนใจสำหรับบริการนี้จึงเป็น “One Stop service หรือ การดูแลให้คำปรึกษา แบบครบวงจรโดยผู้เชี่ยวชาญ” ซึ่งไม่ใช่แค่ช่างที่มาทำงานตามแบบเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการดูแลครอบคลุมทุกขั้นตอนพร้อมตอบโจทย์รูปแบบหลังคาที่หลากหลาย ตั้งแต่การให้คำปรึกษาออกแบบ ประเมินราคา ติดตั้งและมุงหลังคาแบบเบ็ดเสร็จ ตลอดจนดูแลความเรียบร้อย แจ้งความคืบหน้า จนถึงงานรับประกันสูงสุด 10 ปี พร้อมส่งมอบใบประกันเมื่อจบงาน  

เจ้าของบ้านสร้างใหม่จึงสามารถมั่นใจได้ว่า บ้านจะเป็นไปตามแบบ หมดกังวลเรื่องฟังก์ชันการใช้งานของหลังคา เนื่องจากได้มาตรฐานในทุกขั้นตอน และยังสามารถควบคุมเวลา งบประมาณได้ด้วยระบบการทำงานแบบ Total Control Management และที่สำคัญ เรื่องความปลอดภัยต่อชีวิตก็หมดกังวล เพราะมีระบบป้องกันความปลอดภัยชั้นสูง ช่วยลดอุบัติเหตุได้นั่นเอง

TOP HAT รับประกัน 10 ปี พร้อม Roof health check ในระยะเวลารับประกัน

หากอยากมั่นใจในระยะยาว แพ็กเกจที่เราแนะนำและมองว่าคุ้มที่สุดของ SCG ROOF INSTALLATION คือ TOP HAT นำเสนอบริการครบวงจรที่รับประกันสูงสุดถึง 10 ปี ให้ความมั่นใจ อุ่นใจ ว่าบ้านที่ฝันจะออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด และไร้ปัญหา ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ตรงที่ทีมช่างเฉพาะทางผู้เชี่ยวชาญ มาพร้อมวัสดุเกรดพรีเมียมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นโครงหลังคาสำเร็จรูป SCG Roof Truss ที่ผลิตจากเหล็กกำลังดึงสูงกว่าเหล็กรูปพรรณทั่วไปถึง 2 เท่า พร้อมเคลือบโลหะป้องกันสนิมจากโรงงาน รวมถึงกระเบื้องและอุปกรณ์หลังคาได้มาตรฐานจาก SCG ทำให้ส่งผลดีต่อระยะยาว ทั้งในแง่ของงบประมาณที่เราไม่ต้องคอยหาวัสดุใหม่ หรือจ้างช่างมาเปลี่ยนในภายหลัง และฟังก์ชัน ความสวยงามที่ตอบโจทย์ให้บ้านในฝันเป็นดังที่เราต้องการ

พร้อม Roof Health Check หรือบริการตรวจสุขภาพหลังคาหลังการติดตั้ง (ตรวจได้ 1 ครั้งภายในระยะเวลารับประกัน พิเศษเฉพาะ TOP HAT เท่านั้น) ซึ่งถ้าเปรียบเทียบคุณภาพและราคาแล้วถือว่าคุ้มค่า ด้วยความที่ลูกค้าเจ้าของบ้านสามารถเข้าไปปรึกษา หรือออกแบบก่อนได้ จากนั้นจะได้การประเมินราคา ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 120 บาท/ ตร.ม. ถือว่าราคาไม่สูงเลยเมื่อเทียบกับมาตรฐานบริการ ความเชี่ยวชาญจากทีมช่างมืออาชีพที่สามารถไว้วางใจได้  และงบไม่บานปลาย

เพราะ ‘บ้าน’ เป็นสิ่งปลูกสร้างที่จะอยู่กับเราไปเป็นระยะยาว การลงทุนจุดเริ่มต้นให้ดีเสียก่อน จึงอาจลดปัญหา และทำให้ปลายทางกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น ก่อนดำเนินการเรื่องบ้าน ผู้ออกแบบ หรือเจ้าของบ้านเอง จึงควรคำนึงถึงช่างมืออาชีพ โดยเฉพาะ ช่างหลังคา เพื่อให้ผลงานขั้นสุดท้ายที่ตรงตามแบบ และใช้งานได้อย่างหายห่วง ปลอดภัย ได้มาตรฐาน เพื่อความสบายใจและมั่นใจที่มากกว่า

โปรโมชั่น มุงหลังคาบ้านใหม่กับ SCG Roof Installation พิเศษ รับส่วนลดท้ายบิลสูงสุด 30,000 บาท
ระยะเวลาโปรโมชั่น : 1 ก.ค. 2565 – 31 ส.ค. 2565

สำหรับใครที่สนใจทีมช่าง SCG สำหรับงานหลังคาบ้านใหม่ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดได้ที่ เว็บไซต์ www.scgbuildingmaterials.com/th/solution/roof-service-newbuild หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง SCG HOME Contact Center : โทร. 02 586 2222 หรือ LINE: @SCGBrand คลิก: https://bit.ly/3uZKJVK

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

รวมไอเดียการใช้วัสดุตกแต่งให้ตอบโจทย์การออกแบบได้ตามจินตนาการ

รวมไอเดียการใช้วัสดุตกแต่ง
ให้ตอบโจทย์การออกแบบได้ตามจินตนาการ

ไม่ว่าจะเป็นบ้าน หรืออาคาร การเลือกใช้วัสดุให้ถูกใจกับความต้องการของเจ้าของบ้านและอาคาร หรือตอบโจทย์การใช้งานของสถาปนิกล้วนเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ จากอดีตที่วัสดุในการก่อสร้างงานสถาปัตยกรรมมักเป็นวัสดุจริงจากธรรมชาติ ซึ่งมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก ทั้งเรื่องคุณสมบัติความคงทน น้ำหนัก ความหายาก ไปจนถึงลวดลายสีสัน ทำให้การสร้างสรรค์ผลงานไม่สามารถต่อยอดได้หลากหลาย แต่ในปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้มีการพัฒนาวัสดุทดแทนมากขึ้น จนทลายข้อจำกัดและกลายเป็นทางเลือกที่สถาปนิกให้ความนิยมขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับ SCG D’COR เอง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านวัสดุก่อสร้างมาอย่างยาวนาน ก็ได้มีการออกแบบวัสดุทดแทนที่หลากหลาย เพื่อให้ตอบรับกับงานดีไซน์ใหม่ๆ ได้อย่างลงตัวยิ่งขึ้น วันนี้เราจึงรวบรวม 5 โปรเจกต์งานออกแบบสถาปัตยกรรม ของสถาปนิกชาวไทยที่รังสรรค์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมีวัสดุทดแทนจาก SCG D’COR เป็นส่วนเติมเต็มให้งานสมบูรณ์ยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาแนวทางการออกแบบ และเลือกใช้วัสดุให้เหมาะสม ลองไปดูทั้ง 5 โปรเจกต์นี้กันเลย!

Project: Ai Garden Cafe & Studio Architect: The Prime Real Estate

สวนสวยสไตล์ Modern Japanese Tropical 

เริ่มต้นกันที่งานออกแบบสตูดิโอและคาเฟ่ ที่สะท้อนถึงการผสานวัฒนธรรมญี่ปุ่น กับภูมิประเทศแบบไทยไว้ได้อย่างลงตัว กับ “Ai Garden Cafe & Studio” ผลงานการออกแบบของ The Prime Real Estate ที่หยิบเอาโจทย์หลักในการเป็นสตูดิโอ ซึ่งต้องมีฟังก์ชันการใช้งานเป็นหัวใจสำคัญในการออกแบบ ไปพร้อม ๆ กับการเลือกใช้วัสดุที่ตอบรับกับความต้องการ โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่กลางแจ้ง การเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ จึงต้องมีความคงทนต่อสภาพแวดล้อมและด้วย

โดยสถาปนิกจาก The Prime Real Estate ได้กล่าวถึงไอเดียการเลือกใช้วัสดุตกแต่งไว้ว่า “เมื่อเราตกลงแล้วว่า โจทย์การออกแบบของโปรเจกต์นี้จะเน้นงานไม้เป็นหลัก เราเลยต้องคงภาพรวมแม้แต่สิ่งปลูกสร้างภายนอกให้มี Mood & Tone เดียวกัน ทางทีมเลยเลือกใช้วัสดุทดแทนไม้ในส่วนของอาคารที่เชื่อมต่อกับคาเฟ่ โดยเลือกใช้ผนังสมาร์ทบอร์ด SCG D’COR Rustic ที่เหมาะกับการใช้งานภายนอกมาทำฝ้าเพดาน และใช้วัสดุตกแต่งพื้น SCG D’COR Basic วัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์มาดัดแปลงโดยใช้หุ้มเสาปูนให้ได้ลุคแบบไม้ แต่คงทนเมื่อเจอแดดและฝน”

ศาลากลิ่นอายญี่ปุ่น ส่วนฝ้าทำจากผนังสมาร์ทบอร์ด SCG D’COR Rustic และใช้ไม้พื้นตกแต่ง SCG D’COR Basic หุ้มเสาปูนให้ได้ลุคแบบไม้

สำหรับผนังสมาร์ทบอร์ด SCG D’COR Rustic นั้นสามารถช่วยเติมเต็มรูปลักษณ์ของบ้านให้ลงตัว ด้วยดีไซน์ขอบแผ่นลบมุม ให้รอยต่อเว้นร่องสวยเนียน มีมิติยิ่งขึ้น และยังมีลายเสี้ยนไม้เสมือนจริง ทาสีแล้วยังเห็นลายไม้ชัดเจน ส่วนไม้พื้นตกแต่ง SCG D’COR Basic มีความสวยทนทาน ทุกสภาพอากาศ เป็นธรรมชาติแต่คงทนเมื่อเจอแดดและฝน ทั้งยังดูแลรักษาง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องปลวกและเชื้อรา

Project: Hyatt Regency Koh Samui Architect: OBA

โรงแรมริมทะเลที่เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

เพราะพื้นที่ดั้งเดิมก่อนจะมาเป็นโรงแรม ‘Hyatt Regency Koh Samui’ นั้นเต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 70 ปี  ทำให้โจทย์หลักคือการอนุรักษ์ธรรมชาติเหล่านี้ไว้ให้ได้มากที่สุด ทางทีม OBA ผู้ออกแบบจึงพยายามสอดแทรกสิ่งปลูกสร้างเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ โดยพยายามไม่รบกวนต้นไม้ใหญ่ แต่ชูธรรมชาติโดยรอบให้กลายมาเป็นงานศิลปะที่รอต้อนรับแขกผู้มาเยือน ด้วยคอนเซปต์ “Vacation Gallery” และยังให้ความสำคัญกับการออกแบบที่ดีต่อทั้งแขกผู้มาเยือน ที่มองหาพื้นที่พักผ่อนที่ดีเยี่ยมไปพร้อม ๆ กัน

แน่นอนว่าสิ่งปลูกสร้างริมทะเลนั้นมีโอกาสถูกกัดกร่อนได้ง่าย ทั้งจากลม แสงแดด และไอทะเล ทีมสถาปนิกจาก OBA จึงแนะนำเทคนิคการเลือกวัสดุสำหรับสิ่งปลูกสร้างริมทะเล ดังนี้

“OBA ได้ออกแบบ Texture ส่วนต่าง ๆ ให้มีความเป็นธรรมชาติ เพื่อสร้างความนุ่มนวลและผ่อนคลายตลอดระยะเวลาที่เข้าพัก และยังพยายามทำให้ฟังก์ชันการใช้งานเต็มไปด้วยสะดวก มีการจัดการที่ง่าย และสามารถปรับปรุงซ่อมแซมได้ง่าย เพราะโรงแรมอยู่ริมทะเล เลยมีโอกาสถูกกัดกร่อนได้มากกว่าตึกในเมือง เราเลยเลือกวัสดุที่มีความคงทนและดูแลง่าย เพื่อลดภาระของการดูแลรักษาโรงแรมด้วย อย่างเช่นฟาซาดของห้องพัก เราก็เลือกใช้ ผนังตกแต่ง SCG D’COR Modeena มาเป็นวัสดุทดแทนที่ดูแลง่าย และมีแพทเทิร์นในตัวที่น่าสนใจ ซึ่งการใช้วัสดุทดแทนแบบสำเร็จช่วยในการเก็บงานให้เรียบร้อยสวยงามโดยง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องฝีมือช่างอีกด้วย” 

