OPENING HOURS: MONDAY – SUNDAY: 10.00 AM TO 8.00 PM
info@sitename.com | 987654321
การออกแบบ สถาปนิก สถาปัตยกรรม ไลฟ์สไตล์


OCULUS Transportation Hub ที่ Santiago Calatrava ออกแบบให้กลมกลืนไปกับ New York Manhattan เป็นบริเวณที่มีความเจริญมากที่สุดใน New York ซึ่งมีลักษณะทางกายภาพเป็น ‘เกาะ’ ทำให้เมืองไม่สามารถขยายตัวออกไปทางราบได้ ซึ่งเป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่ทำให้สามารถออกแบบระบบขนส่งสาธารณะครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่ทั้งส่วน Uptown Downtown Midtown และ West Side ประกอบกับเป็นเมืองที่มีทางเท้าที่ดี สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย นั่นทำให้การใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่าง รถไฟฟ้า มีการใช้อย่างคับคั่ง Downtown Manhattan เป็นส่วนที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่ ทั้งในและต่างชาติ อยู่รวมตัวกันอย่างหนาแน่น นับเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญของโลก บริเวณ World Trade Center Complex เป็นพื้นที่กลุ่มอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ประกอบด้วยอาคารถึง 7 อาคารและเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าที่สำคัญของแมนฮัตตันตอนล่าง เป็น Hub ที่เชื่อมการเดินทางระหว่าง New York และ New Jersey รองรับผู้โดยสารเฉลี่ยมากถึงวันละ 250,000 คน…

Full-House เมื่อสถาปัตยกรรมรวมความสัมพันธ์ของบริบท ผู้อยู่อาศัย และวัสดุ เมื่อสมาชิกทั้ง 9 ท่าน 3 เจนเนอเรชัน 2 ครอบครัวต้องมาอยู่อาศัยร่วมกันภายในขอบเขตของที่ดินเพียง 103 ตารางวา ที่รายล้อมไปด้วยถนนทั้ง 3 ด้าน ต้องเผชิญกับกฏหมายระยะร่นอาคารที่บีบบังคับให้ขนาดพื้นที่ใช้สอยมีน้อยลง พื้นที่ส่วนตัว และพื้นที่ส่วนกลางของครอบครัวจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญที่คุณ วิน -ธาวิน หาญบุญเศรษฐ สถาปนิกจาก WARchitect เข้ามารับหน้าที่รังสรรค์สเปซให้เป็นเรื่องราวของ Full-house บ้านหลังใหม่ของครอบครัวใหญ่ทั้ง 9 ท่าน ให้กลายเป็นศูนย์กลางของครอบครัว Full House เริ่มต้นขึ้นจากการสร้างบ้านเต็มพื้นที่ดินสอดคล้องกับชื่อของบ้าน เพื่อความต้องการของสมาชิกถึง 9 ท่าน โดยคุณวินเล่าว่า “โจทย์แรกที่เราคิด คือทำอย่างไร ให้คนทั้ง 9 คนสามารถอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ได้ ซึ่งความท้าทายกว่านั้น คือในสมาชิกทั้ง 9 ท่านจะถูกแบ่งเป็น 2 ครอบครัว 3 เจนเนอเรชัน นั่นก็คือ ครอบครัวของคุณปู่คุณย่า และครอบครัวของคุณพ่อคุณแม่ซึ่งกำลังมีลูกเล็ก ทั้งสองครอบครัวกึ่งๆ แยกออกมาแต่ยังคงอยู่อาศัยร่วมกัน…

OCULUS Transportation Hub ที่ Santiago Calatrava ออกแบบให้กลมกลืนไปกับ New York Manhattan เป็นบริเวณที่มีความเจริญมากที่สุดใน New York ซึ่งมีลักษณะทางกายภาพเป็น ‘เกาะ’ ทำให้เมืองไม่สามารถขยายตัวออกไปทางราบได้ ซึ่งเป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่ทำให้สามารถออกแบบระบบขนส่งสาธารณะครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่ทั้งส่วน Uptown Downtown Midtown และ West Side ประกอบกับเป็นเมืองที่มีทางเท้าที่ดี สามารถเดินเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย นั่นทำให้การใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่าง รถไฟฟ้า มีการใช้อย่างคับคั่ง Downtown Manhattan เป็นส่วนที่มีบริษัทยักษ์ใหญ่ ทั้งในและต่างชาติ อยู่รวมตัวกันอย่างหนาแน่น นับเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญของโลก บริเวณ World Trade Center Complex เป็นพื้นที่กลุ่มอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ประกอบด้วยอาคารถึง 7 อาคารและเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าที่สำคัญของแมนฮัตตันตอนล่าง เป็น Hub ที่เชื่อมการเดินทางระหว่าง New York และ New Jersey รองรับผู้โดยสารเฉลี่ยมากถึงวันละ 250,000 คน…

PSNK House ‘แยก’ ฟังก์ชัน แต่ ‘รวม’ ความอบอุ่นของบ้านสองหลังให้เป็นเรื่องราวเดียว จากผืนที่ดิน 2 งาน ในอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ที่มองเห็นวัดพระธาตุดอยสุเทพและยอดทิวเขาปลายตา สู่ PSNK House บ้านแฝด 2 หลังคาภายใต้การใช้งานบางฟังก์ชันร่วมกันของ 2 ครอบครัว ซึ่งคุณวี -วีรวัต จันทร์กิติสกุล สถาปนิกจาก PLADIB Architect รับหน้าที่ปรับเปลี่ยนเรื่องราวของบ้านให้ตอบโจทย์ความต้องการ กลายเป็นพื้นที่หัวใจหลักของครอบครัวขยาย 3 เจนเนอเรชัน สมาชิกครอบครัวใหญ่ ประกอบไปด้วยคุณพ่อ คุณแม่ ลูกชาย และลูกสาว ผู้ซึ่งกำลังขยับขยายสร้างครอบครัวพร้อมมีลูกเล็กเป็นเจนเนอเรชันใหม่ที่กลายเป็นขวัญใจของบ้าน บ้านแฝดหลังนี้จึงแบ่งพื้นที่ของสองครอบครัวอย่างชัดเจน กล่าวคือ บ้านของครอบครัวลูกสาว และบ้านของคุณพ่อคุณแม่และลูกชาย ในขณะที่ยังเชื่อมโยงเรื่องราวความอบอุ่นไว้ภายใต้พื้นที่คอร์ดยาร์ทสีเขียวและพื้นที่รับประทานอาหาร ‘แยก’ ฟังก์ชัน ‘รวม’ ความอบอุ่น บ้านแฝดที่บรรจุความอบอุ่นหลังนี้ ออกแบบโดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน หนึ่งคือโซน Plaza ซึ่งเป็นอาคารจอดรถและลานโล่ง โซนที่ 2 คือ…

Nirvana BEYOND พระราม 2 กับ 10 เหตุผลที่จะทำให้คุณหลงรักมากกว่าที่เคย ในวันที่เหนื่อยล้า จะมีอะไรดีกว่าการได้กลับมาถึงบ้านแห่งความรัก ความสุข ความสวยงาม และความสดชื่น องค์ประกอบทั้งหมดนี้เองที่ Nirvana BEYOND พระราม 2 ยกขึ้นมาเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์บ้านเพื่อตอบทุกความต้องการของไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง ทั้งในแง่ของฟังก์ชั่นการใช้งาน และมุมมองด้านงานดีไซน์ มากกว่าที่ตาเห็นคือเรื่องราวของ Nirvana BEYOND พระราม 2 ที่จะพาคุณเข้าไปสำรวจบ้านหลังนี้อย่างละเอียดในทุกดีเทล