Facade ห้องพัก จาก SCG D’COR Modeena มีแพทเทิร์นในตัว ดูแลง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องการเก็บงาน

ผนังตกแต่ง SCG D’COR Modeena ดีไซน์สวย ที่หน้าตัดมีความตื้นลึกในแผ่นเดียว ทำให้ดูมีมิติ โดดเด่น แปลกใหม่ และสามารถสร้างเอกลักษณ์ของงานได้หลากหลายรูปแบบ เหมาะกับการใช้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร เพราะทนทาน ทนแดด ทนฝน และที่สำคัญคือสามารถทำสีได้ตามต้องการ ช่วยให้ภาพรวมดูนุ่มนวลขึ้น ไม่แข็งเกินไป ได้อารมณ์แบบไม้ แต่ดูแลรักษาง่าย เนื่องจากเป็นวัสดุสำเร็จรูป จึงใช้งานได้ง่าย ควบคุมคุณภาพได้ดี

Project: Private House Architect: Design in Vitro

เรือนรับรองร่วมสมัย พื้นที่ผ่อนคลาย ใกล้ชิดธรรมชาติ

วิถีชีวิตแบบ New Normal ทำให้พื้นที่ของบ้านมีความหมายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่พักผ่อนสำหรับทุกคนในครอบครัว เช่นเดียวกับเรือนรับรองร่วมสมัย ที่เราพาทุกคนมารู้จักกันในวันนี้ กับผลงานการออกแบบของสถาปนิกจาก “Design in Vitro” เจ้าของบ้านยังต้องการให้ตัวอาคารกลมกลืนกับชุมชนเก่าโดยรอบ ไปพร้อมๆ กับการเชื่อมต่อกับบ้านหลังใหม่ที่กำลังจะปลูกในไม่ช้า ผลงานที่ออกมาจึงเป็นเรือนรับรองร่วมสมัย ที่ให้กลิ่นอายอันอบอุ่นด้วยวัสดุทดแทนไม้อย่าง SCG D’COR Wood-D ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติ แต่ยังดูแลได้ง่าย 

เรือนรับรองแห่งนี้ได้รับการออกแบบคุณปริญญา ณรงค์ธนรัฐ สถาปนิก/ภูมิสถาปนิก และ คุณเจษฎ์สุภา พิพัฒนสุภรณ์ สถาปนิกตกแต่งภายใน จาก Design in Vitro เนื่องจากเรือนรับรองนี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของตัวบ้านหลักที่มีการใช้งานเป็นประจำ ผู้ออกแบบจึงมีการเลือกใช้วัสดุทดแทน มาตกแต่งตามจุดต่างๆ ของเรือนหลังนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาการเสื่อมสภาพของวัสดุ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอในระยะยาว โดยเลือกใช้วัสดุตกแต่งฝ้าฝืนใหญ่ผืนเดียวทั้งหมดด้วย SCG D’COR Wood-D รุ่นที่สั่งทำพิเศษ ให้มีการเซาะร่องตรงกลางแผ่น ทำให้ขนาดของแผ่นฝ้าดูเล็กลง ส่งผลให้พื้นที่ภายในห้องดูกว้างขึ้น ส่วนสีนั้นถูกทำสำเร็จด้วยเทคโนโลยี Digital Printing จึงง่ายต่อการคุมคุณภาพงาน

Project: Infinity House Architect: A49HD

บ้านที่บอกเล่าเรื่องราว Infinity ด้วยเส้นสายอันสวยงาม

“Infinity House” ผลงานการออกแบบของ A49HD ถูกถ่ายทอดด้วยสัญลักษณ์โค้งเป็นเกลียวที่ไร้จุดเริ่มต้นและจุดจบ ซึ่งสื่อถึงความเป็นนิรันดร์ไร้ที่สิ้นสุด สอดคล้องกับโจทย์ในการออกแบบซึ่งก็คือ “Infinity” ซึ่งนอกจากการดีไซน์ที่สะท้อนความไม่สิ้นสุดแล้ว ฟังก์ชันการใช้งานยังตอบรับกับความต้องการของเจ้าของบ้าน ที่เน้นความเป็นสัดส่วน เพื่อการอยู่อาศัยอย่างลงตัวของสมาชิกทุกคน Infinity House จึงเป็นเสมือนงานศิลปะชิ้นใหญ่ที่วาดลวดลายและเส้นสายได้ดึงดูดสายตาของทุกคน 

เมื่อบ้านมีคอนเซปต์เรื่องเส้นสายและดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ปัจจัยเรื่องฝีมือช่างจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทีม A49HD จึงลดปัญหาดังกล่าว ด้วยการเลือกวัสดุปิดผิวอาคารที่เหมาะสม โดยเล่าถึงขั้นตอนนี้ว่า “ทางเจ้าของบ้านเห็นว่า งานก่อสร้างที่ต้องอาศัยฝีมือช่างในตอนนี้ค่อนข้างควบคุมคุณภาพยากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น อะไรที่เลี่ยงการใช้ฝีมือช่างได้ก็อยากจะเลี่ยง อย่างเช่น ผนังฉาบปูนเรียบ ก็หวังพึ่งฝีมือช่างให้เรียบ เนี้ยบ ไร้ปัญหารอยแตกคงไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกส่วนจึงอยากใช้วัสดุกรุผนังให้ได้มากที่สุด จึงมีการเลือกใช้งาน Dry Process ประเภทวัสดุปิดผิวอาคาร เพราะเป็นวัสดุที่ราคาเหมาะสมและยังให้ความสวยงามตามแบบที่วางไว้” 

การใช้เส้นสายเพิ่มมุมมองที่น่าสนใจให้ผนังด้วย SCG D’COR Modeena

วัสดุปิดผนังที่ใช้ใน Infinity House ส่วนหนึ่งคือผนังตกแต่ง SCG D’COR Modeena ที่สร้างมุมมองของเส้นสายให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น ด้วยเส้นสายเซาะร่องที่มีมิติโดดเด่นเป็นเส้นตรงยาวต่อเนื่อง เพิ่มเสน่ห์ให้ตัวบ้านสวยมีมิติดึงดูดสายตา ทั้งยังสะดวกต่อการติดตั้งใช้งาน รวมถึงการดูแลรักษาที่ง่าย ด้วยข้อจำกัดน้อยกว่าวัสดุจากธรรมชาติ จึงเป็นทางเลือกใหม่ของงานสถาปัตยกรรมในปัจจุบันอย่างมาก

Project: Dr. Alex Aesthetic Clinic, Introvert Studio Architect: pommballstudio

คลินิกความงาม-สตูดิโอที่สร้างเอกลักษณ์บนผนังด้วย “ลอน”

ภาพคลินิกดูแลเรื่องความงามที่มีสีน้ำตาลอิฐ กับความโดดเด่นด้วยพื้นผิวภายนอกแบบลอนโค้ง นั้นให้ความรู้สึกอบอุ่นและหรูหราอยู่ในตัว ส่วนสถานที่อีกแห่งหนึ่งเป็นที่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นสตูดิโอถ่ายภาพสไตล์มินิมอล แต่ความโดดเด่นด้วยผิวลอนโค้งที่ประดับอยู่บนผนังภายนอกกลับดึงดูดสายตาไม่ต่างกัน ผลงานการตกแต่งสถานที่ทั้งสองแห่งในเมืองเชียงใหม่นี้ คือฝีมือของ “pommballstudio” ซึ่งมีลูกเล่นที่สะท้อนสไตล์การออกแบบ ด้วยการใช้ “ลอน” สร้างเอกลักษณ์ให้กับผนังภายนอก

“สำหรับ Dr. Alex Aesthetic Clinic เป็นงานรีโนเวต ต่อเติมจากเฟสอินทีเรีย จึงพยายามปรับเปลี่ยนโครงสร้างให้น้อย แต่ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ด้วยการตกแต่งผิวอาคารเป็นลอนคลื่น ดูแปลกตาด้วยวัสดุตกแต่ง SCG D’COR Trim สีน้ำตาลอิฐ สีเดียวกับพื้นผิวภายนอกอื่น ๆ ส่วน Introvert Studio เป็นการออกแบบใหม่โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อการเป็นสตูดิโอถ่ายรูป จึงต้องการพื้นผิวผนังและมุมที่แตกต่างกัน ช่วยให้ผู้ใช้งานได้สร้างสรรค์มุมมองที่หลากหลาย แต่ยังคลุมโทนด้วยสไตล์มินิมอล และสีหลักเป็นสีขาวและสีปูน โดยเลือกใช้ SCG D’COR Trim  เช่นกัน เพราะให้พื้นผิวลูกเล่นแบบลอนใหญ่ ที่สำคัญคือเมื่อใช้ติดตั้งภายนอกจะกระทบกับแสง เกิดเฉดเงาที่ดูสวยงาม ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการเลือกใช้วัสดุนี้” ทีมนักออกแบบจาก pommballstudio กล่าว

วัสดุตกแต่ง SCG D’COR Trim กับงานสร้างลอนคลื่น - Dr. Alex Aesthetic Clinic
วัสดุตกแต่ง SCG D’COR Trim กับงานสร้างลอนคลื่น - Introvert Studio

SCG D’COR Trim  ได้รับการออกแบบให้ด้านนอกเป็นเหลี่ยมแต่ด้านในเป็นลอนเว้าครึ่งวงกลมเพื่อลดน้ำหนักให้เบา ด้วยเทคโนโลยี X-Trusion ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ SCG จึงขึ้นรูปได้มิติที่เด่นชัดและรูปทรงที่ไม่เหมือนใคร วัสดุเป็นเนื้อเดียวกันตลอดทั้งแผ่น มีความแข็งแรงทนทาน ทนแดด ทนฝน ทนปลวก และยังติดง่ายด้วยพุกสกรู ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว นักออกแบบจึงไม่ได้ใช้แค่ทดแทนบัวคอนกรีตหรือบัวปูนปั้น แต่ยังสร้างสรรค์ด้วยการนำ SCG D’COR Trim มาตกแต่งผนังโดยนำด้านเว้าหันออกด้านนอกแล้วติดเรียงกันไป ได้มิติที่แปลกตายิ่งขึ้น

Project: Full House Architect: WARchitect

บ้านที่ตอบโจทย์ทั้งความอบอุ่นและฟังก์ชันในการอยู่อาศัย

เมื่อสมาชิกทั้ง 9 ท่าน 3 เจนเนอเรชัน 2 ครอบครัวต้องมาอยู่อาศัยร่วมกันภายในขอบเขตของที่ดินเพียง 103 ตารางวา พื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่ส่วนกลางของครอบครัวจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของบ้าน “Full House”ภายใต้การดูแลจาก WARchitect โดยภาพรวมในการออกแบบสถาปัตยกรรมทั้งหมดจึงเน้นไปทางโคซี่ อบอุ่น มีความอ่อนโยนและปลอดภัยกับเด็กและผู้สูงอายุ ถ้าหากมองจากด้านหน้าจะเห็นว่าตัวอาคารจะถูกร้อยเรียงรวมกันด้วยหลังคาจั่ว 3 จั่ว โดยทั้งอาคาร 2 ชั้นและ 3 ชั้น ที่ถึงแม้จะดูกลมกลืนเป็นหลังเดียวกัน แต่ฟังก์ชันภายในบ้านนั้นถูกแบ่งออกเป็นสองหลังอย่างชัดเจน เพื่อให้ตอบรับกับการอยู่อาศัย และมีรั้วสีขาวล้อมรอบเป็นอาณาเขตของบ้าน

สำหรับโจทย์หลักในการตกแต่งผนังภายนอกให้มีความพิเศษในงบประมาณที่เหมาะสม ทาง WARchitect ได้เล่าถึงการตีโจทย์นี้ไว้ว่า “พูดถึงการตกแต่งผนังภายนอก สมมติว่าเรามีผนังอยู่ระนาบหนึ่ง เราจะใช้วัสดุอะไรดี? ถ้าเรามีงบประมาณหลักร้อยปลาย ๆ ถึงหลักพันต้น ๆ ผมว่าตัวเลือกอาจจะเหลือไม่เยอะ อาจจะเป็นสีพ่น หรือติดกระเบื้อง แต่มันก็จะเป็นการตกแต่งไปที่ผิวโดยตรง เกิดเป็นลวดลายแต่ไม่สามารถสร้างเท็กเจอร์หรือฟอร์มของผนังที่มีความนูนต่ำได้ ไฟเบอร์ซีเมนต์ก็เป็นกลุ่มวัสดุที่มาตอบโจทย์งานดีไซน์ตรงนี้ อีกทั้งราคาไม่แพง ติดตั้งง่าย และยังทำสีได้ง่าย เหมือนการทำสีผนังทั่ว ๆ ไป” 

ลูกเล่นและลวดลายที่เติมเต็มบ้านให้สมบูรณ์ - รั้วโค้งจาก SCG D’COR Trim
ลูกเล่นและลวดลายที่เติมเต็มบ้านให้สมบูรณ์ - ซุ้มประตูจั่ว อบอุ่นด้วย SCG D’COR Modeena

ดังนั้น บริเวณรั้วทึบภายนอกอาคาร สถาปนิกจึงเลือกใช้ไฟเบอร์ซีเมนต์ SCG D’COR Trim บัวผนัง มาตกแต่งโดยติดตั้งหันด้านเว้าออกสู่ถนน ด้วยลักษณะของวัสดุที่เป็นซี่ระแนงจึงสามารถติดตั้งให้โค้งไปตามผนังรั้วได้อย่างง่ายดาย และเมื่อถึงเวลาที่แสงแดดตกกระทบผนัง บัวผนังที่สร้างเท็กเจอร์นูนต่ำจะทำให้แสงเงาเปลี่ยนไป ส่วนซุ้มประตูจั่วบริเวณทางเข้าหลักของบ้าน ก็เติมความน่าสนใจ ด้วย SCG D’COR Modeena ไม้ตกแต่งผนังสีน้ำตาลธรรมชาติที่ช่วยสร้างพื้นผิว ลดทอนสเกลของบานประตูไม่ให้ดูใหญ่โต เทอะทะจนห่างไกลความเป็นบ้านไป ทำให้ดูโดดเด่นและก็ยังเชื่อมต่อกับส่วนอื่น ๆ อย่างลงตัว

ด้วยวัสดุและเท็กเจอร์ รวมถึงฟอร์มที่หลากหลาย ทำให้วัสดุทดแทนเหมาะกับการเป็นทางเลือกในการเติมเต็มความสวยงามให้งานผนังภายนอกอย่างยิ่ง และสำหรับผู้ที่สนใจการใช้วัสดุทดแทนเหล่านี้ ก็สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจาก SCG D’COR ได้ กับบริการ Service Solution แบบครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษางานออกแบบ คัดสรรวัสดุโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Material Science หลากหลายประเภท เหมาะสมกับงานหลายรูปแบบ จนถึงรายละเอียดของการติดตั้ง พร้อมดูแลและรับประกันหลังการติดตั้ง ให้งานตกแต่ง เป็นเรื่องง่าย สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าอย่างสูงสุด 

SCG D’COR Facade Solution : https://bit.ly/3HOyuQh
รับแบบ Façade Photo Book : https://bit.ly/3HTyVJ4
รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ: https://bit.ly/31bPW0h
ข้อมูลสินค้า SCG DCOR อื่นๆ : https://bit.ly/3G7YhRv
หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ SCG Contact Center โทร.02-586-2222

Writer
Manlika Klinprayong

Manlika Klinprayong

นักเขียนผู้พยายามเข้าใจ ‘บ้าน’ ไปพร้อมๆ กับการเข้าใจ ‘ชีวิต’

Search Entertainment พื้นที่อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน ทั้งด้านวัสดุและการใช้งาน

Search Entertainment
พื้นที่อเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งด้านวัสดุและการใช้งาน

Search Entertainment เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่ได้รับการออกแบบจาก Hypothesis โดยภายในอาคารจะถูกแบ่งออกเป็นสตูดิโอถ่ายงาน พื้นที่จัดงาน Meet & Greet ออฟฟิศ และร้านกาแฟ ซึ่งทางผู้ออกแบบมีแนวคิดในการเน้นความเรียบง่ายแต่สร้างความกลมกลืนและให้พื้นที่ภายในอาคารถูกสร้างออกมาให้เป็นพื้นที่ที่สามารถ Sharing Space กันได้  การออกแบบมีการเน้นให้เห็นงานโครงสร้าง และตัวเฟอร์นิเจอร์จะสามารถเคลื่อนย้ายและยืดหยุ่นได้เกือบทั้งหมด เพื่อให้ฟังก์ชันทุกส่วนสามารถทำงานร่วมกัน หรือปรับใช้งานได้ตามความเหมาะสม 

นอกจากการออกแบบฟังก์ชันการใช้งานของพื้นที่ที่มีความเรียบง่าย สอดคล้องและยืดหยุ่นกันแล้ว การเลือกใช้วัสดุในการออกแบบก็เช่นกัน โดยทางสถาปนิกได้เลือกใช้ไฟเบอร์ซีเมนต์อย่างวัสดุตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ซี-ชาแนล (SCG D’COR C-Channel) และวัสดุตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่นบัวผนัง (SCG D’COR Trim) จากเอสซีจี เดคคอร์ เป็นหลักซึ่งตัววัสดุสามารถเข้ามาช่วยเสริมให้ตัวอาคารมีความสมบูรณ์และสอดคล้องกับแนวความคิดของผู้ออกแบบมากยิ่งขึ้น

แนวคิดการออกแบบอาคาร Search Entertainment

ในการออกแบบ Search Entertainment ทางสถาปนิกไม่เพียงเน้นเรื่องของการออกแบบที่เรียบง่ายและสร้างกลมกลืนของตัวอาคารเท่านั้น แต่ยังมีอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการออกแบบนั้นก็คือการปรับหรือเคลื่อนย้ายฟังก์ชั่นการใช้งานต่าง ๆ ภายในตัวอาคารได้ ทางสถาปนิกได้เน้นการออกแบบที่เห็นโครงสร้างเป็นพื้นที่ Open Space ไม่เน้นเฟอร์นิเจอร์ built-in เพื่อให้สามารถปรับหรือเคลื่อนย้ายพื้นที่ต่าง ๆ ภายในได้สะดวกขึ้น และนอกจากนี้ยังมีการนำรูปแบบเส้นสายของโครงสร้างหน้ากากอาคารหรือฟาซาด (Facade) มาปรับใช้ในการตกแต่งภายในทำให้ภาพรวมทั้งหมดของอาคารดูกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน

สร้างมิติและแสงเงาตกกระทบภายในตัวอาคารด้วย
วัสดุตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่นบัวผนัง (SCG D’COR Trim)

โดยปกติแล้ววัสดุตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่นบัวผนัง (SCG D’COR Trim) ถูกผลิตมาให้ใช้ด้านเรียบในการติดตั้งคิ้วอาคาร ส่วนตัวด้านที่เป็น Volume เป็นเพียงเทคนิคทางการผลิตเพื่อให้น้ำหนักของไฟเบอร์ซีเมนต์ตัวนี้เบาขึ้น แต่ทางสถาปนิกกลับเล็งเห็นความน่าสนใจของด้านที่เป็น Volume ที่จะนำมาเล่นกับแสง โดยออกแบบเว้นร่องในลักษณะที่ทำสัดส่วนกับขนาดของไฟเบอร์ซีเมนต์และเล่นกับตัวเส้นสายของโครงสร้าง เป็นการสร้างสรรค์เส้นสายที่ดูแปลกตาและเกิดมิติแสงเงาภายในอาคารที่ไม่เหมือนใคร

กรองแสงเข้าอาคารด้วยไฟเบอร์ซีเมนต์ลักษณะพิเศษ
จากเทคโนโลยี X-Trusion

ด้านนอกอาคารมีการตกแต่งด้วยการนำฟาซาดมาล้อมอาคารไว้เพื่อช่วยกรองแสงที่จะเข้ามาในตัวอาคาร โดยวัสดุที่ใช้จะทำมาจากไฟเบอร์ซีเมนต์ที่มีลักษณะพิเศษที่ขึ้นรูปจากเทคโนโลยี X-Trusion ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของเอสซีจี เดคคอร์ (SCG D’COR)  ที่สามารถขึ้นรูปสามมิติได้ตามต้องการโดดเด่นไม่เหมือนใครและเป็นเนื้อเดียวกันตลอดทั้งแผ่น มีความแข็งแรงและความหนาแน่นสูงกว่าไฟเบอร์ซีเมนต์ในระบบการผลิตทั่วไป 60%

เสริมโครงสร้างของอาคารด้วยวัสดุตกแต่งเสมือนเหล็กอย่าง
วัสดุตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ซี-ชาแนล (SCG D’COR C-Channel)

วัสดุตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ซี-ชาแนล (SCG D’COR C-Channel) เป็นวัสดุที่สามารถใช้ตกแต่งได้หลากหลายและให้อารมณ์เสมือนติดตั้งด้วยเหล็กจริงเพราะมีความคล้ายกับตัวของเหล็กบีม แต่ไม่ทำให้เกิดสนิม มีน้ำหนักเบา มีความทนทานต่อสภาพอากาศ และยังมีความแข็งแรงสูง เหมาะกับการใช้งานโครงสร้างภายนอกอาคารได้ดี

มองมุมกลับปรับมุมมองด้วยวัสดุธรรมดาที่สร้างมุมมองใหม่

วัสดุที่ใช้ในการออกแบบอาคารเป็นวัสดุที่แสนธรรมดาทั่ว ๆ ไปอย่างไฟเบอร์ซีเมนต์ โดยทางสถาปนิกได้ปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่ให้กับตัววัสดุโดยนำด้านที่ถูกผลิตขึ้นมาให้อยู่ด้านหลังกลับมาใช้งานตกแต่งโดยรอบอาคาร มีการใช้เทคนิคเว้นร่องให้มีสัดส่วนที่พอดีหรือลงตัวกับขนาดของไฟเบอร์ซีเมนต์ซึ่งเป็นไอเดียง่าย ๆ ที่เลือกทำแต่กลับสร้างลูกเล่นและจุดเด่นให้กับตัวอาคารได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เลือกใช้วัสดุที่เรียบง่ายทั้งการใช้งานและติดตั้ง

วัสดุที่ทางสถาปนิกใช้ในการออกแบบ Search Entertainment จะเป็นตัววัสดุตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ซี-ชาแนล (SCG D’COR C-Channel) และวัสดุตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่นบัวผนัง (SCG D’COR Trim) เป็นวัสดุตกแต่งที่ใช้งานได้ทั้งภายในและภายนอก ช่วยสร้างความเรียบง่ายและกลมกลืนให้กับตัวอาคารไม่ว่าจะเป็นด้านการใช้งานที่สามารถใช้งานได้ทั้ง 2 ด้านแล้วแต่ความต้องการของสถาปนิกหรือผู้ออกแบบ นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งที่ง่ายสะดวกและรวดเร็วโดยการยิงพุกสกรูเข้ากับผนัง ทำให้มีการยึดที่แน่นหนาและแข็งแรงทนทาน

บริการให้คำปรึกษาจากทีมงานมืออาชีพ จากเอสซีจี เดคคอร์ 

สำหรับผู้ที่สนใจรับคำปรึกษาเรื่องวัสดุทดแทน ก็สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากเอสซีจี เดคคอร์ (SCG D’COR) ได้ กับบริการ Service Solution แบบครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษางานออกแบบ คัดสรรวัสดุโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Material Science หลากหลายประเภท เหมาะสมกับงานหลายรูปแบบ จนถึงรายละเอียดของการติดตั้ง พร้อมดูแลและรับประกันหลังการติดตั้ง ให้งานตกแต่ง เป็นเรื่องง่าย สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าอย่างสูงสุด 

สำหรับสถาปนิกที่สนใจสอบถามข้อมูลวัสดุ SCG D’COR เพิ่มเติม หรือขอไฟล์ 3D Model : https://bit.ly/3mTm5Bs
ข้อมูลสินค้า SCG D’COR : https://bit.ly/3qNUliW
ข้อมูล SCG D’COR Facade Solution : https://bit.ly/3eQ6tdP

Writer
WIMONSIRI M.

WIMONSIRI M.