เพราะทั้งหมดถูกคิดค้นและสร้างสรรค์มาเพื่อความต้องการของสมาชิกทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง และต่อไปนี้คือ 10 เหตุผลที่ Nirvana BEYOND พระราม 2 โครงการบ้านเดี่ยวติดถนนพระราม 2 ซึ่งรายล้อมด้วยความสะดวกสบาย สาธารณูปโภค และสถาปัตยกรรม จะทำให้คุณหลงรักบ้านของครอบครัวหลังนี้มากกว่าที่คิด 01 ออกแบบจากประสบการณ์การอยู่อาศัยจริง NIRVANA BEYOND พระราม 2 คือบ้านเดี่ยวที่เป็นมากกว่าบ้านที่จะเปลี่ยนมุมมองในการใช้ชีวิตของคุณให้เกิดความแตกต่าง และอยู่อาศัยอย่างลงตัว แต่ละพื้นที่ของโครงการถูกออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ คิดและจัดสรรพื้นที่ทางสถาปัตยกรรมที่ตอบกับความงามทั้งนอกบ้าน และความต้องการใช้งานพื้นที่ภายในบ้านอย่างครอบคลุม ผ่านการคิดจากมุมมองและประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริง นำมาสู่การสร้างสรรค์รูปทรงอาคาร และจัดวางฟังก์ชั่นภายในบ้านให้สามารถใช้งานทุกส่วนในบ้านได้เต็มที่ตลอดทั้งวัน 1st…

คุณโป้ง-วรนล สัตยวินิจ สถาปนิกที่นำทางตนเองด้วยความรู้สึกจากสัญชาตญาณ และออกแบบสถาปัตยกรรมผ่านความรู้สึกของการอยากกลับบ้าน ถ้อยคำต่อไปนี้ คือมุมมองและเรื่องราวเส้นทางของนักออกแบบบ้าน คุณโป้ง-วรนล สัตยวินิจ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มสนใจเส้นสายของสถาปัตยกรรม และค่อยๆ เติบโตจากสถาปนิกระดับจูเนียร์ ซีเนียร์ จนวันนี้คุณโป้งได้กลายเป็นหนึ่งในผู้บริหารของบริษัทรับออกแบบบ้าน Architects49 House Design Limited หรือ A49HD ที่เลือกมองความรู้สึกของการอยากกลับบ้านเข้ามาเป็นหนึ่งในวิธีคิดเสมอ และนำเสนอความรู้สึกใหม่ๆ ที่ช่วยสร้างความประหลาดใจให้กับผู้อยู่อาศัยผ่านรูปแบบของสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์น (คุณโป้ง-วรนล สัตยวินิจ ขณะนั่งทำงาน) จุดเริ่มต้นของสัญชาตญาณสถาปนิก วัยเด็กของคุณโป้ง เดิมทีเคยเป็นหนุ่มน้อยที่ช่างสังเกตและหมั่นตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัวที่รู้สึกสงสัยใครรู้ ว่าสิ่งนั้นคืออะไรและมีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง ซึ่งแน่นอนว่ารวมไปถึงที่มาของงานดีไซน์บ้านหลังสวยๆ ที่คุณโป้งได้มีโอกาสพบเห็นและสะดุดตา เกิดเป็นคำถามว่าใครกันคือผู้สร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้ ก่อนจะค้นพบคำตอบในเวลาต่อมาว่าสิ่งนี้คือสถาปัตยกรรมรูปแบบหนึ่งที่รังสรรค์ขึ้นโดยบุคคลที่ถูกเอ่ยเรียกในวิชาชีพว่า ‘สถาปนิก’ และจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่วงการสถาปนิกของคุณโป้งจึงได้เริ่มขึ้นนับแต่วันนั้น “วันที่โรงเรียนพาเราไปทัศนศึกษาตามคณะต่างๆ ที่เจ้าคุณทหารลาดกระบัง นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจ” คุณโป้งเล่าย้อนถึงความรู้สึกแรกเริ่มที่ยังคงจดจำได้ดีว่าตนเองนั้นเลือกเดินทางในสายวิชาชีพสถาปนิกด้วยเหตุผลอะไร