นักเดินทาง(สมัครเล่น) ที่ผันตัวมาเป็นนักเขียน(ฝึกหัด) สนุกกับการค้นหางานดีไซน์พอๆกับการจัดทริป และฝันว่าอยากใช้ชีวิตอย่าง simple life ในฟาร์มสเตย์ของตัวเอง

Search Entertainment เมื่อสถาปัตยกรรมทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง เพื่อช่วยเติมเต็ม Community Hub

Search Entertainment
เมื่อสถาปัตยกรรมทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง เพื่อช่วยเติมเต็ม Community Hub

“Hypothesis ถ้าแปลตรงตัวคือ สมมุติฐาน ซึ่งมันคือแก่นของบริษัท เราชอบตั้งคำถามกับโปรแกรมว่ามันมีอะไรใหม่ ๆ ได้ไหม ยิ่งอะไรที่มันมีฟังก์ชันหลากหลาย เราก็พยายามผสมผสานแล้วลองหาพื้นที่ตรงกลางที่มันยืดหยุ่น”

จากการตั้งคำถามและการทดลองของ Hypothesis สู่การออกแบบ Search Entertainment พื้นที่อเนกประสงค์ที่เป็นทั้งสตูดิโอถ่ายงานของช่อง 3 พื้นที่จัดงาน Meet & Greet ออฟฟิศ และร้านกาแฟ เมื่อพื้นที่หลากฟังก์ชัน ยืดหยุ่นและมาอยู่ร่วมกัน สถาปัตยกรรมจึงต้องทำหน้าที่เป็นสื่อกลางเพื่อรอการเติมเต็ม ผ่านงานดีไซน์ที่เรียบง่าย แต่สร้างเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง นำโดยคุณบิว-มนัสพงษ์ สงวนวุฒิโรจนา Design Director และคุณพล-พลสิทธิ์ แซ่เฮ้ง Senior Architect จาก Hypothesis

(คุณบิว-มนัสพงษ์ สงวนวุฒิโรจนา Design Director และคุณพล-พลสิทธิ์ แซ่เฮ้ง Senior Architect จาก Hypothesis)

เตรียมพื้นที่เพื่อตอบรับความต้องการ

เริ่มต้น คุณบิวเล่าว่า “ก่อนอื่นเลย เรารวบรวมทุกฟังก์ชันที่ต้องการ และมองหาพื้นที่ตรงกลางที่สามารถเชื่อมโยงหากันได้ หลังจากนั้นจึงนำโปรแกรมมาจัดเรียงและเตรียมพื้นที่ให้ Overlap กัน เพื่อสร้างออกมาเป็นพื้นที่ที่สามารถ Sharing Space กันได้”

การออกแบบพื้นที่อเนกประสงค์ที่ทุกฟังก์ชันต้องพร้อมยืดหยุ่นและเปลี่ยนไปในอนาคต เราจะเห็นการออกแบบที่แตกต่างออกไป โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่ ‘การเตรียมพื้นที่’ โดยทีมออกแบบจะเตรียมพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ไว้อย่างเป็นสัดส่วนโดยแบ่งเป็นส่วนด้านหน้า ส่วนกลางและด้านหลัง ให้มีลักษณะของการใช้งานที่แตกต่างกันตามบริบท โดยส่วนด้านหน้าที่มีแสงธรรมชาติส่องเข้าถึงมากที่สุดจะถูกจัดเตรียมให้กลายเป็นพื้นที่คาเฟ่ ซึ่งโดดเด่นด้วยการเปิดโล่ง และใช้กระจกเพื่อรับแสง

ในขณะที่สองส่วนถัดไปออกแบบให้เป็นพื้นที่ปิดในลักษณะ Enclosed Space ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถใช้ในการจัดงานอีเวนท์ หรือใช้เป็นสตูดิโอที่รองรับด้วยเทคนิคแสง สี เสียงอย่างเต็มที่ เมื่อจัดเตรียมพื้นที่ทั้งหมดไว้เรียบร้อยแล้ว ทางเจ้าของและสถาปนิกจึงมีการพูดคุยและตัดสินใจร่วมกันว่าพื้นที่แต่ละส่วนควรจะเป็นอะไร ทำให้หน้าที่ของสถาปนิกไม่ใช่เพียงการสร้างผลงานที่สวยงามขั้นสุดท้ายเท่านั้น แต่เป็นการเตรียมพื้นที่และฟังก์ชันให้เพียงพอและตอบรับกับความต้องการ

เรียบง่าย แต่สร้างความกลมกลืน

อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญที่เราเห็นภายในโครงการ คือ การออกแบบที่ต้องแสดงถึงความเรียบง่ายไว้ก่อน กล่าวคือ การออกแบบสถาปัตยกรรมให้เป็นลักษณะโครงสร้าง เติมแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์และส่วนอื่น ๆ ที่สามารถปรับ เคลื่อนย้ายและยืดหยุ่นได้ โดยลดเฟอร์นิเจอรหรือวัสดุที่เป็นงาน Built-in ทั้งหมดลง เผื่อให้ฟังก์ชันทุกส่วนสามารถทำงานร่วมกัน หรือปรับใช้งานได้ตามความเหมาะสม เช่น เปลี่ยนพื้นที่คาเฟ่ให้กลายเป็นห้องจัดอีเวนท์ที่มีแสงเข้า หรือส่วนของสตูดิโอเองก็ตาม 

ถึงแม้จะเรียบง่าย แต่ในขณะเดียวกัน ทีมออกแบบก็ยังเติมรายละเอียดเล็ก ๆ ของการออกแบบที่แฝงอยู่ในอาคารทำให้ภาพรวมทั้งหมดดูกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยรูปแบบเส้นสายของโครงสร้างฟาซาด หรือสร้างความน่าสนใจด้วยสีโทนสดใสอย่างสีเทอร์ควอยส์ เมื่อมองภาพรวมของอาคารจึงทำให้ทั้งหมดยังคงอยู่ในธีมเดียวกัน นอกจากนั้นยังทำหน้าที่เสมือนเป็นจุดนำสายตา เป็นสัญลักษณ์ง่าย ๆ ที่บ่งบอกให้ผู้ใช้งานรู้ว่าควรเดินจากจุดไหนไปยังจุดไหน และยังสร้างความเชื่อมต่อของสเปซได้ในอีกนัยหนึ่ง

สื่อกลางของฟังก์ชัน ความสวยงาม

“เราพยายาม Compromise ให้ทุกส่วนสามารถอยู่ร่วมกันได้ แม้กระทั่งในแง่ของโจทย์จากทางเจ้าของหรือซินแสเอง เราพยายามทำให้งานดีไซน์มันอยู่ในจุดที่บาลานซ์ทั้งเรื่องงบประมาณ ดีไซน์ภาพรวมทั้งหมด แล้วก็ความต้องการ และฟังก์ชัน นี่คือ สิ่งที่เราพยายามสร้างสมมุติฐานแล้วหาคำตอบออกมาในรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบนี้” คุณบิวเล่า

ด้วยข้อจำกัดอีกหนึ่งอย่าง นั่นคือเรื่องของงบประมาณ ทำให้สถาปนิกต้องมองหาการสร้างภาษาของสถาปัตยกรรมผ่านการดีไซน์อย่างง่าย เพื่อตอบโจทย์ให้ครบครันทั้งเรื่องฟังก์ชัน ความสวยงาม ซึ่งในครั้งนี้สถาปนิกเลือกออกแบบฟาซาดอาคารทั้งหมดด้วยการใช้ไฟเบอร์ซีเมนซ์ที่ตอบโจทย์ฟังก์ชันและมีราคาที่เข้าถึงได้

ด้วยแสงจากทิศใต้ที่เข้าสู่อาคารโดยตรง การออกแบบฟาซาด สถาปนิกจึงมองหาวัสดุที่ช่วยในการกรองแสง เพื่อลดความร้อนเข้าสู่ภายในอาคาร ซึ่งสุดท้ายก็มาลงตัวที่ไฟเบอร์ซีเมนต์ SCG D’COR Trim หรือวัสดุตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่นบัวผนัง จากแบรนด์ เอสซีจี เดคคอร์ ที่ตอบโจทย์ด้วยลักษณะพิเศษ สามารถทนความร้อน แข็งแรงทนทาน สามารถใช้งานได้ทั้งภายนอกและภายใน ที่สำคัญยังมีราคาที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับการก่อสร้างอาคารใหญ่ ในแง่ของความสวยงามสถาปนิกยังนำมาติดตั้งโดยหันด้านเว้าออกสู่ภายนอก สร้างลูกเล่น และเพิ่มมิติของแสงเมื่อเข้าสู่ภายในอาคาร

“Hypothesis เราตั้งคำถามกับวัสดุด้วย เพราะจริง ๆ ไฟเบอร์ซีเมนต์ตัวนี้ มันจะเป็นลักษณะเหมือนคิ้วอาคารที่เขาใช้ด้านเรียบ แต่ด้านที่เป็น Volume เป็นเพียงเทคนิคทางการผลิตเพื่อให้น้ำหนักของไฟเบอร์ซีเมนต์ตัวนี้เบาขึ้น แต่ตอนที่เราได้โปรดักต์มา เรากลับรู้สึกว่าด้านโค้งมันมีความน่าสนใจบางอย่าง น่าจะทำให้เกิด Volume ของแสง ถ้าเราเอามาเรียงกันในแพตเทิร์น มันอาจทำให้แสงตกกระทบและดูน่าสนใจขึ้น เราเลยนำวัสดุชนิดนี้มาใช้งานทั้งภายนอก ภายใน ทั้งรั้ว เพื่อคุมโทนทั้งตึกให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ดูไม่แตกแยกกัน” คุณพลเสริม

ด้านหน้าและด้านหลังของอาคารยังเสริมด้วย SCG D’COR C-Channel หรือวัสดุตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ซี-ชาแนล จากแบรนด์ เอสซีจี เดคคอร์ ที่มีลักษณะสวยงามคล้ายเหล็ก แต่มีน้ำหนักเบา อีกทั้งยังทนทานต่อสภาพอากาศ และมีความแข็งแรงสูง สามารถใช้งานโครงสร้างภายนอกอาคารได้สบาย ๆ

“สำหรับ Hypothesis  เราค่อนข้างตั้งคำถามย้อนแย้ง เราพยายามเลือกใช้วัสดุที่ค่อนข้างเห็นทั่ว ๆ ไป เช่น ไม้ เหล็กหรือไฟเบอร์ซีเมนต์ แต่เราเอามาพลิกแพลง แล้วหาคำตอบที่มันมีความใหม่จากที่เราเห็นเป็นนอร์ม เหล็กขึ้นสนิมได้ไหม เราเลือกใช้ไม้เก่าได้ไหม หรือกระจก เราเลือกใช้กระจกแตกได้ไหม มันเป็นอะไรที่เราค่อนข้างชอบในการตั้งคำถามและสร้างสมมุติฐานแบบย้อนแย้ง ซึ่งมันจะทำให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมา”

Materials Tips

คุณบิวและคุณพลยังแบ่งปันเทคนิคให้การเลือกใช้ไฟเบอร์ซีเมนต์ ด้วยการเลือก Volume ของไฟเบอร์ซีเมนต์ที่มีความโค้งสร้างมิติและแสงเงาตกกระทบ โดยออกแบบเว้นร่องในลักษณะที่ทำสัดส่วนกับขนาดของไฟเบอร์ซีเมนต์และเล่นกับตัวเส้นสายของโครงสร้าง ซึ่งเป็นไอเดียง่าย ๆ ที่สร้างทั้งความเรียบง่ายและกลมกลืนไปพร้อม ๆ กัน

บางครั้งสถาปัตยกรรมก็ไม่จำเป็นต้องทิ้งเรื่องราวไว้ที่ผลงานขั้นสุดท้ายซึ่งอัดแน่นไปด้วยรายละเอียดของงานออกแบบเสมอไป แต่การเตรียมพื้นที่หรือสเปซเอาไว้เพื่อรอการเติมเต็มจากผู้ใช้งาน การอยู่อาศัย กลับสร้างเสน่ห์ให้กับงานสถาปัตยกรรมได้ไม่ต่างกัน เช่นเดียวกับ Search Entertainment ที่สถาปัตยกรรมทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างฟังก์ชัน ความสวยงามและงบประมาณจำกัดที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว

สำหรับสถาปนิกที่สนใจสอบถามข้อมูลวัสดุ SCG D’COR เพิ่มเติม หรือขอไฟล์ 3D Model : https://bit.ly/3sZdGjV  
ข้อมูลสินค้า SCG D’COR : https://bit.ly/32MY6gH
ข้อมูล SCG D’COR Facade Solution : https://bit.ly/3HvIwVp

Location: รามคำแหง เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
Architect & Interior : Hypothesis
Photo : จิณณวัตร บริหารกิจอนันต์

Writer
Rangsima Arunthanavut

Rangsima Arunthanavut

Landscape Architect ที่เชื่อว่าแรงบันดาลใจในงานออกแบบ สามารถเกิดขึ้นได้จากทุกสิ่งรอบตัว และการบอกเล่าเรื่องราวการออกแบบผ่าน 'ตัวอักษร' ทำให้งานออกแบบที่ดี 'มีตัวตน' ขึ้นมาบนโลกใบนี้

Prestige X-Shield Slim เทคโนโลยีหลังคาคอนกรีตใหม่จาก SCG ที่บาง เรียบ ทนทาน ตอบโจทย์บ้านสไตล์โมเดิร์นได้อย่างลงตัว

Prestige X-Shield Slim
เทคโนโลยีหลังคาคอนกรีตใหม่จาก SCG ที่บาง เรียบ ทนทาน ตอบโจทย์บ้านสไตล์โมเดิร์นได้อย่างลงตัว

ว่ากันว่าถ้าอยากรู้จักลักษณะนิสัยของใคร ให้ลองดูวิธีการออกแบบหรือดูแลบ้านของคน ๆ นั้น เพราะ “บ้าน” เป็นสิ่งที่สะท้อนตัวตนและรสนิยมของคนเป็นเจ้าของได้ดีที่สุด

เทรนด์แบบบ้านที่คนนิยมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ คือสไตล์การตกแต่งบ้านที่สวย เรียบง่าย แต่สามารถตอบสนองฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างลงตัว แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น (Modern Style) จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ ของคนที่ตกหลุมรักในความเรียบง่าย แต่ยังคงความสวยงามสะอาดตา และสามารถปรับฟังก์ชันการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ แถมยังสะท้อนเทรนด์การใช้ชีวิตในปัจจุบัน ที่ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกันด้วย

ในการออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นนั้นต้องอาศัยการใส่ใจในทุก ๆ จุด วัสดุที่เลือกใช้ต้องแข็งแรงคงทน แต่มอบความสวยและสะท้อนความเรียบง่ายออกมาได้ ซึ่งวันนี้เราอยากมาแนะนำ วัสดุตกแต่งที่น่าสนใจ โดดเด่นทั้งความสวยงาม และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ทำให้ทนทานและใช้งานได้ยาวนานขึ้น อย่างหลังคาคอนกรีต เอสซีจี รุ่น “Prestige X-Shield SLIM” ที่จะกลายมาเป็นทางเลือกใหม่ ในการออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นฅ

ด้วยจุดเด่นของหลังคาคอนกรีตแผ่นเรียบ ที่ให้ความบางสูงที่สุด มีผิวสัมผัสที่เรียบเนียนยิ่งกว่าเดิม แถมสีติดทนทานนานมากขึ้น มาพร้อมกับเฉดสีที่หลากหลาย ให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนการตกแต่งได้ตามใจคุณ ตอบทุกโจทย์การออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นได้อย่างลงตัว

เติมเต็มเส้นสายมิติของบ้าน ด้วยความบางเบาแต่คงทน และแข็งแรงเท่าเดิม

ด้วยความที่บ้านสไตล์โมเดิร์น ได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ที่ผู้คนหันมาให้ความใส่ใจในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป จุดเด่นของการออกแบบบ้านสไตล์นี้จึงมีการเน้นความเรียบง่ายในการออกแบบ เน้นใช้วัสดุที่เผยให้เห็นความงามตามธรรมชาติของวัสดุอย่าง เหล็ก กระจก หรือปูน ส่วนใหญ่มักจะถอดแบบรูปทรงเลขาคณิต เพื่อนำมาใช้ออกแบบบ้าน เลือกสัดส่วนของสี่เหลี่ยมหรือเส้นโค้งจากวงกลม มาผสมผสานเข้าด้วยกันเพื่อดึงดูสายตา และเน้นความเรียบโปร่งโล่ง มีโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อนยุ่งยาก

เอกลักษณ์ที่สังเกตได้อย่างหนึ่ง ของสไตล์โมเดิร์นคือการเลือกวัสดุหลังคาที่มีความสวยงามและคงทน โดยหลังคาคอนกรีต เอสซีจี รุ่น “Prestige X-Shield SLIM” นั้นมีความบางกว่า 19 มม. เหนือกว่ากระเบื้องหลังคาคอนกรีตแผ่นเรียบทั่วไปประมาณ 28% มาพร้อมน้ำหนักที่เบา โดยมีน้ำหนัก เพียง 4.9 กิโลกรัม แต่ด้วยเทคโนโลยีการผลิตรูปแบบใหม่ ทำให้ตัวหลังคายังสามารถคงความแข็งแรงในการใช้งานได้เหมือนเดิม ตอบโจทย์ความยืดหยุ่นในการออกแบบที่หลากหลายมากขึ้น และคงทนสามารถใช้งานได้ยาวนาน

เพิ่มความโมเดิร์นให้กับบ้าน ด้วยผิวหน้าที่เรียบเนียนยิ่งกว่าเดิม

ด้วยความโดดเด่นของสไตล์โมเดิร์นอีกอย่างหนึ่ง คือการโชว์เอกลักษณ์พื้นผิวตามธรรมชาติของวัสดุออกมา และแนวคิดการออกแบบที่ให้ความเคารพในธรรมชาติของวัสดุและโครงสร้าง ลดทอนการปิดบังด้วยการตกแต่งที่ไม่จำเป็น การเลือกใช้วัสดุตกแต่งแต่ละชิ้น จึงต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นอย่างมาก

“Prestige X-Shield SLIM” ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเฉพาะ ด้วยผิวสัมผัสที่เรียบเนียนกว่ากระเบื้องหลังคาคอนกรีตทั่วไป ที่มักจะมีผิวสัมผัสขรุขระคล้ายผิวเปลือกส้ม ทำให้ขัดความรู้สึกเมื่อนำมาใช้ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น ที่เน้นความเรียบง่ายสบายตา เป็นตัวช่วยและทางออก ที่ทำให้บ้านของคุณดูเรียบสวยมากยิ่งขึ้น

เทคโนโลยี X-Shield ให้สีสวยทนมากขึ้น 3 เท่า

นอกจากความสวยงามเรียบง่าย และโดดเด่นในการโชว์พื้นผิวสัมผัสของวัสดุ เทรนด์การออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์นยังสอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันอีกด้วย ที่เน้นเรื่องการคิดคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนสำคัญ การลดใช้ทรัพยากรให้น้อยลง

การตกแต่งสไตล์โมเดิร์น จึงเน้นการเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ฟังก์ชันการใช้งานได้อย่างยาวนาน ความพิเศษของหลังคาคอนกรีต เอสซีจี รุ่นนี้ คือนวัตกรรมเคลือบสีสูตรพิเศษ “X-Shield Technology” ช่วยเพิ่มพลังการยึดเกาะของชั้นสีและชั้นเคลือบ ทำให้โมเลกุลระหว่างชั้นสีผสานกันติดแน่นมากยิ่งขึ้น ช่วยให้สีสวยทนกว่าหลังคาคอนกรีตทั่วไปถึง 3 เท่า ให้หลังคาของบ้านคุณโดดเด่นด้วยดีไซน์ และสีสันที่อยู่ทนนานไม่จืดจาง คุ้มค่าการใช้งานในทุกมิติ

สำหรับนักออกแบบหรือเจ้าของบ้านที่ยังตัดสินใจเลือกโทนสีที่ชอบไม่ได้ ขอแนะนำโทนสีเข้ม 2 เฉดสีพิเศษ ที่จะช่วยสะท้อนความเรียบเท่ในแบบตัวเองได้อย่างลงตัว อย่างเฉดสีเทา (Dark Grey) และเฉดสีน้ำตาล (Choco Brown) ที่จะเติมเต็มมิติเส้นสายความเรียบง่าย ผิวสัมผัสที่บางเบา และสีสันคงทนให้งานบ้านสไตล์โมเดิร์นของคุณ

การตกแต่งบ้านสไตล์โมเดิร์นคือคิดคำนึงทุกองค์ประกอบของบ้าน บนความเรียบง่าย ลดทอนความฟุ่มเฟือย เลือกสิ่งที่มีประโยชน์ใช้สอยได้อย่างเต็มที่ การเลือกหลังคาที่ดีไซน์ได้อย่างลงตัวเพื่อบ้านสไตล์โมเดิร์นอย่าง หลังคาคอนกรีต เอสซีจี รุ่น “Prestige X-Shield SLIM” จึงช่วยให้คุณสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์นในฝัน ที่อยู่สบาย คงทน และตอบโจทย์ฟังก์ชันความต้องการได้อย่างเต็มที่

หากใครที่กำลังมองหาทางเลือกดีๆ ให้กับบ้าน สามารถไปสัมผัส หลังคาคอนกรีต เอสซีจี รุ่น Prestige X-Shield SLIM มิติใหม่ ได้ที่ร้านผู้แทนจำหน่ายของเอสซีจีทั่วประเทศ  หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCG HOME Contact Center โทร. 02-586-2222 หรือสนใจสินค้าคลิกลงทะเบียน https://bit.ly/3ySzChx

Writer
Parinya Kornram

Parinya Kornram

อดีตกองบรรณาธิการนิตยสาร ที่สนใจบทสนทนาของผู้คน และกำลังหามรุ่งหามค่ำเพื่อชีวิตเอกเขนก

หลังคาเซรามิก เอสซีจี ความภาคภูมิใจกับ “สิ่งที่ดีที่สุด” สำหรับทุกคนในบ้าน

หลังคาเซรามิก เอสซีจี
ความภาคภูมิใจกับ “สิ่งที่ดีที่สุด” สำหรับทุกคนในบ้าน

ชีวิตของทุก ๆ คนนั้นอาจต้องเผชิญทั้งวันที่ลมเย็นสบาย วันที่แดดร้อนจัด บางครั้งก็ต้องเจอกับฝนและพายุ และหลาย ๆ ครั้งก็ไม่ใช่เราเพียงคนเดียวที่ต้องฝ่ามรสุม แต่ยังรวมถึงครอบครัวที่อยู่ข้าง ๆ ด้วย ไม่แปลกเลยที่วันหนึ่งเมื่อเรามีกำลังมากพอจะมี “บ้าน” สักหลัง เราจะพิถีพิถันในการเลือกสรรทุกองค์ประกอบ ในทุก ๆ พื้นที่ของบ้านจึงประกอบสร้างจากความภาคภูมิใจ ในการได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อให้คนที่เรารักได้อยู่สบายที่สุดเช่นกัน

ถ้าหากจะมีองค์ประกอบไหนที่สำคัญเป็นอันดับต้น ๆ สิ่งนั้นก็คงเป็น “หลังคา” ที่คอยปกคลุมบ้านทั้งหลัง ไปพร้อม ๆ กับปกป้องสมาชิกภายในบ้านทุกคน มีคนเคยเปรียบเทียบไว้ว่า หลังคานั้นเปรียบเสมือนมงกุฎของบ้าน เพราะไม่ใช่แค่การทำหน้าที่ปกป้อง แต่ยังเป็นสิ่งแรกที่บอกเล่าสไตล์และตัวตนของบ้านด้วย สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงทุกครั้งที่เลือกหลังคา จึงมีทั้งรูปลักษณ์ที่สะท้อนสไตล์ และฟังก์ชันที่คุ้มค่า ซึ่งสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบถ้วนตลอดอายุการใช้งาน

สิ่งที่ดีที่สุด…เริ่มต้นที่ “งานดีไซน์และวัสดุ”

 ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด จะหวังให้การใส่เสื้อตัวหนึ่งถูกต้องและสวยงามก็คงเป็นไปไม่ได้ การสร้างบ้านก็เช่นกัน แน่นอนว่าเราทุกคนอยากได้บ้านที่ดีที่สุด สวยงามที่สุด ใช้งานได้ดีที่สุด แต่สิ่งที่ดีที่สุดนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากเราไม่เลือก “กระดุมเม็ดแรก” ให้ถูกเสียก่อน ซึ่งในโลกของสถาปัตยกรรม กระดุมเม็ดแรกที่ว่าก็คือ “งานดีไซน์และวัสดุ” นั่นเอง เพราะ “งานดีไซน์” ที่ดี จะช่วยยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัย ให้ทุก ๆ วันของการอยู่บ้านเป็นช่วงเวลาที่มีความหมาย อาจกล่าวได้ว่า สไตล์ในการออกแบบบ้านนั้นเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการใช้ชีวิต และยังสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจให้กับเจ้าของบ้านได้อีกด้วย ส่วน “วัสดุ” ที่ผ่านกระบวนการผลิตคุณภาพเยี่ยม ก็จะช่วยเติมเต็มให้งานดีไซน์เป็นจริงและสมบูรณ์แบบ