โดยเรื่องราวได้เกิดจากความประจวบเหมาะภายในกิจกรรมออกทัศนศึกษาของโรงเรียนเตรียมอุดมพัฒนาการ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้เข้าไปสัมผัสกับแต่ละคณะในรั้วมหาวิทยาลัย จนคุณโป้งได้ค้นพบตัวเองผ่านการเดินชมนิทรรศการผลงานวิทยานิพนธ์ของรุ่นพี่จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่เข้ามาตอกย้ำและจุดประกายสัญชาตญาณนักออกแบบในตัวคุณโป้งให้ตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่ว่า ตนเองนั้นคือใครและจะสอบเอ็นทรานซ์เข้าคณะอะไรโดยไม่ลังเล (คุณโป้ง-วรนล สัตยวินิจ ขณะนั่งทำงาน) หลังจากคุณโป้งได้เข้าศึกษาในนระดับอุดมศึกษาที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบังตามอย่างใจหวัง จนถึงเวลาต้องเข้าสู่สนามจริงกับบทบาทของนักศึกษาฝึกงาน คุณโป้งเลือกบริษัทสถาปนิกชื่อดังระดับประเทศ อย่าง บริษัท…

99.99 บ้านที่ให้ประสบการณ์ ประสาทสัมผัส ของการอยู่ดีมีสุขภายใต้ความเงียบสงบแบบไทย จากพื้นฐานของบ้านที่ต้องการสร้างใหม่บนที่ดินเปล่าภายในโครงการ ซึ่งมีความตั้งใจเดิมเป็นโครงการบ้านสไตล์ไทย พร้อมสภาพแวดล้อมบ้านหลังคาหน้าจั่ว แบบโอเรียนทอลสไตล์ สถาปนิกจึงนำเสนอแนวคิดที่พักอาศัย ภายใต้ความเป็นไปได้ในบริบท ‘Sense of Well-Being and Tranquility in Transformed Thai Ambience’ การออกแบบสถาปัตยกรรมร้อยเรียงพื้นที่เข้าหากัน ในแง่ ที่ว่าง รูปทรง ลำดับ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมที่ว่างเข้ากับที่ว่าง พื้นที่แคบสู่พื้นที่กว้าง หรือ คอร์ทเล็กไปหาคอร์ทใหญ่ คอร์ทหน้าไปหาคอร์ทกลาง อิงพื้นเพความเป็นไทยในบรรยากาศสากล หรือจะเป็นรูปทรง พื้นฐานสามเหลี่ยมหน้าจั่วที่เรียบง่าย สะท้อนตัวแทนคำว่าบ้าน และแสดงอัตลักษณ์ไทยในรูปแบบที่เปลี่ยนไป หรือแม้แต่การเปิดให้ลมและแสงธรรมชาติไหลผ่านจากพื้นที่สู่พื้นที่ รับรู้ รูป รส กลิ่น แสง และเวลา ผ่านวัสดุไม้สักที่สร้างแพทเทิร์น ถี่ ห่าง ล้อเลียนรูปแบบธรรมชาติ รวมถึงวัสดุหินฟอสซิล ที่มีการทำผิวสัมผัสพิเศษ สร้างความแข็งแกร่งของหินในอารมณ์ที่อ่อนโยนพร้อมแพทเทิร์นที่เล่นแสงในช่วงเวลาที่แตกต่าง สร้างความคอนทราสของอารมณ์ด้วยวัสดุเหล็ก ที่มอบประสบการณ์สมัยใหม่ ชัด และคม เหนือกาลเวลา ภาพแปลนชั้น 1…

#11 II /Number Eleven the Second/ ความทรงจำเก่าที่ถูกบรรจุไว้ภายในอาคารลูกผสมไทย-โมเดิร์น ใครเล่าจะรู้ว่ารูปลักษณ์ของอาคารลูกครึ่งไทย-โมเดิร์นที่ระบุตัวตนได้ชัดเจนตั้งแต่แรกเห็น จะเป็นผลลัพธ์ของการออกแบบที่ คุณบี วิทยถาวรวงศ์ เจ้าของบ้านและสถาปนิกจาก Beautbureau Co., Ltd. ไม่ได้คาดหมายหรือมีภาพตั้งต้นไว้แต่เริ่มแรก หากแต่ก่อร่างขึ้นเองในกระบวนการออกแบบ เมื่อจัดวางสเปซตามความต้องการใช้งานและฟังก์ชัน หยิบยกหลายองค์ประกอบจากความชอบและความคุ้นเคยส่วนตัวมาผสมผสานกันจนออกมาเป็นบ้านหลังใหม่ คุณบีจึงได้ย้อนกลับมานั่งทบทวนตัวเองอีกครั้งในฐานะผู้ออกแบบและผู้ใช้งานสเปซที่ตนเองวาดขึ้นกับมือ “มันเป็นความประหลาดเหมือนกัน