ดังนั้น การจะเลือกหลังคาสำหรับบ้านของเรา ก็ควรต้องพิจารณาที่งานดีไซน์และคุณภาพของวัสดุเป็นอันดับแรก อย่าง “หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น Excella ที่ออกแบบมาถึง 3 คอลเลกชัน เพื่อเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับบ้านทุกสไตล์ได้อย่างไร้ที่ติ ด้วยผิวสัมผัสเรียบเนียน ความเงางามและสีที่สวยทนยาวนาน ไม่ซีดจางตลอดอายุการใช้งาน จึงทำให้บ้านของเราโดดเด่น สามารถสะท้อนตัวตนผู้อยู่อาศัยได้นานกว่า ต่างจากหลังคาคอนกรีตทั่วไปที่สีมักซีดจางลงหลังจากผ่านการใช้งานไปแล้ว 3-5 ปี

หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น Excella ยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านสไตล์ Luxury ด้วยนวัตกรรมการผลิตที่มีคุณภาพที่สุด ผ่านกระบวนการเผาที่อุณหภูมิสูง 1,100 oC พร้อมสีเคลือบพิเศษ ทำให้ได้ผิวกระเบื้องหลังคาที่เนียนเรียบ คงสีสวย ไม่ซีดจาง ต่างจากกระเบื้องคอนกรีตทั่วไป ที่สีจะเริ่มซีดและความเงางามจะลดลงตามระยะเวลาการใช้งาน อีกทั้งยังเป็นกระเบื้องหลังคาเซรามิกแท้ที่มีขนาดเท่ากันทุกแผ่น ด้วยกระบวนการขึ้นรูประบบแห้ง (Dry Press Fast Firing) จึงตอบโจทย์ความหรูหราได้อย่างสมบูรณ์แบบ สะท้อนภาพลักษณ์อันสง่างามและโดดเด่นในทุกองศา

สิ่งที่ดีที่สุด…ต้องครบทั้ง “ฟังก์ชันและความคุ้มค่า” ที่ตอบโจทย์กว่า

 นอกจากรูปลักษณ์แล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันสำหรับการเลือกหลังคาเพื่ออยู่คู่บ้านของเราก็คือ “ฟังก์ชัน” หรือคุณสมบัติการใช้งาน เมื่อเราอาศัยอยู่ในบ้าน หลังคาคงเป็นสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในสายตาของเรา แต่สิ่งที่เรารู้สึกได้คืออากาศภายในบ้าน บ้านบางหลังร้อนอบอ้าวจนอาศัยอยู่ช่วงกลางวันแทบไม่ไหว แต่บ้านบางหลังกลับเย็นสบายทั้งวัน อุณหภูมิภายในบ้านนี้แท้จริงแล้วขึ้นอยู่กับหลังคาด้วยเช่นกัน

การเลือกหลังคาจึงเป็นกุญแจสำคัญ ที่จะพาเราไขไปพบกับบ้านที่อาศัยแล้วอึดอัด หรือบ้านที่อยู่แล้วสบาย ซึ่ง “หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น Celica Curve” คือคำตอบของบ้านที่เย็นสบายนั้น เพราะเป็นหลังคาที่ทำจากวัสดุเซรามิก มีคุณสมบัติช่วยลดการสะสมความร้อนให้บ้านอยู่อาศัยได้สบายยิ่งขึ้น และมีค่านำความร้อนต่ำกว่าหลังคาคอนกรีตทั่วไป เนื่องจากมีส่วนประกอบหลักที่เป็นดินเผา รวมถึงสามารถคายความร้อนได้ดีกว่าหลังคาคอนกรีตที่มีส่วนประกอบหลักเป็นปูนซีเมนต์

หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น Celica Curve ยังน้ำหนักเบากว่าหลังคาคอนกรีตอื่น ๆ ถึง 1 กก./แผ่น แต่ยังตอบโจทย์เรื่องความแข็งแรง ทนทานไปพร้อมกัน และยังเติมเต็มความสวยงามด้านดีไซน์ ด้วยรูปลอนโค้งมนแบบใหม่ ดูทันสมัย มาพร้อมเฉดสีเอิร์ทโทนทันสมัยและแตกต่าง เข้ากับบ้านสไตล์โมเดิร์นและสไตล์มินิมอล ช่วยยกระดับการอยู่อาศัยสู่มิติใหม่ด้วยการใช้งานที่ลงตัว

นอกจากนี้ หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น Celica Curve ยังตอบโจทย์การใช้งานระยะยาวมากกว่า เนื่องจากหลังคาสีสวยทนไม่ซีดจาง เมื่อเทียบกับหลังคาคอนกรีต และยังไม่ต้องกังวลเรื่องผิวเปลือกส้มแบบหลังคาคอนกรีตที่สะสมคราบสกปรกได้ง่าย เพราะพื้นผิวหลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น Celica Curve ออกแบบมาให้เรียบเนียน ลดโอกาสกักเก็บคราบฝุ่น คงความสวยเหมือนใหม่เสมอยาวนาน ต่างจากหลังคาคอนกรีตอื่น ๆ

สิ่งที่ดีที่สุด…คือคุณสมบัติที่เหนือกว่าในทุก ๆ ด้าน

การจะรู้ว่าสิ่งที่เราเลือกนั้นดีที่สุดหรือยัง อาจต้องลองพิจารณาดูว่า สิ่งนั้นจะสร้างปัญหาให้เราทั้งในวันนี้และอนาคตหรือไม่ สำหรับหลังคาของบ้านแล้ว ถ้าหากมีคุณสมบัติทั้งด้านดีไซน์และการใช้งานที่ดีพอ จะต้องสร้างความพึงพอใจให้เรา ไปพร้อม ๆ กับยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัย และไม่ทำให้เรากังวลกับปัญหาที่จะตามมา อย่างที่ หลังคาเซรามิก เอสซีจี นั้นเป็น “สิ่งที่ดีที่สุด” เหนือกว่าหลังคาคอนกรีตแบบเดิม ๆ ไม่ว่าด้านใดก็ตาม

สีสวย และติดทนกว่า หลังคาเซรามิก เอสซีจีผ่านกระบวนการเผาร้อนด้วยอุณหภูมิสูง จึงทำให้เม็ดสีเป็นเนื้อเดียวกับแผ่นกระเบื้อง ให้หลังคาสีสวยสดยืนระยะยาวนาน ไม่ซีดจาง ต่างจากหลังคาคอนกรีตที่สีจะซีดจางเมื่อผ่านการใช้งานจริงไปสักระยะ
บ้านเย็นมากกว่า ส่วนประกอบหลักของหลังคาเซรามิก เอสซีจี เป็นดินเผา มีค่านำความร้อนต่ำ และคายความร้อนได้ดีกว่าหลังคาคอนกรีตอื่น ๆ ที่มีปูนซีเมนต์เป็นส่วนประกอบหลัก
ทนทานยิ่งกว่า นวัตกรรมการผลิตตามมาตรฐาน เอสซีจี ผ่านการทดสอบที่มั่นใจได้ในคุณภาพความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าค่ามาตรฐาน มอก. ทำให้หลังคาเซรามิก เอสซีจี ทนทานและแข็งแรงยิ่งกว่าหลังคาคอนกรีตทั่วไป
น้ำหนักเบากว่า แม้มาตรฐานความแข็งแรงจะทนทานกว่า แต่หลังคาเซรามิก เอสซีจี มีน้ำหนักน้อยกว่าหลังคาคอนกรีตถึง 1 กก./แผ่น
คราบฝุ่นน้อยกว่า หลังคาคอนกรีตส่วนใหญ่ผิวขรุขระคล้ายเปลือกส้มทำให้เกิดคราบสกปรกสะสม แต่หลังคาเซรามิก เอสซีจี มีคุณสมบัติพิเศษ ด้วยผิวสัมผัสเรียบเนียน จึงไม่มีคราบสกปรกกวนใจ อีกทั้งสีสวยงาม สดใส เหมือนใหม่ อยู่เสมอ

สิ่งที่ดีที่สุด…กับพื้นที่แห่งความภาคภูมิใจ เพื่อคนในบ้านทุกคน

การมีบ้านสักหลัง คงเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตและเป็นที่สุดของชีวิตด้วยเช่นกัน คงดีไม่น้อยหากเราได้เลือกสรร “สิ่งที่ดีสุด” ซึ่งไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่รวมถึงทุกคนในครอบครัวที่จะได้ใช้ชีวิตที่ดีที่สุดด้วย จะดีแค่ไหนหากคนที่เคยฝ่าแดด ลม ฝนมาด้วยกัน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้พักพิงอย่างสุขสบายในพื้นที่แห่งความสุขแห่งนี้

เพราะการเลือกหลังคาอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่วัสดุ ดีไซน์ ฟังก์ชัน ตลอดจนความคุ้มค่า นั้นไม่ใช่เพียงการได้หลังคาที่ตอบโจทย์ แต่ยังหมายถึงการได้รังสรรค์พื้นที่อย่างภาคภูมิใจ ภายใต้สิ่งที่ดีที่สุดที่จะปกคลุมบ้าน และปกป้องคนในบ้านไปพร้อม ๆ กัน

สนใจสินค้าหลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น Excella คลิก https://bit.ly/3kIDnAu
หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่น Celica คลิก https://bit.ly/3wQDsH4

Writer
Manlika Klinprayong

Manlika Klinprayong

นักเขียนผู้พยายามเข้าใจ ‘บ้าน’ ไปพร้อมๆ กับการเข้าใจ ‘ชีวิต’

สร้างภาพจำให้แบรนด์ด้วยการออกแบบ Façade อาคาร

สร้างภาพจำให้แบรนด์ด้วยการออกแบบ Façade อาคาร

องค์กรหรือแบรนด์สินค้าต่างๆ มักจะมี “อัตลักษณ์องค์กร” (Corporate Identity – CI) ที่กำหนดทิศทางหน้าตาของการสื่อสารสินค้าและตัวองค์กร ให้คนภายนอกได้จดจำ ไม่ว่าจะเป็นสี ภาพ ตัวอักษร หรือโลโก้ และไม่ใช่แค่ชิ้นงานเท่านั้น แต่องค์กรบางแห่งยังนำ CI ไปใช้ในการออกแบบอาคารสำนักงาน เพื่อชูอัตลักษณ์ให้ผู้คนเกิดภาพจำ โดยมักผสมผสานเข้ากับส่วน Façade ที่เป็นเปลือกห่อหุ้มอาคาร ผ่านการดีไซน์ด้วยรูปแบบอันแปลกตาเพื่อสร้างความน่าสนใจ และใส่โลโก้ของแบรนด์เข้าไป เพื่อย้ำชัดถึงความเป็นตนเองมากขึ้น ลองไปดูกันว่าอาคารขององค์กรหรือแบรนด์ต่างๆ สร้างภาพจำผ่าน Façade ได้อย่างไรบ้าง

Façade สีขาวแดงของ KFC เราต่างจดจำแบรนด์ไก่ทอดของผู้พันแซนเดอร์ด้วยสีแดงสลับขาว ร้าน KFC ที่ใหม่ถึงดึงอัตลักษณ์ของแบรนด์ในเรื่องสีสันไปใช้กับการออกแบบ Façade รอบตึก ด้วยการใช้ผนังตกแต่ง “SCG D’COR Modeena” ที่สามารถออกแบบได้อย่างหลากหลาย และสามารถทาสีทับได้ จึงช่วยดีไซน์ Façade ให้ตรงกับ CI ของแบรนด์ ซึ่งดูสวยโมเดิร์น แปลกตาไม่ซ้ำใคร

Façade ลายไม้ของ TEXAS CHICKEN อาคารทรงเตี้ยที่ห่อหุ้มด้วยผนังภายนอกลายไม้สีอ่อน สะท้อนสไตล์เท็กซัสที่อบอุ่นและเข้าถึงง่าย ร้าน TEXAS CHICKEN ใช้ผนังตกแต่ง “SCG D’COR WOOD-D” ที่โดดเด่นด้วยลวดลายแบบไม้อันสมจริง ผ่านเทคนิค Digital Printing ซึ่งมีให้เลือกหลายโทนสีไม้ จึงตอบโจทย์แบรนด์ที่ต้องการสร้างสรรค์อาคาร เพื่อสะท้อนความเป็นตัวเองได้เช่นกัน

Façade ฉลุลายของ SCG  ไม่ใช่แค่ผู้นำด้านวัสดุออกแบบ แต่ SCG ยังเป็นต้นแบบของการใช้งานจริงสำหรับผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างการรีโนเวต อาคารเก่าที่เป็นโรงอาหาร ให้กลายเป็นอาคารที่มีรูปลักษณ์ทันสมัย เข้ากับแนวคิดหลักของ SCG โดยใช้ “SCG D’COR Fretwork” ผนังตกแต่งที่สามารถฉลุลาย เพิ่มลูกเล่นให้ตัวอาคาร สร้างมุมมองที่แปลกตาทั้งกลางวันและกลางคืน สอดรับกับอัตลักษณ์ของแบรนด์อย่างลงตัว

สำหรับผู้ที่สนใจ SCG D’COR Solution ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุทดแทน ที่คุณสามารถขอคำปรึกษาได้กับบริการ Service Solution แบบครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษางานออกแบบ คัดสรรวัสดุโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Material Science หลากหลายประเภท เหมาะสมกับงานหลายรูปแบบ จนถึงรายละเอียดของการติดตั้ง พร้อมดูแลและรับประกันหลังการติดตั้ง ให้งานตกแต่ง เป็นเรื่องง่าย สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าอย่างสูงสุด

สอบถามรับคำปรึกษา : https://bit.ly/3AVl7Jm
ข้อมูล SCG D’COR Facade Solution : https://bit.ly/3k09dcr
วัสดุตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ เพิ่มเติม : https://bit.ly/3cRFIWL
ดาวน์โหลด SCG D’COR Facade Photo Book : https://bit.ly/3zSJB5z

ติดตามข้อมูลข่าวสารผ่าน LINE : @SCGBrand  https://bit.ly/3gEKy90 
สอบถามข้อมูลผ่าน SCG HOME Contact Center โทร 02-586-2222
สมัครสมาชิก SCG Family  https://bit.ly/3c0JCIM 

Writer
Manlika Klinprayong

Manlika Klinprayong

นักเขียนผู้พยายามเข้าใจ ‘บ้าน’ ไปพร้อมๆ กับการเข้าใจ ‘ชีวิต’

วัสดุตกแต่งใหม่ ! พื้นตกแต่งเอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ที-คลิปชิลด์ พื้นสวยกันลื่น ด้วยนวัตกรรม COLOR LOC SHIELD ล็อก 5 ชั้น

วัสดุตกแต่งใหม่ ! พื้นตกแต่งเอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ที-คลิปชิลด์
พื้นสวยกันลื่น ด้วยนวัตกรรม COLOR LOC SHIELD ล็อก 5 ชั้น

บ้านไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็นสถานที่รวมไลฟ์สไตล์ทั้งการทำงาน การเรียน การออกกำลังกาย ทุก ๆ คนต่างใช้ทุกพื้นที่ของบ้านไม่ว่าจะภายนอกหรือภายในเพื่อทำกิจกรรม “พื้นบ้าน” ที่รองรับทุกชีวิตจึงจำเป็นต้องตอบโจทย์ทั้งการใช้งาน ความสวยงาม และความคงทน วันนี้เราจึงพาทุกคนมารู้จักกับ “พื้นตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ที-คลิปชิลด์” อีกระดับของพื้นไม้ ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ล่าสุด

“Color Loc Shield” ล็อก 5 ชั้น เสริมสร้างความทนทาน สวยงามและกันลื่น ตอบโจทย์ด้วยสีโทนใหม่สไตล์มินิมอล และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ให้คุณใช้ชีวิตบริเวณบ้านอย่างมีความสุข

นวัตกรรมใหม่ให้สีทนทานทุกสภาพอากาศ

พบนวัตกรรมใหม่กับ “Color Loc Shield” ล็อก 5 ชั้นกับ “พื้นตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ที-คลิปชิลด์”

พื้นไม้เทียมที่ผ่านการเคลือบผิวถึง 5 ชั้น ให้สีสวยทนยาวนาน
ชั้นที่ 1 เป็นไม้พื้นวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์
ชั้นที่ 2 เป็น Primer Shield เพิ่มคุณภาพ การยึดเกาะของสี ทนทานทุกสภาพอากาศ
ชั้นที่ 3 เป็น Nano Shield ให้สีทนทาน สวยสม่ำเสมอด้วยสีสำเร็จจากโรงงาน พัฒนาการทำสีรอบด้านให้เป็นสีเดียวกับผิวหน้าไม้
ชั้นที่ 4 เป็น Stay Shield ช่วยให้ทนรอยถึง 2 เท่า ทนทาน รองรับการกระแทกได้ดี
ชั้นที่ 5 เป็น Safe Shield เพิ่มคุณสมบัติกันลื่น ด้วยนวัตกรรมใหม่ที่ใช้สารเคลือบพิเศษถึง 2 ชั้นลดโอกาสการลื่นไถลอย่างน้อย 90% (เมื่อเทียบกับพื้นไม้ทั่วไป)

สวยงามตอบโจทย์ชีวิตบริเวณบ้านทั้ง Outdoor และ Indoor

พื้นบ้านเป็นสิ่งที่ต้องอยู่คู่กับบ้านของเรา ยาวนานนับสิบ ๆ ปี การเลือกพื้นที่สวยงาม ตรงใจจะช่วยสร้างความสุข สบายตาสบายใจได้ทุกวัน ยิ่งเป็นการปูพื้น ทั้งภายในและภายนอกบ้าน การได้ใช้พื้นชนิดเดียวกันจะช่วยทำให้พื้นบ้านมีความสวยงาม ต่อเนื่อง เป็นหนึ่งเดียว สะท้อนสไตล์ของผู้อยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี

“พื้นตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ที-คลิปชิลด์” เป็นพื้นตกแต่งที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งาน ได้ทั้งพื้นที่ Outdoor และ Indoor เชื่อมต่อทุกพื้นห้องจนถึงระเบียงหน้าบ้าน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อน ความเปียกชื้น และความลื่น ด้วยเทคโนโลยีพิเศษ ที่ให้คุณใช้ชีวิตในบ้านและรอบบ้านได้อย่างมีความสุข

สีใหม่สไตล์มินิมอลกับโทนสี MUJIQUE

ปรับลุคให้บ้านสวยโมเดิร์น แต่ยังอบอุ่น ในสไตล์สแกนดิเนเวียน พร้อมลายเสี้ยนไม้เสมือนจริงตอบรับกับเทรนด์การแต่งแนวมินิมอล ที่เน้นความเรียบง่าย คุมโทนสีไปกับองค์ประกอบอื่นๆ “พื้นตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ที-คลิปชิลด์” ที่มีสีไม้พื้นแนวมินิมอลกับ MUJIQUE Collection โดยมีทั้ง

Walnut Beech สีน้ำตาลเข้มอมแดง เหมาะกับบ้านที่เน้นความอบอุ่น, Cozy Beech สีน้ำตาลอ่อนให้ความรู้สึก แสนสบายเมื่อได้อยู่อาศัย, Warm Grey สีเทาขาว เน้นความเรียบง่าย แต่ไม่จืดชืดจนเกินไป และอีก 2 สีสุดคลาสสิค RoseWood และ Country Oak ให้คุณเลือกแมตช์กับความต้องการได้ทุกรูปแบบ

สำหรับผู้ที่สนใจรับคำปรึกษาเรื่องวัสดุที่ใช้ ในการออกแบบสไตล์ต่าง ๆ ก็สามารถปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญจาก SCG D’COR ได้กับบริการ Service Solution แบบครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษางานออกแบบ คัดสรรวัสดุโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Material Science หลากหลายประเภท เหมาะสมกับงานหลายรูปแบบ จนถึงรายละเอียดของการติดตั้ง พร้อมดูแลและรับประกันหลังการติดตั้งให้งานตกแต่งเป็นเรื่องง่ายสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าอย่างสูงสุด

Product Information

พื้นตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ รุ่น ที-คลิปชิลด์ ราคาเริ่มต้นที่ 910 – 1,170 บาท/ตร.ม. โดดเด่นด้วยคุณสมบัติ
-สีสำเร็จรอบด้าน สม่ำเสมอ
-ปลอดภัยด้วยคุณสมบัติกันลื่น
-ทนรอยกว่าเดิม 2 เท่า
-ทนทานทุกสภาพอากาศ
-สินค้าเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

มีขนาดให้เลือก 2 รูปแบบ คือ ขนาด 16 x 300 x 2.5 cm. และขนาด 20 x 300 x 2.5 cm.

สอบถามรับคำปรึกษาได้ที่ : https://bit.ly/3aTyD5O 
วัสดุตกแต่ง เอสซีจี เดคคอร์ เพิ่มเติม : https://bit.ly/3lUOS8K

Writer
Manlika Klinprayong

Manlika Klinprayong

นักเขียนผู้พยายามเข้าใจ ‘บ้าน’ ไปพร้อมๆ กับการเข้าใจ ‘ชีวิต’

เมื่อนวัตกรรมมาพร้อมดีไซน์ วัสดุทดแทนที่ทำให้บ้านสวย ง่าย ลงตัวในทุกมิติ

เมื่อนวัตกรรมมาพร้อมดีไซน์
วัสดุทดแทนที่ทำให้บ้านสวย ง่าย ลงตัวในทุกมิติ

ปัจจุบันงานด้านสถาปัตยกรรมพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมา สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย ให้กับสถาปนิกผู้ออกแบบบ้าน ผู้รับเหมา หรือแม้แต่เจ้าของบ้าน หนึ่งในนั้นคือเทรนด์การใช้วัสดุทดแทน ที่ถอดเอกลักษณ์และจุดเด่นจากวัสดุธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก ซีเมนต์ หรือแม้แต่ไม้ ฯลฯ ที่ให้สัมผัสเสมือนจริง แต่ใช้งานได้ง่ายและมีราคาที่ย่อมเยามากกว่า

วัสดุตกแต่ง SCG D’COR กลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่จาก SCG ที่เกิดขึ้นจากการมองหาวัสดุใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ความสวยงาม การใช้งานที่ทนทาน และให้ความคุ้มค่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ด้วยความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน จึงมีการคัดสรรวัสดุโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Material Science หลากหลายประเภท เหมาะสมกับงานหลายรูปแบบ

เรามาทำความรู้จัก วัสดุตกแต่งภายนอกที่กำลังได้รับความนิยม อย่าง ‘เคมิว’ (KMEW) ที่ถอดแบบลวดลายเลียนแบบวัสดุธรรมชาติ และมีผิวสัมผัสที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับวัสดุจริง เช่น ไม้, อิฐ, หิน, หินอ่อนหรือคอนกรีต ซึ่งการันตีคุณภาพด้วยยอดขาย อันดับ 1 ในญี่ปุ่นมากกว่า 30 ปี SCG D’COR  เล็งเห็นความสำคัญในการคัดสรร วัสดุที่ตอบโจทย์ความสวยงาม คงทน และสะดวกสบายได้อย่างเต็มที่  เป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้สถาปนิก เลือกผลิตภัณฑ์ให้กับเจ้าของบ้านหรืออาคาร ได้ตามจินตนาการ

ปรัชญาการออกแบบสไตล์ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่โดดเด่นในเรื่องของนวัตกรรม ในขณะเดียวกันก็มีปรัชญาการใช้ชีวิตที่ละมุนลึกซึ้ง ผ่านการคิดออกแบบมาเป็นอย่างดี ทำให้นวัตกรรมที่ขึ้นชื่อว่ามาจากญี่ปุ่นสามารถตอบโจทย์ความต้องการ และยกระดับการใช้ชีวิตให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

KMEW จึงโดดเด่นทั้งในเรื่องของนวัตกรรม การดีไซน์ และการคำนึงถึงความยั่งยืน ซึ่งการันตีด้วยรางวัล Good Design Award ในปี 2020 และปี 2017 ซึ่งถือเป็นเวทีการันตีคุณภาพของงานออกแบบชั้นนำของโลก ตอกย้ำความใส่ใจคุณภาพทุกรายละเอียด และปรัชญาการทำให้ชีวิตดีขึ้นแบบญี่ปุ่น ทำให้ KMEW ตอบโจทย์บ้านยุคใหม่ที่ต้องใส่ใจความยั่งยืนของวัสดุ ใช้งานได้ยาวนาน ในขณะเดียวกันก็คงเอกลักษณ์ความเรียบง่ายสวยงามแบบ ‘มินิมอล’ ผสมสไตล์ ‘โมเดิร์น’ แบบญี่ปุ่นเอาไว้ได้อย่างโดดเด่น ที่สำคัญเทคโนโลยีที่อัดแน่นไว้ในนวัตกรรมของ KMEW ยังเพิ่มความน่าสนใจในการใช้งานมากขึ้นอีกด้วย