เพราะเรียกได้ว่าเราจับนู่นนิดนี่หน่อยมาผสมกัน ด้วยวิธีการที่เราต้องออกแบบให้เข้ากับไซต์ที่มี ด้วยโปรแกรมที่มีทั้งออฟฟิศและส่วนที่เป็นบ้าน พอเราทำบ้านหลังนี้เสร็จแล้ว ใช้สเปซแล้ว เราถึงมาคิดได้ว่า การออกแบบในลักษณะนี้ เราคงมีติดตัวอยู่แล้ว มีต้นแบบที่เราคุ้นเคยให้หยิบจับมาใช้ และมันก็ปรากฏออกมาในงาน โดยที่เราไม่ได้คิดว่า ฉันจะต้องทำบ้านไทยประยุกต์” คุณบียังเล่าเสริมว่า ไม่ว่าจะบ้านหลังไหน แน่นอนว่าการออกแบบก็ควรเริ่มจากฟังก์ชัน สถานที่ บริบทและข้อจำกัดที่มีมากกว่าโจทย์ของรูปลักษณ์ที่จะตั้งไว้เป็นธงปลายทาง เช่นเดียวกับ #11 II /Number Eleven the Second/ House หลังนี้ ที่คุณบีเริ่มต้นจากการวางฟังก์ชันให้มีทั้งออฟฟิศและบ้านสำหรับครอบครัว แรกเริ่มเดิมทีบ้านสองชั้นเล็กๆ ในซอยหลังนี้ เป็นบ้านเก่าของครอบครัวที่คุณบีคุ้นชินในวัยเยาว์ ก่อนจะมีการขยับขยาย บ้านหลังเก่าจึงถูกรื้อและปล่อยพื้นที่ทิ้งร้างมานานกว่า 20 ปี…
อยู่กับเพื่อนบ้านอย่างไรให้มีความสุขและพึ่งพากัน เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ‘รั้วบ้านที่ดีที่สุดคือการมีเพื่อนบ้านที่ดี’ แต่วิธีการที่จะทำให้เราอยู่ร่วมได้อย่างมีความสุขในองค์รวมนั้นตัวเราเองก็ต้องเป็นเพื่อนบ้านที่ดีด้วย ซึ่งการเป็นเพื่อนบ้านที่ดีสามารถเริ่มได้ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุไปจนถึงการนำกฎหมายควบคุมอาคารมาใช้ ทั้งนี้ไม่ใช่เพื่อให้เกิดเพียงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านด้วยกันเท่านั้น แต่ยังสร้างสังคมคุณภาพในแบบยั่งยืนด้วยเช่นกัน (โครงการ Master Home) รู้ก่อนสร้างกับกฎหมายควบคุมอาคาร กฎหมายควบคุมอาคารก็เป็นเช่นเดียวกับกฎหมายอื่นๆ ที่ออกมาเพื่อกำหนดและสร้างมาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างอาคารในบ้านเราตั้งแต่อาคารขนาดใหญ่ไปจนถึงบ้านที่เป็นอาคารขนาดเล็ก โดยข้อกำหนดเบื้องต้นของกฎหมายควบคุมอาคารสำหรับบ้านเพื่อให้เราและเพื่อนบ้านอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเป็นหัวข้อในเรื่องของ ‘ระยะร่น’ ต่างๆ เช่น หากบ้านของคุณเป็นผนังทึบ (ไม่มีช่องเปิด) จะก่อสร้างห่างจากเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 50 ซม.หรือ ผนังบ้านที่มีประตูหน้าต่างต้องมีระยะห่างจากแนวรั้วอย่างน้อย 2 ม. ซึ่งหากเป็นการรีโนเวตเจ้าของบ้านต้องได้รับการยินยอมจากเพื่อนบ้านเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนทุกครั้งเพื่อเป็นการแจ้งให้ทราบเพื่อช่วยลดปัญหาตามมาภายหลัง (โครงการ Life in the Garden) รู้ก่อนทำรั้วบ้าน เรื่องปัญหากับเพื่อนบ้านเนื่องจากรั้วบ้านนั้นมีมาให้เห็นเสมอ โดยเฉพาะกับรั้วบ้านในโครงการบ้านจัดสรรที่ส่วนใหญ่จะไม่สูงพอจะให้ความส่วนตัวได้จึงทำให้แต่ละบ้านจะต่อเติมรั้วบ้านสูงขึ้นไปซึ่งอาจไปบังทิศทางลมหรือล่วงล้ำเข้าไปในเขตของเพื่อนได้ ดังนั้นก่อนจะต่อเติมควรทำการตกลงกันก่อนซึ่งสามารถต่อเติมตรงตำแหน่งกลางรั้ว หรือบนที่ดินของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งและร่วมกันออกค่าใช้จ่ายกันคนละครึ่งเนื่องจากเป็นการก่อสร้างที่ได้ประโยชน์ร่วมกันนั่นเอง โดยหลังจากสร้างรั้วแล้วแต่ละบ้านอาจปลูกไม้รั้วอย่าง ไทรเกาหลี ต้นโมกหรือต้นคริสติน่าให้เป็นไม้รั้วเพื่อความสวยงามก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี (โครงการ Baan 362) รู้ก่อนทำช่องเปิด ในทางสถาปัตยกรรม ‘ช่องเปิด’ นั้นเป็นการจำกัดความของช่องว่างที่เชื่อมระหว่างภายในและภายนอกอาคาร ซึ่งกล่าวรวมครอบคลุมถึงประตูและหน้าต่างด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าการมีช่องเปิดนั้นจะทำให้ความส่วนตัวของเราลดน้อยลง ในเบื้องต้นหากจำเป็นต้องทำช่องเปิดในบริเวณใกล้กับรั้วเพื่อนบ้านควรเลือกหน้าต่างให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน เช่น เลือกหน้าต่างบานเลื่อนขนาดเล็กสำหรับติดตั้งในห้องครัว หรือการพรางสายตาเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยการติดม่านและหน้าต่างที่สามารถหมุนปรับองศาได้ตามต้องการ (โครงการ Baan…
Maid House (Vibhavadi 41) บ้านหลังเล็กที่ช่วยยกระดับชีวิต Maid ให้ดีขึ้น ‘เมื่อเจ้าของอยากปรับเปลี่ยนคุณภาพชีวิตของตนเอง และอยากให้ Maid มีคุณภาพชีวิตที่ดีเช่นเดียวกัน’ นี่คือโจทย์ตั้งต้นของ Maid House ที่ผ่านมาหลายคนอาจจะเห็น บ้านพัก Maid หรือพื้นที่อยู่อาศัยของแม่บ้านมักจะเป็นห้องเล็กๆ ที่หลบซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังใหญ่ แต่ภาพจำเหล่านั้นใช้ไม่ได้กับ Vibhavadi 41 House เพราะนอกจากจะตั้งใจออกแบบบ้านเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของสมาชิกครอบครัวทั้ง 8 คนแล้ว ทางเจ้าของยังมีความต้องการสร้างบ้านสำหรับแม่บ้าน พ่อบ้านและพี่คนสวนหลังใหม่แยกออกมาจากบ้านหลังใหญ่โดยเฉพาะ เพื่อให้คุณภาพชีวิตของบุคคลที่ส่งผลโดยตรงกับบ้าน นั้นดีขึ้น เสมือนได้อยู่บ้านของตัวเองมากกว่าเพียงการอาศัยภายในห้องเล็กๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น ก่อนหน้านี้บ้านหลังเดิมของเจ้าของบ้านตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ในย่านที่มีแต่ความวุ่นวายและแออัดจากเสียงที่รบกวนตลอดเวลา บ้านหลังใหม่ ณ Vibhavadi 41 House แห่งนี้จึงเน้นให้ผู้อยู่อาศัยได้สัมผัสกับธรรมชาติ พื้นที่สีเขียวของต้นไม้ แสงแดดและลมธรรมชาติให้นานยิ่งขึ้น และไม่ลืมที่จะปรับเปลี่ยนส่วนของแม่บ้านขึ้นใหม่ กลายเป็น Maid House ที่แยกออกจากบ้านหลักอย่างชัดเจนเพื่อให้พ่อบ้าน แม่บ้าน รวมถึงคนสวนที่จะเข้ามาทำงานภายในบ้านหลังนี้สามารถสัมผัสกับความเป็นธรรมชาติได้เช่นเดียวกันกับเจ้าของ เมื่อได้โจทย์ดังนั้นแล้ว ไม่รอช้า ทางเจ้าของก็มอบหมายให้ทีมสถาปนิกจาก PVWB Studio เข้ามารับหน้าที่ปรุงแต่งสเปซและเรื่องราวของบ้านทั้งสองหลังให้ตรงกับความต้องการ…