แก้ไขปัญหาตรงจุด ติดตั้งง่าย ทนทาน

ความโดดเด่นอย่างแรกของผนังสำเร็จรูปจาก KMEW คือมีน้ำหนักเบา ทำให้สามารถติดตั้งได้อย่างง่ายดาย โครงสร้างของบ้านไม่ต้องรับน้ำหนักเยอะ ส่งผลต่อความยืดหยุ่นในการดีไซน์รูปลักษณ์และขนาดของผนังมากขึ้น การคิดคำนึงถึงการใช้ง่ายจึงมาพร้อมระบบ Clip-Lock รูปแบบการติดตั้งที่สะดวก รวดเร็ว แต่ให้ความคงทนในการใช้งานอย่างมาก แถมสามารถป้องกันน้ำรั่วซึมได้อย่างดี ไม่จำเป็นต้องเจาะรูที่ผนังในการติดตั้ง จึงไม่ต้องกังวลในการบำรุงรักษามากอีกด้วย

เทคโนโลยีทำความสะอาดตัวเอง สะดวก ประหยัดเวลา

เทคโนโลยี Self Cleaning ของ KMEW เรียกว่าเป็นสวรรค์ของเจ้าของบ้าน ที่ไม่ต้องกังวลคอยทำความสะอาดผนังบ่อย ๆ เมื่อต้องเจอกับคราบสกปรก ด้วยเทคโนโลยี Photocatalytic Coating การเคลือบผิวแบบพิเศษ ทำให้ผนังสามารถทำความสะอาดตัวเองได้เมื่อเจอน้ำฝนชะล้างและแห้งง่าย ทำให้ง่ายต่อการดูแลในระยะยาว สามารถรักษาพื้นผิวของผนังให้สะอาดเหมือนใหม่อยู่เสมอ

สีสวยทนใช้งานได้ยาวนาน

อีกหนึ่งจุดเด่นของผนังสำเร็จรูป KMEW คือการใช้เทคโนโลยี Photocatalytic Coating ที่ช่วยเคลือบสีให้ทนทานกว่าวัสดุปกติถึง 3 เท่า สามารถป้องกันแสง UV ไม่ให้แทรกซึมทำร้ายชั้นสีของผนัง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า 10 ปี ตามมาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น

มอบทางเลือกที่หลากหลายให้งานดีไซน์

ลวดลายที่ถอดแบบลายละเอียดของวัสดุธรรมชาติมาให้เลือกสรรถึง 4 แบบวัสดุ และมากกว่า 40 *(70) ลวดลายด้วยกัน ทั้ง Wood, Brick, Stone และ Fierte ซึ่งให้สัมผัสที่ยอดเยี่ยมในการใช้งาน สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับการออกแบบบ้านได้ตามต้องการ

KMEW Series Wood ได้แรงบันดาลใจจากลวดลายอันสวยงามเป็นธรรมชาติของไม้ ด้วยลวดลายที่ชัดเจน สวยงามเสมือนไม้จริง ให้ความรู้สึกอบอุ่นให้การออกแบบบ้าน เข้ากับสไตล์มินิมอลแบบญี่ปุ่น

KMEW Series Stone ถอดแบบจากพื้นผิวของกรวดทรายและแผ่นหิน เป็นผนังตกแต่งสำเร็จรูปที่เหมาะกับงานออกแบบสไตล์โมเดิร์นลอฟท์

KMEW Series Brick ความความงามไม่ผ่านปรุงแต่งของผนังอิฐ นิยมในการใช้งานในการตกแต่งบ้านแนวลอฟท์ ที่เน้นการโชว์ความงามของวัสดุ

KMEW Series Fierte เป็นการผสมผสานเอกลักษณ์ของวัสดุธรรมชาติ 6 รูปแบบเอาไว้ด้วยกัน ทั้ง คอนกรีต, เหล็ก, ดิน, หินอ่อน, ชั้นดิน และหิน Travertine ที่ช่วยเพิ่มมิติและความสดใหม่ให้กับงานออกแบบ เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ต้องการความเท่ลงตัว แต่อยากลองใช้วัสดุใหม่ๆ เพื่อเติมเต็มไอเดียบ้านของตัวเอง

สำหรับสถาปนิกหรือเจ้าของบ้านที่กำลังมองหาวัสดุตกแต่งภายนอกรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มมิติให้กับงานดีไซน์ ลองไปสัมผัสวัสดุตกแต่งที่ SCG D’COR คัดสรรมาให้คุณอย่างตั้งใจ เชื่อว่าจะทำให้ประสบการณ์การตกแต่งบ้านของคุณไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

สนใจดูข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Kmewthailand หรือติดต่อสอบถามเพิ่มเติมเพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ https://bit.ly/2W1muYA หรือเบอร์ติดต่อ  : 02 101 9922

Writer
Parinya Kornram

Parinya Kornram

อดีตกองบรรณาธิการนิตยสาร ที่สนใจบทสนทนาของผู้คน และกำลังหามรุ่งหามค่ำเพื่อชีวิตเอกเขนก

SCG D’COR วัสดุตกแต่งทดแทนตอบโจทย์งานออกแบบ ช่วยให้สถาปนิกเนรมิตผลงานได้ตรงตามจินตนาการ

SCG D’COR
วัสดุตกแต่งทดแทนตอบโจทย์งานออกแบบ ช่วยให้สถาปนิกเนรมิตผลงานได้ตรงตามจินตนาการ

Full House บ้านทรงหน้าจั่วสีขาวสไตล์โมเดิร์น ผลงานการออกแบบของ คุณธาวิน หาญบุญเศรษฐ จาก WARchitect ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของสมาชิกภายในบ้านทั้ง 9 ท่านที่อยากรวบรวมความสัมพันธ์ของบริบท ผู้อยู่อาศัยทั้ง 3 เจนเนอเรชัน และวัสดุสู่ฟังก์ชันภายในให้มีความสอดคล้องเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นบ้านที่รวมครอบครัวใหญ่ให้อยู่พร้อมหน้ากันได้อย่างลงตัว

นอกจากฟังก์ชันของบ้านแล้ววัสดุก็ยังถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ให้สอดคล้องและเชื่อมต่อกัน  โดยใช้วัสดุที่มีความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยดีเทลอย่าง SCG D’COR Modeena และ SCG D’COR Trim ผลิตภัณฑ์จาก SCG D’COR

แนวคิดวัสดุเฉพาะทาง

ด้วยข้อจำกัดของบริบทผสานเข้ากับความต้องการบ้านที่เรียบง่ายจากทางเจ้าของ ทำให้ภาพรวมของบ้านหลังนี้ มินิมอลจนดูเหมือนขาดรายละเอียดบางอย่างไป ทางสถาปนิกเลือกใช้วัสดุที่สามารถเพิ่มความโดดเด่น ทั้งเรื่องรูปทรง และลวดลาย ที่เพิ่มรายละเอียดให้ตัวบ้านแต่ยังตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของบ้านได้อย่างลงตัว

เพิ่มมิติให้รั้วบ้านด้วยเส้นโค้งเว้าจาก SCG DCOR Trim

บริเวณรั้วทึบภายนอกอาคาร เอสซีจี เดคคอร์ รุ่นบัวผนัง วัสดุตกแต่งเนื้อแน่นมีผิวเรียบเนียน มีลักษณะเป็นลอนเว้าโค้งครึ่งวงกลมหนึ่งด้าน และด้วยลักษณะของวัสดุที่เป็นซี่ระแนงจึงสามารถติดตั้งให้โค้งไปตามผนังรั้วได้อย่างง่ายดาย เพื่อสร้างเรื่องราวให้ตัวบ้านมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ตัวแผ่นสามารถทาสีรองพื้น และสีน้ำอะคริลิกได้โดยเลือกสีได้ตามต้องการ

สร้างเอกลักษณ์โดดเด่น ให้รั้วภายนอก

SCG D’COR Trim ที่มีเท็กเจอร์นูนต่ำจึงทำให้แสงเงา เกิดความเคลื่อนไหวในแต่ละช่วงเวลา ที่สร้างความน่าสนใจ และความสวยงามให้กับสถาปัตยกรรม

เพิ่มความโดดเด่นด้วยผนังตกแต่งเซาะร่อง 3 มิติ จาก SCG DCOR MODEENA

ทางสถาปนิกได้เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ให้กับตัวบ้านด้วย เอสซีจี เดคคอร์ รุ่น โมดิน่า ผนังตกแต่งเซาะร่อง 3 มิติ ในบริเวณซุ้มประตูจั่วบริเวณทางเข้าหลักของบ้าน  มีการใช้เส้นสายเซาะร่องที่ดูมีมิติตื้นลึกเด่นชัดในตัว มีความสวยงามไร้รอยสกรู สามารถนำมาต่อแผ่นให้เกิดเป็นลวดลาย สร้างมุมมองที่น่าสนใจมากขึ้น นอกจากนี้ยังมี Pattern ที่แตกต่างกันให้เลือกถึง 5 แบบ สามารถทาสีได้ตามสไตล์ที่ต้องการ และใช้งานได้ทั้งภายในภายนอกอาคาร

ผลิตจากเทคโนโลยี XTrusion ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ SCG DCOR 

SCG D’COR Modeena และ SCG D’COR Trim ผลิตจากเทคโนโลยี X-Trusion ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ SCG D’COR ที่สามารถขึ้นรูปสามมิติได้ตามต้องการ โดดเด่นไม่เหมือนใคร และเป็นเนื้อเดียวกันตลอดทั้งแผ่น มีความแข็งแรง และความหนาแน่นสูงกว่าไฟเบอร์ซีเมนต์ในระบบการผลิตทั่วไป 60% ด้วยการใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ของ SCG ผสานด้วยเส้นใยไฟเบอร์ชนิดพิเศษและ ซิลิก้าบริสุทธิ์ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติเรื่อง ความทนทานต่อทุกสภาพอากาศ จึงสามารถใช้ตกแต่งได้ทั้งภายใน และภายนอก

นอกจากการตกแต่งรั้ว ประตู ในลักษณะของบ้าน Full House แล้ว ยังสามารถนำต่อยอดไอเดีย นำไปตกแต่งฟาซาด (Facade) กรอบอาคาร หรือที่อยู่อาศัยที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ทั้งช่วยด้านสร้างความสวยงาม และสร้างเอกลักษณ์ให้ตัวบ้านและอาคาร ด้วยวัสดุตกแต่ง SCG D’COR มีความหลากหลายทั้งรูปแบบดีไซน์ และฟังก์ชัน ที่สามารถปรับให้เหมาะสม ตามจินตนาการของนักออกแบบ

บริการติดตั้ง และให้คำปรึกษาจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก SCG DCOR

 สำหรับผู้ที่สนใจวัสดุทดแทนจาก SCG D’COR ก็สามารถขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ เพราะเอสซีจี เดคคอร์ มีบริการ Service Solution แบบครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษางานออกแบบ คัดสรรวัสดุโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Material Science หลากหลายประเภท นอกเหนือจากไฟเบอร์ซีเมนต์ ยังมีวัสดุทดแทนอื่นๆ อาทิเช่น อลูมิเนียม พลาสวูด WPC ซึ่งสามารถเลือกเหมาะสมกับงานออกแบบที่มีหลายรูปแบบ ช่วยตอบโจทย์งานออกแบบได้ตามจินตนาการของเจ้าของบ้าน และสถาปนิก  จนถึงรายละเอียดของการติดตั้ง พร้อมดูแล และรับประกันหลังการติดตั้ง ให้งานตกแต่ง เป็นเรื่องง่าย สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าอย่างสูงสุด

สำหรับสถาปนิกที่สนใจสอบถามข้อมูลวัสดุ SCG D’COR เพิ่มเติม หรือขอไฟล์ 3D Model : https://bit.ly/3zk02ID  
ข้อมูลสินค้า SCG D’COR : https://bit.ly/38fMYbo
ข้อมูล SCG D’COR Facade Solution : https://bit.ly/3Bb0LfG

Writer
WIMONSIRI M.

WIMONSIRI M.

นักเดินทาง(สมัครเล่น) ที่ผันตัวมาเป็นนักเขียน(ฝึกหัด) สนุกกับการค้นหางานดีไซน์พอๆกับการจัดทริป และฝันว่าอยากใช้ชีวิตอย่าง simple life ในฟาร์มสเตย์ของตัวเอง